อย่าซี้ซั้วเปิด!! บทเรียนจากหนังสยองขวัญ The Evil Dead

ข้อคิดจากหนังสยองขวัญหลายๆ เรื่อง มักจะให้คติเตือนใจหลายๆ อย่าง ข้อคิดหนึ่งที่หนังมักจะสอนเราเสมอๆ ก็คือการ “ไม่ไปเปิดอะไรก็ตามของคนอื่นซี้ซั้ว” ไม่ยังงั้นหายนะจะตามมา… เงื่อนไขของผีหลายๆ แบบในหนังสยองขวัญ มักจะมาในรูปแบบที่ถูกกักขังไว้ในสิ่งของบางอย่าง และมันก็อยู่อย่างปกติทั่วไปถ้าไม่มีใครไปยุ่งกับมัน อย่างที่เห็นได้ว่าบางครอบครัวเข้าไปอาศัยในบ้านร้างได้โดยไม่เจออะไร แต่ตัวละครเอกที่เจอความสยองขวัญสั่นประสาทจะต้องไปทำอะไรบางอย่างกับสิ่งของที่อยู่ของมันดีๆ เหมือนเป็นการปลดปล่อยผีร้ายให้ออกมาสร้างความวุ่นวาย จนต้องหาทางกำจัดปิดตายไม่ให้ออกไปทำร้ายทำลายผู้อื่น The Evil Dead เองก็เช่นกัน ที่เล่าเรื่องราวของกลุ่มวัยรุ่น 5 คน ที่ขับรถท่องเที่ยวกันในวันหยุดสุดสัปดาห์ เฮฮากันที่กระท่อมร้างแห่งหนึ่งในป่าลึกกลางหุบเขา แน่นอนสำหรับหนังแนวนี้คือทุกคนจะเริ่มสำรวจบ้าน จน 1 ในนั้นไปพบกับหนังสือประหลาดหน้าปกเป็นใบหน้าคนและเทปบันทึกเสียงอะไรบางอย่าง ด้วยความอยากรู้อยากเห็นพวกเขาจึง อ่านหนังสือ พร้อมเปิดเทปคาถาปลุกผีขึ้นมาอาละวาด ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของตำนานความสยอง!! ซึ่ง The Evil Dead เวอร์ชั่นต้นฉบับปี 1981 ถือเป็นหนังขึ้นหิ้งในตำนานความสยอง ผลงานยุคแรกของผู้กำกับดัง แซม ไรมี่ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับหนังแนวนี้หลากหลายเรื่องในเวลาต่อมา ทั้งโลเคชั่นบ้านร้างกลางป่าลึก หรือแม้แต่ไอเดียในการหลอกผีตุ้งแช่ทั้งหลายก็มีส่วนเป็นผู้ขับเคลื่อนวงการหนังผีมาจนถึงปัจจุบัน เช่นเดียวกับการที่ส่งให้ตัวผู้กำกับได้มีโอกาสสร้างสรรค์ผลงานในวงการฮอลลีวูดมากมาย อาทิเช่น Spider-man เวอร์ชั่น โทบี้ แมคไกว ที่ถือเป็นหนังเปิดจักรวาลซูเปอร์ฮีโร่ยุคมิลเลนเนียมเลยทีเดียว The […]

อย่างงี้ก็ได้เหรอ?? นิโคลัส เคจ ขอยกเลิกการแต่งงาน อ้าง “แต่งเพราะเมา”

