เปิดนาทีช่วยสาวตะกายร่างตัวเองออกจากรถ หลังง้อผัวไม่คืนดี จุดไฟเผา ทรมานไหม้จนเนื้อยุ่ย (คลิป)

จากกรณีเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 62 เกิดเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ ภายในซอยสุขุมวิท 103/2 ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.จิราภรณ์ ใจเย็น อายุ 59 ปี เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลแล้ว โดยทราบว่าผู้บาดเจ็บจุดไฟในรถเผาตัวเอง ล่าสุด วันที่ 24 พ.ค. 62 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ลงพื้นที่ซอยสุขุมวิท 103/2 พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้าคันที่ถูกเผา ภายในรถยนต์ เบาะ คอนโซล และกระจก ได้รับความเสียหายทั้งหมด นอกจากนี้ จากเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว ทำให้สายเคเบิ้ลได้รับความเสียหายด้วย น.ส.พุรด พอนปราเสิด ชาวบ้าน เปิดเผยว่า เมื่อวาน เวลาประมาณ 21.00 น. ตนนั่งพูดคุยกับชาวบ้านบริเวณทางแยกก่อนถึงจุดเกิดเหตุ ก็ได้ยินเสียงดังบึ้ม 2 ครั้ง มีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งออกมาจากซอย พร้อมกับบอกว่า “ไฟไหม้รถ ไฟไหม้รถ” ชาวบ้านก็วิ่งไปเอาถังดับเพลิงบริเวณใกล้เคียง และบางส่วนโทรศัพท์เรียกรถดับเพลิง และกู้ภัยเข้ามาช่วย ช่วงนาทีที่ตนไปดูที่เกิดเหตุ […]

หนุ่มใหญ่คลั่ง! สั่งลาเมีย ก่อนราดน้ำมันจุดไฟเผาตัวเองโชว์บนหลังคา (คลิป)

เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 62 ศูนย์วิทยุสภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น รับแจ้งเหตุ ชายคลุ้มคลั่งปืนขึ้นหลังคาบ้านพร้อมแกลอนน้ำมันขู่เผาตัวเอง ที่บ้านเลขที่ 758 ม.4 บ้านโนนศิลา ต.ชุมแพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว บนหลังคาบ้านพบนายโยธิน ชัยบุญ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52 หมู่ 7 ต.ดงกลาง  อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ยืนอยู่บนหลังคา พร้อมแกลอนน้ำมันเบนซิน 2 ใบ อยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง พูดแต่เพียงว่าห้ามใครขึ้นมา ได้สั่งลาทุกคนหมดแล้วและจะจุดไฟเผาตัวเพื่อฆ่าตัวตาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภรรยา และเพื่อนคนสนิท พยายามพูดจาเกลี้ยกล่อมอยู่นานแต่ไม่เป็นผล จนกระทั่งร.ต.อ.วายุ คำภา รองสวป.ชุมแพ ได้ปีนหลังคาขึ้นไปเพื่อพูดคุยเจรจาเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง แต่นายโยธินยังไม่สงบและบอกให้เจ้าหน้าที่ลงไป พร้อมขู่จะเอาน้ำมันราดตัวเองเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ถอยลงมาและประสานขอรถดับเพลิง โดยระหว่างนั้นนายโยธินได้นั่งลงและใช้น้ำมันราดทั่วตัว ทันทีที่รถดับเพลิงมาถึงยั นายโยธินได้จุดไฟเผาตัวเองทันที เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ฉีดน้ำไปที่ร่างนายโยธินแต่ไม่ดับ ก่อนที่ร.ต.อ.วายุจึงได้ปีนขึ้นไปบนหลังคาพร้อมกับถังเคมีดับเพลิงฉีดสกัดระยะใกล้เพลิงถึงดับลง พบร่างกายนายโยธินถูกไฟไหม้ทั้งหมดอาการสาหัส เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยรีบขึ้นไปบนหลังคาเพื่อปฐมพยาบาลและนำตัวลงมาส่งรพ.ชุมแพ นางสารชา สุวรรณปทัง อายุ 67 […]

