พี่ชายรับไม่ได้ น้องสาวถูกผัวเมา จับหัวโขกพื้น กระทืบซ้ำ สั่งห้ามใจอ่อนคืนดี

พี่ชายสาวร้อยเด็ดที่ถูกสามีกระทืบ เผยรู้สึกเจ็บปวดแทนน้อง ครอบครัวเพิ่งสูญเสียพ่อไปเมื่อต้นปี ไม่คิดต้องมาเจอเรื่องร้ายอีก สั่งห้ามน้องสาวเด็ดขาด หากสามีติดต่อมาห้ามใจอ่อน จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้เผยแพร่ภาพ หญิงรายหนึ่งที่ จ.ร้อยเอ็ด ถูกทำร้ายหน้าตาบอบช้ำ มีแผลและเลือด เปรอะเปื้อนเต็มเสื้อผ้า และยังมีคราบเลือดติดตามพื้นบ้าน โดยระบุว่าเพิ่งคลอดลูกและถูกสามีทำร้ายร่างกาย ล่าสุดวันที่ 19 เม.ย. 62 นายบัญชา พรมสุบรรณ อายุ 33 ปี พี่ชายของหญิงที่ถูกสามีทำร้าย และผู้โพสต์เฟซบุ๊ก เล่าว่า ในวันที่เกิดเหตุ แม่ได้โทรศัพท์มาเล่าให้ฟังว่าสามีของน้องสาวออกไปดื่มเหล้าในวันสงกรานต์ และเมากลับมาที่บ้าน จากนั้นก็มาหาเรื่องทะเลาะกับน้องสาวจนมีการลงไม้ลงมือ ในตอนที่แม่เล่าให้ฟังนายบัญชาบอกว่าตัวเองถึงกับร้องไห้ เพราะแม่บอกว่าสามีของน้องจับหัวโขกกับพื้น แล้วกระทืบซ้ำไปทั้งตัว ซึ่งตนรู้สึกเจ็บปวดแทนน้องมาก เพราะก่อนสงกรานต์ไม่กี่วัน น้องสาวเพิ่งจะคลอดลูกชายที่มีกับสามีคนนี้ แล้วก็มาถูกทำร้าย ซึ่งแม่ยังบอกอีกว่า ก่อนหน้านี้ก็เคยมีปากเสียงทะเลาะกันเป็นประจำ สามีคนนี้น้องสาวเพิ่งจะอยู่กินด้วยประมาณหนึ่งปี เป็นคนหมู่บ้านใกล้เคียงกัน ไม่มีอาชีพเป็นหลักเป็นแหล่ง ตอนนี้นายบัญชาและครอบครัว อยากจะเอาผิดนำตัวชายสามีน้องสาวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ แต่ตอนนี้ยังไม่มีเบาะแส รู้เพียงแต่ว่าเมื่อวานนี้มีคนเล่าให้ฟัง ว่าชายคนดังกล่าวได้หนีออกจากบ้านไปแล้ว และบอกว่าฝากดูแลแม่ที่อยู่บ้านด้วย ส่วนตอนนี้อาการของน้องสาวนายบัญชาเปิดเผยว่าบาดแผลภายนอกร่างกายไม่ห่วงเท่าไร แต่เป็นห่วงเรื่องอาการช้ำในที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะโดนกระทืบด้วยแรงผู้ชายและขาดสติ อีกทั้งเพิ่งจะคลอดลูกได้ไม่กี่วัน จึงได้มีการบอกน้องสาวว่าหากสามีติดต่อมาห้ามใจอ่อนเด็ดขาด โดยขณะนี้ครอบครัวก็เสียใจมากและรู้สึกแย่มาก โดยเฉพาะผู้เป็นแม่วัย […]

แม่ลูกอ่อน เผยอุทาหรณ์ “คาร์ซีทเด็กช่วยลูกรอดชีวิต” คิดถูกที่ฝึกให้นั่งตั้งแต่เล็ก

คุณแม่โพสต์อุทาหรณ์ คาร์ซีทเด็กช่วยลูกรอดชีวิต หลังประสบอุบัติเหตุ ถูกรถตู้พุ่งชนทำให้รถพังเสียหาย ส่วนคนในรถปลอดภัย โดยเฉพาะลูกชายวัยขวบเศษ กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Naphat daisy ploy” โพสต์ภาพรถยนต์ซึ่งถูกชนจนสภาพพังยับเยิน พร้อมข้อความ ระบุ รถของตนถูกชนอย่างแรงจากด้านหลัง จนรถเด้งไปชนกับรถอีกคันด้านหน้า แต่ลูกของตนซึ่งนั่งในคาร์ซีท ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ จึงอยากฝากเป็นอุทาหรณ์รวมถึงรณรงค์ให้ทุกบ้านใช้คาร์ซีท เพื่อความปลอดภัยของบุตรหลาน ล่าสุดวันที่ 19 เม.ย. 62 น.ส.นภัทร บูรณะนัติ ผู้โพสต์เฟซบุ๊กรายดังกล่าว เล่าว่า วันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่ตน สามี เพื่อนสามี และลูกชายวัย 1 ขวบ 4 เดือน กำลังนั่งรถยนต์ ยี่ห้อเชฟโรเลต ออพต้า ไปกินข้าวที่ห้างสรรพสินค้าย่านบางนา ช่วงที่จอดติดไฟแดงอยู่ถนนบางนาตราด ช่องกลาง กำลังจะเบี่ยงออกไปกลับรถ ระหว่างนั้นมีรถตู้วิ่งมาชนรถตนอย่างแรง จนรถพุ่งชนรถเก๋งวีออสด้านหน้า และตัวรถหมุนกลับด้าน โดยตนตกใจมาก รีบหันไปมองลูก ที่นั่งอยู่ในคาร์ซีทด้านหลังคนขับ ปรากฏว่าลูกร้องไห้หนักมาก ด้วยความตกใจ แต่สภาพร่างกายไม่มีร่องรอยบาดแผลใดๆ […]