ไม่รู้ว่าจะขำหรือว่าร้องไห้กับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนดี เมื่อนักแสดงหนุ่มใหญ่ชื่อดัง นิโคลัส เคจ วัย 55 ปี อยู่ๆ ตื่นมาตอนเช้าแล้วพบว่าตัวเองเข้าพิธีวิวาห์สายฟ้าแล่บแบบไม่ทันตั้งตัว ร้อนถึงผู้จัดการส่วนตัวต้องวิ่งโร่ไปยื่นคำร้องต่อศาล ขอให้พิจารณางานแต่งครั้งนั้นเป็นโมฆะ กลายเป็นเรื่องวุ่นวายในแวดวงฮอลลีวูดเพียงแค่ข้ามคืน!! ย้อนกลับไปราว 4-5 วันก่อน นิโคลัส เคจ ควงแฟนสาว เอริก้า โคอิเก้ เมคอัพอาร์ตติสต์ เดินทางท่องเที่ยวลาสเวกัสแบบคู่รักสวีทหวานแหวว แต่ทำไปทำมาอีท่าไหนไม่ทราบได้ทำให้ทั้งคู่ตกลงปลงใจจดทะเบียนและแต่งงานกันแบบเรียบง่าย ก่อนที่คล้อยหลังผ่านมาไม่กี่วัน เคจ ต้องให้ผู้จัดการดำเนินเรื่องร้องศาล เพื่อขอให้การแต่งงานครั้งนั้นเป็นโมฆะ ด้วยเหตุผลที่ เคจ บอกว่าวันที่ทั้งคู่แต่งงานกัน เขาเมาหนักมากและจำเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ด้วยซ้ำ ดังนั้นการแต่งงานในสภาวะดังกล่าวถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น!! แล้วทีนี้ทางสาว เอริก้า เจ้าสาว แทนที่นางจะตื่นตกใจเรียกร้องสิทธิที่ภรรยาพึงมี กลับกลายเป็นเห็นด้วยกับการขอให้กลายเป็นโมฆะเสียอย่างนั้น เพราะตัวเธอเองก็ยอมรับว่าเมาหนักไม่แพ้กัน เห็นข่าวแบบนี้แล้วก็ได้แต่อุทานในใจว่า “อย่างงี้ก็ได้เหรอ?” แต่ถ้าเป็นบ้านเราก็คงเรียกว่าเปิดการ์ด “รู้เท่าไม่ถึงการณ์” นั่นแหละครับท่านผู้ชมมม

เกิดมาเพื่อปะทะ! 4 บทบาทสุดระห่ำของ “มาดงซอก” ต้อนรับการมาของ “THE SOUL-MATE คนกับผี คู่แสบแบบว่าป่วง”