ค่าหมอกควันเชียงรายพุ่ง! หลังหยุดประกาศห้ามเผา

ตามพื้นที่ชุมชนและถนนสายต่างๆ ในพื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงราย พบว่าเริ่มมีหมอกควันปกคลุมอย่างหนาแน่น หลังจากที่รอบสัปดาห์ที่ผ่านมาสถานการณ์หมอกควันได้เบาบางลง เนื่องจากพายุฤดูร้อนพัดและเกิดฝนตกในพื้นที่ทำให้นำพาหมอกควันให้จางลง จนค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน แต่ในวันนี้พบว่าค่าฝุ่นละอองได้ขยับขึ้น โดยกรมควบคุมมลพิษตรวจวัดค่าฝุ่นละอองใน ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย ขนาด 2.5 ไมครอนหรือ PM 2.5 อยู่ที่ 158 ไมโครกรรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่าพีเอ็ม 10 อยู่ที่ 193 ไมโครกรรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญน่าจะเกิดจากการเริ่มเผาสวนและเผาไร่ของราษฎรในพื้นที่ ซึ่งมีจุดความร้อนหรือฮอทสปอตอยู่ที่กว่า 70 จุด หลังทางจังหวัดเชียงรายได้ยกเลิกประกาศห้ามเผาโดยเด็ดขาดเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามทางนายประจญ ปรัชญสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ยังคงวางมาตรการป้องกันโดยให้ทุกพื้นที่ทั้ง 18 อำเภอเฝ้าระวังและทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง ติดตามสถานการณ์การเกิดไฟป่า จัดกำลังออกลาดตระเวนไม่ให้มีการลักลอบเผาป่า ซึ่งถึงแม้จะยกเลิกการประกาศห้ามเผาโดยเด็ดขาดแต่ทางจังหวัดยังอยากขอความร่วมมือประชาชนให้งดเผาโดยไม่จำเป็นในระยะนี้ก่อน ไปจนกว่าสถานการณ์หมอกควันจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการเผาป่าซึ่งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ยังเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติให้เสียหายด้วย

หมดศรัทธา!! หนุ่มเผาเกียรติบัตร “พลเมืองดีวิถีประชาธิปไตย” ที่ได้จากการอบรมกับ กกต.

ยังคงกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง สำหรับการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ยังคงมีข้อสังสัยและความคลุมเครือในหลายประเด็น โดยที่ทาง กกต. ก็ยังไม่สามารถตอบได้อย่างชัดเจน และล่าสุดผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านรายหนึ่ง ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งเป็นภาพเกียรติบัตร ที่ได้รับจากคณะกรรมการการเลือกตั้งในงานอบรมหลักสูตร “พลเมืองดีวิถีประชาธิปไตย” ระหว่างวันที่ 20-22 สิงหาคม 2558 ที่กำลังถูกไฟเผา พร้อมกับระบุข้อความว่า…กกต. ครับ เกียรติที่ผมได้มา ผมขอคืนให้ #หมดศรัทธา #ละอายใจแทน

เผยภาพน่ากลัว! เผาป่าอ้อยหลังบ้านไฟลุกโชน หวิดลามไหม้ (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งเผยปพร่คลิปเป็นภาพ ไฟที่กำลังโหมไหม้ไร่อ้อย ซึ่งอยู่ด้านหลังบ้าน ในพื้นที่ ตำบลนาทม อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี พร้อมระบุข้อความว่า “ฝุ่น PM 2.5 ที่ว่าแรง ยังไม่สู้ป่าอ้อยหลังบ้านเลย มหากาพย์ป่าอ้อย.. ถอยรถหนีนำกะบ่ทันนนน.. #ฝากแชร์ให้ถึงนายอำเภอด้วยจ้า”  ผู้สื่อข่าวในพื้นที่จึงได้เดินทางไปที่บ้านหลังดังกล่าวเพื่อตรวจสอบ พบว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง แต่ไฟที่ไหม้ไร่อ้อยดับลงหมดแล้ว แต่บางส่วนยังมีควันไฟโชนขึ้นจากดิน โดยพื้นที่ดังกล่าว เป็นที่ดินที่ปลูกอ้อยมีเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ และมีคนงานเข้ามาตัดอ้อยที่ถูกไฟไหม้กองไว้ รอการขนขึ้นรถบรรทุกไปส่งโรงงาน และพบซากงูที่ถูกไฟไหม้อยู่ในพื้นที่ด้วย สอบถามคนงานที่มาตัดอ้อยคนหนึ่งเล่าว่า ตนเป็นคนในหมู่บ้านได้รับการว่าจ้างให้มาตัดอ้อยเท่านั้น ส่วนคนที่เผาไม่ทราบจริง ๆ ว่าเป็นใคร ทราบแต่ว่าที่ดินแปลงนี้เป็นของคนในหมู่บ้าน ที่มีนายทุนมาเช่าปลูกอ้อยเท่านั้น อย่างไรก็ตามมีรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากที่มีสื่อต่าง ๆ นำภาพและข้อความจากเฟซบุ๊กดังกล่าวไปนำเสนอ ปรากฎว่าทางเจ้าของบ้านอยากให้เรื่องจบลง เพราะทางเจ้าของไร่อ้อยได้มาขอโทษทางครอบครัวแล้ว จึงไม่อยากให้เรื่องยืดยาวออกไป ซึ่งผู้โพสต์ก็ได้ลบภาพ และข้อความดังกล่าวออกไปแล้วด้วย ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

