เปิดพิกัด 3 มิติ “จิสด้า” ชี้จุด 13 ชีวิต ส่งคลื่นหาโพรง – ระดม ฮ. ยกเครนขึ้นผาหมี (คลิป)

วันที่ 1 ก.ค. 61 ที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ภายในสนามกีฬาบ้านจ้อง ปากทางเข้าวนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ทหาร กองพันบินที่ 41 ได้นำเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ อยู่ในจุดประจำการ เพื่อปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง โดยมีรถแบ็คโฮขนาดเล็ก รถเครน รถไถ และเครื่องขุดเจาะอยู่ด้วย

ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ สนามกีฬาบ้านจ้อง ทางเข้าถ้ำหลวง

เวลาประมาณ 14.30 น. เจ้าหน้าที่นำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบิน และลงจอดในเวลา 15 นาทีต่อมา โดยบรรทุกคนมากว่า 10 คนบนเฮลิคอปเตอร์ ทีมข่าวสอบถามเจ้าหน้าที่ทหาร ได้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้รถแบ็คโฮขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เพื่อไปส่งลงที่บริเวณผาหมีก่อน โดยใช้วิธีการปล่อยกระเช้า เนื่องจากเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้ เป็นรุ่น เอ็มไอ 17 ลำค่อนข้างใหญ่ ไม่สามารถลงจอดที่ลานจอดได้ จึงต้องกลับมาวางแผนใหม่อีกครั้ง

ซึ่งเบื้องต้น จะทำการยกรถแบ็คโฮขนาดเล็ก น้ำหนักประมาณ 1.5 ตัน และรถไถ หนักประมาณ 2.5 ตัน ขึ้นไปด้านบนผาหมี โดยใช้วิธีการรัดสลิงและใช้เฮลิคอปเตอร์ยกขึ้นไป ซึ่งเฮลิคอปเตอร์สามารถรับน้ำหนักได้ประมาณ 3 ตัน

เงิน รักทิม ช่างควบคุมเครื่องจักร

นายเงิน รักทิม ช่างควบคุมเครื่องจักร ระบุว่า ตนจะต้องขึ้นไปควบคุมการขุดเจาะด้านบนผาหมี ซึ่งเบื้องต้นได้รับแจ้งว่า ต้องขึ้นไปขุดเจาะในลักษณะเอียง 70 องศา ไปหาโพรงด้านล่างที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ ซึ่งจะมีการลำเลียงทั้งรถแบ็คโฮเล็ก และรถไถ เพื่อไปเตรียมพื้นที่ รวมทั้งเครื่องขุดเจาะเพื่อไปขุดดังกล่าว ซึ่งส่วนตัวต้องรอคำสั่งจากนักธรณีวิทยา

เจ้าหน้าที่ยกแบ็คโฮด้วยเฮลิคอปเตอร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ทหารยกแบ็คโฮด้วยเฮลิคอปเตอร์ ขึ้นไปยังจุดที่พบโพรงบริเวณผาหมีได้จนสำเร็จ โดยเจ้าหน้าที่ทดลองใช้เชือกยาวกว่า 10 เมตร คล้องกับเฮลิคอปเตอร์ พร้อมบินขึ้นไปทดสอบเป็นเวลากว่า 30 นาที

การยกแบ็คโฮด้วยเฮลิคอปเตอร์

จากนั้น กลุ่มช่างกว่า 10 คน เข้าไปทดลองถ่วงน้ำหนักรถแบ็คโฮจากเครน โดยการใช้ผ้าสลิงความยาวประมาณ 6 เมตร มัดกับตัวรถแบ็คโฮไว้ เพื่อหาจุดศูนย์ถ่วงของรถ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 15 นาที จึงสามารถยกรถแบ็คโฮได้

ยกแบ็คโฮด้วยเฮลิคอปเตอร์

เจ้าหน้าที่ขับรถแบ็คโฮ จอดใกล้จุดจอดเฮลิคอปเตอร์ หลังจากนั้นนำเชือกคล้องกับผ้าสลิงที่คล้องรถแบ็คโฮ พร้อมนำเครื่องขึ้น ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวค่อนข้างทุลักทุเลพอสมควร เนื่องจากช่วงที่เฮลิคอปเตอร์ยกตัวขึ้น ลมค่อนข้างแรง ทำให้เชือกที่คล้องแบ็คโฮพันกัน ต้องใช้เจ้าหน้าที่ถึง 5 คน ในการเข้าไปแก้ไข ก่อนจะบินขึ้นไปได้อย่างสวยงาม

