ผวาผีเฮี้ยน สาวข้างห้อง “ไอ้วุธ” ย้ายหนี – แม่ค้า งง ใส่กันน็อกขึ้นลงตึกหลังหั่นร่าง (คลิป)

จากกรณีที่สน.มีนบุรี ได้รับแจ้งเหตุพบศพผู้หญิงถูกฆ่าหั่นศพ แยกชิ้นส่วนกว่า 14 ชิ้น ทั้งส่วนหัว ส่วนลำตัว ใส่กระสอบปุ๋ย 2-3 กระสอบ โยนทิ้งอยู่ในป่าซอยสามวา ตรงข้ามโรงงานที่นอนดาริ่ง แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 61 ตำรวจเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหานายธนกฤต ประกอบ หรือวุธ อดีตแฟนหนุ่ม ที่สารภาพว่าได้ฆ่าหั่นศพน.ส.ลักษณา หรือ เมย์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านข่าว : เฮี้ยน! สาวผมแดงถูกหั่นศพเข้าฝันกู้ภัยฯ ชี้จุดฝัง – จับแฟนหนุ่มมือฆ่า ตร.จ่อแถลง )

เจ้าหน้าที่ตำรวจพานายธนกฤต ประกอบ หรือวุธ ผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

วันที่ 24 มิถุนายน 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวนายธนกฤต หรือวุธ คุมตัวผู้ต้องไปทำแผนชี้จุด ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยจากตำรวจและทหาร เพื่อป้องกันฝูงชนเข้ารุมประชาทัณฑ์ จุดแรกคือที่แมนชั่น จุดที่นายวุธทะเลาะกับน.ส.เมย์ เมื่อน.ส.เมย์เผลอจึงใช้ค้อนทุบจนสลบ แต่เมื่อน.ส.เมย์ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นายวุธกระหน่ำทุบอีกครั้ง ก่อนจะลากศพไปในห้องน้ำ และใช้มีดชำแหละ เริ่มจากข้อเท้าซ้ายขึ้นมา ก่อนจะนำชิ้นส่วนศพใส่ถุงที่เตรียมไว้ ระหว่างที่ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ประชาชนได้โห่สาปแช่งนายวุธทุกครั้ง

เพื่อนน.ส.ลักษณา หรือ เมย์ ผู้เสียชีวิตพยายามจะเข้าไปทำร้ายร่างกายนายวุธ ผู้ต้องหา

สำหรับจุดที่สอง คือจุดที่นายวุธขี่จักรยานยนต์ นำชิ้นส่วนศพไปทิ้ง ในจุดนนั้นมีประชาชน และเพื่อนคนตายกว่า 1,000 คน มายืนดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ชาวบ้านได้ตะโกนว่า “ประหาร ประหาร” ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องกันผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกจากจุดเกิดเหตุ ระหว่างทำแผนเพื่อนน.ส.เมย์พยายามบุกเข้ามาทำร้ายร่างกายนายวุธ แต่ถูกตำรวจกันออกไป จึงเกิดเหตุชุลมุนขึ้น ทางตำรวจจึงรีบทำแผน ก่อนเร่งพาตัวนายวุธกลับ สน.มีนบุรี ทันทีเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายสมคิด จะมัง ลุงผู้ตาย

ขณะที่วันนี้ ครอบครัวของน้องเมย์ได้เดินทาง มาที่ สน.มีนบุรี โดยนายสมคิด จะมัง ลุงผู้ตาย กล่าวว่า การกระทำของผู้ต้องหานั้นรุนแรงเกินไป เพราะถึงขั้นหั่นศพเป็นชิ้น เป็นสิ่งที่ไม่น่าให้อภัย อยากให้ตำรวจจับมาลงโทษ และขอให้เป็นโทษประหารชีวิต หากไม่เป็นเช่นนั้น ตนเองจะเข้าไปหานายกรัฐมนตรี

พ่อของผู้ตายร้องไห้เสียใจจนเป็นลม

ขณะที่พ่อของผู้ตายร้องไห้เสียใจจนเป็นลม ญาติต้องช่วยกันประคองขึ้นรถ ก่อนจะเดินทางไปยังสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อติดต่อขอรับศพบุตรสาว

