เตือนภัย! ‘ปากกาเมจิ’ ซึมทะลุถุงอาหาร เปลี่ยนโจ๊กสีขาวให้กลายเป็นสีชมพู

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Wirintorn Diloktharadol ได้ออกมาโพสต์ภาพ และข้อความเตือนผู้บริโภค หลังไปซื้อโจ๊กมาทาน กลับพบว่า “ปากกาหมึกซึม” ที่เขียนระบุถุง ซึมทะลุเข้าไปในอาหาร โดยมีข้อความว่า ตั้งสติ ก่อนกินโจ๊กที่ซื้อกลับบ้าน❗️❗️ เห็นสีชมพูในถุงมั้ย หมึกจากปากกาเมจิกค่ะ หมึกปากกา!!!! ระวังไว้เสมอ ถ้าซื้อโจ๊กกลับบ้านแล้วที่ร้านใช้ปากกาเมจิกเขียนที่ถุง หมึกมันอาจจะซึมเข้าไปในโจ๊กได้ น่ากลัวมากกกกก ดูให้ดีก่อนจะกินน้า ให้ภาพเล่าเรื่อง #เรื่องเล่าเช้าวันอาทิตย์ ************************** เป็นอุทาหรณ์สำหรับร้านอาหารด้วยน้า อย่าเขียนอะไรไว้ที่บรรจุภัณฑ์เลยนะคะ มันซึมลงไปในอาหารได้ ที่มาของคำว่า “ปากกาหมึกซึม” ที่แท้ทรู

ร้องอาหารกลางวันนักเรียนไร้คุณภาพ เด็ก-ผู้ปกครองแฉกับข้าวไม่ตรงปก

จากกรณีครูอ้อม ครูสอนนักเรียนชั้นอนุบาล 1 และอนุบาล 2 โรงเรียนวัดวงเดือน ต.สามง่ามท่าโบสถ์ อ.หันคา จ.ชัยนาท โพสต์ข้อความหลังถูกมือดีปาเลือดสดกระจายเต็มหน้าห้องเรียน ซึ่งครูอ้อม ยืนยันว่า ไม่เคยมีศัตรูที่ไหนไม่มีปัญหาเรื่องชู้สาว ไม่มีปัญหาเรื่องหนี้สิน อีกทั้งผู้ปกครองและเด็ก ๆ ก็รัก แต่มีปัญหาอยู่เรื่องเดียว คือ เคยไปตำหนิเรื่องอาหารกลางวันของเด็กนักเรียน และยื่นเรื่องให้ตรวจสอบ ทางผู้ที่รับสัมปทานทำอาหารกลางวันให้นักเรียน เพราะทนไม่ได้ ที่เห็นเด็ก ๆ ต้องทานอาหารหลางวันที่ไม่มีคุณภาพ สารอาหารไม่ครบ บางวันกินมาม่า อีกทั้งไม่ได้กินผลไม้หรือของมีประโยชน์เหมือนโรงเรียนอื่น ๆ ซึ่งหลังเกิดเรื่องครูอ้อมได้เข้าแจ้งความไว้แล้ว ล่าสุดวันนี้(23 ส.ค. )ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่โรงเรียนดังกล่าว เพื่อตรวจสอบข้อเม็จจริง พบ ผู้ปกครองของนักเรียนชั้นป.5 รายหนึ่ง บอกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ทั้งปีเด็กไม่เคยได้กินกับข้าวดี ๆ มีแต่ต้มจืดเต้าหู้ ก๋วยเตี๋ยว และผัดมาม่า อีกทั้งยังมีการจัดฉากใช้ถาดหลุมนำกับข้าวดี ๆ ใส่ แล้วถ่ายรูปลงเฟซบุ๊ก แต่เด็ก  ๆ กลับไม่ได้กินอาหารตามที่ลงในเฟซบุ๊ก อีกทั้งยังมีการเขียนเมนูอาหาร ขึ้นบอร์ดทุกวัน วันละ 2 อย่าง แต่เมื่อทำจริงก็ไม่เป็นไปตามนั้น […]

เกลือนั้นดีและมีประโยชน์ แต่อย่ารับประทานเกินวันละ 5 กรัม

เกลือนั้นเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่บนโลก และความเค็มเองก็เป็นรสชาติพื้นฐานของมนุษย์ และยังเป็นหนึ่งในเครื่องปรุงรสที่เก่าแก่ที่สุดและหาได้ง่ายที่สุดของมนุษย์ด้วย จึงไม่แปลกที่ในหลายๆ วัฒนธรรมจะมีการนำเกลือมาใช้ในการถนอมอาหารให้สามารถเก็บได้นานขึ้น อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารที่มีเกลือเป็นส่วนประกอบมากเกินไป อาจทำให้เสี่ยงต่อโรคต่อๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง และเพิ่มความเสี่ยงของกล้ามเนื้อหัวใจตายเหตุขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง ดังนั้นองค์การอนามัยโลกจึงแนะนำว่าผู้ใหญ่ควรบริโภคเกลือไม่เกิน 5 กรัมต่อวัน เพื่อสุขภาพที่ดี และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ

“ไข่ดาวน้ำ” เมนูคลีนๆ ง่ายๆ สำหรับคนที่อยากเลี่ยงอาหารมีน้ำมัน

ไข่ดาวน้ำ (Poached egg) คือไข่ที่ต้มในน้ำที่ทำให้เดือด เป็นอีกหนึ่งเมนูไข่ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากได้ไข่ที่สุกพอดี โดยที่ไข่แดงยังมีความข้นเยิ้ม และไข่ขาวสุกทั้งหมดไม่มีส่วนดิบเหลืออยู่เลย ดังนั้นจึงนิยมใช้ไข่ที่พึ่งออกมาใหม่ๆ ภายใน 24 ชั่วโมง เพราะไข่ขาวจะเกาะกับไข่แดงดีกว่าไข่ที่เก็บเอาไว้นานแล้ว นอกจากนี้ยังมีเทคนิคเพื่อป้องกันการแตกตัวของไข่ขาวแตกตัวเมื่อใส่ลงในน้ำร้อน เช่นการคนน้ำให้เป็นน้ำวนเพื่อลดการแตกตัวของไข่ หรือการเติมน้ำส้มสายชูลงไปเพื่อให้ไข่ขาวรัดตัว แต่ก็ควรระวังการใส่มากเกินไป เพราะจะทำให้ไข่ขาวกระด้างและมีรสเปรี้ยว ไข่ดาวน้ำมักจะถูกนำมาใส่ในเมนูอาหารเช้า หรือของว่างก่อนเที่ยงอย่าง Eggs Benedict และ Eggs Florentine ทั้งยังมีอาหารบางประเภทก็มีส่วนผสมของไข่ดาวน้ำ ในซุปหรือใส่ในน้ำแกงและเสิร์ฟพร้อมกับซุปในบางพื้นที่ตอนกลางของโคลัมเบีย ส่วนในอาหารของชาวลิเบียจะนำมาทำเป็นอาหารชื่อ Shakshouka ซึ่งประกอบด้วยไข่ดาวน้ำในซอสมะเขือเทศรสเผ็ด ในอินเดีย ไข่ทอด มักเรียกว่า”ต้ม” แต่บ้างก็เรียกว่าการทอด ซึ่งหมายถึงการคงรูปไข่แดงให้เหมือน “จุดกลางเป้า” เอาไว้ หรือ “ต้มสุกเพียงครึ่ง” ในทางใต้ของอินเดีย ซึ่งหมายถึงการทำให้สุกเพียงบางส่วน และมักจะเสิร์ฟเดี่ยวๆ หรือเสิร์ฟเป็นจานเสริมกับแป้งโรตี แผ่นขนมเบื้องหรือแป้งพาราตะ (แป้งมะตะบะ) การทำจุดกลางเป้ามักจะปรุงในกระทะที่ละเลงด้วยน้ำมัน เช่น น้ำมันมัสตาร์ดหรือน้ำมันพืช ระหว่างหรือทอดบนเตาก็มักจะโรยด้วยเครื่องปรุง เช่น พริกไทยดำ ผงพริกป่น พริกเขียวและเกลือเล็กน้อย ยังเป็นอาหารที่ขายโดยทั่วไปตามริมทางในอินเดียใต้อีกด้วย

“ขนมโตเกียว” ของกินเล่นแบบไทยๆ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากญี่ปุ่น

หากใครไปญี่ปุ่น และพยายามเดินตามหา “ขนมโตเกียว” มาลองชิมล่ะก็ งานนี้คงจะต้องผิดหวังอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะขนมที่ว่านี้เป็นไอเดียไทยประดิษฐ์โดยแท้ เพียงแต่ได้แรงบันดาลใจมาจากขนมญี่ปุ่นที่หน้าตาคล้ายๆ กันอย่าง ขนมโดะระยะกิ (บ้างก็ว่าเป็นขนมยะสึฮะชิ) นั่นคือการใช้แป้งแพนเค้กบางๆ ที่ผ่านการทำให้สุกบนเตาร้อนๆ แล้วม้วนห่อไส้ซึ่งมีด้วยกันหลากหลายไส้ เช่น ไส้กรอก, ไข่นกกระทา, ไส้ครีมรสหวานต่าง ๆ รวมถึงอาจจะมีไส้พิเศษในบางร้าน เช่น ชีส, บิ๊กไบค์, ไก่ยอ หรือแม้กระทั่งเนื้อปลาแซลมอนก็มี แม้จะยังไม่ทราบที่มาแน่ชัดของขนมชนิดนี้ (แม้กระทั่งขนมที่เป็นแรงบันดาลใจก็ยังมีข้อมูลไม่ตรงกัน) แต่จากข้อมูลในนิตยสาร HEALTH & CUISINE ปีที่ 16 Vol. 188 ได้ระบุว่า ขนมโตเกียวนั้นมีการนำขายในประเทศไทยเมื่อราวๆ ปี พ.ศ. 2510 ที่ห้างสรรพสินค้าไทยไดมารู ซึ่งเป็นกิจการห้างสรรพสินค้าของญี่ปุ่นมาเปิดดำเนินกิจการครั้งแรกในประเทศไทย และได้รับความนิยมเป็นมาก เพราะเป็นสถานที่แห่งแรกในประเทศไทยที่มีบันไดเลื่อนและเครื่องปรับอากาศ เชื่อว่าจุดกำเนิดของขนมโตเกียวมาจากการที่มีผู้ขายอยู่ที่ห้างแห่งนี้ โดยดัดแปลงมาจากขนมโดะระยะกิของญี่ปุ่น แล้วตั้งชื่อขนมของตนเองที่ทำขึ้นใหม่นี้ว่า “ขนมโตเกียว” เนื่องจากไทยไดมารูนำเข้าสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นรวมถึงอาหารด้วย ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับกรุงโตเกียว เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นแต่อย่างใด ปัจจุบัน ขนมโตเกียวกลายเป็นของกินเล่นที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป ทั้งในแบบของร้านที่มีการตั้งขายเป็นหลักแหล่ง และในแบบในร้านรถเข็นตามชุมชน และมีการพัฒนารูปแบบการทำไปอีกหลายรูปแบบ […]

