8 ชนิดเห็ดพิษในประเทศไทย ที่ควรรู้จัก และอย่าเก็บมากินเด็ดขาด !!

แม้ว่าเห็ดจะถูกนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู และยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่เกษตรกรสามารถเพาะปลูกได้ แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีเห็ดที่เกิดขึ้นเองในธรรมชาติเป็นจำนวนมาก และมีหลายชนิดที่มีพิษอันตรายถึงชีวิต อีกทั้งยังมีรูปร่างหน้าที่ที่คล้ายๆ กับเห็ดที่คนเรากินเป็นปกติอีกด้วย ฉะนั้นก่อนจะตัดสินใจเก็บเห็ดในธรรมชาติ หรือซื้อเห็ดที่ไม่รู้จักตามตลาดท้องถิ่นมาปรุงอาหาร เราควรเช็ดให้ชัวร์เสียก่อนว่า…มันกินได้จริงๆ หรือไม่!? เห็ดระโงกหินก้านลาย หมวดสีขาว เรียบเป็นมันเล็กน้อย ก้านสีขาวปกคลุมด้วยเส้นใยเป็นลาย มีวงแหวนเป็นเยื่อบางสีขาวหลุดง่าย โคนโป่งเป็นกระเปาะกลม และมีเปลือกหุ้มถ้วยแนบติดก้าน อาการ : แสดงอาการหลังจากรับประทาน 6-24 ชั่วโมง มีอาการท้องร่วงเป็นตะคริว ที่ท้อง ปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้อาเจียน หลังจาก 24 ชั่วโมงมีอาการ ตับและไตวาย ตายภายใน 2-6 วัน เห็ดระงากขาว หรือ เห็ดไข่ตากซาก หมวกสีขาวเป็นมันวาว ก้านมีวงแหวนบางสีขาว โคนก้านมีเปลือกหุ้มถ้วยแนบติดก้าน อาการ : แสดงอาการหลังจากรับประทาน 6-24 ชั่วโมง มีอาการท้องร่วงเป็นตะคริว ที่ท้อง ปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้อาเจียน หลังจาก 24 ชั่วโมงมีอาการ ตับและไตวาย ตายภายใน 2-6 วัน […]

ถึงจะตัวเล็กกว่า แต่การกัดจมเขี้ยวของแมวนั้น อันตรายเสียยิ่งกว่าสุนัข

ด้วยขนาดตัวที่เล็กกว่า และแน่นอนว่ามีเขี้ยวที่เล็กกว่าด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่คนส่วนใหญ่จะใส่ใจการกัดของสุนัขมากกว่าของแมว แต่จากข้อมูลของ Mayo Clinic องค์กรสุขภาพชั้นแถวหน้าในสหรัฐอเมริกา กลับพบเรื่องที่ขัดกับความเชื่อของใครหลายๆ คนอยู่ไม่น้อย เพราะนักวิจัยที่นั่นพบว่า…การกัดของแมวนั้นอันตรายกว่าที่คิดมาก แม้สุขภาพในช่องปากของแมวจะสะอาดกว่า และมีขนาดเล็กกว่าเขี้ยวของสุนัขมาก แต่เมื่อเทียบกันแล้ว จะพบว่าเขี้ยวของแมวนั้นแหลมคมกว่า ทั้งยังเป็นลักษณะเขี้ยวของสัตว์กินเนื้อมากกว่าของสุนัข ทำให้เวลากัดสามารถแทงเขี้ยวลงไปได้ลึกกว่า ผิดกับเขี้ยวสุนัขที่ค่อนข้างทื่อ และถูกออกแบบมาเเพื่อใช้ในการยึดจับ จึงทำให้แผลไม่ลึกเท่า นอกจากนี้แผลที่เกิดจากเขี้ยวแมวนั้นยังมีโอกาสติดเชื้อได้มากกว่า และมีข้อมูลว่าในทุกปีมีรายงานคนที่ถูกแมวทำร้ายมากถึงปีละ 193 ราย และมีถึง 57 รายที่ต้องนอนโรงพยาบาลเฉลี่ยรายละ 3 วัน และมี 8 ราย ที่ต้องได้รับการผ่าตัดมากกว่า 1 ครั้ง ถึงจะดูไม่น่าเชื่อ แต่การที่เขี้ยวแมวนั้นมีอันตรายขนาดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะจากข้อมูลของ สถาบันสมิธโซเนียน (Smithsonian Institution) พบว่าการกัดของแมวนั้นมีเป้าหมายเพื่อการสังหารโดยเฉพาะ และในทุกปีของสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับการสูญเสียประชากรสัตว์ป่าซึ่งมีสาเหตุมาจากแมวจรจัดและแมวบ้านรวมกันเป็นจำนวนมาก โดยมีการคาดการณ์ว่าในแต่ละปีมีเหยื่อของแมวที่เป็นนกราว 1,400-3,700 ล้านตัว และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอีกราว 7,000-20,000 ล้านตัวเลยทีเดียว