‘เบอร์เบอรี่’ ประกาศเลิกใช้ขนสัตว์ผลิตเสื้อผ้า-เลิกเผาสินค้าขายไม่หมด

“เบอร์เบอรี่” แบรนด์แฟชั่นชื่อดังสัญชาติอังกฤษ ประกาศนับจากนี้ จะไม่มีการนำเอาขนจากสัตว์มาใช้อีก ไม่ว่าจะเป็นขนกระต่าย , สุนัขจิ้งจอก ตัวมิงค์ ตลอดจนขนของแร็คคูนเอเชียติก ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเดินตามรอยของวงการแฟชั่นโลก ที่หันมาให้ความสำคัญกับเรื่อการอนุรักษ์และการปกป้องสิทธิสัตว์มากขึ้น นอกเหนือจากการประกาศยุติการใช้ขนสัตว์ทุกประเภทอย่างถาวรแล้ว ทางเบอร์เบอรียังประกาศยกเลิกการเผาทำลายสินค้าของตนที่เหลือจากการจำหน่าย โดยเตรียมนำสินค้าภายใต้แบรนด์เบอร์เบอร์รีทุกชิ้น ที่ขายไม่หมดที่มีน้ำหนักรวมราว 120 ตัน กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเพื่อนำวัตถุดิบและส่วนประกอบต่าง ๆ กลับมาใช้ในการผลิตสินค้าชิ้นใหม่ตลอด 5 ปีข้างหน้า รายงานข่าวระบุว่า ที่ผ่านมา เบอร์เบอรีและสตูดิโอแฟชั่นหรูหลายแห่งเลือกใช้วิธีการเผาทำลายสินค้าที่เหลือจากการจำหน่าย เพื่อป้องกันมิให้สินค้าเหล่านี้ถูกลักลอบนำออกไปจำหน่ายในราคาต่ำ ซึ่งเข้าข่ายเป็นการลดคุณค่าของ แบรนด์ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

เผาทุกอย่างที่ขวางหน้า! เผยนาที ‘ลาวา’ จากภูเขาไฟคิลาเวไหลทะลักเข้าพื้นที่อยู่อาศัย

ตามที่ได้มีการรายงานสถานการณ์ภูเขาไฟคิลาเว (Kilauea) ปะทุบนเกาะใหญ่ของรัฐฮาวาย เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดได้มีรายงานว่าลาวาจำนวนมากไหลทะลักเข้าพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชน และมีบ้านเรือนอย่างน้อย 31 หลัง ได้รับความเสียหายจากการไหลลาวา ขณะที่ประชาชนราว 1,800 คนในย่าน Leilani Estates และ Lanipuna Gardens ซึ่งตั้งอยู่โดยโดยรอบภูเขาไฟ ต้องอพยพออกไปจากพื้นที่ เพื่อเลี่ยงผลกระทบจากซัลเฟอร์ไดอ๊อกไซด์ที่ภูเขาไฟปลดปล่อยออกมา เพราะแม้จะมีระดับต่ำลงแล้ว แต่ก็ยังเป็นอันตรายต่อการใช้ชีวิต อย่างไรก็ตาม ล่าสุดในโลกออนไลน์ได้มีการเผยภาพนาทีขณะลาวาจำนวนมากไหลประชิดรั้วกั้นในเขต Leilani Estates และเผาทำลายสิ่งกีดขวางบนเส้นทางจนได้รับความเสียหาย อย่างเช่นรถยนต์ในคลิปที่ถูกลาวาร้อนๆ ไหลผ่าน

คดีพลิก! สาวใหญ่จุดไฟเผาตัว เจ้าหนี้แฉ ติดพนัน แสร้งจัดฉากเรียกสงสาร (คลิป)

