สุขใจ! แม่ครัวยังเฝ้าหน้าถ้ำ เพื่อจนท.อิ่มท้อง – ชาวนารับน้ำถ้ำ หวัง “หมูป่า” เป็นคนดีตอบแทน (คลิป)

หลังจบภารกิจการช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชทีมหมูป่า อะคาเดมี จำนวน 13 คน ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลได้สำเร็จครบทั้งหมดเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 10 ก.ค. 61

บริเวณลานดินไร่สับปะรด

วันที่ 11 ก.ค. 61 เวลา 19.00 น. บรรยากาศบริเวณลานดินซึ่งเป็นไร่สับปะรด ตรงข้ามกับสามแยกขึ้นสู่ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน มีรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ขับลงจากปากทางขึ้นถ้ำหลวง 2 คัน มีรถกระบะ บรรทุกท่อสูบน้ำ จำนวน 12 ท่อ รถกระเช้า ลงจากถ้ำหลวง ขณะที่สื่อต่างประเทศบางสำนักยังคงปักหลังอยู่บริเวณไร่สับปะรด ส่วนที่บริเวณทางแยกขึ้นสู่ปากถ้ำ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุด ดูแลไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องขึ้นไปด้านบนถ้ำหลวง

นางชัญญานุช กันทะยอม หรือ แดง อาสาสมัครโรงครัว

ขณะที่ นางชัญญานุช กันทะยอม หรือ แดง อายุ 52 ปี อาสาสมัครโรงครัว เปิดเผยว่า แรกเริ่มเมื่อทราบข่าวทีมหมูป่า 13 คนติดถ้ำหลวง ตนรวมตัวกับเพื่อน ๆ ในอำเภอแม่สาย มาเปิดโรงทาน โดยตอนแรก ตนเป็นคนออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด แต่ช่วงหลังมีเพื่อน ๆ ร่วมทำบุญ โดยโอนเงินมาสนับสนุนตลอด และช่วงแรกตนทำอาหารที่บ้าน มาเปิดโรงทานใกล้ ๆ ถ้ำหลวง และมีเจ้าหน้าที่ สื่อมวลชน เดินมารับอาหารตลอด

นางชัญญานุช เล่าว่า ส่วนตัวเห็นความเหน็ดเหนื่อยของทุกคน ก็อยากจะช่วยเหลือ และอยากเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ รวมทั้งเด็ก ๆ ทีมหมูป่า ก็เป็นลูกหลานในกลุ่มของตนด้วย

นอกจากนี้ ตนตั้งใจจะเปิดโรงครัวไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะไม่มีเจ้าหน้าที่แล้ว ถึงจะหยุดทำ การที่ตนทำอาหารช่วยเจ้าหน้าที่ ก็เพื่อส่วนรวม เพื่อคนไทยทุกคน และภูมิใจมาก กระทั่งตอนนี้อยากจะฝากถึงเด็ก ๆ ทุกคนว่า “พ่อแม่หนูดีใจมาก ดีใจจนพูดไม่ออก ขอให้หนูเป็นเด็กดี และสู้ต่อไปนะ” ส่วนเจ้าหน้าที่ทุกนาย ตนอยากฝากบอกว่า “ขอบคุณมาก ถ้าไม่มีพวกคุณ ก็คงไม่มีข่าวดีอย่างวันนี้”

พื้นที่ไร่นาที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

นอกจากนี้ หลังจากเจ้าหน้าที่เร่งทำการสูบน้ำออกจากถ้ำหลวง ระบายลงสู่พื้นที่ใกล้เคียงเป็นพื้นที่รับน้ำ ซึ่งมีชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ไร่นาที่ใช้ทำเกษตรกรรม

นางบัวผัน เยาว์ธานี เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ

ทีมข่าวเดินทางมาที่หมู่บ้านสันปูเลย ต.บ้านด้าย อ.แม่สาย จ.เชียงราย นางบัวผัน เยาว์ธานี เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ เปิดเผยว่า ตอนที่ทราบว่าเจ้าหน้าที่จะระบายน้ำเข้าสู่พื้นที่นาของตน 15 ไร่ ขณะนั้นตนก็ยินดี เนื่องจากสงสารเด็กที่ติดอยู่ภายในถ้ำ ซึ่งวินาทีที่เห็นไร่นาของตนท่วม ยอมรับว่าเสียใจ แต่ก็คิดว่าไร่นาสามารถปลูกขึ้นมาใหม่ได้ ประกอบกับไม่ใช่ตนคนเดียวที่ช่วยเหลือเด็ก เพราะมีอีกหลายภาคส่วนที่ช่วยเหลือจนเด็กออกมาจากถ้ำได้อย่างปลอดภัยด้วย

นางบัวผัน เล่าว่า วินาทีที่ทราบว่าเด็กทุกคนถึงมือแพทย์แล้ว ตนร้องเฮออกมาด้วยความดีใจ เนื่องจาก เพราะเห็นว่าเด็กทุกคนปลอดภัย และหากตนมีโอกาสพูดคุยกับเด็ก ก็หวังให้เด็กเป็นคนดี พร้อมกับขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่มาช่วยเหลือกัน

นายบุญรัตน์ เกษมราษฎร์ เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ

นายบุญรัตน์ เกษมราษฎร์ เกษตรกรอีกรายที่ได้รับผลกระทบ เปิดเผยว่า ตอนที่เจ้าหน้าที่ได้ประชาสัมพันธ์ว่าจะมีการปล่อยน้ำเข้าสู่นา ตนยินดีเสียสละพื้นที่นาทั้ง 8 ไร่ จากทั้งหมด 17 ไร่ ซึ่งถือว่าการปล่อยน้ำเป็นสิ่งจำเป็นที่จะได้ช่วยเหลือเด็กทั้ง 13 คน เพราะตนก็มองเด็กกลุ่มนั้นเหมือนลูกหลาน

นอกจากนี้ นายบุญรัตน์ กล่าวว่า เมื่อทราบข่าวว่าเด็กทั้ง 13 คนปลอดภัย ตนดีใจ ที่ทุกคนจะได้กลับสู่อ้อมกอดของพ่อแม่ และหากตนได้เจอเด็กทั้ง 13 คน อยากจะบอกว่า ทุกคนเป็นห่วง และอยากให้ระลึกถึงบุญคุณของเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ให้ความช่วยเหลือ พร้อมหวังให้เด็กเป็นคนดีของสังคม

keyboard_arrow_up