“กระถิน” พืชที่หลายคนคิดว่ามันเป็นของไทย แต่กลับเป็นสายพันธุ์ต่างถิ่นสุดอันตราย

แม้ชื่อ กระถิน จะฟังดูเป็นภาษาไทยง่ายๆ ที่ได้ยินติดหูกันมาพอสมควร แต่ความจริงแล้วพืชริมรั้วที่เราเด็ดยอดอ่อน และฝักอ่อนมารับประทานเป็นเครื่องเคียงคู่กับน้ำพริกนั้น มีต้นกำเนิดมาไกลถึงแถบอเมริกากลาง ซึ่งเชื่อว่าถูกนำเข้าปลูกในประเทศไทยช่วงสมัยอยุธยา ก่อนจะแพร่กระจายไปจนทั่วประเทศ และมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามท้องถิ่นต่างๆ เช่น ผักก้านถิน, สะตอเทศ, สะตอบ้าน และ ตอเบา เป็นต้น กระถิ่นเป็นพืชที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และขึ้นอย่างหนาแน่จนทำให้พืชท้องถิ่นไม่สามารถเจริญเติบโตได้และถูกเบียดออกไปกระถินถูกพิจารณาให้เป็น 1ใน 100 สายพันธ์รุกรานที่ร้ายแรงของโลกโดย คณะกรรมการความอยู่รอดของสปีชีส์ของ สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (the Invasive Species Specialist Group of the IUCN Species Survival Commission) เนื่องจากเป็นพืชโตไว แพร่พันธุ์เก่ง และทำลายให้สิ้นซากได้ยาก ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นในไทยนั้นพบว่า กระถินสามารถเจิญเติบโตได้ให้หลายพื้นที่ ตั้งแต่บริเวณป่าโล่ง ป่าเคยถูกทำลาย หรือแม้กระทั่งในเขตที่แห้งแห้งแล้งสูงจนถึงพื้นที่ชุ่มชื้นมาก ก็ยังสามารถงอกงามได้ และเมื่อมีกระถินเติบโตเป็นจำนวนมาก ในพื้นที่ดังกล่าวก็มักจะมีแต่พืชชนิดนี้ขึ้นปกคลุมอยู่เพียงชนิดเดียว โดยไม่มีพื้นชนิดอื่นขึ้นแซม อย่างไรก็ตาม กระถินเองก็มีมีประโยชน์อยู่มากมายพอสมควร เรียกว่าสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่ยอดอ่อนจนถึงราก ไม่ว่าจะเป็นใบอ่อนและฝักอ่อนที่นำมากินเป็นอาหาร ใบแก่ที่สามารถใช้เลี้ยงสัตว์ได้ และลำต้นสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงได้อย่างดี อีกทั้งต้นกระถิ่นยังสามารถปลูกให้ขึ้นเป็นแนวรั้วธรรมชาติได้ แต่ต้องมั่นตัดแต่งอยู่ในฟอร์มเตี้ยอย่างสม่ำเสมอ

