จาก “บัตรพลังงาน” สู่อาการ Placebo Effect เมื่อคนป่วยเริ่มเชื่อว่า “ยาหลอก” รักษาโรคได้

แม้จะมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ บัตรพลังงาน ออกมาอย่างต่อเนื่อง ว่าเป็นเพียงเรื่องลวงโลกที่ไม่มีผลต่อการรักษาโรค แถมยังยังมีสารเคมีและสารกัมมันตรังสีที่เป็นอันตรายปะปนอยู่ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่เชื่อว่า “บัตรพลังงาน” ที่ตนซื้อมานั้นมีผลต่อการรักษาโรคจริงๆ และไม่สนใจต่อกระแสการพิสูจน์บัตรดังกล่าวแม้แต่น้อย ซึ่งเป็นผลที่คล้ายๆ กับอาการซึ่งเรียกว่า Placebo Effect หรือ ปรากฏการณ์ยาหลอก ยาหลอก หรือ Placebo เป็นการรักษาโรคหรืออาการอื่นทางการแพทย์ที่ไม่แท้หรือไม่มีผลทางการแพทย์ โดยตั้งใจให้หลอกผู้รับการรักษา บางครั้ง ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยาปลอมจะมีการพัฒนาของอาการทางการแพทย์ที่รับรู้หรือแท้จริง ปรากฏการณ์ดังกล่าวโดยทั่วไปเรียกว่า “ปรากฏการณ์ยาหลอก” ในการวิจัยทางการแพทย์ มีการให้ยาหลอกเป็นการรักษาควบคุมและขึ้นอยู่กับการหลอกที่ควบคุมได้ ยาหลอกสามัญรวมถึง ยาเม็ดเฉื่อย การผ่าตัดหลอก และกระบวนการอื่นที่ใช้สารสนเทศเท็จ อย่างไรก็ดี ยาหลอกสามารถมีผลทางบวกอย่างน่าประหลาดใจต่อผู้ป่วยที่ทราบว่า การรักษาที่ให้แก่ตนนั้นปราศจากยาออกฤทธิ์ใด ๆ เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ทราบว่าไม่ได้รับยาหลอก จากข้อมูลของ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ระบุว่า Placebo Effect หมายถึง ผลที่น่าพอใจของการได้รับสารหนึ่งๆ ซึ่งเป็นผลที่เกิดจากความเชื่อหรือการคาดหวังว่าจะเกิดผลดีของผู้รับสารนั้นเอง ซึ่งหลักฐานงานวิจัยทางการแพทย์ในเรื่อง Placebo Effect นั้นมีมากมาย จนกระทั่งมีการสนับสนุนความคิดทางตะวันตกที่ว่า “หากผู้ป่วยมีความคาดหวังด้านบวก ต่อการรักษาใด การรักษานั้นก็จะได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจ” ดังนั้นในทางกลับกัน หากผู้ป่วยมีความคาดหวังด้านลบต่อการรักษาจะทำให้เกิดโรคได้หรือไม่ ความคิดนี้ […]

เปิดประวัติ “ผัดกะเพรา” อาหารตามสั่งแบบไทยๆ ที่ดังไกลถึงญี่ปุ่น

อีกหนึ่งเมนูตามสั่ง ที่หลายๆ คนยกให้เป็น “อาหารสิ้นคิด” ที่หากใครนึกไม่ออกว่าจะกินอะไร ก็แค่ได้เป็นร้านอาหารตามสั่ง แล้วสั่ง “ผัดกะเพรา” มารับประทานสักจาน ก็ได้อิ่มสบายท้องไปอีกหนึ่งมื้อแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า…เมนูไทยๆ จนนี้ เพิ่งจะเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง ในช่วงปี พ.ศ. 2500 นี้เอง ผัดกะเพรา เป็นอาหารจานเดียวของไทยที่ได้รับความนิยมที่สุดจานหนึ่งที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปในประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยวัตถุดิบหลักคือ เนื้อสัตว์ พริก กระเทียม ใบกะเพรา แต่ภายหลังได้มีบางร้านเติมถั่วฝักยาว ข้าวโพดอ่อน และหอมหัวใหญ่ ลงไปด้วย ซึ่งก็มีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยที่ไม่ชื่นชอบกับไอเดียนี้ และพยายามเรียกร้องให้ผัดกะเพราต้องใส่ใบกะเพราเท่านั้น สำหรับเนื้อสัตว์ที่นำมาใช้ในเมนูผัดกะเพรานั้นมีด้วยกันหลายชนิด ตั้งแต่เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อวัว กุ้ง ปลาหมึก หรือแม้แต่ ปลา หอยแมลงภู่ เนื้อปู วิธีการปรุง ใช้วิธีการผัดวัตถุดิบเข้าไปด้วยกัน มีการปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล บ้างใส่ผงชูรส ซีอิ๊วดำ พริกไทยป่น เติมน้ำสต๊อกพอให้ขลุกขลิก รับประทานกับข้าวสวย อาจกินด้วยกับไข่ดาว มีน้ำปลาพริกเป็นเครื่องปรุงให้รสหอมและเผ็ดขึ้น ความเป็นมาของกะเพราในเมืองไทยนั้น สามารถย้อนกลับไปได้ถึงปี พ.ศ. 2230 […]