คือดีอ่ะ!! ชม 12 เมนูหลังคลอด สำหรับคุณแม่ในโรงพยาบาลญี่ปุ่น

งานนี้ลืมเมนูข้าวต้มแบบเดิมๆ ที่เคยเห็นใรงพยาบาลบ้านเราไปได้เลย เพราะที่จะได้ชมต่อไปนี่คือเมนูหลังคลอดที่เสิร์ฟในโรงพยาบาลที่ประเทศญี่ปุ่น ที่คุณแม่ชาวต่างชาติท่านหนึ่งซึ่งไปใช้บริการที่นั่นได้ถ่ายรูปอาหารทั้ง 12 มื้อที่เดินได้รับประทานระหว่างรักษาตัวออกมาใช้ชมกัน และต้องยอมรับจริงๆ ว่า…แต่ละเมนูนั้นเห็นแล้วชวนให้อยากไปคลอดที่ประเทศนั้นจริงๆ แม้จะเป็นแมนูที่น่าอิจฉา แต่ความจริงแล้วการเสิร์ฟอาหารในแต่ละประเทศนั้นก็แตกต่างกันไป แล้วแต่ฤดูกาล ราคาสินค้า ณ ขณะนั้น รวมทั้งสุขภาพของคุณแม่ว่าพร้อมรับอาหารหรือไม่ แต่เหนือสิ่งอื่นใด อาหารสำหรับคุณแม่หลังคลอดนั้น นอกจากจะต้องช่วยในการฟื้นฟูความแข็งแรงของคุณแม่แล้ว ยังต้องช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตน้ำนมด้วย ฉะนั้นมือหลังคลิดจึงมีความสำคัญมากและคุณแม่ไม่ควรอดหรืองดอาหารในช่วงนี้เด็ดขาด ที่มา – imgur.com

ถึงหน้าตาจะดูแปลกๆ แต่ “หอยทาก” ก็เป็นอาหารจานอร่อยในฝรั่งเศส

เอสคาโก้ (escargot) เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยจนหรูของฝรั่งเศส ที่อาจจะเป็นของแปลกในสายตาของชาวต่างชาติ เพราะวัตถุดับในการทำอาหารจานนี้คือหอยทากที่คลานไปมาตามพื้น แต่สำหรับผู้คนในฝรั่งเศสแล้ว นี่คืออาหารยอดฮิตที่มีการบริโภคกันมากถึงสี่หมื่นตันต่อปีเลยทีเดียว และทำให้มีการการออกหอยทากป่ามาประกอบอาหารเป็นจำนวนมหาศาล ก่อนที่ภายหลังจะเริ่มมีคนหันมาทำฟาร์มเพื่อผลิตหอยทากออกสู่ท้องตลาด แต่นั่นก็ยังถูกว่าเป็นจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับหอยที่จับจากธรรมชาติมาขาย แต่จะบอกว่าหอยทากสามารถเปลี่ยนเป็นอาหารจานอร่อยได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าหอยทุกชนิดจะได้รับสิทธิ์ในการถูกมนุษย์นำมากินแบบนี้ เพราะนอกจากจะต้องพิจารณาในเรื่องของขนาดและปริมาณเนื้อแล้ว หอยแต่ละชนิดยังมีรถชาติที่แตกต่างกันไปอีกด้วย จึงทำให้มีหอยเพียงบางสายพันธุ์เท่านั้นที่นิยมนำมาทำอาหาร เช่นในฝรั่งเศสจะนิยมใช้ Helix pomatia มาทำเป็นเอสคาโก้มากที่สุด แต่ในหลายประเทศแถบยุโรปจะชื่นชอบพันธุ์ Elona quimperiana มากกว่า ส่วนแอฟริกาและเอเชียจะชอบหอยทากพันธุ์ Pila Polita (Apple snails) เป็นพิเศษ เพราะมีเนื้อค่อนข้างเยอะ และเปลือกบาง สำหรับการเตรียมหอยทางเพื่อนำมาทำอาหารนั้น ไม่ว่าจะเป็นหอยที่ได้จากฟาร์มเพาะเลี้ยง หรือผลผลิตที่จับมาจากธรรมชาติ ส่วนใหญ่แล้วคนทำอาหารมักนำหอยทากตัวเป็นๆ มาขังเพื่ออดอาหาร และปล่อยให้หอยทากขับของเสียในร่างกายออกมาจนหมดเสียก่อน แล้วจึงนำมาปรุงอาหารทั้งเปลือก และแม้ว่าทุกวันนี้จะมีเนื้อหอยสำเร็จพร้อมปรุงวางจำหน่ายแล้ว แต่หอยที่เสิร์ฟทั้งเปลือกให้ลูกค้างัดเนื้อออกมากินเอง ก็ยังเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย

“Buffalo Wings” ปีกไก่ทอดสไตล์อเมริกัน แต่ทำไมจึงมีชื่อเรียกว่า “บัฟฟาโล”