ผู้เชี่ยวชาญเตือน!! ผู้ใช้ Face App ระวังถูกล้วงข้อมูล

หลายๆ คนที่เล่นโซเชียลมีเดียกันวันนี้คงงงเป็นไก่ตาแตกเลย เมื่อเห็นว่าเพื่อนๆ หลายคนทำไมหน้าตาแก่ลงเยอะได้ขนาดนั้น หรือว่าเรานอนนานเกินไปหลับทีเวลาบนโลกก็ผ่านไปหลายปีแล้ว แต่พอหันมองดูปฏิทิน เอ๊ะ! นี่ก็ปี 2019 นี่นา แล้วทำไมเกิดอะไรขึ้นทุกคนถึงแก่กันไปหมด ก็ไม่ต้องสงสัยอะไรกันมากมาย เพราะกระแสเปลี่ยนหน้าให้ดูแก่นี้กำลังเป็นกระแสที่คนเล่นกันทั่วโลกในชื่อ Face App ที่โหลดใช้งานทั่วไปผ่านทางแอปฯ สโตร์ในสมาร์ทโฟนของเรานี่แหละ ต้องบอกก่อนว่าเจ้า Face App นี้เป็นแอปพลิเคชั่นสำหรับแต่งหน้าผู้ใช้ให้แก่ขึ้น เด็กลง เปลี่ยนเพศ อะไรทำนองนี้ได้อย่างหลากหลาย ซึ่งตอนนี้คนแห่แหนกันดาวน์โหลดและเล่นกันทั่วบ้านทั่วเมือง ถ้าเป็นแอปฯ ปกติทั่วไปก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรหรอก แต่เมื่ออะไรที่เป็นกระแสก็ต้องมีผู้ที่ออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับมัน โดยมีทางผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยได้ออกมาเตือนผู้ที่กำลังเพลิดเพลินกับการแต่งรูปเกี่ยวกับการทำงานที่ดูแล้วน่าสงสัย ทั้งการดึงรูปไปประมวลผลไปจนถึงการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน ซึ่งถ้ายังจำกันได้เมื่อปีก่อนทางเฟซบุ๊กเองก็ถูกฟ้องจากกรณีแอบขายข้อมูลผู้ใช้บริการเพื่อหวังผลทางการเมืองจนต้องชดใช้ค่าเสียหายไปมหาศาล หรือล่าสุดเมื่อตอนต้นปีกับแอปฯ แต่งรูปจากจีนที่มีการนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด โดยเจ้า Face App นี้ถูกพัฒนาขึ้นมาจากประเทศรัสเซีย และเราก็ยังไม่รู้ว่าจะถูกนำข้อมูลไปใช้ยังไงหรือไม่ แต่ปลอดภัยไว้ก่อนก็คงจะดีกว่านะครับ

อ.อ๊อด โพสต์เตือน “บัตรพลังงาน” สุดอันตราย พบทั้ง “สารปรอท-กัมมันตรังสี”

จากกรณีที่มีการรายงานว่า ในพื้นที่ ต.ศรีสุขสำราญ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น มีการซื้อขายบัตรสมาร์ทการ์ด หรือที่เรียกกันว่า “บัตรพลังงาน” อ้างว่ามีสรรพคุณในการรักษาโรค อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย โดยการใช้บัตรไปแตะบริเวณที่ปวด หรือ นำแก้วน้ำไปวางบนบัตร จากนั้นนับ 1 ถึง 10 แล้วถึงนำมาดื่ม หรืออีกวิธีคือการนำเอาบัตรไปจุ่มในแก้วน้ำแล้วนำมาดื่ม ซึ่งอ้างว่าสามารถช่วยอาการปวดให้ทุเลาลงได้ โดยพบขายในราคาใบละ 1,100-1,500 บาท (อ่านเพิ่มเติม : ชาวบ้านแห่ซื้อบัตรพลังงานรักษาโรค แค่แตะ-อธิษฐานก็หายป่วย) ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน รศ.ดร. วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Weerachai Phutdhawong ซึ่งเป็นภาพของ “บัตรพลังงาน” ที่กำลังตกเป็นกระแสข่าว พร้อมทั้งระบุข้อความว่า…มันคืออะไร..ขอผ่าดูนะ (อ่านเพิ่มเติม : “บัตรพลังงาน” ถึงมือ อ.อ๊อด เตรียมผ่าพิสูจน์ หลังชาวบ้านเชื่อสนิทใจ “รักษาโรค” ได้) ต่อมาในวันเดียวกัน  รศ.ดร. วีรชัย พุทธวงศ์ […]

