คืนชีพอีกครั้ง! แอปเปิ้ลปัดฝุ่น “ไอพอด” เปิดตัวรุ่นใหม่ในรอบ 4 ปี

แอปเปิ้ลปัดฝุ่น iPod ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่เป็นครั้งเเรกในรอบสี่ปี เพิ่มฟังชันก์โทรคุย Face Time แบบกลุ่มได้ รอยเตอร์รายงานว่า บริษัท แอปเปิ้ล กล่าวในแถลงการณ์ว่า iPod Touch รุ่นใหม่สามารถทำงานได้เร็วกว่ารุ่นเดิมสองเท่า และสามารถโทรคุย Face Time แบบกลุ่มได้ ทั้งยังมีแอพเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality) ราคาของ iPod ใหม่ เริ่มต้นที่ 199 ดอลลาร์ ซึ่งมีความจุ 32GB ส่วนรุ่น 256GB บริษัทตั้งราคาไว้ที่ 399 ดอลลาร์ เริ่มจองออนไลน์ได้ตั้งแต่วันอังคาร ใน 27 ประเทศ ซึ่งในเอเชียแปซิฟิคมีสองแห่งที่จองได้เเล้วคือญี่ปุ่นและฮ่องกง

หนีร้อนไปชมงานอาร์ทสุดล้ำที่ River City Bangkok

อากาศร้อนๆ ชวนหงุดหงิดแบบนี้ AmarinTV อยากชวนทุกคนหลบร้อนไปทัวร์งานอาร์ตแบบล้ำๆกับนิทรรศการ From Monet to Kandinsky ‘Visions Alive’ งานแสดงศิลปะสุดไฮเทคที่นำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกที่กรุงเทพฯ จะเว่อร์วังแค่ไหนไปชมกันเลย นิทรรศการครั้งนี้ จัดขึ้นที่ River City Bangkok โดยเป็นการแสดงผลงานศิลปะผ่านเทคโนโลยีแบบไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน เปิดประสบการณ์การรับชมงานศิลป์แบบ 360 องศา เนรมิตภาพจิตรกรรมมากกว่า 1,500 ชิ้น เรียกว่าแสง สี เสียง ครบอรรถรสเลยทีเดียวเชียว ภายในนิทรรศการจัดแสดงภาพจิตรกรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดจากการสร้างสรรค์ของศิลปินยุโรประดับปรมาจารย์ 16 คน อาทิ Claude Monet, Gustav Klimt, Vincent Van Gogh, Edward Munch และศิลปินชื่อดังยุคเอ็กเพรสชั่นนิสต์ อีกมากมาย นำเสนอผ่านจอโปรเจ็กเตอร์พร้อมเสียงดนตรีอันไพเราะ คลอไปกับแอร์เย็นๆ รวมทั้งมีประวติของแต่คนท่านให้ศึกษากันอีกด้วย อากาศร้อนๆ แบบนี้ ใครสนใจศิลปะอยากหนีร้อนไปรับบรรยากาศดีๆ ก็ไปเสพงานอาร์ตสุดไฮเทคนี้ได้ที่ RCB Galleries ชั้น 2 ของ River City Bangkok […]

คนรักศิลปะต้องไม่พลาด! นิทรรศการมัลติมีเดียทันสมัย-สมบูรณ์ที่สุดครั้งแรกในเอเชียที่กรุงเทพฯ

ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ศูนย์รวมงานศิลปะและวัตถุโบราณชั้นเยี่ยมของเอเชีย บนฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เอาใจคนรักศิลปะทุกเพศวัยด้วยการจัดนิทรรศการมัลติมีเดียระดับโลกซึ่งได้รับผลตอบรับอย่างดีมาแล้วที่กรุงเบอร์ลินและมอสโคว และกำลังจะจัดแสดงเป็นครั้งแรกในเอเชียที่กรุงเทพฯ ภายใต้ชื่อ FROM MONET TO KANDINSKY (ฟร็อม โมเน่ต์ ทู คันดินสกี้) และ ITALIAN RENAISSANCE (อิตาเลียน เรอเนสซ็องส์) โดยทั้งสองนิทรรศการจะนำเสนอด้วยการฉายโปรเจ็กเตอร์บนกำแพงสูง 3 เมตรบนพื้นที่นับพันตารางเมตรของอาร์ซีบี แกลเลอเรีย (RCB Galleria) ชั้น 2 ซึ่งเป็น Contemporary Art Space ของริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก โดยนิทรรศการ FROM MONET TO KANDINSKY เปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน – 31 กรกฎาคม ต่อด้วยนิทรรศการ ITALIAN RENAISSANCE ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม – 31 ตุลาคม เปิดให้ชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 22.00 น. ซื้อบัตรได้ทาง ZipEvent เพียงคลิก https://bit.ly/2UfjVze FROM MONET TO KANDINSKY เป็นนิทรรศการที่รวบรวมศิลปินชื่อดังในประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตก ผู้เป็นดั่งมาสเตอร์ของงานศิลปะสมัยใหม่ (Modern Art) มากถึง 16 ท่าน เพื่อมาจัดแสดงให้ชมบนพื้นที่กว่า 1,200 ตร.ม. ณ อาร์ซีบี แกลเลอเรีย ชั้น 2 ซึ่งเป็นพื้นที่ศิลปะร่วมสมัย (Contemporary Art Space) ของริเวอร์ […]