จัดว่าเด็ด!! เปิดสูตร “ปลาซัคเกอร์ผัดฉ่า” เมื่อเอเลี่ยนกลายเป็นเมนูชวนหิว

คงไม่มีใครปฏิเสธสถานะความเป็นสัตว์รุกรานของปลาซัคเกอร์ หรือที่หลายๆ คนเรียกว่าปลาเทศบาลได้ เพราะหากมันแพร่ระบาดลงในแหล่งน้ำใด เป็นต้องทำให้สายพันธุ์ดั้งเดิมพลอยอันตรธานหายไปจนหมด แถมจับขึ้นมาเท่าไหร่ก็ไม่มีท่าทีว่ามันจะหมดไปง่ายๆ ซะด้วย ได้ยินแบบนี้หลายคนอาจสงสัยว่า…แล้วจะมีวิธีไหนที่จำทำให้เราจัดการหรือหยุดการรุกรานของปลาต่างถิ่นชนิดนี้ได้บ้าง เอาเป็นว่างานนี้เราลองมาดูไอเดียชวนหิวของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ เกษม พรมเมือง ที่ได้นำปลาประหลาดนี้มาเปลี่ยนเป็นอาหารที่น่ากินหน้าตาของมัน อย่างเมนูที่ชื่อ ‘ปลาซัคเกอร์ผัดฉ่า’ จานนี้ เอาเป็นว่าใครสนใจวิธีปราบเอเลี่ยนที่ช่วยแก้หิวได้แบบนี้ ก็ลองไปทำกันดูได้นะจ๊ะ  

“เพรียงหิน” เมนูหน้าตาสุดพิลึกจากทะเล แต่เชื่อเถอะว่า…มันกินได้ !!

แม้โลกนี้จะมีอาหารจากท้องทะเลเป็นจำนวนมาก และมีหลายรายการที่มีมากจนราวกับว่าจะสามารถหากินได้แบบไม่มีวันหมด แต่ก็เพราะความชื่นชอบและอยากลิ้มลองที่ไม่รู้จักจบสิ้นของมนุษย์ ทำให้มีวัตถุดิบอีกหลายชนิดที่ถูกนำมาเปลี่ยนเป็นอาหาร แม้ว่ารูปร่างหน้าตาของมันจะไม่ชวนให้รู้สึกหิวก็ตาม อย่างเช่นเจ้า “เพรียงหิน” (Pyura chilensis) สัตว์ในตระกูลเพรียง ที่เป็นจานโปรดของชาวเปรูและชิลี ถึงภายนอกจากจะดูน่าเกลียดมากกว่าน่ากิน แต่หากนำมากะเทาะเปลือกแข็งๆ ออก ก็จะพบกับเนื้อสีแดงสดอยู่ภายใน ซึ่งเนื้อในส่วนนี้สามารถกินมันได้ทั้งแบบสดๆ หรือเอาไปปรุงเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นต้มกับเครื่องเทศทำเป็นซุป หรือทอดแล้ววางบนขนมปัง ซึ่งจะมีรสชาติคล้ายกับหอยเม่น ที่ออกขมนิดๆ ทั้งยังอุดมไปด้วยไอโอดีนและธาตุเหล็กอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ก็รับประทานเพรียงเหล่านี้ก้มีความเสี่ยงต่อสุขภาพเช่นกัน เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์พบว่าเพรียงหินเหล่านี้สามารถเติบโตได้ในหลายพื้นที่ และไม่เกี่ยงคุณภาพของน้ำที่มันอาศัยอยู่ ดังนั้นหากเป็นเพรียงที่เก้บมาจากแหล่งที่น้ำไม่สะอาด มันก็จะกลายเป็นอาหารที่สะสมโลหะหนักไว้ในเนื้อของมันเป็นจำนวนมากไปโดยปริยาย

“ผำ” พืชน้ำพื้นบ้านอุดมสารอาหาร ที่คนในเมืองหลวงอาจไม่รู้จัก

เมื่อพูดถึงพืชน้ำที่สามารถเป็นอาหารของมนุษย์ได้ เชื่อว่าสาหร่ายคงเป็นชื่อแรกๆ ที่ผุดเข้ามาในความคิดของเราหลายๆ คนแน่ แต่รู้หรือไม่ว่ายังมีพืชน้ำอีกชนิดหนึ่งที่สามารถพบได้ในประเทศ และยังสามารถน้ำมารับประทานเป็นอาหารได้อีกด้วย และพืชที่ว่านี้คือ “ผำ” ผำ,ไข่แหน, ไข่น้ำ หรือ ไข่ขำ (Wolffia globosa) เป็นพืชมีดอกขนาดเล็กที่สุด จัดอยู่ในวงศ์ Lemnaceae สกุล Wolffia อาศัยลอยอยู่บนผิวน้ำ และอาจลอยอยู่เป็นกลุ่มปนกับพืชชนิดอื่น เช่น แหน แหนแดง ก็ได้ มีรูปร่างรี ๆ ค่อนข้างกลม มีขนาดยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร แต่ละต้นมีสีเขียว ไม่มีราก ไม่มีใบ ต้นประกอบด้วยเซลล์ชนิดพาเรงคิมาเป็นส่วนใหญ่ มีช่องอากาศแทรกอยู่ระหว่างเซลล์ ทำให้เห็นเป็นฟองน้ำ และช่วยให้มีการลอยตัวอยู่ในน้ำได้ ไม่มีเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่นำน้ำและอาหาร มีช่องให้อากาศเข้าออกได้อยู่ทางบนของต้น ผำกระจายอยู่ในหลายประเทศ ตั้งแต่ทวีปยุโรป ทวีปแอฟริกากลาง ตอนใต้ของเกาะมาดากัสการ์ และในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะบริเวณเขตศูนย์สูตรใต้ และตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังพบในประเทศบราซิล ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศออสเตรเลียด้วย จากข้อมูลพบว่า ผำเป็นต้นไม้ขนาดเล็ก มีการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว สามารถนำมาปลูกเลี้ยงไว้ในพื้นที่ที่มีขนาดเล็กได้ จึงเหมาะแก่การทำมาใช้เป็นอุปกรณ์ในการศึกษา […]

