EXIT POLL ออกแล้ว! มุน แจ-อิน คว้าชัยศึกเลือกตั้งผู้นำเกาหลีใต้

มุน แจ-อิน (ภาพจากรอยเตอร์)

ผลเอ็กซิตโพลล์ล่าสุด ยืนยัน มุน แจ-อิน เป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้โดยได้คะแนนเสียงราวร้อยละ 41.4  เอาชนะอดีตอัยการชื่อดัง ฮง จูน-เพียว ที่ได้คะแนนตามมาเป็นอันดับที่ 2 ที่ร้อยละ 23.3

ผลเอ็กซิทโพลล์ดังกล่าวซึ่งอ้างการสำรวจของสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นอย่างน้อย 3 แห่ง  ส่งผลให้อดีตสมาชิกหน่วย   ซีลของเกาหลีใต้ในวัย 64 ปี จะได้เข้าครองอำนาจในทำเนียบบลูเฮาส์ หรือทำเนียบประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (10 พ.ค.)

ขณะที่ผลสำรวจของสำนักวิจัยแกลลัปโพลล์  ระบุ มุน เป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้งครั้งนี้โดยได้คะแนนโหวตราวร้อยละ 38 ซึ่งถือว่ามากที่สุดในบรรดาผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้นำเกาหลีใต้ทั้ง 13 คน

ล่าสุด  มีรายงานว่า  มุน แจ-อิน  ประกาศจะเริ่มทำงานในฐานะผู้นำเกาหลีใต้ทันทีตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (10 พ.ค.) โดยที่เจ้าตัวแสดงความประสงค์จะไม่ขอจัดพิธีสาบานตน โดยให้เหตุผล ประเทศมีปัญหาเร่งด่วนรออยู่มากมายเกินกว่าที่เขาจะต้องเสียเวลากับพิธีที่สิ้นเปลืองและไร้ประโยชน์นี้

ด้านคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติของเกาหลีใต้ ยืนยัน ยอดประชาชนผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งประธานาธิบดีในวันอังคาร (9 พ.ค.) มีแนวโน้มพุ่งสูงทะลุ 80 เปอร์เซ็นต์   ทำลายสถิติผู้มาใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งผู้นำเกาหลีใต้ครั้งก่อนเมื่อปลายปี 2012  ที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ 65.2 เปอร์เซ็นต์ลงอย่างราบคาบ  ชี้  เป็นการเลือกตั้งที่ชาวเกาหลีใต้ตื่นตัวและต้องการมีส่วนร่วมมากที่สุดในรอบ 20 ปี

คำแถลงของคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติของเกาหลีใต้ระบุ  ยอดผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ในวันนี้ (9 พ.ค.) มีแนวโน้มพุ่งสูงทะลุระดับ 80 เปอร์เซ็นต์ (ตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการ) และอาจกลายเป็นการเลือกตั้งที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์สูงที่สุด ทำลายสถิติ 80.7 เปอร์เซ็นต์ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี ค.ศ.1997

สื่อหลายสำนักในเกาหลีใต้ฟันธงตั้งแต่ก่อนปิดหีบเลือกตั้งว่า นาย มุน แจ-อิน ผู้สมัครหัวเสรีวัย 64 ปีจากพรรคเดโมแครติก ปาร์ตี้ ซึ่งเคยเป็นทั้งนักกฎหมายและเคยเป็นสมาชิกหน่วยซีลหรือกองกำลังนาวิกโยธินของเกาหลีใต้ คือผู้ชนะในการเลือกตั้งหนนี้และจะได้เข้าทำพิธีรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 12 ของประเทศ  ในวันพุธ (10 พ.ค.)

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นการปิดฉาก “ภาวะสุญญากาศทางการเมือง” ของเกาหลีใต้ที่ตกอยู่ในภาวะไร้ผู้นำมานานเป็นแรมเดือน  หลังจากที่ประธานาธิบดีปาร์ค กึน-ฮเย ผู้นำหญิงที่ครองอำนาจมาตั้งแต่ต้นปี 2013 ถูกถอดถอนจากตำแหน่ง และเตรียมถูกดำเนินคดีจากความผิดฐานพัวพันการรับสินบนและใช้อำนาจโดยมิชอบ

รายงานข่าวระบุว่า อดีตผู้นำหญิงอย่างปาร์ค กึน-ฮเย ซึ่งอยู่ระหว่างการถูกควบคุมตัวในเรือนจำและรอการพิจารณาคดีในชั้นศาล   ปฏิเสธที่จะใช้สิทธิ์เลือกตั้งในครั้งนี้   ถึงแม้ทางเจ้าหน้าที่เรือนจำจะอนุญาตให้เธอใช้สิทธิ์ได้ก็ตาม