มาดงซอก หรือ ดอนลี  ถือเป็นนักแสดงที่มีกลิ่นอายคล้ายคลึงกับ ดเวย์น จอห์นสัน แห่งวงการภาพยนตร์ฮอลลีวูด เขาคือส่วนผสมระหว่างความมันส์และเสียงหัวเราะ โดยก่อนหน้านี้เขามักจะได้รับบทบาทเป็นตัวละครที่มาพร้อมคาแรคเตอร์นิ่งๆ ที่เก่งกาจในด้านการใช้กำลัง หรืออาจกล่าวได้ว่าเขาคือพระเอกที่ไม่ได้ขายหน้าตา แต่ขายความฮาที่มาพร้อมบทแอคชั่นที่ดุเดือดได้ใจคอหนังไปเต็มๆ เรียกว่าเป็นพระเอกสายปะทะก็ไม่ผิดเพราะเจ้าตัวเผชิญหน้ามาหมดแล้วทั้ง แก๊งมาเฟีย ฝูงซอมบี้ เหล่ายมทูต หรือเหล่านักกล้าม และนี่คือ 4 บทแอคชั่นสุดระห่ำผลงานของพระเอกหุ่นล่ำคนนี้ที่ไม่อยากให้พลาดชม  “มาดงซอก” ปะทะ ฝูงซอมบี้ ใน “TRAIN TO BUSAN” (2016) หลายคนคงยังประทับใจหนุ่ม มาดงซอก จากภาพยนตร์แอคชั่นดราม่าระทึกขวัญที่สร้างปรากฏการณ์กวาดรายได้ถล่มทลายทั้งในไทยและเกาหลีอย่าง TRAIN TO BUSAN ที่ในเรื่องนี้เจ้าตัวรับบทบาทเป็น “ซองฮวา” หนุ่มใหญ่ผู้พยายามปกป้องแฟนสาวที่กำลังตั้งครรภ์จากฝูงซอมบี้ที่อัดแน่นอยู่เต็มขบวนรถไฟ ซึ่งคาดว่าคอหนังหลายคนคงประทับใจในฉากการเผชิญหน้าฝูงซอมบี้ด้วยมือเปล่าอย่างไม่เกรงกลัว จากบทบาทนี้เองส่งให้เขาพุ่งทะยานถึงจุดสำเร็จสูงสุดบนเส้นทางสายการแสดง และได้รับความการจับตามองอย่างมากในวงการบันเทิงเกาหลี “มาดงซอก” ปะทะ มาเฟีย ใน “THE OUTLAWS” (2017)  หนังแอคชั่นระทึกขวัญที่ลุ้นกันจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ ภาพยนตร์สร้างจากเหตุการณ์ “ฮึกซาพา” ที่เกิดขึ้นจริงในปี 2007  โดยมีที่มาจากสงครามระหว่างแก๊งท้องถิ่นในเขตการิบง และแก๊งฮึกซาพา (แก๊งมังกรดำ) ประเทศจีน โดยมีจางเฉิน (ยูนคเยซอง) เป็นหัวหน้าแก๊งที่ลักลอบเข้ามาในเกาหลี ยึดอาชีพเจ้าหนี้นอกระบบโดยมีวิธีทวงหนี้อันป่าเถื่อน อาศัยอยู่ย่านไชน่าทาวน์ของโซล โดย “มาดงซอก” รับบท “มาซอกโด” เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้เป็นที่เกรงขามของเหล่ามาเฟียในท้องถิ่น หน้าที่เขาคือผู้รักษาสันติภาพระหว่างแก๊งจีน – เกาหลี สองแก๊งที่มักจะมีเรื่องกันเป็นประจำ แต่แล้วเมื่อจางเฉินเห็นลู่ทางทำมาหากินในเขตนั้น เขาจึงพยายามฮุบกิจการของแก๊งเจ้าถิ่นโดยวิธีอันป่าเถื่อน มาซอกโดและเหล่าตำรวจจึงต้องหาทางจัดการแก๊งอันธพาลทั้งหลายให้ได้  “มาดงซอก” ปะทะ ยมทูต ใน “ALONG WITH THE GOD: THE LAST 49 DAYS” (2018) “มาดงซอก” กับบทบาท “ซอง จูชิน”  อดีตยมทูตที่มีเหตุให้ต้องกลายมาเป็นวิญญาณเจ้าที่ ผู้มีฝีมือการต่อสู้ร้ายกาจขนาดกำราบ “เฮวอนเมก” ยมทูตนักสู้ฝีมือแกร่งได้อย่างราบคาบ นอกจากนี้ตัวละครของมาดงซอกยังเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดเผยอดีตของ เฮ […]

5 สิ่งที่คุณอาจไม่เคยรู้ของ “มาเฮอร์ชาลา อาลี” กับการแสดงทุ่มเกินร้อยใน “GREEN BOOK”