กล้องวงจรปิดบริเวณห้องพักของนายธนกฤต ประกอบ หรือวุธ

ต่อมาทีมข่าวได้เดินทางมาที่แมนชั่น ภายในซอยสีหบุรานุกิจ จุดที่นายธนกฤต หรือ วุธ อดีตแฟนหนุ่ม ได้ใช้ห้องพักในแมนชั่นแห่งนี้เป็นที่ฆ่าน.ส.ลักษณา หรือ เมย์ ห้องที่เกิดเหตุอยู่ชั้น 3 ริมสุดของอาคาร บริเวณเหนือห้องพักของนายวุธ มีกล้องวงจรปิด 1 ตัว ที่สามารถบันทึกความเคลื่อนไหวของนายวุธ ในการเดินเข้า-ออกจากภายในห้องได้อย่างชัดเจน สำหรับเพื่อนข้างห้องของนายวุธได้เริ่มย้ายออกเหลือเพียงแค่ 2-3 ห้องที่ยังพักอาศัยอยู่ ตึกที่นายวุธพักอาศัยจะค่อนข้างเงียบ ผู้คนไม่พลุกพล่าน และพบว่าส่วนใหญ่ผู้ที่มาพักอาศัยจะเป็นคนวัยทำงาน

นอกจากนี้ แมนชั่นแห่งนี้เป็นแมนชั่นเก่า ไม่มีลิฟท์ มีเพียงบันไดขึ้น-ลง และหากนายวุธ จะทำการเคลื่อนย้ายถุงปุ๋ยที่มีชิ้นส่วนร่างของเมย์ ผู้เสียชีวิต ทำได้เพียงเดินลงจากบันไดโซนกลางเท่านั้น และกล้องสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะนั้นได้

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับน.ส.ใบเตย เพื่อนข้างห้องนายธนกฤต ประกอบ หรือวุธ ผู้ต้องหา

ทีมข่าวได้พูดคุยกับ น.ส.ใบเตย เพื่อนข้างห้องนายวุธ ที่เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนออกไปทำงานแต่เช้าและเดินทางกลับเข้ามาที่ห้องพักเวลาประมาณ 2 ทุ่ม ซึ่งตนไม่ได้ยินเสียงร้องหรือขอความช่วยเหลือ ไม่พบกลิ่นหรือสิ่งผิดปกติ ส่วนตัวไม่ค่อยได้พูดคุยหรือทักทายกับใคร แต่ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 เดือน นายวุธและน.ส.เมย์ ได้มีปากเสียง ทะเลาะกันอย่างรุนแรง แต่ก็ไม่ทราบว่ามีการทำร้ายร่างกายกันหรือไม่ เพราะหลังจากนั้นเสียงก็เงียบไป แต่ตนมักจะเห็นน.ส.เมย์แวะมาที่ห้องนายวุธอยู่เป็นประจำ ยกเว้นช่วงที่ทะเลาะกัน จะแวะมาบ้างเป็นบางครั้ง แต่ส่วนใหญ่เห็นว่า มาพักอาศัยอยู่ที่นี่เป็นประจำอยู่แล้ว

ขณะเดียวกัน ใบเตย บอกอีกว่า ตอนนี้ตนกำลังจะย้ายห้องไปอีกตึกหนึ่ง เนื่องจาก ตนอยู่ห้องติดกับที่เกิดเหตุ ก็เกิดความไม่สบายใจ เพราะเดิมอาจจะมีความกลัวนายวุธ แต่เมื่อจับตัวผู้ก่อเหตุได้ ตนกลับกลัวเรื่องของผี ทำให้เมื่อคืนที่ผ่านมาตนนอนไม่หลับ คิดมาก

นางอุไร ฉิมหิรัญ อายุ 61 ปี แม่บ้านของตึกที่เกิดเหตุ

ด้านนางอุไร ฉิมหิรัญ อายุ 61 ปี แม่บ้านของตึกดังกล่าว เล่าว่า วันเกิดเหตุตนไม่เห็นสิ่งผิดปกติอะไร และน.ส.เมย์ มาที่นี้บ่อยครั้ง ยกเว้นช่วงที่ทะเลาะกัน ก็จะมีหายไปบ้าง แต่ตนไม่เคยเห็นทั้งคู่ทะเลาะเบาะแว้งกันต่อหน้าต่อตา

