เพลงคือการแสดงออก!! อ.ปริญญา ชี้ ‘ประเทศกูมี’ เป็นการวิจารณ์ปกติ อย่าถึงขั้นติดคุก

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ และนักวิชาการด้านนิติศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Prinya Thaewanarumitkul เพื่อแสดงความเห็นกรณีเจ้าหน้าที่รัฐพยายามเอาผิด กลุ่มศิลปินที่แต่งเพลง “ประเทศกูมี” ด้วยเหตุผลว่าเป็นการทำร้ายประเทศ และมีเนื้อหาเป็นเท็จ โดยทาง ผศ.ดร.ปริญญา ได้ระบุข้อความว่า…

เพลง #ประเทศกูมี เป็น ‘การแสดงออก’ ที่ผิดกฎหมายหรือไม่

‘การแสดงออก’ ซึ่งความคิดเห็นนั้น เป็น ‘เสรีภาพ’ ที่รัฐธรรมนูญฉบับถาวรทุกฉบับได้รับรองไว้ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ได้รับรองเสรีภาพนี้ ไว้ที่มาตรา 34 ‘บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น ..’

แต่สิทธิและเสรีภาพย่อมมีขอบเขต และขอบเขตของการใช้สิทธิและเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย ก็คือต้องไม่ละเมิดกฎหมาย และไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น โดยรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 25 ยังมีขอบเขตเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในรัฐธรรมนูญฉบับใด คือการใช้สิทธิและเสรีภาพยังต้อง ‘ไม่กระทบกระเทือนหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ’ และ ‘ความสงบเรียบร้อย’ อีกด้วย

กรณีนี้ไม่มีประเด็นเรื่องการละเมิดสิทธิผู้อื่น ก็มีแต่เรื่องละเมิดกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกมาเตือนว่าเพลงนี้อาจผิด ‘พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์’ แต่การที่ในเนื้อเพลงบางอาจมีบางข้อความที่มีความคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง (เช่น 30 บาทรักษาทุกโรค ยังไม่ถูกยกเลิก หรือคดีเสือดำก็มีการดำเนินการอยู่) แต่ก็ไม่น่าถึงขนาดผิด พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ เพราะการนำ ‘ข้อมูลอันเป็นเท็จ’ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตามมาตรา 14 ต้องก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน (มาตรา 14(1)) หรือเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือเศรษฐกิจของประเทศ (มาตรา 14(2)) ด้วย

ถ้าจะบอกว่าเพลงนี้ทำให้เกิด ‘ความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ’ ตามมาตรา 14(2) หรือเป็นการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่เป็น ‘ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายอาญา ‘ ตามมาตรา 14 (3) เราจำเป็นต้องแยกแยะก่อนว่า ความมั่นของของ ‘รัฐ’ กับความมั่นคงของ ‘รัฐบาล’ เป็นคนละเรื่องกัน เราไม่ควรจะ ‘ชังชาติ’ หรือ ‘ว่าร้าย’ ประเทศตัวเอง แต่การพูดถึงปัญหาของประเทศตนเอง ไม่ได้หมายความว่าเป็นการให้ร้ายประเทศ หรือทำให้ประเทศเสียหายเสมอไป ถ้าความตั้งใจคือการวิจารณ์รัฐบาลที่บริหารประเทศ ว่าทำไมทำให้เกิดปัญหานั้น

ผมเห็นว่าเพลงนี้ก็เป็นแค่การวิพากษ์วิจารณ์ แม้ว่าจะมีคำหยาบ แต่ก็เข้าใจว่าเป็นสไตล์ของเพลงแร็ป ซึ่งไม่ได้ถึงกับทำให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศ และจะว่าไปแล้ว เพลงนี้ก็คือ ‘เพลงเพื่อชีวิต’ แบบสมัย 14 ตุลา และ 6 ตุลา นั่นแหละครับ แต่เป็นดนตรีแบบสมัยนี้ ข้อเท็จจริงในเพลงเพื่อชีวิตสมัยก่อนก็ไม่ได้ตรงทุกเรื่อง หลายเพลงที่มีเนื้อหาคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริงปัจจุบันก็ยังร้องอยู่ ไม่ได้เป็นปัญหาตรงไหน

โดยสรุปคือ นี่เป็นแค่การแสดงออก จะเห็นด้วย หรือเห็นต่าง หรือเหมาะสมหรือไม่ที่มีคำหยาบ ก็ว่ากันไป แต่อย่าถึงขนาดจะเอามาติดคุกให้ได้เลยครับ แล้วก็อย่าไปกล่าวหาหรือใส่ร้ายป้ายสีอย่างมักง่ายว่ามีผู้อยู่เบื้องหลัง เว้นแต่ว่ามีหลักฐานก็ดำเนินคดีกันไปเลย

และที่สำคัญกว่านั้นคือ ฝ่ายคนที่เห็นต่าง ก็อย่าไปขับไล่ไสส่งให้ไปอยู่ประเทศอื่น ‘เผด็จการ’ ไม่ได้หมายถึงว่าต้องเป็นผู้มีอำนาจ แต่ ‘เผด็จการ’ หมายถึง การเอาตนเองเป็นที่ตั้งไม่ฟังคนอื่น ถ้ามีอำนาจขึ้นมาก็จะจับคนที่เห็นต่างมาขัง หรือถ้าไม่มีอำนาจก็อาจใช้ความรุนแรงใส่ หรือไล่ไปอยู่ประเทศอื่นแบบนี้แหละครับ

ความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติในทุกสังคม การที่เราเห็นไม่เหมือนกันไม่ใช่ปัญหา เราไม่รักกัน และไม่ต้องเข้าใจกันก็ได้ แต่ต้อง ‘เคารพกัน’ ถ้าเคารพกัน ต่อให้ไม่เข้าใจกันก็ยังรักกันได้ หรืออย่างน้อยจะอยู่ร่วมประเทศกันได้อย่างสันติ

เราจะเห็นด้วย หรือเห็นต่าง ก็อย่าขับไล่ไสส่ง หรือ ‘เผด็จการ’ ต่อกันและกันเลยครับ และนี่แหละครับคือรากฐานของความสำเร็จของ ‘ประชาธิปไตย’ หรือการปกครองตนเองของเจ้าของประเทศครับ

keyboard_arrow_up