ครูจอมทรัพย์และเพื่อน ซวยอีก ตร.เตรียมแจ้งจับ หาคนมารับผิดแทน ศาลชี้ ทำเป็นขบวนการ (คลิป)

วันนี้ (17 พ.ย.60) เวลา 13.30 น. ที่ศาลจังหวัดนครพนม ทั้งนี้ ท้ายคำพิจารณาคดียังระบุว่า นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครู ยื่นขอรื้อฟื้นคดีที่ขับรถชน นายเหลือ พ่อบำรุง เสียชีวิต เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2548 โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษายกคำร้อง ให้เหตุผลว่า การเบิกความพยานของฝ่ายผู้ร้องคือ ครูจอมทรัพย์ ไม่มีพยานหลักฐานใหม่ ในการขึ้นเบิกความ จึงหมายความว่า ครูจอมทรัพย์ เป็นผู้กระทำผิดจริงในคดีขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต

นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครู

ครูจอมทรัพย์ เปิดใจ ผ่านรายการต่างคน ต่างคิด ออกอากาศเวลา 18.50 น. ด้วยว่า ตนรับคำตัดสินของศาลแต่ขอให้สังคมเชื่อในเจตนาของครู และยอมรับว่าเสียใจมาก ที่ไม่สามารถล้างมลทินได้ ส่วนโอกาสจะกลับไปเป็นครูต่อหรือไม่นั้น เรื่องดังกล่าวคงแล้วแต่ทางต้นสังกัดจะพิจารณา แต่หากไม่มีอาชีพนี้คงลำบาก ที่ผ่านมา สู้คดีตนต้องสูญเสียหลายอย่าง

ครูจอมทรัพย์ ยังบอกด้วยว่า เรื่องที่ตนถูกกล่าวหาจ้างคนมารับผิดแทน ไม่มีทางแน่นอน เพราะคดีนี้ตนเคยรับโทษมาแล้ว การรื้อคดีเพราะต้องการล้างมลทินให้กับตัวเอง ส่วนบรรดาเพื่อนๆ ที่ได้นำพยานต่างๆ มาให้การเพิ่มเติมนั้น ยอมรับว่าห่วงกลัวว่าจะถูกดำเนินคดีจากตำรวจ เพราะเชื่อว่าเพื่อนที่มาช่วยล้วนทำด้วยความหวังดี

ด้าน พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ซึ่งได้เข้าไปร่วมฟังการอ่านคำพิพากษาในวันนี้ ระบุว่า หลังคำพิพากษาของศาลฎีกาออกมาว่า ศาลยกคำร้องรื้อฟื้นคดีครูจอมทรัพย์ ในส่วนการทำงานของตำรวจหลังจากนี้ ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบ และขอรวบรวมหลักฐาน คัดสำนวนคำฟ้อง รวมถึงคำพิพากษา ทั้งหมด

พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม

หากมีการตรวจสอบจนได้ข้อสรุปว่า ในเรื่องของการเบิกความ การสร้างพยานหลักฐานต่างๆ เป็นการกล่าวอ้าง การสร้างเรื่องขึ้นมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องดำเนินคดี กับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ที่เคยออกมาเป็นพยานให้ ครูจอมทรัพย์ ก่อนหน้านี้ รวมถึงตัวของ ครูจอมทรัพย์ เองก็จะมีความผิดด้วยเช่นกัน ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายทุกคน โดยไม่มีข้อยกเว้น

พล.ต.ต.สุวิชาญ เปิดเผยอีกว่า ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ และตั้งคณะทำงานขึ้นมาโดยเฉพาะ โดยทางเจ้าหน้าที่ขอเวลาทำงาน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพราะศาลเพิ่งจะตัดสินได้ไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

นายสับ วาปี

ทั้งนี้ ท้ายคำพิพากษาของศาล ยังมีการระบุด้วยว่า พฤติการณ์แห่งคดีจึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า มีขบวนการว่าจ้างให้ นายสับ วาปี เป็นผู้รับผิดแทนโดยเสนอค่าตอบแทนให้ นายสับ วาปี 400,000 บาท แต่ นายสับ วาปี เปลี่ยนใจเนื่องจากกลัวจะได้รับโทษจำคุก

นายเสริฐ รูปสะอาด

ทางกลุ่มบุคคลที่รู้จักกับ ครูจอมทรัพย์ จึงได้ไปติดต่อ นายเสริฐ รูปสะอาด ให้มารับสมอ้าง โดยเสนอเงินจำนวน 200,000 บาท แต่ นายเสริฐ รูปสะอาด ขับรถไม่เป็น ต่อมา นายสับ วาปี เปลี่ยนใจกลับมารับสมอ้าง เป็นคนขับรถกระบะ หมายเลขทะเบียน บค 56 มุกดาหาร ไปเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์จนทำให้ นายเหลือ พ่อบำรุง ถึงแก่ความตายในที่สุด ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่าผู้ร้องไม่มีพยานหลักฐานใหม่อันชัดแจ้ง และสำคัญแก่คดีที่แสดงว่าผู้ร้องไม่ได้กระทำความผิด พิพากษายกคำร้อง


keyboard_arrow_up