อินโดฯ ย้ายเมืองหลวง หวั่นแผ่นดินจมน้ำ-ลดความแออัด

ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซียได้ประกาศเตรียม ย้ายเมืองหลวง จากกรุงจาการ์ตาไปยังจังหวัดกาลิมันตันตะวันออก บนเกาะบอร์เนียว หลังจากที่ในช่วงที่ผ่านมา กรุงจาการ์ตาเผชิญกับปัญหาความแออัดต่าง ๆ ทั้งเรื่องที่ตั้งของศูนย์ราชการ การค้า และการเงิน รวมทั้งประชากรที่มีมากกว่า 10 ล้านคน นอกจากนี้ กรุงจาร์กายังมีปัญหาเรื่องการจราจรที่ติดขัดรุนแรง ซึ่งทำให้กรุงจาการ์ตาเป็นเมืองที่มีมลพิษสูง และการจราจรติดขัดติดอันดับโลก ทั้งยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดแผ่นดินไหว และแผ่นดินทรุดตัว เสี่ยงที่จมน้ำในอนาคตด้วย ประธานาธิบดีวิโดโดระบุว่าจังหวัดกาลิมันตันตะวันออกมีความเสี่ยงน้อยที่จะเกิดภัยธรรมชาติ ส่วนที่ตั้งก็ยังเป็นจุดยุทธ์ศาสตร์สำคัญ เนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคกลางของอินโดนีเซีย และใกล้กับพื้นที่ในเขตเมืองด้วย ขณะที่ทางการอินโดนีเซียได้เตรียมแผนย้ายศูนย์ราชการต่างๆจากกรุงจาการ์ตาไปยังเมืองหลวงแห่งใหม่ พร้อมกับเตรียมจัดหาที่พักให้กับประชาชนราว 900,000 ถึง 1 ล้าน 5 แสนคน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบรรดาข้าราชการและครอบครัว ที่จะต้องย้ายมายังเมืองหลวงใหม่ และคาดว่าการขั้นตอนการย้ายข้าราชการจะเริ่มในช่วงปี 2024 โดยการย้ายไปเมืองหลวงนี้จะใช้งบประมาณราว 466 ล้านล้านรูเปียะห์ หรือกว่า 1 ล้านล้านบาท ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

อินโดนีเซียจ่อย้ายเมืองหลวง แก้ปัญหาความแออัด-แผ่นดินทรุดตัว

ประธานาธิบดี โจโก วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซีย ประกาศเตรียมย้าย เมืองหลวง ของประเทศออกจากกรุงจาการ์ต้า บนเกาะชวา ที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดว่า เมืองใดจะถูกเลือกให้เป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ของอินโดนีเซีย ที่ถือประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 4 ของโลก และเป็นประเทศมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก   การตัดสินใจย้ายเมืองหลวงของประธานาธิบดีวิโดโด มีขึ้นไม่ถึง 2 สัปดาห์ หลังจากที่มีรายงานจากสำนักโพลล์เอกชนหลายแห่งที่ยืนยันว่า ตัวเขาเป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา ถึงแม้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งของอินโดนีเซียจะมีกำหนดประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 พ.ค. ขณะที่ ปราโบโว ซูเบียนโต ผู้สมัครที่ถือเป็นผู้ท้าชิงหลักของวิโดโดในการเลือกตั้งครั้งนี้ ต่างก็อ้างตัวว่าเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งเช่นเดียวกัน ปัจจุบัน กรุงจาการ์ต้า เมืองหลวงของอินโดนีเซียถือเป็นบ้านของประชากรมากกว่า 10 ล้านคน ขณะที่ประชากรอีกมากกว่า 30 ล้านคน อาศัยอยู่ในเมืองปริมณฑลที่อยู่รายรอบ ก่อให้เกิดปัญหาความแออัด ปัญหาการจราจรติดขัด รวมถึงปัญหาสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม ขณะที่กรุงจาการ์ต้าก็ยังประสบปัญหาแผ่นดินทรุดตัวและภาวะน้ำท่วมซ้ำซาก อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีวิโดโด ยอมรับว่า การย้ายเมืองหลวงของประเทศ ออกจากเกาะชวา แม้จะเป็นการแก้ปัญหาความแออัดในจาการ์ต้า และก็มีประเทศอื่น ๆ อย่างบราซิลและคาซัคสถานที่เคยย้ายเมืองหลวงมาก่อนหน้านี้ แต่กระบวนการย้ายเมืองหลวง […]