เปิดใจผู้เสียหาย ถูกบิ๊กไบค์หัวร้อนทุบกระจกข้างรถ ก่อนซิ่งหนี

กรณีที่มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความช่วยเหลือ โดยระบุว่า ตามหารถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ สีดำ ป้ายทะเบียน อพล 389 กทม. รุ่นตามในรูปเลย ชนรถคุณแม่แล้วหนีที่ถนนเกษตร – นวมินทร์ ตอนประมาณ 9 โมงเช้าของเมื่อวาน ถ้าคุณบริสุทธิ์ใจจริงทำไม ไม่จอดรถมาเรียนกัน ซึ่งตอนแรกเหมือนจะจอด แต่ก็บิดหนีไปเลย ขอให้ช่วยแชร์ด้วย อยากให้คนขับบิ๊กไบค์ กลับมารับผิดชอบ และถ้าจะขับบิ๊กไบค์แล้วไร้ความรับผิดชอบบนท้องถนน ก็ขออย่าขับเลยดีกว่า วันนี้ (25 ก.พ.62) ทีมข่าวอัมรินทร์ทีวี ได้มีโอกาสคุยกับผู้โพสต์ ที่ตามหารถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์คันดังกล่าว คือนายแฟรงค์ (นามสมมุติ) ซึ่งบอกว่า รถยนต์คันดังกล่าวเป็นรถของคุณแม่ และวันนั้นคุณแม่กำลังขับรถกลับจากตลาด จุดเกิดเหตุอยู่ก่อนถึงทางเลี้ยวเข้าถนนประดิษฐ์มนูธรรม โดยรถของคุณแม่อยู่ฝั่งซ้ายและได้เปิดไฟเลี้ยวเพื่อส่งสัญญาณขอเปลี่ยนเลนไปช่องทางขวา แต่ขณะที่กำลังจะเปลี่ยนเลน ได้ยินเสียงบีบแตรจากรถที่มาจากด้านหลัง ซึ่งน่าจะเป็นรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ซึ่งขับมาด้วยความเร็ว ก่อนจะมีเสียงกระแทกดังมาจากด้านซ้ายของรถ ในตอนแรกคุณแม่คิดว่าเป็นอุบัติเหตุชนแล้วหนี แต่หลังจากที่คนขับรถจักรยานยนต์ ทำท่าจะจอด เหมือนจะลงมาเคลียร์ ซึ่งตนได้- นำภาพเหตุการณ์จากกล้องหน้ารถ มาโพสลงในโซเชียล เพื่อให้กลุ่มคนขับรถบิ๊กไบค์ช่วยดู ซึ่งพบว่าการกระทำดังกล่าว ถือเป็นความตั้งใจ ซึ่งในภาษาของคนขับบิ๊กไบค์หมายถึง […]

สุดเอือม “มนุษย์ป้า” จอดรถขวางถนน ใครโวยโดนด่ากลับสนั่นซอย!

มนุษย์ป้ารายหนึ่ง ฟิวส์ขาดจอดรถแช่กลางถนนหน้าบ้าน คนอื่นรอผ่านทางไปไม่ได้โวย กลับถูกป้าด่าด้วยความเกรี้ยวกราด ซึ่งเมื่อวานนี้ (16 ม.ค.62) มีคนถ่ายคลิปเอาไว้ และแชร์กันสนั่นโซเชียล ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปวิดีโอ ความยาวประมาณ 4 นาที พร้อมระบุข้อความว่า “ล่าสุดรามอินทรา65 มนุษย์ป้าอลาวาดปิดถนน” เป็นเหตุการณ์ ของรถยนต์คันหนึ่งที่มีผู้หญิงวัยกลางคนเป็นคนขับ และจอดขวางทางจราจรภายในซอยรามอินทรา 65 และเปิดกระจกออกมาก่นด่าชาวบ้านที่รอผ่านถนนบริเวณนั้น ด้วยอารมณ์รุนแรงและใช้ภาษาไม่สุภาพ หลังจากที่คลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ ก็มีคนพูดถึงจำนวนมาก ว่าป้าคนนี้มีปัญหาอะไรหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพจิต หรือความเครียด หรือเมา หรือบางคนก็แซวว่าเป็นเพราะฝุ่นรึเปล่า เพราะจากใจความที่จับได้จากคำด่า เป็นเรื่องที่ไม่ปะติดปะต่อกัน ไม่ได้ความหมาย ล่าสุดทีมข่าวเลยลงพื้นที่ไปตรวจสอบดู ภายในซอยรามอินทรา 65 เขตบางเขน พบว่าเป็นซอยใหญ่ที่มีรถสัญจรเยอะ สามารถทะลุไปยังถนนสุขาภิบาลได้ โดยทีมข่าวติดต่อกับบ้านหลังดังกล่าว แต่ปรากฎว่าภายในบ้านปิดประตูหน้าต่างเงียบสงัด ข้างๆ กันเป็นบริษัทเกี่ยวกับการก่อสร้างซึ่งมีประตูเชื่อมไปยังบ้านหลังของป้า ก็ปิดประตูหน้าต่างเช่นกัน ไม่พบว่ามีคนอยู่ในบริเวณนั้นแม้แต่คนเดียว แต่ยังพบว่ามีรถยนต์คันที่อยู่ในเหตุการณ์เมื่อวานนี้จอดอยู่ในบ้านอย่างปกติ ทีมข่าวจึงได้ลองสอบถามชาวบ้านที่อยู่ละแวกนั้น ชาวบ้านคนหนึ่งบอกว่าบ้านหลังดังกล่าวประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการก่อสร้าง จะมีรถเข้าออกอยู่บ้างแต่ก็ไม่บ่อย แต่บ้านหลังข้างๆ ที่เปิดเป็นบริษัทจะมีรถเข้าออกบ่อย แต่ก็ไม่เคยเห็นว่ามีการจอดขวางถนนแบบนี้ และไม่ค่อยเห็นป้าคนนี้บ่อยนัก ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ชาวบ้านคนนี้ให้ความเห็นว่าค่อนข้างแย่ […]