ก่อน “แกงเทโพ” จะใช้หมูสามชั้น นี่คือเป็นวัตถุดิบดั้งเดิมของอาหารไทยชามนี้

อีกหนึ่งอาหารที่น่าจะเป็นจานโปรดของใครหลายๆ คน นั่นคือ แกงเทโพร้อน ที่แค่กินกับข้าวสวยก็อร่อยสบายท้องแล้ว และก็อย่างที่เราทราบกันดี ว่าแกงแบบไทยๆ ชามนี้มีเนื้อหมูสามชั้นเป็นวัตถุดิบหลัก แต่รู้หรือไม่ว่า…ก่อนหน้าที่แกงนี้จะมีการใช้เนื้อหมู เคยมีปลาชนิดหนึ่งที่ถูกวางตัวว่า จะต้องใช้ปลาชนิดนี้ในการทำแกงเทโพเท่านั้น และชื่อของแกงเองก็มาจากชื่อปลาเช่นกัน นั่นคือ ปลาเทโพ เป็นที่ทราบกันดีกว่าแกงเผ็ดใส่กะทิที่เป็นอาหารพื้นบ้านของไทยเรานั้น ทุกวันนี้มีหมูสามชั้นเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ แต่หากย้อนกลับไปถึงสูตรดั้งเดิมแล้วล่ะก็ แกงเทโพต้องใส่ ปลาเทโพ (Black ear catfish) เท่านั้น ซึ่งปลาน้ำจืดในวงศ์ปลาสวาย (Pangasiidae) มีส่วนหัวและจะงอยปากมน ปากอยู่ค่อนไปทางด้านล่าง รูปร่างป้อมสั้น ปลาขนาดใหญ่มีลำตัวส่วนท้องลึก ปลายครีบหลัง ครีบท้อง ครีบอก ครีบท้อง และครีบก้นยื่นเป็นเส้นยาวเรียว มีแต้มสีดำเห็นชัดเจนที่ฐานครีบอก ตัวมีสีเทาคล้ำอมน้ำตาล ด้านข้างมีสีเทาจาง ด้านท้องสีจางอมชมพู ครีบสีจาง ครีบก้นมีแถบสีคล้ำตามยาว ครีบหางมีแถบสีคล้ำทั้งตอนบนและตอนล่าง มีขนาดประมาณ 50 เซนติเมตร ใหญ่สุดได้ถึง 1.5 เมตร ปลาเทโพนั้นสามารถพบได้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย และมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป เช่น “หูหมาด”, “หูดำ” หรือ “ปึ่ง” ในภาษาเหนือ […]

รสชาติแห่งออสเตรเลีย!! เมื่อ “เนื้อจิงโจ้” ได้รับความนิยม เพราะโปรตีนสูง ไขมันต่ำ เข้มข้นกว่าเนื้อวัว

แม้การนำสัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ประจำชาติมาทำเป็นอาหารนั้น อาจเป็นเรื่องทำใจยากสำหรับหลายๆ คนอยู่บ้าง แต่เพราะการเพิ่มประชากรของจิงโจ้ที่ไร้การควบคุม จนทำให้เกิดปัญหาวิวาททั้งกับผุ้คน และสัตว์พื้นเมืองอื่น แถมมันยังเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุบนถนน เพราะจิงโจ้นั้นมักจะกระโดดตัดหน้ารถทำให้เกิดอุบัติเหตุจนมีคนบาดเจ็บ และเสียชีวิตอยู่บ่อยครั้ง ด้วยเหตุผลเหล่านี้เอง จึงทำให้เกิดนโยบาย “การุณยฆาตจิงโจ้” ขึ้น โดยรัฐบาลออสเตรเลียได้อนุญาตให้มีการล่าจิงโจ้อย่างถูกกฎหมายขึ้น ซึ่งทางรัฐจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด และเพื่อไม่ให้โควต้าการล่าแต่ละครั้งต้องสูญเปล่า จึงได้มีการรณรงค์ให้ชาวออสซี่หันมาบริโภคเนื้อจิงโจ้กันมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มนักล่าจิงโจ้ที่มีใบอนุญาตทั้งหลาย ที่มีความอยากรู้อยากเห็นว่าเนื้อจิงโจ้ที่เขาเพิ่งลั่นไกสังหารไปนั้น จะมีรสชาติเป็นอย่างไร จากข้อมูลพบว่า การปรุงจิงโจ้ที่ดีที่สุดคือการปรุงโดยไม่ทำให้เนื้อสุกเกินไป หรือก็คือทำให้สุกในระดับ Medium Rare เท่านั้น เพราะจิงโจ้นั้นเป็นสัตว์ที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา และกล้ามเนื้อที่ทรงพลังของมันนี้เอง ที่ทำให้เนื้อจิงโจ้แทบไม่มีไขมันแทรกเลย ฉะนั้นการปรุงเนื้อจนสุกจะยิ่งทำให้เนื้อนั้นแข็งเหนียวไม่ต่างจากยางรถยนต์เลย นอกจากนี้ เนื้อจิงโจ้ยังมีรสชาติรสเข้มข้นกว่าเนื้อวัว แต่กลับไม่มีกลิ่นสาบที่น่ารำคาญจมูกแม้แต่น้อย อีกทั้งในเนื้อจิงโจ้ยังมีกรด Linoleic Conjugated ซึ่งมีมากกว่าเนื้อสัตว์ที่เรากินกันในทุกวันนี้ในน้ำหนักเท่าๆ กัน โดยเจ้ากรดตัวนี้นั้นมีสรรพคุณช่วยต้านมะเร็ง ป้องกันโรคเบาหวาน และโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดและที่สำคัญคือมันเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนเป็นอย่างยิ่ง ถึงจะฟังดูคล้ายโฆษณาชวนเชื่อ และเราอาจคิดว่าคงไม่มีใครให้ความร่วมมือกินเจ้าสัตว์น่ารักชนิดนี้ได้ลงแน่ แต่เชื่อเถอะว่า…คุณสามารถหาเนื้อจิงโจ้ได้ง่ายกว่าคิดมากนัก เพราะในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วออสเตรเลียเองก็มีเนื้อจิงโจ้วางขายอยู่มากมาย ซึ่งส่วนใหญ่นิยมนำมาปรุงเป็นสเต็ก เพราะสามารถควบคุมอุณหภูมิในการปรุงได้ง่ายกว่า และยังทานง่ายกว่าเมนูยอดนิยมอัดนดับสองอย่างสตูว์เนื้อด้วย