จากกรณีเมื่อวานนี้ (28 ธ.ค. 60) เวลาประมาณ 16.00 น. นางพยอม เพชรโก เจ้าของร้านคาราโอเกะ ย่านเทียนทะเล เดินทางมาที่ศูนย์บริการประชาชน เพื่อร้องเรียนหลังตกเป็นหนี้นอกระบบ และได้ไปทำการกู้เงินที่ธนาคารต่างๆ แต่ทางธนาคารแจ้งว่าการกู้ไม่ผ่าน จึงมาร้องเรียนจนเกิดอาการเครียด และใช้น้ำมันที่เตรียมมาราดตัว พร้อมกับจุดไฟเผาตัวเอง โดยเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง สามารถช่วยกันดับไฟไว้ได้ทัน ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลวชิรพยาบาล และโรงพยาบาลพระราม 2 ล่าสุด วันนี้ (29 ธ.ค. 60) นางพยอม เพชรโก หรือ “น้อย” อายุ 32 ปี เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเดือน ส.ค. ตนได้ปิดร้านคาราโอเกะ ย่านเทียนทะเลไป เนื่องจากหมุนเงินไม่ทัน ประกอบกับเป็นหนี้นอกระบบ ด้วยยอดเงิน 250,000 บาท จากเจ้าหนี้ทั้งหมด 5 ราย หลังจากนั้น วันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา จึงไปทำเรื่องกู้เงินในระบบต่างๆ แต่ไม่สามารถกู้เงินได้ ตนจึงเดินทางไปศูนย์บริการประชาชน […]

‘บิ๊กป้อม’สั่งคุมเข้มชายแดนใต้หลังเหตุเผารถทัวร์ เร่งเยียวยาผดส.-หยุดเดินรถชั่วคราว

จากกรณีเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 60 เกิดเหตุคนร้ายบุกเผารถทัวร์ เบตง-ยะลา-กรุงเทพฯ นั้น ล่าสุดนายอนุชิต ตระกูลมัทุตา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา บอกว่า ได้สั่งให้หยุดเดินรถชั่วคราว พร้อมสั่งให้นายธราวุธ ช่วยเกิด นายอำเภอบันนังสตา ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ เรียกหน่วยกำลัง 3 ฝ่ายมาประชุมในการดำเนินการทางคดีและการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ตำรวจตรวจพิสูจน์หลักฐานจ.ยะลา จะตรวจสอบหาพยานหลักฐานและร่องรอยลายนิ้วมือแฝงของคนร้าย ที่ติดกับตัวรถ เพื่อติดตามหัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว หลังจากนั้นจะเคลื่อนย้ายซากรถ มาเก็บไว้ที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 ก่อน ด้านปัญหาผู้โดยสารตกค้าง สำหรับผู้โดยสารที่ต้องเดินทางเร่งด่วน จะมีการจัดรถสำรองไปส่ง ส่วนผู้โดยสารที่เหลือจะให้ไปพักชั่วคราวในตัวเมืองยะลา และจัดรถตู้รับส่งให้ไปต่อรถที่ อ.หาดใหญ่ เพื่อเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางของแต่ละคน นอกจากนี้ได้ให้สำรวจความเสียหายของสัมภาระของผู้โดยสารและของฝากส่งบนรถที่เกิดเหตุ เพื่อจะให้การเยียวยาค่าเสียหายต่อไป ทั้งนี้ตั้งแต่หลังเกิดเหตุ ทางฝ่ายความมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพิ่มมาตรการคุมเข้มในพื้นที่อย่างเข้มงวด ด้านบรรยากาศที่คิวรถตู้เส้นทางหาดใหญ่-เบตง ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารหาดใหญ่ แห่งที่ 1 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังเกิดเหตุ เช้าวันนี้ (18 ธ.ค. 60) ยังมีประชาชนทยอยเดินทางมาซื้อตั๋วโดยสารเพื่อเดินทางไปในอ.เบตง จ.ยะลา ตามปกติ นายสาทร แซ่ห้อง […]