หนุ่มขับกระบะ เล่านาทีเฉียดตาย โคมไฟเกาะกลางถนนร่วงซัดกระจกกระจุย วอนหน่วยงานแก้ไข

วันที่ 10 มิ.ย. 62 เวลา 14.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แสนสุข ได้รับแจ้งมีโคมไฟขนาดใหญ่ ตกใส่รถกระบะ บริเวณทางลงสะพานต่างระดับ วัดบางเป้ง ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรีบไปตรวจสอบพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว จอดอยู่ข้างถนน บริเวณกระจกรถถูกโคมไฟขนาดใหญ่ตกลงมาใส่จนแตกพังเสียหาย นายชาตรี คัมภีร์ริสยา อายุ 35 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนขับรถกระบะมาปกติ จากถนนข้าวหลาม มุ่งหน้าบางแสน ใช้ความเร็วประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขึ้นสะพานต่างระดับวัดบางเป้ง ก็มีโคมไฟของเกาะกลางถนน หล่นตกลงมาใส่กระจกรถด้านฝั่งคนขับเต็มแรงจนกระจกแตก ส่วนฝั่งซ้ายมีเพื่อนหญิงนั่งมาด้วย ก็ตกใจสุดขีด แต่โชคดีที่ตนตั้งสติได้ จึงลดความเร็ว และลงริมถนนช่วงทางลงสะพาน พบว่าเป็นโคมไฟขนาดใหญ่บนเสาเกาะกลางถนน ซึ่งจะมีเสาและโคมไฟ 2 ข้าง ตลอดทั้งสะพานต่างระดับ ตนก็ยังแปลกใจว่าทำไมถึงตกลงมาได้ อย่างไรก็ตาม ตนมีรอยถลอกที่บริเวณแขนเล็กน้อย โชคดีที่ไม่ได้ขับมาเร็ว ถ้าหากขับมาเร็ว ตนอาจจะได้รับบาดเจ็บมากกว่านี้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ และแก้ไข จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก

แม่ยายแฉอดีตลูกเขยเพิ่งออกคุก พี้ยาหลอนจะฆ่า ตร.ช่วยห้ามโดนฟันแขนหวิดขาด วางกำลังล้อมบ้านจับ

