แฉ! ค้ากามน้ำเพียงดิน มีใหญ่กว่า “ดาบยุทธ” แต่ไม่มีใครจับ (คลิป)

 คดีค้ากามน้ำเพียงดิน ในจังหวัดแม่ฮองสอน ยิ่งสืบสวน ยิ่งพบมีผู้ร่วมขบวนการมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพียงตำรวจ แต่ยังมีข้าราชการและผู้ใหญ่หลายส่วน เช่นเดียว กับกรณีที่ นาง น้ำเพชรมารดาของเหยื่อค้ากาม ผู้ที่เข้ามาร้องเรียนขอความเป็นธรรม  และออกมาเปิดประเด็น ว่า ถูก นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม หลอกลวงเรียกเงินจำนวน 15000 บาท เพื่อช่วยคดีนี้

 

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม

1พค 60. ล่าสุด  นายอัจฉริยะ เปิดใจ ชี้แจง  ผ่านรายการต่างคนต่างคิดว่า ว่าการเรียกรับเงินกับนางน้ำเพชร นั้น ยืนยันว่า ทางฝ่าย นางน้ำเพชร เป็นคนเสนอมาให้เอง เพราะ ทางชมรมฯ ได้แจ้งกับนางน้ำเพชรตั้งแต่แรกแล้วว่า ทางชมรมฯไม่มีทุนส่วนตัวในการลงพื้นที่เก็บหาข้อมูล ซึ่งทางนางน้ำเพชรก็ยินดี และบอกว่าไม่มีปัญหาเรื่องเงิน แต่ขอให้ช่วยคดีนี้  เมื่อตกลงกันแล้วตนก็ลงพื้นที่หาข้อมูลและหลักฐานต่างๆ จนกระทั่งมาแถลงข่าวครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2560 ร้องต่อกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.)

ซึ่งหลักฐานยังไม่เพียงพอ ที่จะดำเนินคดีกับ ด.ต.ยุทธชัย ทองชาติ หรือ ดาบยุทธ ทางชมรมฯ จึงได้แจ้งให้หาเหยื่อรายใหม่  ซึ่งต่อมานางน้ำเพชรก็ได้แจ้งว่า สามารถหาเหยื่อรายใหม่ได้แล้ว 2 คน และขอให้ทางชมรมฯ เดินทางมาที่แม่ฮ่องสอน

และได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ และสอบปากคำเด็กที่เป็นเหยื่อรายใหม่ 2 ราย พร้อมกับเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และเอ็นจีโอในพื้นที่ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า มีผู้ซื้อบริการจากเหยื่อจำนวนมาก และมี ด.ต.ยุทธชัย เป็นหัวหน้าเครือข่าย จึงได้นัดหมายนางน้ำเพชรกับเหยื่อมาที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 2 มี.ค. 2560 โดยมีข้อตกลง คือ จะต้องมีการแถลงข่าววันที่ 3 มี.ค. 256 แต่เมื่อถึงกำหนด นางน้ำเพชร ก็ไม่ยินยอมให้มีการแถลงข่าว และบอกไม่ให้ทางชมรมฯ เข้ามาทำในคดีนี้ต่อ

ผมไม่เคยไปเรียกรับเงินจากเขา เขาคงเข้าใจผิดผม ซึ่งหลักฐานทางคดีของลูกสาวนางน้ำเพชรนั้น ไม่สามารถเชื่อมโยงไปถึงดาบยุทธได้ ต้องมีเหยื่อรายใหม่

 

ดาบยุทธ พร้อม แม่เล้า ที่ถูกจับกุม

ซึ่งทางชมรม ก็หาหลักฐานมาตลอด จนสาวถึงดาบยุทธและกลุ่มแม่เล้าได้ แต่สำคัญไปกว่านั้น ยังมีตัวละครสำคัญในคดีนี้ ที่เป็นหัวหน้าแม่เล้า คือ สาวประเภทสองที่ชื่อโจ๊ก ซึ่งรายนี้ บอกได้เลยมีเงื่อนงำและมีคนอยู่เบื้องหลังในคดีนี้ ซึ่งนายโจ๊กนี้ เคยหาเด็กส่งค้ากามมาไม่ต่ำกว่า 700 คน