ตาวัย 96 ปี เขียนจดหมายก่อนตาย สั่งญาติห้ามเผาศพ! ให้เก็บไว้ในสวนมะพร้าว

ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี เดินทางไปยังบ้านของคุณตาประสิทธิ์ เอี่ยมสอาด วัย 96 ปี อดีตครูโรงเรียนวัดบางคนที หลังมีผู้พบศพคุณตาประสิทธิ์ นอนเสียชีวิตภายในบ้านไม้เก่าแก่กลางสวนมะพร้าวกว่า 20 ไร่ ภายในหมู่ 2 ต.บางคนที อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม พร้อมกับพบจดหมายสั่งเสียผู้ที่พบว่า “โลงสมหมายซื้อให้ 29,000 บาท เราตายแล้วไม่เผา เอาไว้ในบ้านที่ทำไว้ นายประสิทธิ์ เอี่ยมสอาด เขียนเอง บ้านเพลินตา” ซึ่งด้านหน้าโลงมีรูปคุณตาประสิทธิ์ที่ใช้สำหรับเป็นรูปหน้าศพวางอยู่ นอกจากนี้ ยังมีป้ายหินอ่อนเขียนว่า บ้านเพลินตา วางอยู่ 1 ใบ เมื่อผู้สื่อข่าวไปถึงที่บ้านพบว่าญาติๆ กำลังช่วยกันตั้งเต็นท์จัดงานศพ ข้างๆ กันมีสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านชั้นเดียวยกใต้ถุนสูง มีชื่อว่า “บ้านเพลินตา” ซึ่งภายในบ้านมีโลงศพที่บรรจุร่างของคุณตาประสิทธิ์เอาไว้แล้ว เมื่อขึ้นไปสำรวจบนบ้านที่พบคุณตานอนเสียชีวิต ซึ่งเป็นบ้านไม้ ยกใต้สูงแบบโบราณ อายุราว 80-90 ปี อยู่ในสภาพที่ค่อนข้างทรุดโทรมแล้ว ฐาปกรณ์ อุตส่าห์พานิช เพื่อนบ้านที่เคยไปมาหาสู่กับคุณตาเล่าให้ฟังว่า เมื่อวานนี้เวลาประมาณ 17.00 น. ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 […]

เตรียมเรียกผู้ปกครองเจรจายอมความ เหตุเด็กป.6 จุดไฟเผาเด็ก ป.3 เลียนแบบคลิปโซเชียล

จากกรณีนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เล่นพิเรนทร์ ใช้แอลกอฮอล์ราดน้องนักเรียนประถมศึกษาชั้นปีที่ 3 ก่อนจุดไฟเผาจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เพราะเลียนแบบภาพยนต์และคลิปในโซเชียลมีเดีย ที่จ.ลพบุรีนั้น นายมานพ ษมาวิมล ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาเขตที่ 1 จังหวัดลพบุรีเปิดเผยถึงความคืบหน้าของกรณีนี้ว่า เตรียมเชิญผู้ปกครองของนักเรียนทั้งทั้งสองฝ่ายมาเจรจากันเพื่อยุติเรื่องและตกลงค่าทำขวัญ ไม่อยากให้เป็นคดีความเพราะทั้งสองฝ่ายต่างก็ยังเป็นเด็กทั้งคู่ และหลังจากนี้เตรียมมาตรการ ว่าช่วงพักกลางวัน หากครูไม่อยู่ในห้องพยาบาล ก็ให้ล็อกห้องเพื่อความปลอดภัย เด็กจะได้ไม่นำแอลกอฮอลมาเล่นแบบนี้อีก ซึ่งครั้งนี้ยังโชคดีแค่เด็กบาดเจ็บ แต่หากไม่มีการว่างมาตรการครั้งหน้าอาจจะบานปลายมากกว่านี้ก็ได้ ทางด้านแม่ของเด็ก บอกว่า ตอนที่มาเห็นสภาพลูกแล้วรู้สึกสงสารมากๆ ตอนนี้ไม่ได้ต้องการอะไร ขอแค่ค่ารักษา และอยากให้ลูกหายก็พอแล้ว ส่วนอาการของเด็กตอนนี้ปลอดภัยแล้ว ขณะนี้มีคุณยายเป็นผู้คอยดูแลอย่างใกล้ชิด