สาหัส!! กรุงเทพฯ ติดอันดับ 12 เมือง “คุณภาพอากาศแย่” ที่สุดในโลก

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า ทางเว็บไซต์ airvisual.com ได้เปิดเผยค่าเฉลี่ยคุณภาพอากาศประจำวันที่ 25 มกราคม โดยพบว่าคุณภาพอากาศในกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทยติดอยู่ในอันดับ 12 ของเมืองทั่วโลกที่มีคุณภาพอากาศย่ำแย่ที่สุด โดยอันดับ 1 นั้นเป็นเมืองกาฐมาณฑุ เมืองหลวงของประเทศเนปาล และเมืองที่มีสภาพอากาศดีที่สุดจากการจัดอันดับของเว็บไซต์ดังกล่าวอยู่ที่เมืองอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์

วันนี้เมืองหลวงจะเปลี่ยนไป!! “เมืองหลวง2019” ซิงเกิ้ลใหม่ของสงกรานต์ รังสรรค์ ปัญญาเรือน feat. บิว จรูญวิทย์

การเสียดสีและสะท้อนสังคม เป็นเรื่องมุมมองส่วนบุคคลครับ เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในกรณีของเพลง ประเทศกูมี ซึ่งก็ถือเป็นมุมมองของน้องๆ RAP AGAINST DICTATORSHIP ที่เชื่อกันว่าหยิบความเป็นจริงมาตีแผ่ และเมื่อมีคนเปิด ก็ต้องมีคนตามครับ วันนี้เป็นมุมมองต่อเมืองหลวง ในสายตาของ สงกรานต์ รังสรรค์ ปัญญาเรือน ที่จะมาสื่อภาพของเมืองหลวงในมุมที่เขารู้สึกผ่านบทเพลงนี้ครับ หลังจากที่ปล่อยเพลงรักหลากหลายอารมณ์มาอย่างต่อเนื่อง ในฐานะเพลงเน้นอารมณ์ ความรู้สึก จาก E.P. อัลบั้ม 50/50 (ห้าสิบ/ห้าสิบ) ซิงเกิ้ลใหม่นี้ก็จะอยู่ใน E.P. ด้วยเช่นกัน ในฐานะเพลงเซอร์ไพรส์ ก็ต้องยอมรับเลยครับว่าเซอร์ไพรส์หนักจริงๆ หลังจากที่ผ่านมาปล่อยแต่เพลงรัก ที่ผสมปนเปกันไประหว่างหวานอมขมกลืน แต่ในเพลง “เมืองหลวง2019” เลยแหวกแนวเป็นเพลงสะท้อนสังคมคนเมืองใหญ่ ผ่านมุมมองส่วนตัวของ สงกรานต์-รังสรรค์ ปัญญาเรือน เด็กบ้านนอกตาดำๆ ที่มาใช้ชีวิตในเมืองหลวง โดยครั้งนี้พี่สงกรานต์ได้ชวนน้องชาย บิว-จรูญวิทย์ พัวพันวัฒนะ มาร่วมเค้นอารมณ์ปอกเปลือกสวรรค์บนดินของเมืองหลวง ส่วนด้านเนื้อเพลงก็หายห่วง บทเพลงเนื้อร้องที่แสนคมคายจากปลายปากกา ฟองเบียร์-ปฏิเวธ อุทัยเฉลิม ทำให้เชื่อขนมกินได้เลยว่า เมืองหลวง 2019 เพลงนี้จะต้องสื่อความหมายดีๆ โดนใจคนเมืองหลวงยุคนี้แน่นอน เพราะทุกคนมีมุมมองที่ไม่เหมือนกัน แล้วเมืองหลวงในมุมมองของคุณล่ะ …เป็นอย่างไร??