บัฟฟาโลวิงส์ (Buffalo Wings) เป็นปีกไก่ทอดที่ไม่ชุบแป้งแล้วคลุกกับน้ำซอสที่มีรสชาติเปรี้ยวจากน้ำส้มสายชู เผ็ดจากพริกกาแยน และมีกลิ่นหอมจากเนย มักนำเสิร์ฟขณะร้อน โดยมากจะบริโภคกับก้านขึ้นฉ่ายหรือแคร์รอตหั่นเป็นแท่งๆ เล็กๆ เคียงข้างกับน้ำสลัดบลูชีสซึ่งเอาไว้จิ้ม คำว่า “บัฟฟาโลวิงส์” ในภาษาไทยเป็นคำทับศัพท์มาจากภาษาอังกฤษ โดยคำว่า “บัฟฟาโล” (Buffalo) เป็นชื่อของเมืองบัฟฟาโลในรัฐนิวยอร์กของสหรัฐอเมริกา ส่วน “วิงส์” (wings) หมายถึงปีกไก่ นอกจากนี้ยังมีซอสบัฟฟาโลที่ทำจากพริกกาแยนผสมกับเนยที่ละลายแล้ว โดยระดับความเผ็ดจะขึ้นอยู่กับความเผ็ดของพริก ปีกไก่โดยมากจะนำไปทอดในน้ำมันปริมาณมาก (หรือบางครั้งอาจนำไปย่างหรืออบแทนก็ได้) จนกว่าจะมีสีเหลืองออกสีน้ำตาล พอทอดเสร็จก็สะเด็ดน้ำมันออก แล้วจึงนำไปคลุกกับน้ำซอส ในสหรัฐอเมริกามักมีซอสบัฟฟาโลสำเร็จรูปวางจำหน่ายตามซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งทำให้การทำบัฟฟาโลวิงส์สะดวกมากขึ้นต่อผู้บริโภค

เฉลยสาเหตุของ “ฝุ่นละออง” ในอาคาร และวิธีแก้ปัญหาที่คุณเองก็ทำได้

แม้บ้านจะฟังดูเป็นสถานที่ที่สะอาดที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องนอนที่น่าจะเป็นส่วนที่ได้รับการดูและเป็นอย่างดีที่สุดในตัวบ้าน แต่ก็เชื่อว่าคงมีหลายคนที่ประสบปัญหาฝุ่นละอองรบกวนภายในบ้านและห้องนอน ที่แม้ว่าจะมีการทำความสะอาดเป็นประจำ จนทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ ตามมาได้ งานนี้ก็จะไปพูดถึงสาเหตุของฝุ่นในห้องนอน คงต้องทำความเข้าใจก่อนว่าประเทศไทยและหลายประเทศในแถวนี้ ตั้งอยู่บนเส้นศูนย์สูตร จึงทำให้มีการเกิดฝุ่นละอองมากกว่าประเทศในโซนอื่น ดังนั้นการกวาดหรือทำความสะอาดต่างๆ จึงไม่สามารถจัดการกับฝุ่นละอองทั้งหมดได้ นอกจากนี้ การจัดห้องเองก็มีส่วนที่ทำให้เกิดฝุ่นละอองในห้องนอนได้เช่นกัน เพราะหากภายในพื้นที่ดังกล่าวมีสิ่งของเป็นจำนวนมาก หรือมีมุมอับต่างๆ ที่อาจเป็นแหล่งสะสมของสิ่งสกปรก ก็อาจเป็นสาเหตุของการมีฝุ่นละอองได้ อีกทั้งยังมีความเชื่อผิดๆ อยากการปิดหน้าต่างเพื่อกันฝุ่นนั้น ในความจริงแล้วก็ไม่ได้ช่วยให้ห้องของคุณปลอยภัยจากฝุ่นได้เลยแม้แต่น้อย มาถึงตรงนี้เชื่อว่าหลายคนคงมีคำถามแน่นอนว่า แล้วเราจะหาทางรับมือกับฝุ่นที่อาจเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยเหล่านี้อย่างไร ในเมื่อแค่การทำความสะอาดอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ เอาเป็นว่าลองมาฟังคำแนะนำดีๆ จากช่วงถามตอบในรายการช่างประจำบ้านกันได้เลย

“ดุกด้าน” ปลาสารพัดประโยชน์ จะกินก็อร่อย จะเลี้ยงก็สวยแปลกตา

ปลาดุกด้าน (Walking catfish) เป็นปลาน้ำจืดในวงศ์ปลาดุก (Clariidae) มีรูปร่างค่อนข้างยาวเรียว ส่วนหางค่อนข้างแบน มีสีเทาปนดำ ส่วนท้องมีสีขาว สามารถเคลื่อนที่บนบกได้เป็นระยะทางสั้น ๆ โดยใช้ครีบ เรียกว่า “ปลาแถก” ขนาดเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 50 เซนติเมตร สามารถพบได้ในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงจนลุ่มน้ำเจ้าพระยา นอกจากนี้ยังพบได้ในแถบคาบสมุทรมลายู, เกาะสุมาตรา, เกาะชวา, เกาะบอร์เนียว, ฟิลิปปินส์ และมีรายงานว่าพบในศรีลังกา, บังกลาเทศ, อินเดีย และพม่า ในประเทศไทยและประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ปลาดุกถูกนำมาใช้ประโยชน์ในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะการเลี้ยงเพื่อนำมาทำเป็นอาหาร เช่น ปลาดุกย่าง, ปลาดุกฟู หรือปลาหยอง เป็นต้น ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากมีราคาถูกและหาซื้อได้ง่าย แต่ขณะเดียวกันก็เป็นปลาที่ถูกควบคุมการซื้อขายในหลายประเทศ เช่นในเยอรมนี ที่มีรายงานว่าปลาชนิดนี้ได้สร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างมาก หลังจากนำเข้าไปเพื่อพัฒนาเป็นปลาเศรษฐกิจ แต่ได้มีบางส่วนที่หลุดลงไปสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ จนกลายเป็นเอเลี่ยนสปีชีส์ที่ไล่กินลูกปลาและสัตว์น้ำขนาดเล็ก นอกจากจะมีการเลี้ยงเป็นปลาเศรษฐกิจแล้ว ปลาดุกยังถูกพัฒนาขึ้นเป็นปลาสวยงามที่มีสีสันและลวดลายแตกต่างไปจากเดิม โดยเฉพาะปลาที่มีลักษณะของสีเผือกและปลาด่าง ซึ่งเป็นที่ต้องการในกลุ่มนักเลี้ยงปลาแปลกอย่างมาก

