“ธนาธร” โอนบริษัท – หุ้น มูลค่ารวม 5 พันล้าน ฝากให้เอกชนดูแล เพื่อความโปร่งใสทำงานการเมือง

หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ลงนามบันทึกความตกลงให้บริษัทหลักทรัพย์เข้ามาบริหารจัดการทรัพย์สินของตัวเอง เพื่อความโปร่งใสในการทำงานการเมือง หวังยกมาตรฐานนักการเมืองไทย วันนี้ (18 มี.ค.62) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และเป็นเจ้าของธุรกิจในเครือไทยซัมมิท ได้ลงนาม MOU ให้บริษัทหลักทรัพย์เข้าบริหารทรัพย์สินของตัวเอง ทั้งบริษัทแม่ บริษัทในเครือ หุ้น และอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท ยกเว้นแค่บ้านกับรถยนต์ที่ใช้ส่วนตัว และมีเงื่อนไขไม่ให้บริษัทที่เข้ามาบริหารทรัพย์สินของตน เข้าไปลงทุนในหุ้นไทย หรือเป็นคู่สัญญาโครงการใดๆ กับรัฐ โดยนายธนาธร ยืนนยันว่า การดำเนินการครั้งนี้ ตนจะไม่สามารถเห็นความเคลื่อนไหวในบริษัท หรือ ยุ่งเกี่ยวกับการบริหารงานใดๆ ได้ และจะให้มารดาของตนจะขายหุ้นของหนังสือพิมพ์มติชนให้เร็วที่สุด คาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม เพื่อความบริสุทธ์ใจ และทำให้เกิดความโปร่งใสที่สุดก่อนเข้ามาทำงานการเมือง โดยหวังว่าจะช่วยยกระดับมาตรฐานของนักการเมืองไทยด้วย

ไฟเขียว! ธนาธร เผยครอบครัวพร้อมสนับสนุน เตรียมลุยการเมืองเต็มตัว

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานบริหารกลุ่มบริษัท ไทยซัมมิท และผู้ประกาศนำการก่อตั้งพรรคการเมืองรุ่นใหม่ โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Thanathorn Juangroongruangkit โดยกล่าวถึงความพร้อมในการเข้าสู่เวทีการเมือง ซึ่งระบุว่า…ในสัปดาห์ที่ผ่านมา น้ำหนักระดับภูเขาถูกยกออกจากอกผม ผมได้ปรึกษาเรื่องอนาคตกับครอบครัวและทุกคนก็ให้การสนับสนุนและกำลังใจอย่างดี ทั้งนี้ นายธนาธได้เปิดเผยผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวโดยระบุว่า… ผมโชคดีที่พี่น้องและครอบครัวไม่มีใครมีแนวคิดแบบอนุรักษ์นิยมแบบสุดโต่ง ทุกคนรักและเข้าใจในหลักการประชาธิปไตย เมื่อเราถกเถียงเรื่องเรื่องอนาคตของครอบครัว ทุกคนเข้าใจผม ไม่มีใครสาปส่ง มีแต่กำลังใจในรูปแบบที่แตกต่างกันไปตามแต่ที่แต่ละคนพึงมีให้ ‘แม่’ คือปัญหาใหญ่ ก่อนถกเถียงกันผมกลัวว่าจะทำให้แกเสียใจ ผมไม่อยากให้แกเสียใจ ผมไม่อยากให้แกร้องไห้ ผมทำแกร้องไห้มามากเกินไปแล้วในชีวิตนี้ แกเริ่มคำถามแรกว่าสำหรับผม ไทยซัมมิทหรือประเทศไทย อย่างไหนสำคัญกว่ากัน ผมตอบสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า ‘ประเทศไทย’ แกมีสีหน้าผิดหวัง ถึงแม้ไม่เห็นด้วย ไม่ได้อวยพรอะไรพิเศษ แต่แกไม่ห้ามปราม, ให้กำลังใจ หรือเอ่ยคำสนับสนุนใดๆ สำหรับผมนั่นคือการอนุมัติและเห็นชอบแบบแม่ ไม่มีอะไรที่ผมจะร้องขอได้มากไปกว่านี้อีกจากครอบครัว ผมโชคดีเหลือเกินที่ได้เติบโตและเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้ คำถามสุดท้ายก่อนจะเลิกวง แกถามผมว่า “ถ้าวันใดเธอมีอำนาจ คงจะมีคนมาเสนอทั้งผู้หญิงและเงินทอง เธอจะรับไหม?” ตอบไว้ตรงนี้ “หม่าม้าครับ ผมจะไม่ทำให้หม่าม้าผิดหวัง” อดคิดถึงพ่อไม่ได้ ถ้าแกยังมีชีวิตอยู่ […]

keyboard_arrow_up