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 14 “ทิ้งขยะในที่ของผู้อื่น” เอาผิดได้หรือไม่????

กลับมาพบกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต กับเรื่องราวไขปมข้อกฎหมายที่จะช่วยให้คุณได้รู้ข้อมูลก่อนที่จะทำความผิดกันอีกครั้ง สำหรับวันนี้เราจะมาพูดคุยกันในเรื่องของการ “ทิ้งขยะในที่ของผู้อื่น” ว่าสามารถเอาผิดตามกฎหมายกันได้หรือไม่? ที่ทุกคนควรรู้ไว้จะได้ไม่ต้องเสียเงินและเสียเวลากันครับ ในกรณีที่มีบุคคลนำขยะมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูลต่างๆ มาทิ้งที่หน้าบ้านของเรา กรณีเช่นนี้ผู้ที่นำขยะมาทิ้งมีความผิดตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง หรือเป็นความผิดละหุโทษตามประมวลกฎหมายอาญาแล้วแต่กรณีครับ ส่วนวิธีการจัดการกับบุคคลเหล่านั้น ขั้นแรกเราควรพูดคุยกันก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความบาดหมางกับเพื่อนบ้าน แต่ถ้าหากว่าคุยแล้วยังคงกระทำอยู่ เราสามารถแจ้งไปยังนิติบุคคลของหมู่บ้านเพื่อเป็นคนกลางในการเจรจา แต่ถ้าเป็นกรณีหลังจากเจรจาผ่านนิติบุคคลแล้วยังคงกระทำความผิดซ้ำอีก เราสามารถไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญาได้ นอกจากนี้ยังสามารถไปร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล เพื่อให้เจ้าหน้าที่มาดำเนินการตรวจสอบและออกหนังสือเตือน ทีนี้ถ้ายังเกิดการฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าหน้าที่ ผู้กระทำผิดจะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาทครับ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 15.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 13 “แอบอัดเสียงคู่สนทนาทางโทรศัพท์” ผิดกฏหมายหรือไม่??

กลับมาไขปมข้อกฎหมายกันอีกครั้งนะครับ ในวันนี้เราจะมาพูดคุยกันถึงเรื่องที่ทีผู้เสียหายถูกอัดเสียงแล้วนำไปเผยแพร่ในช่องทางสื่งสังคมออนไลน์ หรือส่งต่อให้กับเพื่อนๆ จนก่อให้เกิดความเสียหาย กรณีแบบนี้จะมีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ และหากสามารถอัดบันทึกได้ จะนำไปใช้ในกรณีใดได้บ้างจึงจะไม่ผิดกฎหมาย เราไปหาคำตอบกันเลยครับ ในกรณีที่เราแอบอัดเสียงของคู่สนทนาโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้วนำไปเผยแพร่ในช่องทางสื่งสังคมออนไลน์ หรือส่งต่อให้กับเพื่อนๆ จนก่อให้เกิดความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นการหมิ่นประมาท การทำให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่นๆ หรือทำให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียง ผู้กระทำจะต้องรับผิดชอบทั้งทางแพ่งและทางอาญาครับ แต่สำหรับในกรณีที่เราบันทึกเสียงไว้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลหรือประกอบการสืบพยาน กรณีแบบนี้ไม่ถือเป็นความผิดตามกฎหมายครับ เพราะถือว่าเป็นการปกป้องสิทธิของตนเอง ดังนั้นถ้าหากมีความจำเป็นที่จะต้องบันทึกเสียงของใครก็ตาม ควรที่จะขออนุญาตเจ้าของเสียงก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายติดตามมา และควรที่จะนำเสียงที่บันทึกไปใช้ให้ถูกวิธีจะได้ไม่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาและต้องรับผิดชอบกับค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับเจ้าของเสียงนั่นเอง ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 15.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 12 “ยืนจองที่จอดรถ” ผิดกฏหมายหรือไม่??