ลองมาดูสิว่า…เมื่อสั่งเมนูหรูราคา 20,000 บาท ที่ร้านอาหารในอเมริกา คุณจะได้อะไรมาบ้าง!?

เชื่อว่าหลายคนคงมีโมเมนท์ที่อยากลองชิมอาหารจากร้านหรูๆ ที่ติดอันดับว่าแพงที่สุดในบางประเทศดูสักครั้ง แต่ถ้าคุณยังไม่กล้าลอง เรามีหน่วยกล้าตายจากเว็บไซต์ Imgur ที่ใช้ชื่อสมาชิกว่า Hoptail ซึ่งได้ลองสั่งอาหารจากร้าน Saison หนึ่งในร้านอาหารที่ได้ชื่อว่าแพงที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยมื้อดังกล่าว เธอยอมทุ่มเงินเก็บที่ได้จากการทำงานกว่า 600 เหรียญ หรือประมาณ 19,600 บาท เพื่อจะได้รู้ว่า…มื้อเย็นสำหรับ 1 ที่ ของร้านอาหารสุดหรูนี้ จะเสิร์ฟอะไรให้เธอบ้าง มาเริ่มกันที่ชา ซึ่งการจิบแต่ละครั้ง คุณจะได้ช่อสมุนไพรเล็กๆ ที่ประกอบด้วยใบจากต้ Douglas fir ดอกคาโมไมล์ ดอกยาร์โรว เลมอนบาล์ม โป๊ยกั๊ก และดอกไฮพริออส โดยทั้งหมดจะแช่มาในน้ำเลมอนอุ่นๆ และเพิ่มกลิ่นกับรสชาติให้ชาแก้วนั้น จนเธอการันตีว่า นี่เป็นชาที่อร่อยที่สุดเท่าที่เธอเคยดื่มมา ต่อด้วยจานผัก เธอบอกว่ามันเป็นใบผักขมอ่อนกับสาหร่ายเคลป์ ที่ย่างกับเนย และแต่งหน้าด้วยไข่ปลาคาร์เวียร์ จานปลาที่นำมาเสิร์ฟก็สร้างเซอร์ไพรส์ให้เธออย่างมาก เพราะมันประกอบด้วยซาชิมิปลา Turbot (ปลาฉีกเดียว) 2 ชิ้น ที่มีรสชาติอร่อยมาก และมีอีกชิ้นนำมาย่างกับซอสถั่วเหลือง ทั้งยังมีเครื่องเคียงเป็นมะเขือเทศจิ๋วกับดอกไม้ทอดด้วย สำหรับที่สงสัยว่าหอยกูอี้ดั๊ก (Geoduck) นั้นอร่อยขนาดไหน […]