• เล่นบาสเกตบอลเก่ง จนเกือบเข้าสู่ NBA ตอนสมัยเรียน มาเฮอร์ชาลา อาลี เคยได้ทุนนักกีฬาจากโรงเรียนเซนต์แมรี่ในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเขาทุ่มเทและฝึกซ้อมอย่างหนักมุ่งมั่นที่จะเข้าสู่วงการ NBA ให้ได้ ก่อนที่ท้ายที่สุดศาสตร์ด้านการแสดงจะกลับกลายเป็นจุดหักเหที่ทำให้เขาหันมาสนใจจริงจัง และเข้าสู่งานวงการบันเทิงในที่สุด • เคยเป็น แร็ปเปอร์ นามว่า “Prince Ali” ก่อนที่จะผันตัวเข้าสู่งานด้านการแสดงแบบเต็มตัว เขาเคยเป็นนักร้องแร็ปเปอร์ ซึ่งเคยมีผลงานปล่อยมิกซ์เทปในปี 2006 และอัลบั้มชื่อว่า ‘Curb Side Service’ ในปี 2007 มาก่อน และยังเคยทำค่ายเพลงของตนเองมาก่อนด้วยในชื่อ “Eye5 Recordings” • ตัดสินใจย่อชื่อตัวเองให้สั้นลง หลังจากเข้าฮอลลีวู้ด อันที่จริงแล้ว ชื่อเต็มๆ ของเขาคือ “Mahershalalhashbaz Ali” ที่แม่เขาตั้งตามในคัมภีร์ไบเบิล แต่หลังจากที่ร่วมแสดงในหนัง The Place Beyond the Pines เขาพบว่าชื่อของตัวเองนั้นยาวเกินไปที่จะอยู่บนโปสเตอร์หนัง จึงตัดสินใจย่อชื่อของตัวเองลงตั้งแต่นั้นและใช้ชื่อนี้อย่างทางการเสมอมา • นักแสดงมุสลิมคนแรกที่คว้ารางวัลออสการ์ ด้วยบทบาทและการแสดงที่ทรงพลังในหนังดราม่า “Moonlight” จนส่งให้เขาสามารถคว้ารางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมมาได้สำเร็จ […]

จาก “Train To Busan” สู่ “Rampant นครนรกซอมบี้คลั่ง” ปรากฏการณ์ซอมบี้โชซอนบุก 19 ประเทศ 4 ทวีป รับฮัลโลวีนพร้อมกันทั่วโลก

เมื่อ 2 ปีก่อน คอหนังทั่วโลกได้รู้จักและฮือฮากับวงการภาพยนตร์เกาหลีมากขึ้นผ่านภาพยนตร์แอคชั่น-ทริลเลอร์ลุ้นระอุเรื่อง “Train To Busan” ที่สร้างปรากฏการณ์ซอมบี้คลั่งฟีเวอร์ไปทั่วโลก อีกทั้งยังโชว์ให้เห็นถึงพัฒนาการแบบก้าวกระโดด และประสบความสำเร็จจนเตะตาฮอลลีวู้ดถึงขั้นนำไปสร้างใหม่ และในปีนี้ปรากฏการณ์ซอมบี้คลั่งครั้งใหม่จะกลับมาอีกครั้ง โดยฝีมือทีมผู้สร้าง เดียวกับ “Train To Busan” ด้วยการนำเอาประวัติศาสตร์ของเกาหลีในช่วงยุคราชวงศ์โชซอน มาผสมผสานความสยองขวัญระดับสากลอย่างน่าตื่นตะลึง จนกลายเป็นโปรเจคต์ภาพยนตร์แห่งปีที่ทั้งโลกจับตามอง “Rampant นครนรกซอมบี้คลั่ง” “Rampant” ได้รับความสนใจจากเหล่าผู้ซื้อหนังทั่วโลกในเทศกาลหนังเมืองคานส์ครั้งที่ 71 เมื่อกลางปีที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะปล่อยภาพนิ่งออกมาเพียง 2 ภาพเท่านั้น ด้วยพล็อตน่าสนใจระหว่างการนำบรรยากาศของหนังย้อนยุคมาผสมผสานกับหนังซอมบี้จนเกิดเป็นภาพยนตร์แอคชั่น-สยองขวัญไอเดียสุดมันส์และแปลกใหม่ รวมทั้งยังเป็นการโคจรมาพบกันครั้งแรกของสองซูเปอร์สตาร์ตัวพ่อแห่งวงการบันเทิงเกาหลีอย่าง ฮยอนบิน และ จาง ดงกอน สำหรับบทบาทในครั้งนี้ของ ฮยอนบิน เขารับบทเป็น องค์ชายกังลิม ซึ่งจะเป็นตัวละครที่มีพัฒนาการอยู่ตลอดทั้งเรื่อง จากนักรบจอมโหด ไปสู่ผู้นำที่ทำเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม และ จาง ดงกอน นักแสดงผู้ไม่เคยหยุดท้าทายตัวเอง รับบท เสนาบดี คิม จาจุน ผู้บ้าอำนาจ แต่ยามบ้านเมืองมีภัยจากอสุรกายปริศนา เขากลับเลือกที่จะใช้วิกฤตนั้นเป็นโอกาสโค่นล้มราชบัลลังก์ของจักรพรรดิโชซอน นอกจากนี้ ตัวหนังยังได้รวบรวมเอาทีมงานตัวท๊อปของวงการมาไว้แบบจัดเต็มทั้ง ทีมสตั๊นท์, แต่งหน้าเทคนิคพิเศษ, ซีจี, ออกแบบงานสร้าง ที่มาร่วมผนึกกำลังกันรังสรรค์ให้ “Rampant” ออกมาเป็นผลงานชิ้นมาสเตอร์พีซที่ผู้ชมจะได้ตื่นเต้นลุ้นระทึกตั้งแต่นาทีแรกจนนาทีสุดท้าย ยิ่งไปกว่านั้น Rampant ยังได้กลายมาเป็นภาพยนตร์ที่น่าจับตามองของปี 2018 อย่างรวดเร็ว ด้วยการเตรียมเข้าฉายในช่วงเวลาเดียวกันใน 4 ทวีป ทั้งเอเชีย, ออสเตรเลีย, อเมริกา และยุโรป ต้อนรับเทศกาลฮัลโลวีน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของภาพยนตร์เกาหลีที่จะเข้าฉายวงกว้างพร้อมกันถึง19 ประเทศ ทั้ง เกาหลี, อเมริกา, แคนาดา, เยอรมนี, อังกฤษ, ออสเตรเลีย, ฮ่องกง, มาเก๊า, ไต้หวัน, สิงคโปร์, เวียดนาม, พม่า, ลาว, มาเลเซีย, […]