เปิดใจ สาวเจ้าของคลิปเสียงคราง! ลั่น ไม่หวังประจาน ขอแค่ลดเสียงร้องเบาหน่อย

จากรณีที่สมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปวิดีโอ 3 คลิป ที่ถ่ายจากทางเดินในหอพัก มียินเสียงผู้หญิงร้องครวญครางออกมาจากห้องหนึ่ง คล้ายเสียงกำลังมีเพศสัมพันธ์อย่างรุนแรง จนเสียงดังออกมานอกห้อง ในช่วงเช้า (อ่าน: ครางดังเป็นเรื่องธรรมชาติ! หมอชี้ระบายเครียด – ทนายดังแนะ ทำข้างห้องรำคาญเอาผิดได้) วันที่ 19 ก.ค. 61 เจ้าของคลิปดังกล่าว เปิดเผยว่า ที่นำคลิปมาลงนั้นไม่ได้อยากแจ้งความว่าเจ้าของห้องมีการทำเสียงดังรบกวนคนอื่น แต่อยากเป็นอุทาหรณ์ให้เพื่อนๆ หอพักอื่นๆ ว่า อย่าทำเสียงดังแบบนี้ ส่วนเหตุการณ์ในคลิปที่ตนเจอในเดือนนี้ มีเสียงดังช่วงเช้า ซึ่งบ่อยครั้ง ถือเป็นการรบกวน และเสียงจะดังก่อนที่นาฬิกาปลุกที่ตนตั้งไว้จะดังอีก เจ้าของคลิปยังบอกอีกว่า ถ้าเขามาเห็นอยากให้ลดเสียงลงหน่อยเพราะรบกวนคนอื่น ส่วนวัตถุประสงค์ที่นำคลิปมาลง ยืนยันว่า ไม่มีเจตนาที่จะประจาน ตอนที่โพสต์ตั้งใจโพสต์แบบขำๆ เป็นการแชร์ประสบการณ์ให้คนที่อยู่หอพักที่อาจจะเจอแบบเดียวกัน

ร.ร.อนุบาล จ.เชียงใหม่ จ่อแจ้งความกลับ มือแพร่คลิปครูทำร้ายเด็ก

โรงเรียนอนุบาลที่จังหวัดเชียงใหม่ เตรียมแจ้งความกลับ ผู้นำภาพในห้องเรียนไปเผยแพร่ และกล่าวหาว่าครูทำร้ายเด็ก ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ผู้ปกครองของเด็กคนดังกล่าว ขณะที่พ่อ-แม่ ของเด็กในภาพ มาพบทางโรงเรียนและได้ทำความเข้าใจกันแล้ว หลังจากมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งมีการโพสต์ ภาพนิ่งพร้อมข้อความ สรุปว่าครูที่โรงอนุบาลแห่งหนึ่งในอำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ มีการกระทำที่ใช้ความรุนแรงกับเด็กนักเรียนในความดูแล จนเด็กได้รับบาดเจ็บ พร้อมทั้งโพสต์ภาพนิ่ง เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่คาดว่าจะเป็นครูกำลังดึงแขนเด็กคนหนึ่งในห้องเรียนที่มีเด็กๆ อยู่อีกหลายคน และอีกภาพหนึ่งเป็นภาพใบหน้าของเด็กที่คาดว่าน่าจะเป็นลูกของผู้โพสต์ ซึ่งหลังจากที่มีการเผยแพร่โพสต์ดังกล่าว ทำให้มีผู้เข้าแสดงความคิดเห็นและตำหนิโรงเรียนอนุบาลและครูที่อยู่ภาพอย่างรุนแรง จากการตรวจสอบพบว่าโรงเรียนอนุบาลดังกล่าวคือ โรงเรียนอนุบาลพัฒนชัย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ จึงสอบถามไปยังโรงเรียน นางสาวพยอม ไชยชมภูเลิศ รองผู้อำนวยการโรงเรียน และหัวหน้าฝ่ายวิชาการ โรงเรียนอนุบาลพัฒนชัย ยอมรับว่า เป็นภาพห้องเรียนของโรงเรียนจริง แต่จากการตรวจสอบภาพเหตุการณ์โดยละเอียดจากกล้องวงจรปิดตัวเดียวกับที่มีการนำภาพนิ่งไปเผยแพร่นั้น พบว่าเหตุการณ์จริงไม่ได้มีการใช้ความรุนแรงกับเด็กตามที่มีการเผยแพร่ พร้อมเปิดวีดีโอจากกล้องวงจรปิดให้ดู นางสาวพยอม ระบุว่า เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้น เวลา 09.00 น. วานนี้ (21 มิ.ย.61) ครูได้ไปดึงแขนเด็กนักเรียนชายอายุ 2 ปี ที่ล้มตัวลงนอนให้มาเข้าร่วมทำกิจกรรมในชั้นเรียน โดยเด็กพยายามขัดขืนด้วยการทิ้งตัวลงกับพื้นที่ระหว่างที่ครูดึงและร้องไห้ ซึ่งหากดูเหตุการณ์จากภาพวิดีโอจะเห็นชัดเจนว่าไม่มีการใช้ความรุนแรง เหมือนกับที่เห็นในภาพนิ่งที่มีการเผยแพร่ และหลังมีภาพนี้เผยแพร่ออกไป ทาง […]

‘กรมสรรพากร’ เตือน! ระวังภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกคืนภาษีผ่านตู้ ATM