ส่อง ‘เนปยีดอ’ เมืองหลวงของเมียนมา ที่ใหญ่กว่านิวยอร์กเกือบ 9 เท่า แต่ยังคงไร้ผู้คน

ถ้าถามว่าเมืองหลวงของเมียนมาชื่ออะไร! เชื่อว่าคงมีหลายคนที่ตอบว่าแบบต้องคิดว่า ย่างกุ้ง กันเป็นแน่ ซึ่งก็เป็นคำตอบที่เคยถูกนั่นแหละ แต่นับเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว นับตั้งแต่วันที่วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2549 ที่ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงของไทยได้เปิดตัวเมืองหลวงแห่งใหม่อย่างเป็นทางการในชื่อว่า เนปยีดอ (Naypyidaw) ด้วยขนาดพื้นที่ 7,054 ตร.กม. เมืองหลวงแห่งนี้ของเมียนมามีขนาดใหญ่กว่ามหานครนิวยอร์กเกือบ 9 เท่า (789 ตร.กม) เนปยีดอ ประกอบด้วยสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่จำนวนมาก ทั้งอาคารที่ทำการราชการ โซนบ้านเรือนที่อยู่อาศัย และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เตรียมจะเปิดตัวเพื่อรองรับคนจำนวนมากที่จะย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองแห่งนี้ รวมทั้งสัญญาณ Wi-fi ที่มีอยู่ทั่วเมืองด้วย ถึงจะบอกว่าพร้อมแล้วสำหรับการอยู่อาศัย แต่จนถึงตอนนี้กลับมีคนเพียงหยิบมือเท่านั้นที่อาศัยอยู่ และคนส่วนใหญ่ก็ไม่สนใจที่จะใช้งาน Wi-fi ที่มีอยู่นี้สักเท่าไร จะมีก็แต่นักท่องเที่ยวที่นานๆ ครั้งจะเดินทางเข้ามา จึงทำให้เมืองแห่งนี้ดูเหมือนจะร้างผู้คนแต่กลับเต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้างมากมาย ที่มา : boredomtherapy.com

สมัชชาใหญ่ยูเอ็นลงคะแนนล้นหลาม โหวตคว่ำวาระ ‘เยรูซาเล็ม’ ให้คำประกาศมะกันเป็นโมฆะ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สมัชชาใหญ่สหประชาชาติลงคะแนนเสียงอย่างล้นหลาม 128 ต่อ 9 เสียง คว่ำวาระ “เยรูซาเล็ม” ด้านปาเลสไลน์ขอบคุณผู้ไม่สนับสนุนจุดยืนของสหรัฐฯ ส่วนสหรัฐฯ เองก็เตรียมเชิญประเทศพันธมิตรที่ลงคะแนนเข้าข้าง ให้มาร่วมงานเลี้ยงพิเศษที่จะจัดช่วงหลังปีใหม่ หลังจากที่สหรัฐฯ ออกมาประกาศรับรองให้ “นครเยรูซาเล็ม” เป็นเมืองหลวงของอิสราเอล จนเกิดกระแสต่อต้านไปทั่วโลก เพราะว่าเยรูซาเล็มถือเป็นพื้นที่พิพาทระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ซึ่งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา “อียิปต์” สมาชิกหมุนเวียนได้นำวาระดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ แต่ถูกสหรัฐฯ วีโต้จนตกไป ถึงแม้ประเทศที่เหลือทั้งหมดอีก 14 ประเทศจะลงคะแนนสู้ก็ตาม ต่อมาตุรกีได้เป็นตัวตั้งตัวตีนำวาระนี้เข้าสู่สมัชชาใหญ่ สุดท้ายที่ประชุมก็ลงคะแนน 128 ต่อ 9 เสียง เห็นชอบให้คำประกาศรับรองของสหรัฐฯ เป็นโมฆะ และยังมีอีก 35 เสียงที่ของดออกเสียง ทั้งนี้ เสียงที่ไม่เห็นด้วยและงดออกเสียงส่วนหนึ่งมาจากคำขู่ของสหรัฐฯ ก่อนการลงคะแนน ที่ว่าจะตัดความช่วยเหลือด้านการเงินกับประเทศที่ขัดจุดยืนสหรัฐฯ สำหรับไทยนั้นก็อยู่ใน 128 เสียงที่โหวตคว่ำวาระเช่นกัน รายงานข่าวระบุว่า หลังผลออกมาปาเลสไตน์ก็ออกมาขอบคุณนานาประเทศที่ช่วยกันลงคะแนนเสียงสู้กับสหรัฐฯ ส่วนอิสราเอลก็ประกาศไม่ยอมรับมติของยูเอ็น ส่วนสหรัฐฯ ได้เชิญพันธมิตร 64 ประเทศที่ลงคะแนนเสียงไม่เห็นด้วย งดออกเสียง และประเทศที่ไม่มาร่วมประชุม เข้าร่วมงานเลี้ยงขอบคุณที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3 […]