‘พ่อ ผอ.อ้อย’ ขอ ‘ผู้กองเหน่ง’ กล้าทำต้องกล้ารับ ส่วนคดีคาดส่งฟ้องได้เร็ววันนี้

อัยการพร้อมให้ความช่วยเหลือครอบครัว ผอ.อ้อย ตามสิทธิ พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ขณะที่อัยการจังหวัดกันทรลักษณ์ คาดสามารถส่งฟ้องศาลได้ทันทีภายหลังพนักงานสอบสวนส่งสำนวนมาให้ บรรยากาศในการสวดพระอภิธรรมศพ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย อดีต ผอ.กองการศึกษาฯ อบต.ซำ อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ คืนที่ 2 ที่บ้านพักในพื้นที่ หมู่ 3 บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ มีญาติพี่น้อง และเพื่อนบ้านมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยมี พ.ต.อ.บัณฑิต อ่อนสาคร รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ศรีสะเกษ และนายศักดา คล้ายร่มไทร อัยการจังหวัดกันทรลักษ์ ร่วมกับคณะญาติพี่น้องและเพื่อน ผอ.อ้อย เป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพ นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พ่อของ ผอ.อ้อย กล่าวว่า ในวันที่ 8 พ.ย.นี้ จะมีทำพิธีเผาหลอก โดยนำต้นกล้วยมาเผาในโลงแทนศพ ผอ.อ้อย ส่วนศพ หรือกระดูกที่พบ จะทำที่บรรจุเอาไว้ […]

แม่ ‘น้องเอิร์ธ’ แจ้งความรุ่นพี่เล่นพิเรนท์ จับขังจุดไฟเผา ตร.รอน้องเอิร์ธออกรพ.ก่อนสอบปากคำ

กรณี ด.ช.ชนัญชิต หรือ”น้องเอิร์ธ” อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์46 ชัยนาท ถูกเพื่อนและรุ่นพี่โรงเรียนเดียวกันรวม 3 คน แกล้งปิดประตูใส่กุญแจขังไว้ในช่องเก็บของอาคารเรือนนอนแล้วฉีดยาฆ่าแมลงเข้าไป จนไม่มีอากาศหายใจ จากนั้นได้จุดไฟแช็กจนทำให้เกิดประกายไฟลุกท่วมภายในช่องเก็บของ ไฟลุกไหม้ตามร่างกายของ ด.ช.ชนันชิศ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 20 ก.ย. 60 ที่ผ่านมา ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 60 นางสาวกชพรรณ บุญทอง แม่ของ “น้องเอิร์ธ” ได้เดินทางมาที่ สภ.เมืองชัยนาท เพื่อร้องทุกข์กล่าวหาเพื่อนและรุ่นพี่ที่ร่วมกันเล่นพิเรนท์คนแกล้งปิดประตูใส่กุญแจขังช่องเก็บของแล้วจุดไฟแช็กเผา โดย พ.ต.ท.ปฏิกรณ์ หาญหัตถกิจ รอง ผกก. สภ.เมืองชัยนาท ผู้ควบคุมสำนวนคดี “น้องเอิร์ธ” เปิดเผยว่า แม่ “น้องเอิร์ธ” ได้ขอใช้สิทธิยื่นขอเบิกค่าตอบแทนผู้เสียหายจากกองทุนยุติธรรมไปแล้ว ส่วนต่อไปต้องสอบปากคำ”น้องเอิร์ธ” แต่ก็ต้องรอให้”น้องเอิร์ธ”ออกมาจากโรงพยาบาลเสียก่อน เนื่องจากแผลอาจจะติดเชื้อได้ เพราะคนเจ็บคือพยานที่สำคัญที่สุด […]

ครูยืนยัน! เพื่อนแกล้งโหด เผา ‘น้องเอิร์ธ’ ไม่ได้เจตนาฆ่า เผยตอนนี้เด็กเครียดมาก

จากกรณีที่นางสาว กชพรรณ บุญทอง อายุ 42 ปี อาชีพหมอนวดแพทย์แผนไทยประจำโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจ.อุทัยธานี เข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กรณี ด.ช.ชนัญชิต หรือ “น้องเอิร์ธ” อายุ 14 ปี บุตรชาย ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นม.3 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์46 จ.ชัยนาท ถูกเพื่อนและรุ่นพี่โรงเรียนเดียวกันรวม 3 คน แกล้งปิดประตูใส่กุญแจขังไว้ในช่องเก็บของอาคารเรือนนอน แล้วฉีดยาฆ่าแมลงเข้าไป จนไม่มีอากาศหายใจ จากนั้นได้จุดไฟแช็กจนทำให้เกิดประกายไฟลุกท่วมภายในช่องเก็บของดังกล่าว ก่อนจะเผาไหม้ร่างกายของ ด.ช.ชนันชิศ จนได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อวันที่ 20 ก.ย. 60 ที่ผ่านมา ล่าสุดเช้าวันนี้ (5 ต.ค. 60) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร ตึกศัลยกรรมมหิดลชั้น 3 ซึ่งเป็นสถานที่รักษาตัวของ”น้องเอิร์ธ” โดยวันนี้อาการของบาดแผลนั้นเริ่มหายดีแล้ว แผลพุพองที่แขนขวาและขาขวาเริ่มแห้ง ทางแพทย์ก็ให้ทำกายภาพบำบัด คาดว่าอีกไม่กี่วันก็จะหายเป็นปกติ ไม่ได้ถึงขั้นที่อาจจะพิการตามที่ข่าวได้นำเสนอไป ส่วนในช่วงเวลา 13.00 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ จะเดินทางมาที่โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร […]