จากรณีที่มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์ไปถึงผู้เสียภาษี อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรขอตรวจสอบเรื่องเงินภาษี การขอคืนภาษี รวมทั้งหลอกสอบถามรายละเอียดต่างๆ เพื่อให้ผู้เสียภาษีเปิดเผยข้อมูลด้านการเงินและให้ไปทำธุรกรรมที่ตู้ ATM ซึ่งมีผู้เสียภาษีหลายรายหลงเชื่อสูญเสียเงินไปจำนวนมาก นั้น นางแพตริเซีย มงคลวนิช รองอธิบดีกรมสรรพากร รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่โทรศัพท์ไปสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทางการเงินของผู้เสียภาษีแต่อย่างไร หากกรมสรรพากรมีข้อสงสัยหรือต้องการเอกสารเพิ่มเติมจะมีหนังสือแจ้งไปถึงผู้เสียภาษีแต่ละราย และสำหรับผู้ที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ไว้เกิน เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานเอกสารแล้วเสร็จ จะดำเนินการคืนภาษีให้ผ่านระบบพร้อมเพย์ ที่ลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลัก หรือส่งเป็นเช็คธนาคาร โดยระบุชื่อ-สกุลของผู้ขอคืน และส่งไปให้ทางไปรษณีย์ตามภูมิลำเนาที่ผู้ขอคืนแจ้งไว้เท่านั้น ผู้เสียภาษีจึงไม่ต้องไปทำธุรกรรมใดๆ เพื่อรับเงินภาษีคืนที่ตู้ ATM แต่อย่างใด หากผู้เสียภาษีได้รับโทรศัพท์แอบอ้างที่มีพฤติกรรมดังกล่าวโปรดอย่าหลงเชื่อ สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยขอให้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์สารนิเทศสรรพากร โทร. 1161 สำนักงานสรรพากรพื้นที่ หรือสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาทุกแห่งทั่วประเทศ ในวันและเวลาราชการ

หมุนไปกับล้อ! อุทาหรณ์คนซ้อนท้ายรถจยย. ถูกซี่ล้อรถดึงชายผ้าตกรถลากไกล 5 เมตร (คลิป)

นครราชสีมา (2 ก.พ. 61) มีผู้ใช้ชื่อเฟชบุ๊ค “ณรงค์ อินทรศร” นำคลิปจากกล้องวงจรปิดมาโพสลง โดยเป็นเหตุการณ์ขณะที่รถจักรยานยนต์คันหนึ่งซึ่งมีชายหนุ่ม-หญิงสาว นั่งมาด้วยกัน และกำลังวิ่งมาตามถนนของหมู่บ้าน แต่จู่ๆ ล้อรถก็ได้ดึงชายเสื้อกันหนาวของหญิงสาวที่ซ้อนท้ายพันเข้าในโซ่ล้อหลัง จนตัวของหญิงสาวตกลงจากรถจักรยานยนต์ และได้ถูกรถจักรยานยนต์ลากไปกับพื้นเป็นระยะทางไกลกว่า 5 เมตร จากนั้นชายหนุ่มได้หยุดรถลงมาช่วยเหลือ พร้อมกับมีชาวบ้านที่พบเห็น วิ่งมาช่วยเหลืออีกหลายคนด้วย โดยใต้คลิประบุข้อความว่า “เป็นอุทาหรณ์ อย่าได้มองข้ามความปลอดภัย ชายหญิงขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนน เสื้อกันหนาวหลุดลงไปพันโซ่ ทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลัก คนซ้อนท้ายตกรถได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว” ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างวิชชาธรรมสถาน อ.ปากช่อง ได้รับการเปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 ที่บริเวณถนนในหมู่บ้านหนองตะกู หมู่ที่ 8 ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ คือ ด.ญ.วันวิสาข์ บัวมาก อายุ 13 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชน อยู่บ้านเลขที่ 353 หมู่ 4 ต.ทุ่งหมอ […]

น่ารักหนักมาก! โซเชียลแห่แชร์ สาวส่งยาคู้ลอายุน้อยที่สุดในโลก

ช่วงวันเด็กแบบนี้ เป็นประจำของทุกปีที่จะมีการแชร์ภาพความน่ารักของน้องๆ หนูๆ มาให้ได้อมยิ้มกัน รวมถึงเจ้าของเฟซบุ๊ก Phraerisa Phanjarik ก็ได้มีการโพสภาพความน่ารักของสาวน้อย ที่มีความฝันอยากจะเป็นสาวยาคู้ล เมื่อทางโรงเรียนมีจัดกิจกรรม สาวน้อยคนนี้ก็เลยจัดเต็มทั้งยูนิฟอร์ม และกระเป๋ายาคู้ล เรียกว่าตรงตามระเบียบบริษัทแบบเป๊ะๆ งานนี้ทำเอาเพื่อนๆ แก๊งเอลซ่าหนาวไปเลยล่ะจ้า ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก: Phraerisa Phanjarik  

อิทธิฤทธิ์โซเชียล! รวบหัวหน้าแก๊งยากูซ่าเบอร์ 1 ของญี่ปุ่น หลังมีหนุ่มแชร์ภาพรอยสัก (คลิป)

วันนี้ (11 ม.ค. 61) พล.ต.ต.ชัยน์วัฒน์ อรัญวัฒน์ ผบก.ภ.จว.ลพบุรี สั่งการให้ พ.ต.อ.อุกฤษ ภู่กลั่น รอง ผบก.ภ.จว.ลพบุรี พ.ต.ท.โสวัชร์ ไชยสงคราม รองผกก.สส.ภ.จว.ลพบุรี นำกำลังร่วมกับ พ.ต.ท.หญิงอัปษร เสรีจิตวิชิต สว.ตม.ลพบุรี เข้าจับกุม นายชิเกฮารุ ชิเรอิ อายุ 74 ปี สัญชาติญี่ปุ่น ถือหนังสือเดินทาง เลขที่ TE 0899535 บริเวณข้างศาลลูกศร ต.ท่าหิน อ.เมือง จ.ลพบุรี การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากกองการต่างประเทศ ได้ประสานตามหนังสือที่ ตท.ที่ 002.3/7340 ลงวันที่ 13 ธ.ค.2560 ให้ตรวจสอบ นายชิเกฮารุ สัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งมีข้อมูลเบื้องต้นว่าได้หลบหนีคดีฆ่าผู้อื่นจากประเทศญี่ปุ่นมาพักอาศัยอยู่ในประเทศไทย ที่ จ.ลพบุรี โดยเจ้าหน้าที่สถานทูตญี่ปุ่นได้เข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ ตท. แจ้งว่าต้องการตัว นายชิเกฮารุไปดำเนินคดี เมื่อเวลา 17.00 น.วันนี้(10 […]