ในยุคปัจจุบันที่รถยนต์ถือเป็นอีก 1 ปัจจัยหลักที่ขาดไปไม่ได้ ด้วยจำนวนรถที่เพิ่มขึ้นก็ส่งผลต่อการหาที่จอดรถไม่ว่าจะเดินทางไปในที่ใดก็ตาม ทำให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่น่ารักเลยอย่าง การที่ให้คนที่เดินทางมาด้วยกันลงจากรถมายืนขวางกั๊กที่จอดไว้ ก่อนที่ตัวคนขับจะมาถึง สร้างความไม่พอใจให้กับบรรดาผู้ที่ขับขี่มาถึงก่อน วันนี้เรามาคุยกันถึงกรณีนี้กันครับ ว่าผิดกฎหมายหรือไม่? การที่คนขับให้คนที่นั่งมาด้วยไปยืนจองที่จอดรถตามห้างหรือสถานที่ต่างๆ จริงๆ แล้วไม่ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายนะครับ เนื่องจากกฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ว่าเป็นความผิด แต่การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมในทางสังคม ใครที่มาก่อนก็ควรที่จะมีสิทธิ์จอดก่อนนั่นเอง อย่างไรก็ตาม การกระทำเช่นนี้อาจจะทำให้เกิดความผิดอื่นๆ ตามมา เช่น การทะเลาะวิวาท หรือการดูหมิ่นซึ่งหน้า ทำให้อาจจะเสียเวลา เสียโอกาสในอนาคตก็เป็นได้ครับ ถึงแม้ว่าการกระทำบางอย่างจะไม่ผิดกฎหมาย เราก็ควรที่จะต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา ให้เกียรติผู้อื่น ให้เกียรติสถานที่ ถ้าเราเคารพสิทธิ์ของผู้อื่น มีน้ำใจให้แก่กัน จะทำให้สังคมไทยน่าอยู่ยิ่งขึ้นนั่นเอง ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 15.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 11 “ร้องเพลง Cover ที่ไม่ได้รับอนุญาต” ผิดกฏหมายหรือไม่??

กลับมาพบกันอีกครั้งกับช่วงดีๆ ที่จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตประจำวันได้ง่ายและไม่ต้องประสบปัญหาในช่วง ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดคุยกันถึง “ร้องเพลง Cover ที่ไม่ได้รับอนุญาต” ผิดกฏหมายหรือไม่?? ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การร้องเพลง Cover ถ้าเป็นการร้องเพลงเพื่อความสนุกสนาน ร้องเพื่อสร้างสีสันโดยไม่ได้มีผลกำไรหรือรายได้เกิดขึ้น ในกรณีเช่นนี้ไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ แต่อย่างไรก็ตามควรจะให้เครดิตเจ้าของเพลง เพื่อเป็นกรขอบคุณที่นำเอาเพลงของศิลปินท่านนั้นมาร้อง แต่ถ้าเป็นในกรณีที่นำเพลงของผู้อื่นมา Cover แล้วมีรายได้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในช่องทางใดก็ตามแต่ ทั้งรายได้ทางตรง รวมไปถึงรายได้จากค่าโฆษณา หรือเป็นการรับจ้างร้องเพลงตามงานต่างๆ กรณีแบบนี้คุณจะถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ มีโทษทั้งจำทั้งปรับ เพราะฉะนั้นถ้าคุณจะนำผลงานของผู้อื่นไปใช้ประโยชน์ก็ควรที่จะขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของผลงาน เพื่อปกป้องตัวเองจากกรณีที่ถูกฟ้องขึ้นมาครับ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 15.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 10 “โพสต์รูปเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงโซเชียล” มีความผิดหรือไม่??