ส่วนกรณีที่เด็กผู้เสียหาย อ้างว่า มีระดับผู้ว่าราชการจังหวัด เคยมาซื้อบริการนั้น นายอัฉริยะ ยืนยันว่า จากการสอบถามเด็ก ร่วมกับเจ้าหน้าที่ และมีการนำภาพของผู้ว่าตัวจริงมาให้เด็กดู เด็ก ก็ยืนยันว่าไม่ใช่ แต่กลับกลายเป็นประเด็นโด่งดังในเรื่องนี้  ส่วนกรณีที่นางน้ำเพชร ยืนยัน ว่า มีผู้ว่า เกี่ยวข้องแน่นอนนั้น เพราะนางน้ำเพชร ได้ข้อมูลแค่การเล่าของเด็ก แต่ไม่ได้ลงลึกถึงการสอบปากคำและหลักฐานต่างๆ

ซึ่งในคดีนี้ ตนยอมรับว่ามี หลักฐานสำคัญมากมาย ที่สังคมได้รับรู้จะต้องตกใจ และ ยังมีผู้อยู่เบื้องหลังเกี่ยวกับธุรกิจมึด ที่นำเด็กเป็นสิ่งตอบแทน ซึ่งเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก  หน่ำซ้ำการกระทำต่อเด็ก ก็ร้ายแรงเช่นกัน อย่างเช่น  กรณีน้องเปิ้ล หนึ่งในเด็กสาวที่ถูกค้ากาม ถูก นายตำรวจระดับ พ.ต.ท ในพื้นที่ กระทำการซาดิส ทุบตี แม้เด็กไหว้ร้องขอก็ไม่ละมือ แม้กระทั่งวันที่นำ น้องเปิ้ล มากทม. ก็ยังมีร่องรอยของบาดแผลการถูกทำร้าย ไม่ใช่ถูกแม่เล้าทำร้าย แต่เป็นฝีมือของนายตำรวจคนนี้

นอกจากนี้ กลุ่มแม่เล้าในขบวนการนี้ ยังมีการนำเด็กสาวไปให้บริการในงาน เลี้ยงสังสรรค์ของตำรวจ  ซึ่งขบวนการนี้ ย่ำแย่มาก หาเงินกับเด็ก โดยเด็กบางคนได้รับเงินจากากรขายบริการ จำนวน2000บาท แต่ถึงมือเด็กจริงๆเพียงแค่ 500 บาท

ทางด้าน นางสาวกุ้ง แม่เล้า ที่ร่วมอยู่ในขบวนการ ออกมาเปิดโปงเงื่อนงำในคดีนี้ ว่า คดีนี้ต้องมีเงือนงำแน่นอน เพราะบางคนในกลุ่มแม่เล้าด้วยกัน ก็ไม่เคยรู้จักกัน และไม่รู้จักกับ ดาบยุทธ

แต่เหมือนถูกล่อซื้อให้ออกมาเกี่ยวข้องกับดาบยุทธ ซึ่งส่วนตัวนั้นก็ยอมรับว่าเป็นคนจัดหาเด็กจริง แต่เชื่อว่าเรื่องนี้ มันเกิดจากการขัดผลประโยชน์ของคนในขบวนการ

สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ แม้ว่าสังคมจะด่า กล่าวหา นายอัฉริยะต่างๆนานาๆ  แต่เจ้าตัวยืนยันว่าจะทำหน้าที่ต่อไป

“ผมจะยังเสือกต่อไป” แม้ปัจจุบันสังคมจะไม่มองข้อเท็จจริง บางเรื่องตัดสินข้อเท็จจริงจากเฟซบุ๊ก  เช่นเดียวกับคดีนี้

keyboard_arrow_up