นางอุไร บอกว่า เท่าที่ตนสังเกตนายวุธเป็นคนที่ไม่ค่อยพูดคุยกับใคร คล้ายกับคนปกติทั่วไป ไม่โหดร้าย บางครั้งเจอหน้าก็ส่งยิ้มให้ ซึ่งอุปนิสัยของน.ส.เมย์ก็จะเป็นเช่นนี้ ซึ่งเข้ามาถึงก็รีบเข้าห้องปิดประตูเงียบ หลังเกิดเหตุขณะที่ตนขึ้นไปทำความสะอาด ตนไม่ได้กลิ่นเห็น หรือคาวเลือดแต่อย่างใด จนมาทราบภายหลังว่า จุดที่ใช้ฆ่าหั่นศพ คืออาคารที่ตนทำงานอยู่ ส่วนตัวคาดไม่ถึง ว่า ชายหน้าตาธรรมดา ไม่ได้ดูโหดร้ายอะไร ทำไมถึงเป็นคนลงมือก่อเหตุได้

นางศิริขวัญ อุบลวรรณีหรือ ป้าขวัญ แม่ค้าใต้อาคารแมนชั่นที่เกิดเหตุ

ส่วนนางศิริขวัญ อุบลวรรณี อายุ 60 ปี หรือ ป้าขวัญ แม่ค้าร้านอาหารตามสั่งใต้อาคารแมนชั่นที่เกิดเหตุ เผยว่า นายวุธมีรถจักรยานนต์ 1 คัน และมักจะขับรถไปทำงานพร้อมกับน.ส.เมย์ ทุกวันนายวุธ จะนำรถมาจอดที่บริเวณหน้าร้านของตนเป็นประจำทุกวัน เพราะด้านหน้าร้านตนเป็นจุดจอดรถ

นางศิริขวัญ บอกว่า วันเกิดเหตุรวมถึงก่อนวันถูกจับ นายวุธมีพฤติกรรมแปลกๆ คือเวลาขึ้น-ลงตึก จะสวมหมวกกันน็อกตลอดเวลา เนื่องจาก ปกตินายวุธจะนำหมวกกันน็อกไว้ที่รถ ช่วงที่สวมหมวกก็จะเห็นเพียงนายวุธขึ้น-ลงตึกเพียงคนเดียว ไม่เห็นน.ส.เมย์เดินตามเหมือนแต่ก่อน ตนก็เคยแซวนายวุธว่า “ทำตัวอย่างกับโจร” แต่นายวุธไม่ได้ตอบโต้อะไร

ภาพขณะที่นายธนกฤต ประกอบ หรือวุธ ผู้ต้องหา พาน.ส.ลักษณา หรือ เมย์ ผู้เสียชีวิต มาที่ห้องพัก

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวได้ภาพกล้องวงจรปิดจากกล้องบริเวณทางเดินเหนือห้องนายวุธ จะพบว่าช่วงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 12 มิย. 2561 เวลา ประมาณ 18.40น. นายวุธได้พาน.ส.เมย์ เดินทางมาที่ห้องพัก ในตึกแมนชั่น ชั้น3 นายวุธได้สวมหมวกกันน็อก ใส่เสื้อสีเลือดหมู หยิบกุญแจเปิดประตู น.ส.เมย์เดินตามมาด้านหลัง สวมเสื้อสีชมพู สวมเสื้อคลุมสีดำ เดินเข้าห้องไปทั้งคู่ ไม่มีลักษณะเหมือนคนทะเลาะกันแต่อย่างใด

นายธนกฤต ประกอบ หรือวุธ ผู้ต้องหา ถือถุงออกมาจากห้องพัก

ต่อมาวันที่ 14 มิ.ย.61 ช่วงเวลา 04.21 น. นายวุธ สวมหมวกกันน็อกเดินออกจากห้องพร้อมกับถือถุงขนาดใหญ่ 1 ถุง และขนาดเล็ก 1 ถุง บางช่วงจะเห็นว่า นายวุธ วางถุงลงกับพื้นแล้วสลับมือถือหิ้ว ลงไปด้านล่าง ช่วงเวลานี้ นายวุธได้เปลี่ยนเสื้อจากสีเลือดหมู มาเป็นสีกรมดำ กล้องวงจรปิด พ

นายธนกฤต ประกอบ หรือวุธ ผู้ต้องหา เดินกลับเข้ามาในห้องพักโดยไม่ได้ถือสิ่งของใดภายในมือ

ช่วงเวลา 04.23 น. ยังบันทึกภาพ ช่วงที่นายวุธ เดินกลับมาที่ห้องอีกครั้ง เวลา 04.23น. เวลาห่างกันเพียง 2 นาที แต่ครั้งนี้ นายวุธไม่สวมหมวกกันน็อก และถุงที่ถือลงไปก็ไม่ได้หิ้วกลับขึ้นมาด้วยแต่อย่างใด

keyboard_arrow_up