“รากกล้วย” ปลาไทยๆ ที่กินเป็นอาหารก็ได้ จะเลี้ยงใส่ตู้ปลาก็สวยไปอีกแบบ

“ปลารากกล้วย” หรือ “ปลาซ่อนทราย” เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งในวงศ์ปลาหมูแท้ (Cobitidae) มีขนาดยาวไม่เกิน 30 เซนติเมตร หัวแหลม ตาเล็ก หางแหลม กลางลำตัวมีเส้นสีเทาจากหัวถึงหางระหว่างเส้นมีจุดสีดำเป็นแนวยาว ครีบหางเว้าตื้น มีพฤติกรรมชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ในพื้นท้องน้ำที่มีกรวดทรายและมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว สามารถมุดทรายได้อย่างรวดเร็วเมื่อตกใจหรือจะซ่อนตัวจากสัตว์นักล่า ปลารากกล้วย เป็นปลาพื้นเมืองในรัฐอัสสัมของอินเดีย, พม่า, ไทย, เวียดนาม, มาเลเซีย (ทั้งตะวันตกและตะวันออก) และเกาะสุมาตราและเกาะชวาของอินโดนีเซีย ตัวอย่างที่นำมาจัดอนุกรมวิธานถูกจับมาจากบริเวณจุดบรรจบระหว่างแม่น้ำเลอมาตัง กับแม่น้ำเอนิมในจังหวัดสุมาตราใต้ ส่วนในไทยพบที่แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำยม แม่น้ำวัง แม่น้ำมูล แม่น้ำสงคราม แม่น้ำปัตตานี เป็นต้น เนื่องจากปลาชนิดนี้เป็นปลาขนาดเล็ก จึงนิยมบริโภคด้วยการรับประทานทั้งตัวและก้าง โดยนำมาทำเป็นอาหารได้หลายอย่างทั้งการปรุงสดและตากแห้ง โดยรายการที่ขึ้นชื่อที่สุด คือ ปลารากกล้วยทอดกระเทียม รับประทานกับข้าวต้ม สำหรับการปรุงสดสามารถทำอาหารได้หลากหลาย เช่น ต้มยำ ต้มโคล้ง ฉู่ฉี่ นอกจากนี้ยังนิยมเลี้ยงเป็นปลาตู้สวยงาม โดยเฉพาะในตู้ไม้น้ำ นิยมเลี้ยงเพราะเป็นปลาที่เก็บเศษอาหารที่ปลาอื่นกินเหลือไว้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยพรวนทรายให้ร่วนอยู่ตลอดเวลาด้วย จากการที่มันสามารถมุดทรายได้เป็นอย่างดี

ไม่ได้มีแค่ในเมนูแบบไทย แต่ “ไข่มด” ยังใส่ในอาหารสไตล์เม็กซิกันด้วย

แม้จะไม่ใช่อาหารจานแปลกอะไรสำหรับคนในบ้านเรา รวมทั้งอีกหลายประเทศในภูมิภาคแถบนี้ แต่สำหรับชาวต่างชาติแล้ว ดูเหมือนไข่มดและแมลงต่างๆ จะยังเป็นอาหารจานแปลกที่ไม่น่าตักเข้าปากสักเท่าไหร่ แต่นั่นคงไม่ใช่กับประเทศอย่างเม็กซิโก ที่ไม่เพียงจะมีเมนูจากแมลงใกล้เคียงกับบ้านเราเท่านั้น แต่เขายังมีอาหารที่ทำจากไข่มดเหมือนกันด้วย ไข่ที่ว่านี้มีชื่อเรียกว่า Escamoles ซึ่งเป็นเป็นของมด Liometopum ที่มักทำรังอยู่ตามรากของต้นมาเกย์ (Maguey) พืชอวบน้ำในกลุ่มว่านหางจระเข้ ซึ่งการรวบรวมไข่จากมดชนิดนี้มีความยุ่งยากไม่ต่างจากการเก็บไข่มดแดงในบ้านเราเลย เพราะมดชนิดนี้มีพิษที่รุนแรงมาก และจะปกป้องรังของมันอย่างดุร้าย จึงต้องใช้ความระมัดในการเก็บพอสมควร และทำให้ไข่มดชนิดนี้มีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 1,200 – 34,000 บาท โดยขึ้นอยู่กับช่วงอายุของตัวอ่อนและไข่ที่เก็บได้ เมื่อได้ไข่มดมาแล้ว ส่วนใหญ่ชาวเม็กซิกันจะนิยมนำมาผสมกับผัดคลุกเคล้าผสมกับเนยแข็งและเครื่องเทศต่างๆ เพื่อทำให้มีรสชาติและกลิ่นที่น่ารับประทานขึ้น แต่ก็มีบางคนที่นิยมนำมากินสดๆ แกล้มกับเบียร์หรือผลไม้ ทั้งยังสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารจานหลักแบบเม็กซิกันรสจัดจ้านได้หลายชนิดอีกด้วย