#แม่ค้าน่ารักบอกต่อ ‘ร้านป้าจ๋า’ แม่ค้าขายยำหอยพูดจาเพราะเรียกลูกค้าติดงอม (คลิป)

จากกรณีที่มีคลิปแม่ค้าขายยำหอยแครง หอยนางรมในตลาดเซฟวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา พูดจาไพเราะ มีมารยาทงาม ขณะให้บริการลูกค้าเผยแพร่ผ่านโซเชี่ยลจนมีผู้กดไลค์ กดแชร์และแสดงความชื่นชมเป็นอย่างมาก ทีมข่าวอมรินทร์ก็ได้ลงพื้นที่ไปที่ร้านป้าจ๋า ซึ่งอยู่ในตลาดเซฟวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบกับเจ้าของร้านที่ปรากฏในคลิปชื่อว่า น.ส.ยุพา กำลังเจริญ อายุ 28 ปี ซึ่งกำลังทำยำหอยแครง หอยนางรม ให้แก่ลูกค้าที่มาต่อคิวซื้อกันอย่างคึกคัก หลังจากที่คลิปปรากฏตามโซเชี่ยลและสื่อต่างๆ ทำให้ ร้านขายดีเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว น.ส.ยุพา เล่าว่าตนเองนั้นประกอบอาชีพเป็นแม่ค้าขายยำมานานกว่า 10 ปีแล้ว เมื่อก่อนขายอยู่กับแม่ แต่เพิ่งแยกตัวออกมาขายเองได้ 2-3 ปีที่ตลาดเซฟวัน ซึ่งก่อนหน้านั้นก็ได้ขายยำและพูดจาเหมือนแม่ค้าตามปกติทั่วไป ต่อมาได้คิดหาวิธีดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ จึงได้ไอเดียพูดจาไพเราะและขอบคุณลูกค้าทุกครั้งที่มาอุดหนุน ซึ่งช่วงแรกๆ ก็รู้สึกเขินบ้าง แต่ต่อมาลูกค้าก็ชื่นชมและขายได้ดีขึ้น ทำให้ตนใช้เทคนิคนี้ขายของตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนเป็นที่รู้จักของลูกค้าที่มาจับจ่ายซื้อของในตลาดเซฟวัน โดยหลังจากที่มีลูกค้าใช้โทรศัพท์มือถืออัดคลิปเผยแพร่ลงในโซเชี่ยลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ทำให้มีเสียงชื่นชมและมีลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ทางด้าน นายอธิป เรียงใหม่ อายุ 21 ปี หนึ่งในลูกค้าที่มาอุดหนุนบอกว่า ตนเองนั้นเป็นลูกค้าประจำร้านนี้อยู่แล้ว เนื่องจากชื่นชอบในรสชาติของอาหารที่ขายในร้านและลีลาการพูดจาไพเราะเสนาะหูของแม่ค้า ทำให้รู้สึกเป็นมิตรกับลูกค้าอย่างมากแตกต่างจากร้านค้าทั่วไปที่จะพูดจาปกติ ไม่ได้มีการพูดจาไพเราะเมื่อเวลามีลูกค้ามาซื้อของแบบร้านนี้ ถ้าใคร อยากไปลองลิ้มชิมรส ไปได้ที่ […]

โซเชียลฮือฮา ‘ยาอั้นอึ’ ตอนขับรถกินแล้วได้ผล ด้านแพทย์เตือนอันตรายถึงชีวิต!

สำหรับคนที่ปวดอุจจาระบ่อย หรือชอบปวดในเวลาคับขันที่หาห้องน้ำไม่ได้ ในโลกออนไลน์มีโพสต์ๆ หนึ่ง กำลังเป็นที่ฮือฮา หลังหญิงสาวคนหนึ่งโพสเรื่องราวเกี่ยวกับยาที่กินแล้วสามารถหยุดอาการปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำได้ในเวลาไม่ถึง 10 นาที วันนี้คุณพนิตา สืบสมุทร ผู้สื่ออมรินทร์ทีวี เดินทางไปพบกับคุณนวรัตน์ ผดุงสันต์ หรือคุณแจน สาวเจ้าของโพสต์ เล่าให้ฟังว่า ด้วยความที่ตัวเองเป็นคนปวดอุจจาระบ่อย และบางครั้งชอบปวดในเวลาที่ไม่สามารถหาห้องน้ำได้หรืออยู่ระหว่างเดินทาง บนท้องถนน บวกกับตัวเองเป็นคนชอบติดตามเพจ ญี่ปุ่น และมีเพื่อนแท็กเพจขายของออนไลน์ของญี่ปุ่นมาให้เมื่ออ่านสรรพคุณแล้วเห็นว่าน่าสนใจ และอาจช่วยชีวิตตัวเองในยามคับขันได้ จึงฝากเพื่อนที่ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นช่วยซื้อมาให้ หลังใช้ครั้งแรก พบว่าอาการปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำหายไปในเวลาไม่ถึง 10 นาที ทำให้การเดินทางง่ายขึ้น ไม่ต้องลุ้น เหงื่อท่วม คุณแจน บอกว่า ก่อนจะตัดสินใจทดลองใช้ยานี้ ได้ให้เพื่อนที่เชี่ยวชาญภาษาญี่ปุ่น ช่วยแปลให้ ว่าเป็นยาชนิดใด โดยพบว่าไม่น่าจะเกิดผลข้างเคียงใดๆ ต่อร่างกาย ส่วนวิธีกินก็ง่าย เพียงแค่อมๆ ให้ละลายในปาก รอยาออกฤทธิ์แปปเดียว อาการปวดก็จะทุเลาลง เมื่อถึงจุดหมาย แค่ดื่มน้ำตามมาก ๆ ทุกอย่างก็กลับเป็นปกติ เข้าไปรอในห้องน้ำได้เลย ที่ผ่านมาในระยะเวลา 1 เดือน ตัวเองใช้ยานี้ไปแล้ว 4 ครั้ง และระบบขับถ่ายของร่างกายยังเป็นปกติ แม้จะไม่ได้กินยา ส่วนที่นำเรื่องนี้มาโพสในเฟซบุ๊กไม่ได้ต้องการจะเปิดขาย […]