หมูปิ้งครองเมือง!! สตรีทฟู้ดแบบง่ายๆ กินมื้อไหนก็ได้ แต่ได้ใจคนทุกชนชั้น

แม้เทรนด์สตรีทฟู้ดจะเพิ่งเป็นที่นิยมในประเทศไทยได้ไม่กี่ปี แต่ถ้าถามถึงอาหารแบบสตรีทฟู้ดในประเทศนี้แล้วล่ะก็ คงต้องบอกว่ามีมากมายมหาศาล แถมยังมีมานานกว่าที่หลายๆ คนคิดอีกด้วย และถ้าพูดถึงอาหารแนวนี้แล้วล่ะก็ คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักหรือไม่เคยกิน “ข้าวเหนียวหมูปิ้ง” ที่วางขายกันทั่วทุกหัวระแหงแน่ แม้จะบอกไม่ได้ว่าจุดเริ่มต้นของหมูปิ้งนั้นเริ่มจากที่ไหน แต่ภาพของคนขายทั้งชายหญิงยืนปิ้งหมูเสียบไม้บนตะแกรงนั้น คงจะเป็นอีกหนึ่งภาพชินตาสำหรับคนไทยอย่างมาก และจากหมูปิ้งธรรมดาๆ ที่รูปร่างหน้าตาเหมือนกันไปหมด คนขายส่วนใหญ่ก็พยายามเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าของตนเองด้วยการคิดสูตรหมูปิ้งแบบต่างๆ ขึ้นมา ทั้งแบบที่เป็นเนื้อหมูล้วนๆ แล่แผ่ออกเป็นชิ้นบางๆ ทั้งแบบเอาหมูชนิดติดมันสักหน่อยเพื่อความนุ่มเหงือกของคนกิน และบ้างก็มาในแบบของเนื้อบดหยาบๆ มีทั้งเนื้อและมันในปริมาณเกือบจะเท่ากัน แต่ไม่ว่าจะใส่เดียเข้าไปมากมายแค่ไหน ราคากลางๆ ของหมูปิ้งขนาดมาตรฐานก็หนีไม่พ้นราคาไม้ละ 10 บาท หรือหากเป็นหมูชิ้นเล็กๆ แบบหนึ่งไม้หนึ่งคำ ก็อาจจะลดลงมาเหลือไม้ละ 4 – 5 บาท ขายคู่กับข้าวเหนียวอีกถุงละ 5 บาท เรียกว่าจ่ายธนบัตรใบเขียวๆ ไปก็ได้เมนูอิ่มท้องพอประทังชีวิตไปอีกมื้อแล้ว แม้จะไม่หรูหราสวยงามงานเหมือนกับบาร์บีคิวที่ขายกันตามโรงแรม แต่เชื่อเถอะว่านี่คืออาหารที่ครองเมือง และเข้าถึงผู้คนได้ทุกระดับชั้นแบบหมูปิ้งนั้น ย่อมเป็นที่ครองใจคนไทยอย่างปฎิเสธไม่ได้แน่ๆ

เปิดเมนู “แมงมัน” สุดยอดอาหารเปิบพิสดาร กก. ละ 2 พัน และหากินได้แค่ปีละครั้ง

เข้าช่วงฤดูฝนแบบนี้ อีกหนึ่งเมนูพื้นบ้านแบบไทยๆ ที่น่าจะถูกใจใครหลายๆ คน คงต้องยกให้กับเจ้า แมงมัน เมนูแนวเปิบพิสดารจานเด็ด ที่จะหารับประทานได้เพียงปีละครั้ง และมีเวลาให้หาซื้อได้เพียงช่วงสั้นๆ ในต้นฤดูฝน แถมยังมีราคาซื้อขายสูงถึงกิโลกรัมละกว่า 2,000 บาทเลยทีเดียว มาถึงตรงนี้เชื่อว่าหลายต่อหลายคนคงอดสงสัยไม่ได้ว่า “แมงมัน” ที่กำลังพูดถึงกันอยู่นี้มันหน้าตาเป็นอย่างไร และทำไมถึงมีราคาแสนแพง แถมยังมีให้แซ่บได้เพียงปีละครั้งเท่านั้น เอาเป็นว่าเรามาทำความรู้จักกับเมนูพื้นบ้านชนิดนี้กันสักนิดดีกว่า แมงมัน (Subterranean ants) เป็นมดชนิดหนึ่งทำรังอยู่ใต้ดินที่เป็นที่ดอนน้ำท่วมไม่ถึง ชอบดินแข็งและชอบอยู่ใกล้รากไม้ใหญ่ๆ คล้ายปลวก แต่ไม่ก่อดิน หรือพูนดินขึ้นเป็นจอมปลวก ในรอบหนึ่งปีแมงมันจะออกจากรูเฉพาะเดือนพฤษภาคม คือฤดูฝน เพราะน้ำฝนที่ซึมลงดินทำให้ แมงมันอยู่ไม่ได้จะออกจากรูขึ้นมาอยู่บนผิวดิน โดยปกติแมงมันจะไม่ย้ายรังถ้าไม่ถูกรบกวนจากคน แต่เมื่อไหร่ที่เริ่มเข้าฤดูฝน แมงมันก็จะออกจากรังในช่วงที่มีฝนตกใหม่ๆ เพื่อมาผสมพันธุ์ ซึ่งในปีหนึ่งจะมีโอกาสแบบนี้เพียงช่วงสั้นๆ เท่านั้น ที่ผู้คนจะสามารถจับมันมาทำอาหารได้ จึงทำให้แมงมันมีราคาแพงมาก โดยชาวบ้านจะไปซุ่มรอแมงมันออกมาจากรู บางรายก็จะใช้มือจับใส่ขวด บางรายก็จะใช้ไซครอบรูแมงมันเอาไว้ พร้อมนำหลอดไฟฟ้า หรือเทียนไขส่องสว่าง เพื่อล่อและเก็บรวบรวมแมงมันมาปรุงเป็นอาหารเมนูต่างๆ เช่น นำไปทอด คั่วกับเกลือ หรือตำน้ำพริก สำหรับแมงมันที่พบนั้นสามารถแบ่งออกได้หลายประเภท เช่น แมงมันตัวเมีย มีสีแดงคล้ำ ตัวใหญ่ มีรสมันนิยมนำมาบริโภคเป็นอาหาร […]