“แคบหมู” ของกินชื่อไทยๆ แต่สามารถพบได้ในหลายภูมิภาคทั่วโลก

คงไม่มีใครปฏิเสธว่า “แคบหมู” นั้นเป็นของกินแบบไทยๆ ที่พบได้ในหลายๆ เมนูของบ้านเรา และมักใช้รับประทานเป็นเครื่องเคียงอาหารอื่น ๆ เช่น น้ำพริก ก๋วยเตี๋ยว น้ำเงี้ยว ฯลฯ หรือเป็นส่วนผสมประกอบอาหารอื่น ๆ เช่น พวกน้ำพริกหรือแกง แต่ถ้าว่ากันตามกรรมวิธีการทำแล้วล่ะก็ เมนูที่นำหนังสัตว์อย่าง หมู วัว หรือควาย ที่ติดมันมาทอดให้พองและกรอบนั้น ล้วนแต่ปรากฏในทุกภูมิภาคของโลก และมีชื่อเรียกต่างๆ กันไปเช่น pork snack, pork rind, pork scratching หรือ pork crackling แม้จะฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่แคบหมูปรากฏในอาหารของทุกภูมิภาคที่บริโภคสุกร โดยเป็นผลผลิตของการทำน้ำมันหมู และบางทีก็เป็นวิธีทำให้หนังสุกรที่หนาและแข็งนั้นรับประทานสะดวกขึ้น เช่นในประเทศแคนาดาที่เรียกแคบหมูต่างๆ กันไปตามภูมิภาค เช่น ในรัฐนิวฟันด์แลนด์เรียก “สกรันเชียน” (scrunchion) มักเป็นแคบหมูชิ้นเล็ก ๆ นิยมใช้เป็นเครื่องชูรสอาหารอื่น เช่น ปลาเค็ม และใช้ปรุงอาหารที่เรียก “ปลากับบรูอิส” (fish and brewis) ส่วนในรัฐควิเบกเรียกแคบหมูว่า […]

ปากลำโพง l อร่อยบอกต่อ ‘สุกี้เจริญไทย’ ทีเด็ดที่น้ำซุป ซอสสูตรลับ ส่งตรงจากบรรพบุรุษ

ปากลำโพง l อร่อยบอกต่อ ขอนำเสนอ “สุกี้เจริญไทย” ขึ้นชื่อเรื่องเมนูสุกี้หม้อไฟแบบโบราณสูตรเฉพาะของทางร้าน น้ำซุปหอมๆ ที่เคี่ยวจากกระดูกหมู อ้อยสด และผักกาดขาว ให้สีของน้ำซุปออกสีเหลืองนิดๆ ซดคล่องคอ ทานคู่กับเครื่องสุกี้ ทั้งหมูหมักซอสสูตรลับ ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง และอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงเมนูอาหารจีน อาหารไทย และอาหารมังสวิรัติ ให้เลือกทานอีก 100 กว่าเมนู คุณปู จุฬาณัฎฐ์ จงสมชัย และคุณอุ๋ย จารุวรรณ์ ศรีสุรัตน์ เจ้าของร้านสุกี้เจริญไทย เล่าให้ฟังว่า ทีเด็ดอยู่ที่น้ำซุป และซอสสูตรลับ คลุกเคล้ากับไข่ 3 ฟอง ไข่เป็ด และไข่ไก่ให้เข้ากัน เพิ่มความกลมกล่อม ในส่วนของน้ำจิ้ม มี 2 สูตร คือ น้ำจิ้มซีฟู้ด และน้ำจิ้มสุกี้เต้าหู้ยี้ ปรุงกระเทียมพริกได้ตามใจชอบ สำหรับสายกินสุกี้อยากไปลิ้มลอง แวะไปเลยที่วงเวียนใหญ่ หรือ โทร. 02-438-0313.