ไม่โทษใครแต่โกรธตัวเอง! สาวโพสต์เตือนอุทาหรณ์รอยสัก หมดอนาคตพยาบาล

เปิดใจสาวโพสต์เตือนรอยสัก ทำให้อดเข้ารับหารบรรจุเป็นพยาบาล เจ้าตัวยอมรับออกมาแชร์เรื่องดังกล่าว อยากให้วัยรุ่นคิดก่อนทำ ไม่อยากให้มาเสียใจแบบตน กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวรายหนึ่ง โพสต์ภาพรอยสักที่มือ และข้อความระบุว่า เพราะสิ่งนี้จึงทำให้อดรับราชการเป็นพยาบาล มีผู้เข้าความแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ทั้งให้กำลังใจ และมีกระแสดราม่าต่อว่า  วันนี้ (5 ม.ค. 61) ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ลงพื้นที่พูดคุยกับ นางสาวอารยา สุกแสง หรือน้องลูกปาล์ม อายุ 22 ปี ชาว อ.เมือง จ.เพชรบุรี เล่าว่า ตอนนี้ตนทำงานเป็นลูกจ้างอยู่ที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี จากการทำงานรู้สึกเหนื่อยมาก รู้ตัวว่าเรียนมาน้อย และเมื่อมาเห็นการทำงานของพยาบาลในโรงพยาบาล ทำให้รู้สึกชอบและคิดได้ว่าหากยังอยู่แบบนี้คงลำบากและเป็นที่พึ่งให้กับพ่อและแม่ที่มีอายุมากแล้วไม่ได้ จึงอยากที่จะกลับไปเรียน โดยตั้งใจว่าจะไปสมัครเรียนผู้ช่วยพยาบาลที่วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า แต่เมื่อเดินทางไปสมัครเจ้าหน้าที่เห็นรอยสักที่แขนและข้อมือก็บอกว่าตนเองไม่สามารถสมัครได้ เพราะมีรอยสัก ทำให้รู้สึกน้อยใจ ท้อใจ แต่ไม่ได้โกรธเจ้าหน้าที่ กลับรู้สึกโกรธตัวเองที่ตอนเป็นวัยรุ่นไม่เคยเชื่อพ่อและแม่ ที่เคยเตือนว่า อย่าทำตัวเสเพล มัวแต่จะเอาตามอย่างเพื่อนๆ ซึ่งเพื่อนๆตนเองส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนหนังสือจึงไม่มีผลกระทบอะไร แต่เมื่อมาเจอเข้ากับตัวเองมีผลกระทบไปหมด ไม่ว่าจะไปสมัครงานบางแห่งจะรับอยู่แล้วแต่พอเห็นรอยสักก็ดึงใบสมัครกลับไปทันที และปฏิเสธการรับเข้าทำงาน รวมทั้งล่าสุดที่ตนเองจะไปสมัครเรียนเป็นผู้ช่วยพยาบาลก็ไม่สามารถสมัครเข้าเรียนได้ ทั้งนี้น้องลูกปาล์ม จึงอยากขอเตือนน้องๆ ว่าดูตัวอย่างจากตนว่าจะทำอะไรคิดเสียก่อนว่าจะมีผลกระทบอย่างไร จนมาถึงวันนี้เมื่อคิด ก็เกิดผลกระทบหลายอย่างแล้ว […]

เมื่อไหร่จะพัฒนา!? เปิดใจสาวไทยควงแฟนต่างชาติเรียกแท็กซี่ แต่ถูกไล่ลงจากรถ

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีเปิดใจสาวไทยควงแฟนต่างชาติเรียกแท็กซี่ แต่กลับเจอแท็กซี่ปฏิเสธ พร้อมไล่ลงจากรถด้วยถ้อยคำที่ไม่สุภาพ ซึ่งเธอได้ฝากคำแนะนำไปถึงแท็กซี่คันดังกล่าวว่า อยากให้ปรับปรุงตัวก่อนจะไม่มีใครใช้บริการอีก เพจชื่อดัง (เจ้าพ่อคลิปเด็ด) ได้แชร์มาจากผู้ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวรายหนึ่ง ปรากฏภาพเห็นการขณะที่เจ้าของเฟซบุ๊กพร้อมแฟนหนุ่มชาวต่างชาติ เรียกใช้บริการรถแท็กซี่สีเหลืองคันที่ปรากฏในคลิป ก่อนที่คนขับจะปฏิเสธว่าไม่ไป ซึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊กได้ถามไปว่า เปิดไฟว่าง ทำไมไม่ไป และเธอก็ถูกคนขับไล่ลงจากรถด้วยถ้อยคำไม่สุภาพ วันนี้ (3 ม.ค. 61) คุณธนัชภัค เมืองชู ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ไปพูดคุยกับคุณออม (สงวนชื่อ-นามสกุล) ผู้โดยสารที่สนทนากับโชเฟอร์แท็กซี่ในคลิปและเป็นเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว บอกว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสิ้นปีพอดี ช่วงเวลาประมาณ 1 ทุ่ม เธอเรียกแท็กซี่จากบริเวณโรงแรมแห่งหนึ่งย่านบางรัก เพื่อจะกลับที่พักแถวพระโขนง หลังจากมาหาเพื่อนของแฟน ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ โดยยืนเรียกแท็กซี่ ถึง 3 คัน แต่ทุกคันล้วนปฏิเสธ เธอและกับแฟนหนุ่มก็มีความคิดว่า หากถ่ายคลิปวีดิโอไปด้วย ขณะเรียกแท็กซี่ โชเฟอร์เห็นว่ามีการถ่ายคลิป อาจจะเกรงใจ และยอมไปส่ง จึงใช้กล้องโทรศัพท์ถ่ายคลิปเอาไว้ โดยแท็กซี่ในคลิปที่ถูกแชร์ออกไป เป็นรถแท็กซี่คันที่ 4 ขณะที่แฟนซึ่งเป็นชาวต่างชาติเข้าไปนั่งในรถแล้ว ตนก็ก้าวตามเข้าไป แต่โชเฟอร์กลับปฏิเสธบอกไม่ไป คุณออมยอมรับว่า […]