‘แรงบันดาลใจให้กับผู้คนนับล้านทั่วโลก…’ ฮอลลิวู้ดเตรียมสร้างหนัง ภารกิจช่วย ’13 ชีวิตติดถ้ำหลวง’

ภารกิจการช่วยเหลือ “13 ชีวิตทีมหมูป่า” ได้กลายเป็นที่สนใจของผู้คนทั่วโลก ล่าสุดได้มีทีมโปรดิวเซอร์จากฮอลลิวู้ดเตรียมนำเรื่องราวนี้มาถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์ เดลี่ เมล์ ได้รายงานโดยอ้างจากเอเอพี สื่อของออสเตรเลียว่า ไมเคิล สก็อต และอดัม สมิธ ทีมโปรดิวเซอร์ จากบริษัทเพียว ฟิกซ์ จากสหรัฐฯได้เตรียมวางแผนสร้างภาพยนตร์เรื่องราวเกี่ยวกับ 13 ชีวิตทีมหมูป่าที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง หน่วยซีลของไทย และเจ้าหน้าที่กู้ภัยและนักดำน้ำจากทั่วโลก ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในปฏิบัติการดังกล่าว ซึ่งโปรดิวเซอร์ทั้งคู่กำลังเตรียมพาผู้เขียนบทไปสัมภาษณ์เด็กๆ และครอบครัว รวมทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย และหน่วยซีลของไทยเพื่อหาข้อมูลในการเขียนบทด้วย โดยเรื่องราวของภาพยนตร์เรื่องนี้มุ่งเน้นไปที่เรื่องราวของจอห์น โวลันเธน และริค สแตนตัน นักดำน้ำชาวอังกฤษ 2 คน ที่เป็นนักดำน้ำกลุ่มแรกที่พบตัวเด็กๆ และโค้ช ด้านทีมโปรดิวเซอร์ บอกว่า เรื่องราวภารกิจช่วยเหลือเด็กๆ ทีมหมูป่าเป็นเรื่องราวของความกล้าหาญ และความเป็นวีรบุรุษ ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าเรื่องราวนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนนับล้านทั่วโลก และคาดว่าจะเริ่มการถ่ายทำภาพยนต์เรื่องนี้ภายในช่วงปลายปีหน้า.