“จิ้งหรีด” โปรตีนแห่งอนาคต สัตว์เศรษฐกิจน่าเลี้ยงของไทย

จิ้งหรีด เป็นแมลงจำพวกหนึ่ง อยู่ในวงศ์ Gryllidae ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็นวงศ์ย่อยต่างๆ ที่สามารถพบได้ในทั่วโลก โดยเฉพาะในเขตร้อนชื้น พบแล้วประมาณ 900 ชนิด ในประเทศไทยสามารถพบจิ้งหรีดได้ทั่วทุกภูมิภาค เป็นแมลงที่กินอาหารได้หลายชนิด และมักออกหากินในเวลากลางคืน โดยจะอาศัยขุดรูอยู่ในดินหรือทรายที่พุ่มหญ้า จิ้งหรีดถือเป็นแมลงที่มีขนาดลำตัวปานกลางเมื่อเทียบกับแมลงโดยทั่วไป มีปีก 2 คู่ คู่หน้าเนื้อปีกหนากว่าคู่หลัง ปีกเมื่อพับจะหักเป็นมุมที่ด้านข้างของลำตัว ปีกคู่หลังบางพับได้แบบพัดสอดเข้าไปอยู่ใต้ปีกคู่หน้า ปากเป็นชนิดกัดกิน หัวกับอกมีขนาดกว้างไล่เลี่ยกัน ขาคู่หลังใหญ่และแข็งแรงใช้สำหรับกระโดด ตัวผู้มีอวัยวะพิเศษสำหรับทำเสียงเป็นฟันเล็ก ๆ อยู่ตามเส้นปีกบริเวณกลางปีก ใช้กรีดกับแผ่นทำเสียงที่อยู่บริเวณท้องปีกของปีกอีกข้างหนึ่ง อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่เป็นที่รู้จักกันดีของจิ้งหรีด ขณะที่ตัวเมียจะไม่สามารถทำเสียงดังนั้นได้ และจะมีอวัยวะสำหรับใช้วางไข่เป็นท่อยาว ๆ บริเวณก้นคล้ายเข็ม เห็นได้ชัดเจน จิ้งหรีดถือเป็นแมลงที่เป็นศัตรูพืชอย่างหนึ่ง แต่ก็มีความเกี่ยวพันธ์กับมนุษย์ในแง่ของเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงมาอย่างยาวนาน ในหลายวัฒนธรรม ในหลายประเทศ มีการเลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อฟังเสียงร้อง และเลี้ยงไว้สำหรับการกัดกัน โดยถือว่าเป็นแมลงจำพวกหนึ่งที่สามารถนำมาต่อสู้กันได้อย่างด้วงกว่าง อีกทั้งยังปรากฏในนิทานอีสปในเรื่อง มดกับจิ้งหรีด เป็นต้น นอกจากนี้แล้ว ในปัจจุบัน ยังนิยมใช้เพื่อการบริโภคเป็นอาหาร และใช้เป็นอาหารสัตว์ จึงมีการส่งเสริมให้เลี้ยงจิ้งหรีดในฐานะเป็นสัตว์เศรษฐกิจ โดยนิยมเลี้ยงกันในบ่อปูนซีเมนต์วงกลม โดยมีแหล่งใหญ่อยู่ที่อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม

“ปลาไหลญี่ปุ่น” เมนูแดนอาทิตย์อุทัยที่เคยเสี่ยงสูญพันธุ์ จนต้องเพาะพันธุ์เพื่อป้อนตลาด

ปลาไหลญี่ปุ่น เป็นปลาไหลชนิดหนึ่งในวงศ์ปลาตูหนา (Anguillidae) พบในญี่ปุ่น, เกาหลี, จีน, ไต้หวัน และเวียดนาม ตลอดจนแถบภาคเหนือของฟิลิปปินส์ เช่นเดียวกับปลาไหลอื่นๆ ในวงศ์เดียวกัน ปลาไหลญี่ปุ่นใช้ชีวิตอยู่ในน้ำจืดเป็นส่วนใหญ่ แต่จะกลับไปวางไข่ในน้ำทะเล โดยพื้นที่วางไข่ของปลาไหลญี่ปุ่นคือ บริเวณกระแสน้ำศูนย์สูตรเหนือทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกไปจนถึงแถบตะวันตกของหมู่เกาะมาเรียนา ในขณะที่ยังเป็นตัวอ่อน พวกมันจะถูกเรียกว่าปลาเมือก พวกมันจะถูกพัดพาโดยกระแสน้ำเส้นศูนย์สูตรเหนือไปทางตะวันตกของแปซิฟิก ต่อจากนั้นก็จะถูกพัดขึ้นทางเหนือไปยังเอเชียตะวันออกโดยกระแสน้ำญี่ปุ่น (คูโรชิโอะ) ซึ่งในเอเชียตะวันออกนี้เอง พวกมันอาศัยอยู่ตามแม่น้ำ, ทะเลสาบ และปากแม่น้ำ ปลาไหลญี่ปุ่นถือเป็นอาหารที่สำคัญของเอเชียตะวันออก ทำให้เกิดเป็นอุตสาหกรรมประมงบ่อเลี้ยงปลาขึ้นในประเทศส่วนใหญ่ของภูมิภาคนี้ ในญี่ปุ่นจะเรียกปลาชนิดนี้ว่า อูนางิ ถือเป็นวัตถุดิบสำคัญในวัฒนธรรมอาหารของญี่ปุ่น ร้านอาหารจำนวนมากนิยมเสิร์ฟโดยการย่าง กลายเป็นอาหารที่เรียกว่า คาบายากิ (蒲焼) นอกจากนี้ยังถูกใช้ในศาสตร์การแพทย์ของจีนอีกด้วย อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการทำประมงปลาชนิดนี้อย่างมหาศาล แต่จำนวนที่พบในธรรมชาติกลับลดน้อยลงจนเข้าสู่ภาวะเสี่ยงใกล้สูญพันธุ์ ตามการจัดอันดับของสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN) ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะสามารถเพาะพันธุ์ปลาชนิดนี้แล้วก็ตาม แต่ทว่าผลผลิตที่ได้ในแต่ละปีเพียงแค่ 3,000–4,000 ตัว เท่านั้น เพราะขาดซึ่งเงินทุนสำหรับพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นที่จะผลิตให้ได้ปีละหลายหมื่นตัว แต่ทว่า ดร.คัตสึชิ สิคะโมะโตะ แห่งมหาวิทยาลัยนิฮง ได้ค้นพบเมื่อปี ค.ศ. 2009 ว่าปลาไหลญี่ปุ่นจะวางไข่ที่บริเวณร่องน้ำลึกมาเรียนาตะวันตก ใกล้เกาะกวม ทำให้ได้ทราบถึงวิถีชีวิตตลอดจนถึงพฤติกรรม […]