แฮฟสติหน่อย! เปิดใจพนักงานสาว จอดรถถูกที่แต่ถูกเขียนด่าถึงบุพการี (คลิป)

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปวีดีโอลงในเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า ตนเองจอดรถถูกที่ แต่จู่ๆ กลับมีคนมาเขียนกระดาษด่าถึงบุพการี และติดเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้ จึงโทรศัพท์ไปสอบถามว่าทำอย่างนี้ทำไม จากกรณีที่สื่อโซเชียลแชร์เรื่องราวของสาวที่ทำงานในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านบางใหญ่ จ.นนทบุรี ถูกเขียนป้ายด่าพร้อมทิ้งเบอร์โทรให้โทรกลับไว้ที่หน้ารถของเธอ บริเวณลานจอดรถของห้าง โดยข้อความดังกล่าว มีการพาดพิงและล่วงเกินถึงบุพการีของเธอ ทำให้เธอตัดสินใจโพสข้อความเล่าเรื่องราวทั้งหมดลงสื่อโซเชียล คุณ อริศรา ภิรมย์รส ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ได้ลงพื้นที่ไปพูดคุยกับคุณปริษา ธนเมธวราทร ซึ่งเป็นผู้เสียหาย โดยคุณปริษา พาทีมข่าวของเราไปดูจุดเกิดเหตุบริเวณลานจอดรถชั้นสองครึ่งของห้างสรรพสินค้าดังกล่าว ซึ่งพื้นที่จอดรถคันดังกล่าวเป็นช่องจอดรถขนาดกว้าง แต่อยู่ในมุมโค้ง ที่ฝ่ายอาคารของห้างอนุญาติให้พื้นที่ดังกล่าวจอดรถแค่หนึ่งคันเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่รถที่เข้ามาจอดในช่องนี้ มักจอดในแนวแทยงเล็กน้อย คุณปริษา เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า เธอเป็นพนักงานที่ทำงานอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ และในวันเกิดเหตุเป็นวันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา เธอได้นำรถเข้ามาจอดในลานจอดรถ ชั้น 2 ครึ่ง ในช่องจอดรถที่มีขนาดกว้างและสามารถจอดรถได้เพียงคันเดียว หลังจากนั้นช่วงเวลาประมาณ 15.30 น. เธอได้ขอให้แม่บ้านไปหยิบของให้เธอที่รถ และแม่บ้านก็เดินกลับมาหาเธอ พร้อมยื่นกระดาษที่เขียนด้วยข้อความด่าทอและเบอร์โทรศัพท์ให้เธอ โดยแม่บ้านบอกกับเธอว่า มีคนเขียนข้อความดังกล่าวใส่กระดาษแปะไว้ที่หน้ารถ และเมื่อเธออ่านข้อความในกระดาษก็ทำให้รู้สึกโกรธมาก เพราะข้อความมีการด่าทอล่วงเกินบุพการี เป็นเรื่องที่เธอยอมรับไม่ได้ เธอจึงโทรศัพท์กลับไปที่เบอร์โทรศัพท์ที่เขียนไว้ในกระดาษ แต่เสียงผู้ชายปลายสายบอกกับเธอว่า ในช่วงวันนั้นเขายังไม่ได้ออกจากบ้านไปห้างสรรพสินค้าดังกล่าวเลย และไม่ทราบว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น […]

แชร์สนั่นโซเชียล! 9 วาทะเด็ดแห่งปี 2560 ของ ‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’

เผลอแปปเดียวปี 2560 กำลังจะผ่านไปแล้ว และ 2561 กำลังจะย่างก้าวเข้ามา เราลองย้อนไปดูกันหน่อยดีกว่าว่า ในรอบปีที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าววาทะอะไรเด็ดๆ ไว้บ้าง “แหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน” จัดเป็นวาทะสุดฮาส่งท้ายปีกระชากเรตติ้ง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กับกรณีแหวนเพชรและนาฬิกาหรูราคาแพงที่มีมูลค่าเกิน 2 แสนบาทที่ท่านรองนายกฯ เผยว่า ทั้งแหวนเพชร และนาฬิกาหรูดังกล่าวไม่ใช่สมบัติของตัวเอง เป็นของแม่และของเพื่อนให้ยืมมาใส่แอ็ก หรือใส่มาถ่ายรูปโชว์เท่านั้น! หลายๆ คนอาจสงสัยว่าเพื่อนคนไหนที่ใจดีสปอร์ตกทม. ขนาดนั้น อยากจะบอกว่าคงไม่ทัน เพราะมีรายงานข่าวว่าเพื่อนคนนั้นตายไปแล้ว “ลดราวาศอกกันหน่อย” และจากการที่สื่อนำเสนอข่าว กรณีแหวนเพชรและนาฬิกาหรู ของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อย่างไม่ลดลาวาศอก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงเรื่องนี้ว่า “ให้กำลังใจท่านตลอดอยู่แล้ว […]