ปาเลสไตน์ประท้วงเดือดไม่รับ ‘เยรูซาเล็ม’ เป็นเมืองหลวงอิสราเอล บาดเจ็บระนาว 31 ราย

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวปาเลสไตน์เกิดปะทะรุนแรงกับทหารอิสราเอล ระหว่างเหตุประท้วงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่ประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มให้เป็นเมืองหลวงของประเทศอิสราเอล โดยมีภาพขณะที่ทหารอิสราเอลยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ประท้วงชาวปาเลสไตน์นับหมื่นคนบริเวณเขตเวสต์แบงค์ และฉนวนกาซ่า ซึ่งเหตุประท้วงได้บานปลายจนเป็นเหตุปะทะเมื่อกลุ่มประท้วงเริ่มเผายางรถยนต์ และขว้างปาก้อนหินใส่ทหาร ทำให้ทหารอิสราเอลต้องยิงทั้งกระสุนยางและกระสุนจริง รวมทั้งฉีดแก๊สน้ำตาใส่ผู้ประท้วงเป็นการตอบโต้ โดยขณะนี้มีรายงานผู้บาดเจ็บจากเหตุประท้วงแล้ว 31 ราย ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย การประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มของประธานาธิบดีทรัมป์ จะส่งผลกระทบต่อการเจรจาสันติภาพระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ ที่ต่างอ้างว่ากรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของตน ทั้งยังส่งผลกระทบต่อฐานะของสหรัฐฯ ที่วางตัวเป็นกลางในเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลางมาตลอด นอกจากนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ยังเตรียมการย้ายสถานทูตสหรัฐฯประจำอิสราเอล จากกรุงเทลอาวีฟ ไปยังเยรูซาเล็มด้วย รายงานข่าวระบุว่า คำประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มของประธานาธิบดีทรัมป์ไม่เพียงแต่จะทำให้ชาวปาเลสไตน์ไม่ใจเท่านั้น แต่ยังมีบรรดาชาติอาหรับ และมุสลิมจากหลายประเทศทั้งอินโดนีเซีย ซาอุดีอาระเบีย จอร์แดน และตุรกี ออกมาประณามประธานาธิบดีทรัมป์ โดยส่วนใหญ่เห็นว่าการประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคง และเสถียรภาพของโลก พร้อมทั้งเรียกร้องให้สหรัฐฯ ทบทวนการตัดสินใจอีกครั้ง ส่วนประเทศพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯอย่างอังกฤษ เยอรมนีและฝรั่งเศส ต่างก็แสดงความไม่เห็นด้วยกับการประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มของประธานาธิบดีทรัมป์เช่นกัน ขณะที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและสันนิบาตรอาหรับก็เตรียมนัดประชุมในเร็ววันนี้เพื่อหารือประเด็นนี้อีกด้วย.