ชาวเน็ตผุด #Oprah2020 หนุน ‘โอปราห์’ สมัครปธน.สหรัฐฯ หลังสุนทรพจน์เวทีลูกโลกทองคำ

ที่ประเทศสหรัฐฯ มีควันหลงจากงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำเมื่อวานนี้(8 ม.ค. 61) โดยสุนทรพจน์ที่กลายเป็นที่สุดของงานคือคำพูดของโอปราห์ วินฟรีย์ เจ้าของรางวัลเกียรติยศ ซึ่งสุนทรพจน์ของเธอประทับใจผู้คนทั่วโลกจนตอนนี้เกิดกระแสผลักดันให้เธอลงสมัครเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป โอปราห์ วินฟรีย์ พิธีกรชื่อดังของสหรัฐฯ กล่าวหลังขึ้นรับรางวัลเกียรติยศของตน โดยยกย่องผู้หญิงหลายคนที่กล้าออกมาเปิดเผยเรื่องการถูกคุกคามทางเพศจนสามารถสร้างกระแสในสังคม ทำให้จุดประกายการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม และตามมาด้วยแคมเปญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น “มีทู” และ “ไทม์ส-อัพ” เพื่อรณรงค์ให้เกิดความเท่าเทียม ไม่ให้สังคมถูกควบคุมโดยเพศชาย โดยถือเป็นสุนทรพจน์ที่ดีที่สุดต้อนรับปีใหม่เลยก็ว่าได้ ซึ่งโอปราห์ใช้คำว่า “ความพยายามของทุกคนจะไม่สูญเปล่า เพราะรุ่งอรุณแห่งวันใหม่กำลังจะมาถึง” คำพูดของเธอสร้างความประทับใจให้กับผู้คนอย่างมาก จนหลายคนอยากให้เธอได้เข้ามาเป็นผู้นำประเทศ ถ้าหากเข้าไปดูในสังคมออนไลน์ของบรรดาคนบันเทิงในฮอลลีวูด ตลอดจนชาวเน็ตทั่วไป จะเห็นแฮชแทกคำว่า #โอปราห์ ฟอร์ เพรซิเดนท์  (#oprahforpresident ) และ #โอปราห์ 2020 (#Oprah2020) ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้ลงสมัครรับเลือกตั้งในอีกสองปีข้างหน้า ต่อจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งถ้าหากว่าโอปราห์ลงสมัครและชนะเลือกตั้งจริง ก็จะได้เป็นผู้นำหญิงคนแรกของสหรัฐฯ