สุดยอดหม้อไก่ผัดจากฮ่องกง ‘อา นัม (AH NAM)’ ฮอทพอทแนวใหม่ อร่อยถึงเครื่อง

ฮอทพอต ถือเป็นเมนูยอดฮิตอีกอย่างนึงของยุคนี้เลยทีเดียว ซึ่งคราวนี้ อมรินทร์ทีวี เลยจะพาไปชิม ฮอทพอทแบบใหม่ ที่ไม่ซ้ำในใครในเมืองไทยแน่นอน ที่  อา นัม (AH NAM) ร้านฮอทพอทสไตล์ฮ่องกง ซึ่งมีความพิเศษอยู่ที่รสชาติอร่อยจัดจ้าน กับวิธีการกินแบบพิเศษสุด ๆ  ด้วยการ ‘ผัดก่อนต้ม’ และสามารถทานได้ถึง 3 ขั้นตอน ตั้งแต่เมนูผัด ฮอทพอท ไปจนถึงข้าวต้มเลยทีเดียว จะเป็นยังไงตามมาชิมกันเลย เมื่อเดินทางมาถึง อา นัม (AH NAM) ร้านต้อนรับเราด้วยบรรยากาศคลาสสิกสไตล์ฮ่องกงแท้ ๆ ด้วยการตกแต่งโทนสีดำ-แดง แพร-แพรพรรณ ธรรมวัฒนะ ผู้บริหารฝ่ายการตลาดฟู้ด โปรเจ็กต์ (ประเทศไทย) เจ้าของร้าน บอกกับอมรินร์ทีวี ถึงที่มาของร้าน ว่าเกิดจากการที่ได้ไปพบร้าน อา นัม ที่ฮ่องกง และติดใจในรสชาติจนทำให้ต้องกลับไปทานเป็นประจำอยู่นานหลายปี  ก่อนที่จะตัดสินใจนำมาเปิดสาขาที่เมืองไทย โดยมีการปรับเมนูเพื่อให้เข้าปากคนไทยมากที่สุด เมนูเด็ดซึ่งถือเป็น ซิกเนเจอร์ของร้านนั่นก็คือ “อานัม ชิกเก้น พอท” (AH NAM Chicken Pot) เมนูหม้อไก่ผัดซอสเสฉวนสูตรต้นตำรับซึ่งรวมเครื่องเทศหลากชนิด […]

เปิดสถิติตลอด 27 ปี ว่า “พระโค” เลือกกินอะไรในวันพืชมงคลมากที่สุด

ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ มีการเสี่ยงทายของกิน 7 ชนิดตั้งเลี้ยงพระโค ได้แก่ ข้าวเปลือก ข้าวโพด ถั่วเขียว งา หญ้า น้ำ และเหล้า เมื่อพระโคกินของสิ่งใด โหรหลวงจะได้ถวายคำพยากรณ์ออกมา โดยของกินแต่ละอย่างจะมีความหมายในการทำนายแตกต่างกันไป หากพระโคเลือกกิน “ข้าวเปลือก” หรือ “ข้าวโพด” พยากรณ์ว่า ธัญญาหาร ผลาหาร จะบริบูรณ์ดี หากพระโคเลือกกิน “ถั่ว” หรือ “งา” พยากรณ์ว่า ผลาหาร ภักษาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี หากพระโคเลือกกิน “เหล้า” พยากรณ์ว่า การคมนาคมจะสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศจะดีขึ้น เศรษฐกิจจะรุ่งเรือง หากพระโคเลือกกิน “น้ำ” หรือ “หญ้า” พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี แม้จะไม่มีการเก็บข้อมูลว่าคำทำนายจากอาหารที่พระโคกินเข้าไปนั้นจริงตามคำพยากรณ์หรือไม่ แต่จากการรวบรวมข้อมูลการเลือกกินอาหาร 7 อย่างของพระโคตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 จนถึงปัจจุบัน […]

เปิบเมนู ‘ไข่เจียวจระเข้’ ทานได้แค่ปีละครั้ง ขาย 3 ฟองร้อยเดียว (คลิป)

พาไปดูเมนูอาหารสุดแปลกที่ ทวีชัยฟาร์ม ฟาร์มเพาะเลี้ยงจระเข้ ต.หนองกระทุ่ม อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี กับเมนูพิเศษ ไข่เจียวจระเข้ ทำแสนง่าย แต่จะทานได้ปีละครั้งเท่านั้น น.ส.มินตรา เพ็ญชาติ เจ้าของร้านอาหารทวีชัยฟาร์ม กล่าวว่า เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาวของทุกปี จะเป็นช่วงฤดูผสมพันธุ์ของจระเข้ และตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม – ปลายเดือนพฤษภาคม จระเข้ก็จะวางไข่ ซึ่งจะมีไข่บางส่วนไม่ได้รับการปฏิสนธิ ไม่มีตัวลูกจระเข้ เมื่อตอกดูลักษณะไข่แดงจะออกสีเหลืองอ่อน ไข่ขาวจะจับตัวกันเป็นก้อนวุ้นเหนียว ซึ่งจากเดิมจะนำมาแปรรูปรับประทานเองในครัวเรือน รวมไปถึงแจกให้กับญาติและคนรู้จัก แต่ปัจจุบันทางฟาร์มได้เปิดเป็นร้านอาหาร จึงได้นำเมนูของครอบครัวมาให้ลูกค้าได้รับประทาน นั่นคือ เมนูไข่เจียวจระเข้ และ ไข่ตุ๋นจระเข้ มาขายให้กับลูกค้าได้ลิ้มลอง หรือจะซื้อเป็นไข่สด นำไปประกอบอาหารเองที่บ้านก็ได้ แต่ไม่แนะนำให้นำไปทำเป็นไข่ต้ม เนื่องจากส่วนของไข่ขาวจะไม่สุก ส่วนขั้นตอนการทำไข่เจียว เริ่มจากนำไข่จระเข้ จำนวน 3 ฟอง มาตอกใส่ภาชนะ ใส่เครื่องปรุงรส น้ำปลา ซีอิ๊ว ตีเนื้อไข่ให้เข้ากัน แล้วลงทอดในกระทะ ที่น้ำมันร้อนๆ จนเหลืองฟู สุกทั่วถึงก็สามารถนำเสิร์ฟได้ ส่วนเมนู ไข่ตุ๋น ก็จะนำไข่จระเข้ มาผสมกับนมสด […]