วันนี้เราจะมาพูดถึงกรณีที่ถูกพูดถึงบ่อยและเป็นที่น่าสงสัยกันในปัจจุบันว่า การโพสต์รูปเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงโซเชียลมีเดีย มีความผิดหรือไม่ หลังจากที่เราเคยเห็นข่าวดาราคนนั้น นักแสดงคนนี้ ถูกเรียกไปให้ปากคำกันอยู่ช่วงนึง ลองมาหาคำตอบกันดีกว่าครับ ในกรณีที่ 1 ถ้าเราโพสต์ภาพเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณ หรือชักชวน จูงใจ ให้ผู้อื่นร่วมดื่ม กรณีนี้ถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าหากเป็นกรณีที่เราโพสต์ภาพบรรยากาศของงานเลี้ยง ที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์วางอยู่บนโต๊ะ กรณีแบบนี้ไม่เป็นความผิด เนื่องจากเป็นการถ่ายทอดหรือบรรยายบรรยากาศที่อยู่ในงานสังสรรค์มากกว่า ไม่ได้มีเจตนาในการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงไม่มีความผิด ดังนั้นสบายใจได้แน่นอนถ้าเราไม่ได้มีเจตนาในการโฆษณา ส่วนทางออกที่ดีที่สุด ก่อนโพสต์ภาพควรจะเบลอภาพเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ออกก่อนจะดีที่สุดครับ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 15.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 9 “มีรถจอดขวางหน้าบ้าน” เอาผิดได้หรือไม่??

กลับมาไขปมข้อกฎหมายกันอีกครั้งกับ ทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ซึ่งในวันนี้เราจะมาพูดถึงกรณีที่ประชาชนทั่วไปประสบปัญหากันมากเลยทีเดียว นั่นก็คือปัญหาเรื่องการที่มีรถของผู้อื่นมาจอดขวางอยู่หน้าบ้าน ซึ่งถ้าสามารถเคลียร์กันได้ดีๆ ก็แล้วไป แต่อย่างที่เราได้เห็นกันในข่าวทุบรถเมื่อไม่นานมานี้ ถ้าเช่นนั้นแล้วเราสามารถเอาผิดทางกฎหมายสำหรับรถของผู้อื่นที่จอดขวางหน้าบ้านเราได้หรือไม่ กรณีที่มีการจอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่น หรือแม้แต่การจอดรถขวางรถคนอื่นในลานจอดรถ ที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน รำคาญ แก่ผู้อื่น กรณีนี้มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 การกระทำด้วยประการใดๆ ก่อให้เกิดความเดือดร้อน รำคาญ แก่ผู้อื่น โทษปรับอยู่ที่ 5,000 บาท กรณีแบบนี้สามารถแจ้งเรื่องไม่ยังพนักงานสอบสวนเพื่อเอาผิดกับเจ้าของรถ โดยที่เราต้องทำก็คือจดทะเบียนรถ แล้วไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับผู้ที่จอดรถขวางหน้าบ้านได้ทันที ส่วนในกรณีที่เรามีความจำเป็นที่จะต้องจอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่น หรือขวางรถคนอื่นในลานจอดรถ ทางที่ดีก็ควรจะใส่เกียร์ N หรือไม่ต้องใส่เบรกมือ ไม่ก็เขียนเบอร์โทรติดไว้เผื่อมีเหตุสำคัญให้ผู้อื่นติดต่อเวลาเจ้าของบ้านหรือเจ้าของรถมีความจำเป็นที่จะต้องออกเดินทาง จะได้แจ้งเพื่อมาเคลื่อนย้ายรถออก หลีกเลี่ยงการสร้างความบาดหมางใจให้แก่กันครับ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 15.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 8 “ซื้อของออนไลน์ แต่ไม่ได้ของ” ควรทำอย่างไร??

ยุคออนไลน์สมัยนี้ การทำธุรกกรมหรือการซื้อของสามารถทำได้ง่ายขึ้นเยอะมากๆ แม้ว่าตัวเองจะไม่ต้องออกจากบ้านเลยก็ตาม ด้วยความสะดวกสบายที่เทคโนโลยีนำเข้ามาเสิร์ฟให้กับยุคสมัย ทำให้เกิดกรณีของการสั่งซื้อของออนไลน์ โอนเงินไปแล้วแต่ไม่ได้ของเกิดขึ้น เราจะสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างไร วันนี้มาหาคำตอบกันครับ ในกรณีที่เราโอนเงินไปแล้ว แต่ไม่ได้รับสินค้า พ่อค้าแม่ค้าปิดกั้นการสื่อสาร หากเกิดกรณีเช่นนี้จะต้องทำอย่างไร? ขั้นตอนที่ 1 พรินท์หลักฐานที่ได้สนทนากับพ่อค้าหรือแม่ค้าออนไลน์ออกมา ขั้นตอนที่ 2 พรินท์หลักฐานการทำธุรกรรมที่ได้โอนเงินให้กับพ่อค้าหรือแม่ค้าออนไลน์ออกมา ขั้นตอนที่ 3 ลองสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับพ่อค้าหรือแม่ค้าจากแหล่งออนไลน์อื่นๆ เช็คข้อมูลดูว่าบุคคลดังกล่าวมีการไปโกงหรือกระทำผิดแบบเดียวกันนี้กับลูกค้าท่านอื่นหรือไม่ ถ้ามีก็รวมรวบแล้วพรินท์มาประกอบพร้อมของเราได้เลย ขั้นตอนที่ 4 สุดท้าย ให้นำหลักฐานทั้งหมดที่เรารวบรวมได้ไปมอบให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อใช้ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายครับ กรณีแบบนี้ถือเป็นความผิดในข้อหาฉ้อโกง หรือฉ้อโกงประชาชน แล้วแต่กรณี นอกจากนี้ยังถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการทำความผิดอันเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อีกด้วย มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท   ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ เคสที่ 6!! “ฆ่าโจรตาย” มีความผิดหรือไม่??