วันที่ 27 พ.ค. 62 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ชุดปราบปราม และสายตรวจ กว่า 30 นาย เข้าระงับเหตุหนุ่มคลั่งฟันตำรวจสายตรวจแขนเกือบขาด พ.ต.อ.จักร์ทิพย์ พาราพันธกุล ผกก.สภ.บางละมุง, พ.ต.ท.มนตรี มีภาษี สวป.สภ.บางละมุง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมอาวุธสำหรับควบคุมและจับตัวหนุ่มคลั่ง หลังจากได้รับแจ้งว่ามีบุคคลคลุ้มคลั่งพยายามทำร้ายอดีตแม่ยาย เหตุเกิดภายในบ้านไม่มีเลขที่ ม.6 ซ.บุญนาค ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว ตรวจสอบพบหนุ่มคลุ้มคลั่งชื่อนายบุญศรี ดาโฉม อายุประมาณ 35-40 ปี ขังตัวอยู่ในห้องครัวด้านหลังบ้าน หลังได้ใช้อาวุธมีดขอยาว ฟันแขนด้านซ้ายของ ด.ต.สมหมาย นุขุดทด ผบ.หมู่งาน ป.สภ.บางละมุง จนเกือบขาด ระหว่างเข้าตรวจสอบและระงับเหตุ ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลบางละมุง นำต่อยังโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยาเพื่อช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน ล่าสุด อาการปลอดภัยแล้ว สำหรับการจับตัวบุคคลคลุ้มคลั่ง แบ่งกำลังโดยรอบบ้าน ให้ชุดที่อยู่ใกล้บุคคลคลุ้มคลั่งเข้าจู่โจม และจับตัวได้ ก่อนควบคุมตัวด้วยการมัดมือมัดเท้า แล้วนำขึ้นรถมาสอบสวนที่ สภ.บางละมุง ทันที นางสนอง สิงสาหัด […]

อีกแล้ว! สายสื่อสารเมืองชลบุรีห้อยรุงรัง 2 ผัวเมีย ขี่จยย.ไปทำงาน ถูกเกี่ยวรถล้มเจ็บ ถามใครรับผิดชอบ?

วันที่ 20 พ.ค. 62 เจ้าหน้าที่กู้ภัย มูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ เข้าช่วยเหลือปฐมพยาบาล นายวรากร เจริญศิลป์ และ น.ส.อุษา สุขสมเพชร ภรรยา ซึ่งมีแผลถลอกตามร่ายกายหลายแห่ง หลังขี่รถจักรยานยนต์ มาบนถนนภายในซอย 11 บ้านสวน 11 หมู่ 1 ต.บ้านสวน อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี และถูกสายสื่อสารที่อยู่กลางถนนพาดร่าง ทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักล้ม นายวรากร เปิดใจเล่าว่า โชคดีที่สายสื่อสารไม่พาดรัดคอตน มิเช่นนั้นอาจเสียชีวิตได้ หลังจากนี้ ตนและภรรยาจะไปแจ้งความเอาผิดกับเจ้าของสายสื่อสารดังกล่าว ซึ่งต้องให้ผู้เกี่ยวข้องมาตรวจสอบว่าเป็นสายของใคร และใครจะรับผิดชอบ ซึ่งตนอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาแก้ไข จะได้ไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก ขณะที่ชาวบ้านบริเวณดังกล่าว ระบุว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลแก้ไข เพื่อที่จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับใครอีก  

ชาร์จแบตทิ้งไว้ต้องระวัง! หนุ่มลาวหลับฟุบคามือถือ น้องชายพบตอนเช้ากลายเป็นศพ ตร.คาดถูกช็อตดับ

วันที่ 12 พ.ค. 62 เวลา 14.00 น. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.สุเมธ จงเนติวิศิษฐ์ สารวัตรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตภายในห้องเช่า บริเวณอาคารพาณิชย์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมชุดสืบสวนสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุเป็นห้องเช่าตึกแถว 3 ชั้น พบผู้เสียชีวิต อยู่ที่ชั้น 2 ห้องที่ 7 ทราบชื่อคือ นายคำสิง อายุ 43 ปี สัญชาติลาว ทำงานที่โรงน้ำแข็ง ภายในซอยรังสิต-นครนายก 25 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี สภาพศพไม่สวมเสื้อ ใส่กางเกงขาสั้น นอนคว่ำหน้าทับสายชาร์จโทรศัพท์ที่เสียบคาอยู่ที่ปลั๊กไฟ ใกล้กันมีโทรศัพท์ 1 เครื่องวางอยู่ จากการสอบถามนายบี ชาวลาว อายุ 36 ปี น้องชายผู้เสียชีวิต บอกว่า […]