“อภัยภูเบศร” เผยภูมิปัญญาชาวบ้านใช้กัญชาปรุงอาหารไทย ย้ำอย่าใส่มากเดี๋ยว “เมา”

เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊ก Supaporn Pitiporn ในหัวข้อเรื่อง “กัญชา…ก่อนภูมิปัญญาจะหายไป” โดยมีเนื้อหาดังนี้… จากการลงพื้นที่สำรวจความรู้ของมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในพื้นภาคใต้พบว่า ชาวบ้านมีการใช้กัญชาปรุงอาหาร ใบอ่อนนามาใช้เป็นอาหาร โดยเอามาใส่แกงส้ม แกงกะทิ แกงมัสมั่นเมนูผัดหรือรับประทานสด เป็นผักจิ้มน้ำพริก น้ำบูดู แต่จะใช้ปริมาณน้อย 1-2 ใบ (ใช้มากจะทำให้เมาได้) ว่ากันว่ากัญชาเพิ่มรสชาติอาหาร ทำให้กินข้าวได้มาก นอนหลับสบาย ในส่วนของการใช้ประโยชน์ทางยา หมอยาพื้นบ้านภาคใต้ใช้ใบกัญชาแก้ปวดฟันโดยนำใบมาขยี้พอแหลก นำไปพอกหรืออุดบริเวณที่มีอาการ หรือนำใบไปต้มจนเดือด ดื่มอุ่นๆ ช่วยรักษาอาการปวดเมื่อย เป็นยาแก้กษัยเส้นและให้ผ่อนคลาย คลายเครียด หรืออีกตำรับหนึ่ง ท่านก็ว่านำใบตำละเอียดผสมน้ำต้มสุกนำมาพอกหนังศีรษะประมาณครึ่งชั่วโมง แก้อาการผมร่วง คันหนังศีรษะได้ นอกจากภาคใต้แล้วหมอยาพื้นบ้านในภาคอื่นใช้ดอกกัญชาปิ้งไฟให้เหลือง กรอบ ตำผสมพริกแกงเผ็ดปรุงให้คนไข้เบื่ออาหารรับประทาน ทำให้คนไข้กินข้าวได้มากโดยไม่รู้ตัว หมอยาบางท่านใช้น้ำจากบ้องกัญชากรอกให้คนไข้อหิวาต์กิน ตื่นมาอาการทุเลาลง ในใบกัญชามีสารเมาน้อย สารเมาละลายน้ำได้น้อย การเอามาใส่แกง ในปริมาณจำกัด เช่น 1-2 ใบสารเมาจึงจะน้อยมากๆ สารเมาในกัญชา ละลายในน้ำมันได้ดี […]

“อึ่งเพ้า” อาหารอีสานราคาหรู แต่เสี่ยงพยาธิ…หากไม่ปรุงให้สุก

การเกิดฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ภาคเหนือและอีสานนั้น นับเป็นสัญญาณที่ชาวบ้านในพื้นที่ต่างรู้ดีว่า จะมีสัตว์ที่จำศีลออกมาผสมพันธุ์ในช่วงดังกล่าวแน่ๆ โดยเฉพาะ อึ่งเพ้า สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำราคาแพงที่สามารถขายได้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละหลายร้อยบาท แถมชาวบ้านส่วนใหญ่ยังสามารถออกไปจับได้ครั้งละมากกว่า 5 กิโลกรัมต่อคนอีกด้วย อึ่งปากขวด หรือ อึ่งเพ้า (Glyphoglossus molossus) เป็นสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกชนิดหนึ่ง จำพวกอึ่งอ่าง จัดเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในสกุล Glyphoglossus มีความยาวจากหัวจรดถึงก้นประมาณ 73 มิลลิเมตร ลำตัวอ้วนป้อม มีลักษณะเด่นคือ หน้าสั้นมาก ปากแคบและทู่ ไม่มีฟัน ไม่เหมือนกับกบหรืออึ่งอ่างชนิดอื่นๆ ตาเล็ก ขาสั้น แผ่นเยื่อแก้วหูเห็นไม่ชัด ลำตัวสีน้ำตาลดำหรือสีเทาดำ ใต้ท้องสีขาว บางตัวอาจมีจุดกระสีเหลืองกระจายอยู่ทั่ว เท้าทั้ง 4 ข้างมีพังผืดเกาะติดอยู่ใช้สำหรับว่ายน้ำ และมีสันใต้ฝ่าเท้าหลังใช้สำหรับขุดดิน อึ่งปากขวดพบในภูมิภาคอินโดจีน ในประเทศไทยจะพบเฉพาะพื้นที่ที่อยู่เหนือจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ขึ้นไป มีพฤติกรรมอาศัยโดยขุดโพรงดินที่เป็นดินปนทรายและอาศัยอยู่ภายใน ในป่าที่มีความชุ่มชื้นใกล้กับพื้นที่ชุ่มน้ำ ในฤดูร้อนจะซ่อนตัวในโพรงแทบตลอด เมื่อฝนตกจะออกมาหากิน โดยหากินในเวลากลางคืน ผสมพันธุ์และวางไข่ในช่วงต้นฤดูฝน และจะผสมพันธุ์วางไข่เร็วกว่าอึ่งอ่างหรือกบชนิดอื่น ลูกอ๊อดมีลำตัวป้อมและโปร่งแสง ลำตัวเป็นสีเหลือง มีส่วนบนและส่วนล่างเป็นสีดำ หากินอยู่ในระดับกลางน้ำ โดยจะว่ายทำมุมประมาณ 45 องศา อยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ ไปไหนมาไหนพร้อมกันเป็นฝูง จากข้อมูลของ […]