ประเด็นข้อสงสัยที่ทุกคนต่างอยากรู้ ทั้งในชีวิตจริงและบนโลกโซเชียลที่เราจะนำมาคุยกันในวันนี้ก็คือ ถ้าหากว่ามีโจรขึ้นบ้าน แล้วเจ้าของบ้านทำร้ายร่างกายโจรจนถึงแก่ความตาย กรณีนี้ใครเป็นฝ่ายผิดกันแน่ มาหาคำตอบกันครับ กรณีแรก หากโจร มีอาวุธ และเข้ามา ทำร้ายร่างกาย เจ้าของบ้าน หากเป็นในเคสเช่นนี้เจ้าของบ้านสามารถใช้อาวุธเพื่อป้องกันชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน ของเจ้าของบ้านได้เช่นกัน ไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย แต่หากภยันตรายนั้นหยุดหรือระงับลงแล้ว เจ้าของบ้านกลับยังใช้อาวุธเข้าทำร้ายร่างกายโจรจนถึงแก่ความตาย กรณีนี้ถือเป็นการป้องกันเกินกว่าเหตุ ซึ่งศาลจะลงโทษแต่น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด กรณีที่ 2 หากโจร ไม่มีอาวุธ หรือ มีอาวุธ แต่ ไม่ได้ทำร้ายร่างกาย เจ้าของบ้าน ในเคสเช่นนี้เจ้าของบ้านควรใช้สิทธิตามกฎหมาย ไม่ควรใช้อาวุธเข้าไปทำร้ายร่างกายโจร เนื่องจากจะกลายเป็นความผิดข้อหาทำร้ายร่างกายหรือฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาครับ สุดท้าย ทุกบ้านควรมีกล้องวงจรปิดติดไว้นะครับ จะได้มีภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและทรัพย์สิน รวมถึงใช้เป็นหลักฐานในการต่อสู้กับความผิด หากเกิดกรณีทำร้ายร่างกายโจรได้อีกด้วย ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 5 “สัตว์เลี้ยงเพื่อนบ้านก่อปัญหา” ควรทำอย่างไร??

กลับมาพบกับช่วง ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต วันนี้เราจะมาพูดถึงปัญหาที่คลายคนอาจจะกำลังประสบพบเจอกันได้ในชีวิตประจำวัน นั่นคือปัญหาเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงในที่พักอาศัยครับ สำหรับเรื่องเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงนี้ขออนุญาตแยกเป็น 2 ประเด็นนะครับ ประเด็นแรกก็คือ การที่ เรา ได้รับความเดือดร้อนจาก สัตว์เลี้ยงของผู้อื่น เช่น สุนัข แมว นก หรือสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆ ขั้นตอนแรกที่สามารถทำได้เลยเดี๋ยวนั้นก็คือ การเจรจากับคู่กรณีเสียก่อน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุกระทบกระทั่งบานปลายนั่นเองครับ ส่วนถ้าหากว่าคุยตกลงกันเรียบร้อยแล้ว แต่เจ้าของสัตว์เลี้ยงยังไม่ได้จัดการแก้ไขหรือบรรเทาความเดือดร้อนที่ได้รับ ขั้นตอนต่อไปคือต้องดำเนินการแจ้งนิติบุคคลหมู่บ้าน หรือนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อให้มีคนกลางในการเจรจา แล้วถ้าหลังจากนั้นเจ้าของสัตว์เลี้ยงยังคงเพิกเฉยอยู่ ก็ต้องไปแจ้งร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตหรือเจ้าหน้าที่อำเภอ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ ตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงออกหนังสือแจ้งเตือนให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยงเพื่อให้แก้ไข แต่ถ้ายังเกิดการเพิกเฉยอีก ทีนี้เจ้าหน้าที่ก็จะจัดการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปครับ ส่วนประเด็นที่ 2 คือ กรณีที่ เรา เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับ ผู้อื่น  ถ้าหากว่าเกิดปัญหาขึ้นแล้ว เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรที่จะรับฟังปัญหาของผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน แล้วนำปัญหานั้นมาปรับปรุงเเก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดความบาดหมางในการอยู่ร่วมสังคมกับผู้อื่น เพราะฉะนั้นจึงควรใช้เหตุผลในการแก้ไขปัญหามากกว่าใช้อารมณ์ ปัญหาก็จะคลี่คลายไปในทางที่ดีนั่นเองครับ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี […]

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 4 “ปลอมแปลงลอตเตอรี่” แล้วโพสต์ลงโซเชียล มีความผิดหรือไม่??