พลังหญิงกระหึ่มเวที ‘ลูกโลกทองคำ’ หลังฮอลลีวูดตื่นตัว ประเด็นล่วงละเมิดดาราหญิง

รางวัลลูกโลกทองคำครั้งที่ 75 ได้ประกาศผลเสร็จสิ้นแล้วในวันนี้ 8 ธ.ค. 61 ตามเวลาในประเทศไทย ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีของผู้หญิงเพราะภาพยนตร์และซีรี่ย์ที่ได้รางวัลส่วนใหญ่ในนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับผู้หญิง ขณะที่บรรดาผู้หญิงในฮอลลิวู้ดก็ออกมาแสดงพลังต่อต้านการคุกคาม และความเลื่อมล้ำทางเพศ ในงานบรรดานักแสดงหญิงทั้งชายหญิง รวมทั้งคนเบื้องหลังในฮอลลิวู้ดต่างพร้อมใจกันแต่งชุดดำเข้าร่วมงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำครั้งที่ 75 ที่จัดขึ้นในนครลอสแอนเจลิสของสหรัฐฯ เพื่อแสดงพลังต่อต้านการคุกคาม และความเลื่อมล้ำทางเพศ ทั้งยังเป็นการสนับสนุนแคมเปญไทมส์ อัพ (Time’s Up) ซึ่งเป็นการระดมทุนช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกคุกคามทางเพศในทุกสาขาอาชีพเพื่อนำไปใช้สู้คดี โดยการจัดตั้งแคมเปญดังกล่าวมีขึ้นหลังในช่วงปีที่ผ่านมามีการเปิดโปงข่าวอื้อฉาวของคนทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังในฮอลลูวู้ดที่ก่อเหตุข่มขืน และลวนลามเหล่านักแสดงหญิง ส่วนภาพยนต์และซี่รี่ส์ที่ชนะรางวัลลูกโลกทองคำในปีนี้ก็มีตัวละครเอก และเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่เช่น The Handmaid’s Tale, Big Little Lies และ Lady Bird ขณะที่โอปราห์ วินฟรี่ย์ พิธีกรและนักแสดงชื่อดังก็ขึ้นรับรางวัล lifetime achievement ซึ่งเป็นรางวัลเกียรติคุณแห่งความสำเร็จ ซึ่งเธอถือเป็นผู้หญิงผิวสีคนแรกที่ได้รับรางวัลดังกล่าว โดยในระหว่างรับรางวัลวินฟรี่ย์ได้กล่าวยกย่องเหล่าผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อการคุกคามทางเพศ ที่กล้าออกมาบอกเล่าเรื่องราวของตนในทั้งฮอลลิวู้ดและในอาชีพอื่นๆ พร้อมกล่าวว่าในช่วงปลายปีที่ผ่านมาไม่เคยมีใครเชื่อ หรือฟังผู้หญิงที่ออกมาแฉพฤติกรรมฉาวของผู้ชายที่มีอำนาจในฮอลลิวู้ด แต่ยุคสมัยเช่นนั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว

‘เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นเกย์…’ แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ ผู้เคยรับบทสไปเดอร์แมน ประกาศตัวจะมีแฟนเป็นผู้ชาย!

อดีตสไปเดอร์แมนอย่างหนุ่ม แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ จะกลายเป็น สไปเกิร์ล แล้ว!!!! โอ้วโนว ล่าสุดเจ้าตัวออกมาประกาศว่า “เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นเกย์” หลังจากร่วมแสดงละครเวทีเรื่อง Angels in America โดยแอนดรูว์ การ์ฟิลด์ ให้สัมภาษณ์กับทางนิตยสาร Gay Times ว่า เท่าที่ผมรู้ ผมว่าผมไม่ได้เป็นเกย์จริงจังนะ แต่ในอนาคตมันก็ไม่แน่ว่าผมอาจจะมีแฟนเป็นผู้ชายก็ได้ เขาบอกอีกว่า ช่วงเวลาที่ผมพักจากการซ้อมละครเวที ทุกวันอาทิตย์ผมกับเพื่อนๆ จะไปชมนางโชว์ RuPaul’s Drag Race กัน ซึ่งนั่นเป็นชีวิตจริงๆ ของผมหลังจากการแสดง ไลฟ์สไตล์ผมเปลี่ยนไป ผมคงจะมีความเป็นเกย์ขึ้นมาจริงๆ แต่ยังไม่ถึงกับมีความสัมพันธ์จริงจังกับผู้ชาย อย่างไรก็ดี มันเป็นเพียงความรู้สึก หากเขาได้นอนพักผ่อน หรือรับงานแสดงแอคชั่น หรืออะไรที่แปลกใหม่ เขาอาจจะดีขึ้นก็เป็นได้. ภาพจาก – mirror.co.uk/ ข้อมูลจาก – eazyfm.com

keyboard_arrow_up