ระอุ! โลกอาหรับรุมประณาม ‘ทรัมป์’ รับรอง ‘เยรูซาเล็ม’ เป็นเมืองหลวงยิว

คำประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ในการรับรองกรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลอย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศจะย้ายที่ตั้งสถานทูตอเมริกันจากนครเทลอาวีฟมายังเยรูซาเล็มใน 4 ปี สร้างความไม่พอใจและก่อให้เกิดการประท้วงเป็นวงกว้างในหลายประเทศ ประธานาธิบดีมะห์มูด อับบาส ผู้นำปาเลสไตน์ ออกมาประณามการตัดสินใจนี้ของทรัมป์ผ่านโทรทัศน์ โดยระบุว่าเป็นสิ่งที่ชาวปาเลสไตน์ “มิอาจยอมรับได้” และตั้งข้อสังเกตว่า นี่อาจเป็นเจตนาของสหรัฐฯในการยุติบทบาทของตัวเองในฐานะ ผู้ไกล่เกลี่ยสันติภาพ ในตะวันออกกลาง ขณะที่ประชาชนชาวปาเลสไตน์ในเมืองเบ็ธเลเฮม ที่เป็น บ้านเกิดของพระเยซู รวมถึงที่เมืองรามัลเลาะห์ พร้อมใจกันดับไฟประดับต้นคริสต์มาส เพื่อเป็นการประท้วงเชิงสัญลักษณ์ต่อการตัดสินใจนี้ของผู้นำสหรัฐฯ ขณะที่ชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่เขตเวสต์แบงก์ และฉนวนกาซ่า ต่างออกมาเดินขบวนตามท้องถนนพร้อมตะโกนถ้อยคำด่าทอทรัมป์ รวมถึงมีการจุดไฟเผายางรถยนต์และขว้างปาก้อนหินใส่ทหารอิสราเอล ในซีเรีย กระทรวงต่างประเทศซีเรียออกคำแถลงประณามท่าทีล่าสุดของทรัมป์ โดยระบุเป็นสิ่งที่ขัดต่อกฏหมายระหว่างประเทศ และจะก่อให้เกิด ผลลัพธ์ที่เป็นอันตราย ต่อความสงบสุขของโลก ในทางกลับกัน การตัดสินใจของทรัมป์ที่ให้การรับรองสถานะของกรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลได้สร้างความยินดีปรีดาให้กับชาวยิวทั่วโลก รวมถึงชาวยิวในมหานครนิวยอร์ก ที่ต่างแสดงความชื่นชมการตัดสินใจนี้ โดยหลายคนถึงกับยอมรับว่า นี่เป็นของขวัญชิ้นใหญ่ ที่ผู้นำสหรัฐฯ มอบให้กับอิสราเอล และลูกหลานชาวยิวทั่วโลก ทั้งนี้ สถานะของกรุงเยรูซาเล็มซึ่งเป็นที่ตั้งของศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ของ 3 ศาสนา คือ คริสต์ อิสลาม และยิว มาแต่โบราณ ถือเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนทางการเมืองระหว่างประเทศมาโดยตลอด เพราะทั้งอิสราเอลและปาเลสไตน์ต่างก็อ้างอธิปไตยของตนเหนือเมืองนี้.

โซมาเลียมิคสัญญี! คาร์บอมบ์กลางเมืองหลวง ดับ 231 รายบาดเจ็บเกืือบ 300 คาดฝีมือกลุ่ม ‘อัลชาบับ’

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดรถยนต์โจมตีผู้บริสุทธิ์ในย่านราชการของกรุงโมกาดิชู เมืองหลวงของประเทศโซมาเลีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 200 ราย บาดเจ็บอีกเกือบ 300 คน โดยทางการคาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มติดอาวุธอัลชาบับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกลางสี่แยกของกรุงโมกาดิชูในวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น (14 ต.ค. 60) โดยคนร้ายใช้รถบรรทุกเป็นพาหนะประกอบระเบิด ทันทีที่เสียงระเบิดดังขึ้น สภาพในพื้นที่เต็มไปด้วยความชุลมุนวุ่นวาย รถราถูกไฟเผาไหม้ บ้านเรือนพังถล่มและมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เนื่องจากบริเวณนี้เป็นเขตพลุกพล่านใจกลางเมือง ตั้งอยู่ใกล้กระทรวงและสถานที่ราชการหลายแห่ง นอกจากนี้ แรงระเบิดยังทำให้โรงแรมแห่งหนึ่งพังถล่มลงมา ฝังร่างผู้คนด้านล่างด้วย รายงานข่าวล่าสุด ระบุว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตมีจำนวนมากถึง 231 ราย บาดเจ็บอย่างน้อย 275 คน และคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีก ซึ่งทางการได้ประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 3 วัน และขอให้ประชาชนไปช่วยบริจาคเลือดให้กับคนเจ็บที่โรงพยาบาล จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีกลุ่มใดออกมายอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุ แต่รัฐบาลเชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือกลุ่มติดอาวุธอัลชาบับ ที่ยังเคลื่อนไหวในประเทศ และมักก่อเหตุระเบิดโจมตีสถานที่สำคัญ ทั้งนี้ เหตุระเบิดเกิดขึ้นเพียงสองวันหลังจากที่ผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐฯ สาขาแอฟริกาได้เดินทางเข้าพบตัวแทนของรัฐบาล ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผบ.ทบ.ของโซมาเลียก็ลาออกจากตำแหน่งอย่างกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ ภาพ: CNN

keyboard_arrow_up