ข้าวมันไก่ไฟท้ายแตก! หนุ่มเล่าวินาที พี่น้องทะเลาะชนรถล้ม-หม้อน้ำซุปคว่ำ

หนุ่มเล่าวินาทีครอบครัววินมอเตอร์ไซด์ทะเลาะวิวาทกัน ก่อนพลาดเซล้มใส่มอเตอร์ไซด์ที่จอดอยู่ใกล้เคียง และทำร้านข้าวมันไก่พังยับ พร้อมขอร้องอย่าทะเลาะกันจนทำให้คนอื่นเดือดร้อนอีก ผู้ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวรายหนึ่ง ได้โพสต์คลิปซึ่งปรากฏภาพผู้ชายกำลังทะเลาะวิวาทกัน ก่อนจะล้มมาชนรถจักรยานยนต์ที่จอดข้างทาง และทำร้านข้าวมันไก่ที่อยู่ใกล้กันพังเละไปหมด โดยระบุข้อความว่า “พี่น้องทะเลาะกัน ชนมอเตอร์ไซค์ล้ม ใครจะรับผิดชอบ” คุณสิริสกุล มยุรีสวรรค์ ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ได้พูดคุยกับนายพีระวัส กุลชัยประดิษฐ์ หรือโจ้ เจ้าของคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คุณโจ้เล่าให้เราฟังว่า เมื่อช่วงเช้าประมาณ 9.30 น. ขณะที่คุณโจ้ได้ออกไปรับประทานข้าวมันไก่ร้านประจำ แต่ยังไม่ทันที่พ่อค้าจะเอาข้าวมาเสิร์ฟ จู่ๆ ก็มีวินมอเตอร์ไซด์ 4 คนเปิดฉากทะเลาะกัน โดยมีการใช้หมวกกันน๊อคและหมัดทำร้ายร่างกายกัน จนกระทั่งวินที่ใส่เสื้อสีดำเสียหลักล้มไปชนรถจักรยานยนต์ของคุณโจ้ที่จอดอยู่ริมทาง ทำให้รถล้มไปโดนหม้อน้ำซุปข้าวมันไก่จนคว่ำหมด เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่รถจักรยานยนต์ของคุณโจ้เสียหาย ไฟท้ายแตก และสีถลอกอีกเล็กน้อย ส่วนร้านข้าวมันไก่ก็ต้องปิดก่อนเวลา เพราะไม่มีน้ำซุปจะขาย ล่าสุดคุณโจ้บอกว่า ทางฝั่งของวินที่ใส่เสื้อสีฟ้าได้โทรศัพท์มาขอโทษและแสดงความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถทั้งหมดแล้ว ส่วนประเด็นในการทะเลาะกันนั้น ผู้สื่อข่าวของเราได้โทรไปสอบถามคุณหมี วินเสื้อฟ้าที่ปรากฎในคลิป ว่าจริงๆ แล้วคนที่อยู่ภายในคลิปทั้งหมดเป็นญาติสนิทกัน เรื่องที่ทะเลาะกันก็เป็นเรื่องภายในครอบครัว และจบลงด้วยดีแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ก็จะไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก

สปีดเข้ากลีบเมฆ! หนุ่มวอนคู่กรณีขับปาดหน้าจนมอไซค์ล้ม ขอโทษ-รับผิดชอบ

หนุ่มขี่เวสป้าเปิดใจกับทีมข่าวอมรินทร์ทีวี เสียใจที่คู่กรณีไม่แสดงน้ำใจลงมาดู หลังขับรถยนต์ปาดหน้าจนเสียหลักล้ม ส่วนกรณีที่นำคลิปมาแชร์ เพราะอยากแจ้งให้คู่กรณีรู้อาการบาดเจ็บรวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น และเตือนใจให้คนใช้รถใช้ถนนมีน้ำใจซึ่งกันและกัน คลิปเหตุการณ์ที่เพจชื่อดัง แชร์มาจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง (Aof Vespa‎) ซึ่งเป็นคลิปรถมอเตอร์ไซค์ ที่ถูกรถเก๋งสีดำคันหนึ่งปาดหน้า จนเสียหลักล้มลง โดยรถเก๋งคันดังกล่าวได้ขับหนีไป พร้อมระบุข้อความว่า “ชนแล้วหนี!! ปาดแทรกแบบนี้ผิดไหม” มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่วิจารณ์พฤติกรรมของคนขับรถเก๋งที่ไม่เคารพกฎจราจร และไม่มีความรับผิดชอบ หลายคนยังระบุตรงกันว่าบริเวณดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุลักษณะนี้เป็นประจำ คุณสันติ มาลาจันทร์ หรือ คุณอ๊อฟ คนขับรถมอเตอร์ไซค์ เล่าให้คุณธนัชภัค เมืองชู ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวีฟังว่า เย็นวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา ตนขับรถมอเตอร์ไซค์จากบ้าน มุ่งหน้าไปทำงานในเขตปทุมวัน เมื่อมาถึงบริเวณหน้าโรงเรียนศึกษานารี มีรถเก๋งสีดำ คาดว่าเป็นรถของผู้ปกครองที่มารับลูกหลังเลิกเรียน ขับปาดจากเลน 1 มาเลนที่ 4 เพื่อจะขึ้นสะพานพุทธ ซึ่งปกติเส้นทางนี้ห้ามเบี่ยงขวาขึ้นสะพานพุทธ ระหว่างนั้นตนขับรถมาจากทางตรง ซึ่งต้องเร่งความเร็วเพื่อขึ้นสะพานพระปกเกล้า ก็ถูกรถเก๋งปาดหน้ากระทันหัน นาทีนั้นประเมินแล้วว่าหากปล่อยให้รถชนท้ายรถเก๋งคงจะเจ็บหนัก จึงตัดสินใจเบรกจนรถของตนเสียหลักล้มลง ส่วนตัวมั่นใจว่าคนขับรถเก๋งเห็นว่าตนเสียหลักล้ม แต่ก็ยังขับรถหนี ซึ่งหากรถที่ขับตามหลังมาเป็นรถยนต์ คิดว่าตัวเองคงจะบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นพิการ แต่โชคดีที่วันนั้นเป็นรถมอเตอร์ไซค์ ทำให้ตนแค่ถูกเหยียบเข้าที่ข้อเท้า ซึ่งอุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้เข่าทั้งสองข้างของตนถลอก […]

keyboard_arrow_up