ถ้ายังจำกันได้เมื่อไม่นานมานี้ มีบุคคลโพสต์ภาพลงบนโซเชียลมีเดียว่าตัวเองถูกลอตเตอรี่ แต่ภายหลังจากที่สืบเสาะหาความจริงกันแล้วกลับกลายเป็นว่า บุคคลนั้นใช้โปรแกรมตัดต่อเปลี่ยนแปลงตัวเลขบนหน้าลอตเตอรี่ จนเกิดเป็นข้อถกเถียงกันต่างๆ นานามากมายว่าสิ่งที่เขาทำนั้น เข้าข่ายหลอกลวง หรือมีความผิดตามกฏหมายหรือไม่ วันนี้เรามาหาคำตอบกันครับ กรณีที่ 1 บุคคลธรรมดา แก้ไขดัดแปลง ลอตเตอรี่ และนำมาโพสต์บนโซเชียล อาจจะเพื่อหวังผลเพียงแค่เอาสนุก หรือเล่นตลกกับกลุ่มเพื่อนฝูง แยกออกเป็น 2 เรื่องก่อนนะครับ ถ้าเป็นการปลอมในลอตเตอรี่ของจริง กรณีนี้อาจจะมีความผิดในแง่ของการปลอมแปลงเอกสารหรือใช้เอกสารปลอม แต่หากเป็นการแก้ไขลอตเตอรี่จากภาพ กรณีนี้นั้นไม่สามารถก่อความเสียหายให้กับผู้ใดได้ เนื่องจากว่าการขึ้นรางวัลจะต้องใช้ลอตเตอรี่ของจริงเท่านั้น กรณีนี้จะไม่เป็นความผิดครับ กรณีที่ 2 พ่อค้า หรือ แม่ค้า แก้ไขดัดแปลง ลอตเตอรี่ และนำมาโพสต์บนโซเชียล เพื่อหวังผลทางด้านการค้า ในกรณีนี้นั้นถือว่ามีความผิดในเรื่องของการปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอม นอกจากนี้ยังมีความผิดในข้อหาฉ้อโกงประชาชนอีกด้วย เนื่องจากว่าการปลอมแปลงเอกสารในลักษณะนี้ เป็นการหลอกลวงด้วยประการใดๆ ทำให้ผู้อื่นหลงเชื่อ แล้วทำให้ผู้อื่นมาซื้อลอตเตอรี่กับคุณเป็นจำนวนมาก ถือเป็นกลวิธีเพิ่มยอดขายด้วยวิธีที่ผิด กรณีนี้อาจจะเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนได้ครับ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี […]

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 3 “โพสต์พาดพิงผู้อื่นบนโซเชียล” มีความผิดหรือไม่??