“ข้าวหมูแดง” เมนูง่ายๆ มื้อไหนก็กินได้ แถมเป็นของอร่อยระดับนานาชาติ

หากจะมีเมนูข้าวจานไหน ที่สามารถรับประทานเป็นอาหารมื้อไหนก็ได้ล่ะก็ คงต้องยกให้ “ข้าวหมูแดง” ที่ขายทั่วไปในบ้านเรา และมีทั้งเจ้าดังในแต่ละย่าน ไปจนถึงร้านรถเข็นที่รู้กันเฉพาะลูกค้าเจ้าประจำ แต่ว่าจะเป็นร้านเล็กหรือใหญ่ เมนูจานนี้ก็ได้รับความนิยมได้เสื่อมคลาย และจุดเด่นของอาหารจานนี้ที่ขาดเสียไม่ได้ ก็ต้องยกให้ “หมูแดง” ที่วางมาบนข้าวนี่แหละ หมูแดง เป็นอาหารที่ได้จากการย่างเนื้อหมูที่ปรุงรส นิยมใช้เนื้อหมูส่วนสันนอก, สามชั้น, สันคอหรือคอหมู ในประเทศจีนเรียกว่า ชาสิ่ว (叉燒) โดยจะหมักเนื้อหมูกับน้ำผึ้ง, ผงเครื่องเทศทั้งห้า, เต้าหู้ยี้, ซอสถั่วเหลือง, ซอสฮอยซิน และอาจผสมเหล้าเชอร์รีหรือเหล้าหวงจิ่ว ก่อนจะนำไปย่าง หมูแดงของจีนใช้เป็นส่วนประกอบในเมนูบะหมี่ ข้าวหรือซาลาเปาหน้าแตก ในฮ่องกงจะขายหมูแดงในร้านซิวเหม่ย (燒味) ร่วมกับไก่หรือห่านย่าง ในประเทศญี่ปุ่นมีอาหารคล้ายหมูแดงของจีน เรียกว่า ชะชุ (チャーシュー) เป็นส่วนประกอบในราเม็ง โดยเตรียมจากการทำเนื้อให้เป็นก้อนก่อนจะนำไปตุ๋นที่อุณหภูมิต่ำ ปรุงรสด้วยน้ำผึ้งและซอสถั่วเหลือง ส่วนในประเทศไทย, มาเลเซีย, สิงคโปร์และอินโดนีเซีย มักนิยมนำหมูแดงมารับประทานคู่กับข้าวหรือบะหมี่ โดยหากเป็นเมนูข้าวมักจะเสิร์ฟพร้อมแตงกวา ต้นหอม ราดด้วยน้ำซอสด้านบน และยังนิยมน้ำหมูแดงมาใส่เป็นไส้ซาลาเปาอีกด้วย

“ไส้กรอก” อาหารแปรรูปที่คิดค้นมากว่า 3,500 ปีแล้ว และยังใช้เป็นอาหารเช้าจนถึงทุกวันนี้

ไส้กรอก (Sausage) มาจากคำภาษาลาตินว่า Salsus หมายถึง “การเก็บรักษาเนื้อสัตว์โดยใช้เกลือ” หรือมาจากคำว่า Wurst ในภาษาเยอรมัน ซึ่งหมายถึง “เนื้อสัตว์บดละเอียดผสมกับเกลือและเครื่องเทศ บรรจุลงในไส้” ดังนั้นกรรมวิธีในการผลิตไส้กรอกนั้นจึงถือได้ว่าเป็นกรรมวิธีในการถนอมอาหารแบบหนึ่ง ที่คิดค้นมากว่า 3,500 ปีแล้ว ในยุคบาบิโลเนีย ลักษณะเป็นเนื้อหมักเครื่องเทศ ยัดไว้ในไส้สัตว์ ในยุคกลาง เมืองต่าง ๆ ในยุโรปได้พัฒนาสูตร รสชาติ และรูปร่างของไส้กรอกของตนเอง และตั้งชื่อไส้กรอกตามชื่อเมืองที่เป็นถิ่นกำเนิด เช่น ไส้กรอกเวียนนา เป็นต้น ในยุคปัจจุบันการผลิตไส้กรอกเป็นการประยุกต์ใช้กระบวนการถนอมอาหารหลายอย่างรวมกัน เช่น การใช้สารเคมี การใช้ความร้อน การอบแห้ง การแช่แข็ง และการแช่เย็น จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ไส้กรอกในปัจจุบันนั้นมาให้เลือกบริโภคอย่างหลากหลาย ซึ่งจะแตกต่างกันตามลักษณะของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ชนิดของเครื่องเทศและเครื่องปรุงรส ชนิดของเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อปลา เป็นต้น อัตราส่วนระหว่างเนื้อสัตว์และไขมันของเนื้อสัตว์ ความละเอียดของการบดเนื้อสัตว์และเครื่องเทศ วิธีการผสม ขั้นตอนการผลิต วิธีการอัดไส้ ขนาดและความยาวของไส้ที่นำมาใช้ และ ชนิดของไส้ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 […]

keyboard_arrow_up