“อนุทิน” เยี่ยมไข้ผู้ป่วยไวรัสโคโรนา ผ่านกล้องวงจรปิด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะเดินทางไปเยี่ยมผู้ป่วยจากไวรัสโคโรนา ที่เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งเป็นการเยี่ยมผ่านทางกล้อง CCTV หลังจากกระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า โรงพยาบาลราชวิถี สามารถทำการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 โดยใช้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่และเอชไอวี ซึ่งพบว่าผู้ป่วยอาการดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง และผลตรวจทางห้องปฏิบัติการไม่พบเชื้อไวรัสดังกล่าว

เตือน ปชช.ลดเค็ม! กรมการแพทย์ เผยผู้ป่วยโรคไตทะลุ 8 ล้านคน แนะดูแลสุขภาพ

นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่าปัจจุบันคนไทยป่วยด้วยโรคไตเรื้อรังประมาณ 8 ล้านคน โดยเป็นผู้ป่วยไตเรื้อรังระยะสุดท้ายกว่า 100,000 คน ที่ต้องรับการฟอกเลือดหรือล้างไตทางช่องท้อง และมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องร้อยละ 15-20 ต่อปี ปั่นทอนคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและญาติ ทำให้รัฐบาลต้องใช้ทรัพยากรบุคคลและเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาปีละกว่า 20,000 ล้านบาท กระทรวงสาธารณสุขจึงกำหนดยุทธศาสตร์การคัดกรองโรคไตและชะลอความเสื่อมไต เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยที่จะเข้าสู่โรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย โดยตั้งคลินิกชะลอไตเสื่อมขึ้นในโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยคลินิกดังกล่าวจะมีทีมสหวิชาชีพ แพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักกายภาพ และนักโภชนากร ดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังแบบองค์รวม โดยเฉพาะโรคแพ้ภูมิตัวเองซึ่งเป็นสาเหตุของไตอักเสบเรื้อรังที่หากรุนแรงจะทำให้ไตวายหรือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ซึ่งอาจลุกลามไปบริเวณกรวยไตทำให้เกิดการอักเสบและมีการติดเชื้อในกระแสเลือดตามมาได้ นอกจากนี้การตั้งครรภ์ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ยังมีความเสี่ยงต่อครรภ์เป็นพิษ อาจส่งผลกระทบต่อมารดาและทารกในครรภ์ได้ ซึ่งโรคไตเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากระบบการทำงานของไตผิดปกติ ทำให้ไตไม่สามารถขับของเสีย หรือรักษาความสมดุลของเกลือและน้ำในร่างกายได้ โรคไตมีสาเหตุหลายอย่าง ได้แก่ โรคซึ่งเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่นโรคถุงน้ำในไต โรคที่ทำให้เกิดการอักเสบของไต โรคที่เกิดจากการอุดตันของทางเดินปัสสาวะ เช่น จากนิ่ว และที่สำคัญคือโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีรสเค็มจัด หวานจัด ความเครียดสะสม พักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่ออกกำลังกาย ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน โรคความดันโลหิตสูง และเกิดโรคเบาหวานตามมา ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่พบบ่อยที่สุด นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี […]

สุดยื้อ! คุณพ่อเผย ‘น้องมิน’ สาวไทยเที่ยวเกาหลีช็อกหมดสติ เสียชีวิตแล้ว!

กรณีของ “น้องมิน” สาวไทยที่ไปเที่ยวเกาหลีใต้กับเพื่อน และไปหมดสติกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา จนครอบครัวต้องออกมาขอรับบริจาคเงินช่วยค่ารักษาพยาบาลนั้น ล่าสุด น้องมิน เสียชีวิตแล้ว โดยทีมแพทย์โรงพยาบาลราชวิถี เปิดเผยว่า น.ส.ระภีภรณ์ นาสะอ้าน หรือ น้องมิน ได้เสียชีวิตแล้ว เมื่อเวลา 4 นาฬิกา ที่ผ่านมา โดยสาเหตุที่เสียชีวิตเพราะมีอาการปอดอักเสบ ทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือด หลังจากได้เข้ารักษาอาการกับโรงพยาบาลกว่า 2 เดือน คุณพ่อของน้องมิน บอกว่า ตั้งแต่กลับมารักษาตัวที่โรงพยาบาล น้องมีอาการแทรกซ้อนตลอด จนกระทั่งเมื่อคืนนี้ อาการทรุด ระดับความดันตกมาก ตนเองสงสารลูก จึงขอให้หมอไม่ต้องยื้อน้องไว้อีก ซึ่งทางคุณพ่อบอกว่าครอบครัวทำใจไว้ล่วงหน้าแล้ว แค่ให้ลูกได้กลับมาที่เมืองไทยก็ถือว่าพยายามสุดความสามารถแล้ว ส่วนศพของน้องมิน ทางญาติได้รับออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว อยู่ระหว่างพิธีรดน้ำศพ โดยจะจัดพิธีบำเพ็ญกุศลที่วัดสุทธาวาส เขตบางกอกน้อย และจะมีพิธีฌาปนกิจในวันพฤหัสบดีนี้ สำหรับกรณีของน้องมิน เกิดอาการร่างกายอ่อนแรงกะทันหัน จนช็อกหมดสติ ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลประเทศเกาหลี ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม จนญาติได้ร้องขอความช่วยเหลือผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ และหลายฝ่ายช่วยนำตัวกลับมาไทยเมื่อวันที่ 8 เมษายน โดยเข้ารักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี.

ไม่ขอไปทำแผนรับสารภาพ! คนร้ายมือฆ่าปาดคอ ‘รปภ.รพ.ราชวิถี’ มอบตัวแล้ว (คลิป)

นายภัทรพงษ์ เครือนาค ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีใช้มีดฟันคอนายสัญชาย วันงาม เจ้าหน้าที่ รปภ. โรงพยาบาลราชวิถี เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา ถูกตำรวจ สน.พญาไท ถูกเบิกตัวมาสอบสวนหลังขอเข้ามอบตัวในพื้นที่ อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ค่ำวานนี้ (12 มิ.ย.) พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ผู้ต้องหายังไม่ขอให้การในรายละเอียด และปฏิเสธที่จะไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมขอให้ทนายความเข้าร่วมรับฟังการสอบปากคำ ทั้งนี้ ผู้ต้องหายอมรับว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริงหลังโต้เถียงกับผู้ตายเรื่องจอดรถกีดขวางทาง และที่เข้ามอบตัวเพราะถูกกดดันจากสื่อและตำรวจ เจ้าหน้าที่เตรียมดำเนินคดีผู้ให้ที่พักพิงและจะคัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน ขณะที่รถของผู้ต้องหาทางด้านเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้าเก็บรายละเอียด เพื่อประกอบสำนวนคดี.

keyboard_arrow_up