ไม่มีสิ่งใดสูญเปล่า!! เมื่อช้างล้มกลางป่า ก็กลายเป็นอาหารของชาวพื้นเมือง

ถึงช้างจะเป็นสัตว์ที่ได้รับการเคารพและเป็นตัวแทนของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งกลุ่มประเทศในแถบแอฟริกาเองก็ให้ความยำเกรงต่อยักษ์ใหญ่ตัวนี้อย่างมาก แต่นั่นก็แค่ในตอนที่พวกมันยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น เพราะเมื่อไหร่ที่มันล้มลง พวกเขาก็พร้อมจะเปลี่ยนมันเป็นอาหารมื้อต่อไปทันที แต่ถ้าใครยังนึกภาพไม่ออกว่าในโลกนี้มีคนกินช้างจริงๆ หรือเปล่า งั้นลองมาดูตัวอย่างจากเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นนอกเขตอุทยานในซิมบับเว เมื่อช้างแอฟริกันตัวหนึ่งตายลงเนื่องจากความชรา และกลายมาเป็นอาหารจานโตของชาวพื้นเมืองนับร้อยที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง

เปิดเบื้องหลังเมนูอาหารทะเลจานด่วน “หอยเผาเบนซิน” ของชาวประมงเกาหลีเหนือ

ถึงน้ำมันจะถูกใช้ในการปรุงอาหารมาหลายพันปีแล้วก็ตาม แต่สำหรับเมนูที่ถูกถ่ายภาพโดยนักเขียนชาวญี่ปุ่น Kuzo ที่ได้เดินทางไปเกาหลีเหนือและแวะไปร่วมวงกับชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่กำลังทำเมนูท้องถิ่นของที่นี่ นั่นคือ “หอยเผา” ที่ใช้วิธีวางเพลิงด้วยน้ำมันเบนซิน (Gasoline) Kuzo บอกว่าภาพนี้เป็นสิ่งที่ชาวเกาหลีเหนือส่วนใหญ่ไม่อยากเปิดเผยกับคนภาพนอก แต่เนื่องจากเหล้าโซจูที่เขาดื่มด้วยกันไปหลายแก้ว ทำให้มีโอกาสได้ไปดูเบื้องหลังการประกอบอาหารท้องถิ่นประจำฤดูร้อนจานนี้ และถ่ายภาพเก็บมาด้วย แต่ถึงจะถูกราดด้วยน้ำมันเบนซินถึง 2 ขวดและเผาด้วยไฟโดยตรงถึง 5 นาที แต่ Kuzo ก็ยอมรับว่าหอยที่ปรุงด้วยวิธีนี้มีรสอร่อยมาก โดยเฉพาะตอนกินพร้อมกับเหล้าโซจู แถมยังมีบางคนเชื่อด้วยว่าถ้าเจอปูตัวเล็กๆ ในหอยตัวใหญ่ จะถือเป็นเรื่องโชคดีด้วย

เปลี่ยน “น้ำบะหมี่ก้นถ้วย” ให้กลายเป็นอาหารสักมื้อตอนสิ้นเดือน

ใกล้วันสิ้นเดือนแบบนี้ เชื่อว่าหลายคนคงพยายามใช้เงินในกระเป๋าให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ และอีกหนึ่งในตัวเลือกชั้นดีที่ทำให้สามารถผ่านช่วงเวลาสิ้นเดือนนี้ไปได้โดยท้องไม่หิว ก็ต้องยกให้บรรดาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทั้งหลายนี่แหละ เพราะแค่เติมน้ำร้อนก็พองได้เต็มถ้วย เพียงพอต่อการยาไส้ไม่ให้พยาธิประท้วงได้ดีนักแล…แม้สารอาหารจะไม่ค่อยมีก็ตาม แต่ถ้าแค่นั้นยังประหยัดไม่พอล่ะก็ ลองมาดูวิธีเอาตัวรอดช่วงสิ้นเดือนด้วยบะหมี่ถ้วยที่แอ๊ดวานซ์ไปอีกขั้น และไม่ต้องกังวลเรื่องการขาดสารอาหารด้วย ส่วนจะทำอย่างไรนั้น เราไปชมพร้อมๆ กันเลย หรือก็ไม่แน่ว่า…อาจจะมีคนกำลังใช้วิธีนี้อยู่แล้วก็ได้ 1. เลือกรสชาติที่ชอบ 2.ต้มบะหมี่ถ้วยเตรียมซด 3.เหลือน้ำกับเครื่องไว้นิดหน่อย 4. เทของเหลือลงไปผสมกับไข่ 5. จากนั้นตีให้เข้ากัน 6. นำเอาอุ่นไมโครเวฟ ก็จะได้เป็นไข่ตุ๋นทรงเครื่อง 7. ทีนี้จะกินเปล่าๆ หรือเก็บไว้กินกับข้าวมื้อต่อไป ก็ตามสะดวกเลย

keyboard_arrow_up