สมัคร คำด้วง เจ้าของรถเครน

นายสมัคร คำด้วง เจ้าของรถเครน เปิดเผยว่า ตนนำรถเครนเข้ามาเพื่อช่วยสนับสนุนในการชั่งน้ำหนักเครื่องจักรที่จะนำขึ้นไปยังดอยผาหมี ซึ่งรถแบ็คโฮที่เจ้าหน้าที่นำขึ้นไปนั้นเป็นรถขนาดเล็ก น้ำหนักไม่เกิน 3 ตัน เฮลิคอปเตอร์สามารถยกได้ ทั้งนี้ จะนำรถแบ็คโฮขึ้นไปปรับพื้นที่ เพื่อใช้เป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ นอกจากนี้ ยังมีรถแทร็กเตอร์ และเครื่องขุดเจาะ ที่จะนำขึ้นไปเจาะบริเวณที่พบโพรง โดยบริเวณที่ขุดเจาะเป็นจุดที่คาดว่าเป็นทางเชื่อมที่สามารถลงไปยังถ้ำหลวงได้

ขณะที่ช่วงค่ำ เจ้าหน้าที่นำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นไปสำรวจ และรับเจ้าหน้าที่ที่อยู่บนดอยผาหมีกลับมายังลานจอด โดยพบว่าพื้นที่ค่อนข้างมืด จึงยกเลิกภารกิจการขนย้ายเครื่องจักรที่เหลือ โดยในวันพรุ่งนี้จะเริ่มปฏิบัติการขนเครื่องจักรที่เหลืออีกครั้ง ซึ่งจะนัดรวมกำลังพลในเวลาประมาณ 05.00 น.

เบญจมาศ สวัสดิพงษ์ นักธรณีวิทยา กรมชลประทาน

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบริเวณท้ายของถ้ำหลวง จุดที่มีรายงานการพบโพรงนั้น เป็นอีกจุดหนึ่งที่เจ้าหน้าที่จะยกรถแบ็คโฮขึ้นไปปรับสภาพหน้าดิน เพื่อเป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์

โดยน.ส.เบญจมาศ สวัสดิพงษ์ นักธรณีวิทยา กรมชลประทาน หนึ่งในทีมสำรวจจุดบริเวณท้ายถ้ำ เปิดเผยว่า การสำรวจค้นหาโพรง คือการปักแท่งเหล็กความยาวขนาด 15-20 เซนติเมตรลงไปในดิน ระยะห่างจุดละ 5 เมตร ในรัศมีการสำรวจ 475 เมตร ก่อนปล่อยกระแสไฟฟ้าลงไปที่แท่งเหล็ก เพื่อวัดความต้านทานไฟฟ้า โดยหากมีอากาศในดิน ค่าความต้านทานจะสูง หมายความว่าอาจมีโพรงอยู่ด้านล่าง ก่อนนำข้อมูลให้กองอำนวยการพิจารณาต่อไปว่าจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านใด โดยเหตุที่เลือกสำรวจท้ายถ้ำ เพราะเป็นแนวถ้ำเดิมที่นักสำรวจชาวต่างชาติเคยมาสำรวจไว้

แผนที่จำลองจุดสำรวจ ด้านในและนอกถ้ำ

ด้าน สำนักประยุกต์และบริหารภูมิสารสนเทศ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า เปิดเผยข้อมูลความคืบหน้าการจัดทำภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อการประเมินแนวทางการช่วยเหลือเด็กติดถ้ำหลวงว่า จิสด้าได้รับข้อมูลจากพื้นที่ โดยผู้ปฏิบัติหน้างานได้ประชุมหารือร่วมกับ 40 หน่วยงาน ในการวิเคราะห์เส้นทางหลักภายในถ้ำที่มีการปรับอัปเดต โดยรวมเส้นทางของเส้นคาดการณ์เดิมจากภาพถ่ายบริเวณภายนอกถ้ำกับเส้นทางของนายมาร์ตินที่เคยสำรวจภายในถ้ำ เพื่อเทียบเคียงให้มีความถูกต้องมากที่สุด เพื่อที่จะได้ประเมินจุดที่จะเจาะโพรงลงไปในจุดที่คาดว่ามีผู้สูญหายทั้ง 13 คนติดอยู่ในถ้ำได้ใกล้เคียงมากที่สุด

แผนที่จากจิสด้า ประเมินระยะทางจุดต่างๆ ภายในถ้ำหลวง

ซึ่งจากการประเมินในจุดเจาะที่ 1 ที่คาดว่าจะเป็นเนินพัทยาที่กลุ่มผู้สูญหายติดอยู่ พบว่าเป็นจุดที่อยู่ห่างจากปากถ้ำเป็นระยะทางประมาณ 2.97 กิโลเมตร และจุดเจาะที่ 2 ใกล้กับจุดที่เป็นโถงใหญ่ ซึ่งคาดการณ์ว่าเป็นอีกจุดที่กลุ่มผู้สูญหายอาจจะติดอยู่ ห่างจากจุดปากถ้ำ 3.87 กิโลเมตร

keyboard_arrow_up