อุทาหรณ์สยอง! พนง.ดับเพลิงเผาลูกเปตองให้มันวาว เกิดระเบิดใส่หัวเสียชีวิตคาที่ (คลิป)

พนักงานดับเพลิง จังหวัดอุตรดิตถ์ เผาลูกเปตอง เพื่อให้เกิดผิวมันวาว แต่จู่ๆ ลูกเปตองเกิดระเบิดใส่ จนทำให้เสียชีวิตคาที่ หลังเกิดเหตุ ตำรวจ สภ.เมืองอุตรดิตถ์ เข้าตรวจสอบ ที่บริเวณหลังสถานีดับเพลิงท่าเสา ตำบลท่าเสา อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ พบศพนายเดโช เพ็ชรนิล อายุ 51 ปี สภาพศพบริเวณหน้าผากถูกแรงระเบิดใส่จนหายไปครึ่งศีรษะ ข้างๆ ศพพบเตาเผาที่วางอยู่ มีเศษชิ้นส่วนเหล็กลูกเปตองกระจายไปทั่วพื้น และยังพบลูกเปตองอีก 2 ลูก ที่ยังไม่ระเบิด ลักษณะถูกไฟไหม้จนดำ สอบถามพนักงานด้วยกันบอกว่าผู้ตาย นำลูกเปตอง 3 ลูก ไปเผาไฟ ซึ่งจะทำเป็นประจำเกือบทุกวัน เพื่อขัดให้ลูกเปตองมีความเงา แวววาว ขณะที่ผู้กำกับการ สภ.เมืองอุตรดิตถ์ บอกว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกิดเป็นครั้งแรกของประเทศ ซึ่งเป็นการรู้เท่าไม่ถึงการ ผู้กำกับการ สภ.เมืองอุตรดิตถ์ ยังฝากไว้ว่า อยากให้อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ ว่าไม่ควรนำไปเลียนแบบ เพราะอาจเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดแบบนี้ขึ้นอีก.

เยอะไปนะบางที!! ชาวบ้านช่วยกันเผา ‘ชุดชั้นใน’ เชื่อโรคจิตขโมยสำเร็จความใคร่ก่อนแขวนกับต้นไม้

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเชียงกลม อ.ปากชม จ.เลย เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ครายหนึ่งได้เผยแพร่คลิวิดีโอ ขณะผู้หญิงคนหนึ่งกำลังสอยเอาชุดชั้นในซึ่งประกอบด้วย กางเกงและยกทรงจำนวนหลายชิ้นออกมาจากต้นไม้ ก่อนจะโยนเข้ากองไฟ โดยระบุว่าชุดเหล่านั้นถูกโจรโรคจิตขโมยเอามาใช้สำเร็จความใคร่ ก่อนจะนำไปแขวนทิ้งไว้ตามต้นไม้ และมีชาวบ้านหลายคนเจอเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้มาแล้ว จึงได้ตัดสินนำมาเผาทิ้ง อย่างไรก็ตาม คลิปดังกล่าวได้มีชาวเน็ตจำนวนมากมาร่วมแสดงความเห็นในแง่มุมต่างๆ กัน แต่มีหลายคนที่สงสัยว่าเหตุใดจึงไม่นำเรื่องไปแจ้งความเพื่อหาตัวคนร้าย เพราะการเผาแบบนี้จะทำให้โจรที่ขโมยชุดเหล่านั้นมาลอยนวลไปก่อเหตุที่อื่นต่อ ที่มา – Facebook.com / จีจี้ ไทเลย

ระทึก!! เมาขับพุ่งชนร้านแก๊สระเบิด ไฟลุกท่วมวอดทั้งหลัง ไร้ตายแค่เจ็บ 3 ราย (คลิป)