 

วิเคราะห์นโยบายด้านการเมืองความมั่นคง ภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดี มุน แจอิน

ถึงแม้มุน แจ-อินจะเคยมีประสบการณ์การรับราชการทหารในฐานะสมาชิกหน่วยซีล หรือหน่วยนาวิกโยธินของเกาหลีใต้มาก่อน  แต่โดยส่วนตัวแล้ว สื่อในเกาหลีใต้ระบุว่า  มุน แจ-อิน เป็นผู้มีจุดยืนแบบสายกลางที่เน้นการแก้ปัญหาความขัดแย้งกับกับเกาหลีเหนือด้วยแนวทาง “การเมืองนำหน้าการทหาร” มากกว่า

 

ก่อนหน้านี้ มุนประกาศความตั้งใจสูงสุดในการรวมชาติระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้   เพื่อสานต่อความหวังของบิดา-มารดาของเขาที่เป็นผู้ลี้ภัยที่อพยพหนีตายออกมาจากเกาหลีเหนือในช่วงที่เกิดสงครามเกาหลีเมื่อ ค.ศ.1950

 

ดังนั้น การก้าวขึ้นครองอำนาจของมุน แจ-อิน ในฐานะประธานาธิบดีคนใหม่ของเกาหลีใต้ จึงกลายเป็น “ความหวังใหม่” ที่หลายฝ่ายมองว่า   จะช่วยให้สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีลดความตึงเครียดลง

วิเคราะห์นโยบายด้านเศรษฐกิจภายใต้รัฐบาลมุน แจอิน

 

มุน แจ-อิน ประกาศตั้งแต่ช่วงหาเสียงว่าจะเดินหน้าปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และเพิ่มแรงกดดันต่อบรรดาบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ของประเทศให้ดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส  และยุติการใช้อิทธิพลแทรกแซงภาคส่วนต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ

 

นอกเหนือจากการเร่งสร้างความโปร่งใส-ตรวจสอบได้ทั้งในภาครัฐและภาคธุรกิจแล้ว  ประธานาธิบดีมุน แจ-อินยังประกาศจะกระตุ้นการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐเพื่อสร้างงานอีกมากกว่า 800,000 ตำแหน่ง รวมถึงการปรับเพิ่มค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำของประเทศเป็นชั่วโมงละ 10,000 วอน (ราว 305 บาทต่อชั่วโมง)

 

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ยังประกาศเพิ่มการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์  พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ รวมถึงการ “เลิกพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์”   ในการผลิตกระแสไฟฟ้าให้ได้ภายในระยะเวลา 40 ปี

นโยบายด้านสังคมภายใต้รัฐบาลมุน แจอิน

ในส่วนของนโยบายด้านสังคม  มุน แจ-อินระบุ รัฐบาลภายใต้การนำของเขาจะจัดสรรเงินช่วยเหลือผู้สูงอายุ 300,000 วอนต่อเดือน (ราว 9,160 บาท)และให้สิทธิ์บิดาสามารถลางานเพื่อไปช่วยดูแลบุตรที่คลอดใหม่ได้ โดยยังได้รับเงินเดือนตามปกติได้นานสูงสุด 3 เดือน

 

 

ในส่วนของรัฐบาลเกาหลีเหนือนั้น ก่อนหน้านี้มีรายงานว่ารัฐบาลเปียงยางมีความกังวลเกี่ยวกับการก้าวขึ้นครองอำนาจของมุน แจ-อินที่มีประวัติเคยรับราชการทหารในหน่วยซีลของเกาหลีใต้มาก่อน และยังมีพ่อแม่เป็นผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือ

 

อย่างไรก็ดี ล่าสุดหนังสือพิมพ์ โรด็อง ซินมุน  ของทางการเกาหลีเหนือเผยแพร่บทบรรณาธิการในวันอังคาร (9) แสดงความคาดหวังว่า การก้าวขึ้นครองอำนาจของมุน แจ-อินในเกาหลีใต้ จะช่วยลดทอนความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี และคาดหวังว่า ผู้นำคนใหม่ของเกาหลีใต้จะเลิกทำตัวเป็น “หุ่นเชิด” ของรัฐบาลสหรัฐฯ

ขณะที่แคทินา อดัมส์  โฆษกหญิงของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ยืนยันสหรัฐฯพร้อมร่วมงานกับรัฐบาลใหม่ของเกาหลีใต้  และเชื่อมั่นว่าความเป็นพันธมิตรที่ยาวนานระหว่างโซลและวอชิงตันจะดำเนินต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

keyboard_arrow_up