ในยุคนี้สมัยนี้ ในมือของทุกคนมีเทคโนโลยีที่ใช้ประโยชน์ได้มากมาย ซึ่งก็คือเจ้า สมาร์ทโฟน และสิ่งที่ตามมาก็คือการที่ทุกคนเป็นเจ้าของโซเชียลมีเดียต่างๆ มากมาย ทำให้สามารถแสดงออกความคิดเห็น ระบายอารมณ์ ความรู้สึก รวมไปถึงสนทนากับเจ้าของโซเชียลมีเดียอื่นๆ ได้เช่นเดียวกัน แต่หากการใช้งานเทคโนโลยีแบบขาดซึ่งการยับยั้งไตร่ตรอง ก็อาจเกิดการกระทบกระทั่งเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาเช่นเดียวกับเคสที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้ครับ “โพสต์พาดพิงผู้อื่นบนโซเชียล” มีความผิดหรือไม่??   การโพสต์พาดพิงผู้อื่น ถึงแม้ว่าจะเป็นในพื้นที่โซเชียลส่วนตัวก็ตาม ถ้าหากข้อความดังกล่าวไปพาดพิงทำให้ผู้อื่นเสียหาย ก็อาจจะทำให้เกิดความผิดตามมาได้ครับ กรณีที่ 1 โพสต์พาดพิงผู้อื่น ในลักษณะ เสียหาย แต่ ไม่ได้ระบุตัวบุคคล ไม่ได้ใส่ชื่อหรือไม่ได้แท็กหรือใส่แฮชแท็ก ในกรณีนี้ถือว่าเป็นโพสต์ที่ไม่ได้ระบุตัวบุคคล เอาผิดยากครับ ในกระบวนการดำเนินคดีอาญา หน้าที่นำสืบจะตกแก่ผู้ที่กล่าวหาหรือผู้เสียหาย จะต้องนำสืบให้ได้ว่าข้อความดังกล่าวนั้นหมายถึงตนเอง โดยปกติแล้วการโพสต์ที่ไม่ได้มีการระบุตัวบุคคลนั้น จะไม่สามารถหาพยาน หลักฐาน มายืนยันได้ หรือแม้กระทั่งการแจ้งความเองก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ก็อาจมีความเห็นว่าสมควรไม่ฟ้อง อัยการเห็นสมควรไม่ฟ้อง ก็อาจจะทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุได้ครับ กรณีที่ 2 โพสต์พาดพิงผู้อื่น ในลักษณะ เสียหาย แบบ ระบุตัวบุคคล  ในกรณีนี้คือการระบุชื่อตัวบุคคลลงในกระทู้หรือข้อความ รวมไปถึงติดแท็กหรือแฮชแท็กชื่อตัวบุคคล ถ้าเป็นเช่นนี้จะสามารถนำสืบได้ชัดเจนว่าเป็นการโพสต์พาดพิงถึงใคร ซึ่งถ้าข้อความนั้นเป็นข้อความทำนองที่เป็นเท็จ หรือเป็นข้อความจริง ที่ทำให้ผู้อื่นถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือเสื่อมเสียชื่อเสียง กรณีแบบนี้เรียกว่าเป็นการหมิ่นประมาทครับ […]

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 2 “คำต้องห้ามในสนามบิน” มีอะไรบ้าง??

กลับมาพบกันอีกครั้งในช่วง ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ ส่วนหนึ่งของรายการ นาทีระทึก ที่จะมาช่วยคุณผู้ชมไขข้อข้องใจเกี่ยวกับปัญหาทางกฎหมาย ซึ่งวันนี้ที่เราจะมาไขข้อข้องใจกันก็จะเกี่ยวกับเรื่องการเดินทาง คุณผู้ชมทราบหรือไม่ครับ ว่าคำบางคำสำหรับการพูดถึงในสนามบิน ถือเป็นคำต้องห้าม เนื่องจากอาจจะทำให้ผู้อื่นที่อยู่บริเวณนั้นและสามารถได้ยิน เกิดอาการตื่นตระหนกตกใจกลัวขึ้นมา ส่งผลให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในสนามบินได้นั่นเองครับ และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ตามข้อกฏหมายแล้วนั้นผู้พูดอาจจะถูกดำเนินคดีอาญาได้ รวมไปถึงถ้าหากเกิดความเสียหายจากการต้องเลื่อนไฟลท์บินหรือต้องเสียทรัพยากรในการตรวจสอบ ผู้พูดจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อสายการบินด้วย ส่วนจะมีคำใดบ้างดูได้จากอินโฟกราฟฟิกด้านล่างได้เลยครับ แต่ถ้าหากว่ามีความจำเป็นที่จะต้องพูด อาทิ เพื่อนชื่อ บอม หรือภาษาท้องถิ่นที่สำเนียงใกล้เคียงกับคำต้องห้ามทั้งหลายนั้น ควรจะใช้เสียงที่เบากว่าปกติ หรือถ้าในกรณีที่เป็นชื่อคนเราก็อาจจะเลี่ยงเป็นเดินเข้าไปสะกิดแทนก็ได้เช่นกัน อย่างำรก็ตามตัวบทกฎหมายในสนามบินแต่ละชาติแต่ละประเทศ ก็มีคำต้องห้ามที่ความหมายเดียวกันแต่ออกเสียงต่างๆ กันไป ตามแต่ละท้องถิ่น ดังนั้นก่อนจะเดินทางไปยังสถานที่ใดก็ตาม เราควรศึกษาข้อมูลที่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ หรือข้อห้ามติดตัวไว้ด้วยก็ถือเป็นสิ่งที่ดีครับ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 1 “โอนเงินผิดบัญชี” ต้องทำอย่างไร??

ปัจจุบันเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันค่อนข้างมาก ทั้งอำนวยความสะดวก และลดขั้นตอนในการเสียเวลาชีวิต รวมไปถึงเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยเหลือในการทำธุรกรรมทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการช้อปปิ้งออนไลน์ การโอนเงินถอนเงิน หรือแม้กระทั่งการจ่ายหนี้ และด้วยเหตุแห่งความสะดวกสบายนี้ก็อาจทำให้เกิดความหละหลวมในการระมัดระวัง และอาจจะเกิดเหตุโอนเงินผิดบัญชีเกิดขึ้นได้ แล้วถ้าหากว่าเกิดขึ้นกับตัวเราเอง จะต้องทำอย่างไรบ้าง?? มาหาคำตอบกันครับ   ขั้นแรกเลย เมื่อรู้ตัวว่าโอนผิดบัญชี สิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนคือการไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ รวมถึงอธิบายสาเหตุและขั้นตอนในการดำเนินการว่าเกิดความผิดพลาดได้อย่างไร ขั้นตอนที่ 2 นำบันทึกประจำวันดังกล่าวที่เราไปแจ้งความไว้ ไปยื่นให้กับธนาคารที่เราโอนเงินผิดบัญชี เพื่อขออายัดเงินคืน หลังจากนั้นทางธนาคารจะดำเนินการติดต่อเจ้าของบัญชี เพื่อขออนุญาตดึงเงินกลับมาคืนให้กับเรานั่นเองครับ ซึ่งในกรณีนี้ถ้าทางเจ้าของบัญชียินยอมให้ดึงเงินกลับคืนก็จบไป แต่ถ้าหากเจ้าของบัญชีไม่ยินยอมล่ะ?? ถ้าเป็นกรณีนี้เราก็ต้องไปแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของบัญชีนั้นในข้อหายักยอกทรัพย์นั่นเองครับ   ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34

จัดตั้งศูนย์ทดสอบ ‘5G’ ภายในจุฬาฯ หนุนนโยบายรัฐบาลสู่การเปลี่ยนผ่าน

สำนักงาน กสทช. ร่วมกับจุฬาฯ จัดตั้งศูนย์ 5G AI / IoT Innovation Center ศูนย์ปฏิบัติการทดสอบ 5G เตรียมความพร้อมและรองรับการให้บริการโทรคมนาคม พลเอก สุกิจ ขมะสุนทร ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.) กล่าวว่า การจัดตั้งศูนย์ 5G AI / IoT Innovation Center นี้ เป็นสิ่งยืนยันความมุ่งมั่นในการสนับสนุนกันและกันหลายภาคส่วน ทั้งในภาคการศึกษาที่มีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลาง เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องอื่น สามารถสร้างองค์ความรู้ทางวิชาการ และพัฒนาเทคโนโลยี 5G ให้สามารถเกิดขึ้นจริงในปี 2563 และสามารถกระตุ้นให้ประเทศไทยสามารถแข่งขัน และร่วมมือไปพร้อมกับประเทศอื่นๆ ได้อย่างเต็มศักยภาพ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า ขณะนี้ สำนักงาน กสทช. และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ […]

เริ่มแล้ว!! บิ๊กโปรเจกต์ ‘ขับเคลื่อน THAILAND 4.0 ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม’ 23-25 พ.ย.นี้

วันนี้ (23 พ.ย. 61) ณ เวที Amphitheater ศูนย์การค้าสยามแสควร์วัน จัดพิธีเปิดงาน “ขับเคลื่อน THAILAND 4.0 ด้วยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม : THAILAND 4.0 IN THE MAKING” ระหว่างวันที่ 23-25 พฤศจิกายน 2561 เพื่อแสดงผลงานในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 อย่างเป็นรูปธรรมด้วยวิทยาศาสตร์ฯ ใน 4 ด้าน “สร้างคน แก้จน เสริมแกร่ง สู่ภูมิภาค” หวังกระตุ้นและสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจระยะสั้นและระยะยาว พร้อมเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 อย่างเต็มภาคภูมิ ตอกย้ำจุดยืนรัฐบาลใช้นวัตกรรมพลิกโฉมประเทศ ตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0 ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานพร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ ได้กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการนำเอาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม มาใช้เพื่อพัฒนาประเทศ พาชาติก้าวข้ามกับดักกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางสู่ประเทศรายได้สูง โดยใช้ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อนำไทยสู่ประเทศพัฒนาแล้ว หากสังเกตจะพบว่าในประเทศที่มีรายได้สูงนั้น ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่มีการพัฒนาในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เช่น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี […]

keyboard_arrow_up