เมื่อเวลา 04.30 น.ที่ผ่านมาได้เกิดอุบัติเหตุรถเก่งพุ่งชนร้านจำหน่ายแก๊สหุงต้มเลขที่ 193 ตั้งอยู่ปากซอย11 ถนนราษฎร์อุทิศ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา และเกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรงและรวดเร็วทั้งรถเก๋งและร้านแก๊สซึ่งเป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งโตโยต้ายาริส สีขาว ยังไม่ทราบหมายเลขทะเบียนพุ่งชนด้านหน้าของแก๊ส ทำให้ถังแก๊สระเบิดขึ้นและลุกลามอย่างรวดเร็ว เพราะในร้านมีถังแก๊สจำนวนมาก ลุกไหม้ทั้งรถและร้านแก๊สอย่างหนัก เจ้าหน้าที่ต้องระดมฉีดน้ำแต่ก็ยากที่จะดับไฟเพราะไฟจากถังแก๊สได้โหมลุกไหม้ตลอดเวลา ส่วนคนที่ขับขี่รถเก๋งจำนวน 3 คัน ได้ออกมาจากรถได้ทัน ประกอบด้วย นายจำนง พูลศรี อายุ 32 ปี คนขับ นายคงศักดิ์ ไชวงศ์ อายุ 23 ปี และ น.ส.ธัญญมาศ สุวรรณโณ อายุ 24 ปี ได้รับบาดเจ็บแต่ไม่สาหัส หน่วยกู้ภัยได้ช่วยปฐมพยาบาลและทำแผลและนำส่งโรงพยาบาล และพบว่าอยู่ในอาการมึนเมา แต่ภายในร้านแก๊สจากการสอบสวน นายสมศักดิ์ เพชรภูผา เจ้าของร้านทราบว่าไม่มีใครอยู่ในร้าน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ระดมรถดับเพลิงทุกเขตกว่า 10 คัน รวมทั้งเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีช่วยกันดับไฟ และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหาดใหญ่เพื่อตัดกระแสไฟฟ้า พยายามฉีดน้ำดับไฟเพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังอาคารและบ้านเรือนที่อยู่ข้างเคียงนานกว่า 1 ชั่วโมงก็สามารถควบคุมไฟให้อยู่ในวงจำกัดได้ แต่ยังคงมีไฟลุกไหม้จากถังแก๊สที่อยู่ในร้านตลอดเวลาต้องฉีดน้ำเลี้ยงไปเรื่อยๆ นอจากนี้ยังไฟลุกไหม้สายไฟฟ้าในบริเวณดังกล่าวด้วย […]

ป๋ากลับบ้านแล้วครับผม… ‘หนุ่ม ศรราม’ เก็บอัฐิ ‘ป๋าเดียร์’ โพสต์บอก #รักป๋ามากกว่าชีวิต

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ โปรดให้ พล.ต. มิตรอนันต์ จิตต์โสภา ประจำสำนักพระราชวังพิเศษระดับสูง เป็นผู้แทนพระองค์ประทานดอกไม้จันทน์ในงานฌาปนกิจศพนักแสดงอาวุโส เดียร์ ชุมพร เทพพิทักษ์ ที่เสียชีวิตด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ภายหลังงานฌาปนกิจศพ หนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์ บุตรชาย พร้อมครอบครัว ได้เดินทางมาเก็บอัฐิของป๋าเดียร์ และได้โพสต์ภาพ และข้อความว่า “ป๋ากลับบ้านแล้วครับผม …กราบขอบพระคุณแขกท่านผู้มีเกียรติและผู้ที่มีพระคุณทุกท่านที่แสดงความเสียใจและให้เกียรติมาร่วมงานสวดอภิธรรมและงานฌาปนกิจคุณพ่อชุมพร (เดียร์) เทพพิทักษ์ตลอดระยะเวลาตามหมายกำหนดการที่ผ่านมาครับผม ด้วยความเคารพเป็นอย่างสูงครับผม #รักป๋ามากกว่าชีวิต#ไอ้หมา” นอกจากนี้ ยังได้โพสต์ภาพป๋าเดียร์ เพิ่มเติม พร้อมข้อความว่า “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ #รักป๋ามากกว่าชีวิต#ไอ้หมา” ภาพจาก instagram.com/sornram_theappitak/

keyboard_arrow_up