เตือนใจคนรักสัตว์!! อย่าเผลอ “ทิ้งสุนัขไว้ในรถ” ไม่งั้นอาจเกิดเหตุสลดแบบนี้

ไม่ใช่แค่คนเราเท่านั้นที่ดูเหมือนจะทนทานกับความร้อนในปีนี้ไม่ไหว เพราะบรรดาสัตว์เลี้ยงทั้งหลายก็ต้องการการดูแลมากเป็นพิเศษในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ด้วยเหมือนกัน และถึงจะไม่มีสภาพอากาศแบบนี้ ก็ยังมีพฤติกรรมบางอย่างที่ควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด อย่างเช่นการทิ้งสุนัขไว้ในรถ ที่อาจกลายเป็นเหตุการณ์ชวนสลดแบบเรื่องราวนี้ได้ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2016 มีรายงานจากหน่วยพิทักษ์สัตว์ RSPCA ที่ได้เผยแพร่ภาพและเรื่องราวสุดเทือนใจของสุนัขสองตัวที่ตายเพราะอาการฮีทสโตรก เนื่องจากถูกขังไว้ท้ายรถ ขณะที่เจ้าของคือ Paul Cave พนักงานรักษาความปลอดภัยวัย 61 ปี กำลังเมามายกับเครื่องดื่มและความอ่อนเพลียจากเทศกาลดนตรี Creamfields music festival ในเมือง Warrington มณฑลเชชเชอร์ จนเพลียหลับไปกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง แต่นั่นก็เพียงพอจะทำให้เกิดเรื่องเศร้าแล้ว หลังจากถูกจับกุม เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์สัตว์ RSPCA รายงานว่าสภาพภายในกรงที่ขังสุนัขว่าเต็มไปด้วยคราบเลือดเปื้อนทั่วกรง เนื่องจากสุนัขพยายามออกมาจากกรง และตัวหนึ่งมีรอยลูกกรงบนหัวชัดเจนมาก เพราะพยายามใช้หัวดันลูกกรงเหล็กออกมา แต่เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัดภายในรถทำให้พวกมันอ่อนแรง และทั้งคู่ตายเพราะอาการฮีทสโตรก จากเหตุการณ์นี้ Paul Cave ถูกจับกุมในข้อหาทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุสมควร และมีโทษจำคุกเป็นเวลา 12 เดือน ปรับเป็นเงิน 260 ปอนด์ ทั้งยังถูกห้ามไม่ให้ครอบครองสัตว์เลี้ยงตลอดชีวิต ที่มา : rspca.org.uk

เตือนภัยคนรักสัตว์ กับผลของการพาสุนัขไปเดินเล่นบนพื้นร้อนๆ

อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่าสภาพอากาศที่ร้อนเกินไปในนั้นผลกับร่างกายของคนเราอย่างมาก และบางครั้งอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิต เพราะอาการฮีทสโตรก (Heatstroke) หรือโรคลมแดดได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเริ่มแสดงอาการเมื่อต้องอยู่ในอุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียส และจะเริ่มเป็นอันตรายต่ออวัยวะภายในเมื่อมีความร้อนมากกว่า 41 องศา (อ่านเพิ่ม้ติม : รับมืออาการ “ฮีทสโตรก” ภัยเงียบช่วงหน้าร้อน เมื่อเมืองไทยอุณหภูมิแตะ 40 องศาฯ) ไม่เพียงแต่คนเราที่เสี่ยงได้รับอันตรายจากอาการฮีทสโตรก เพราะบรรดาสัตว์เลี้ยงเองก็เสี่ยงต่ออาการแบบนี้เช่นกัน และที่สำคัญ…แม้เราจะพยายามไม่เสี่ยงให้สุนัขออกไปโดนแดด แต่การพาสุนัขออกไปเดินเล่นหลังแดดหุบก็ยังเป็นอันตรายต่อสุนัขได้ อย่างเช่นกรณีที่เกิดขึ้นกับสุนัขตัวหนึ่งที่แม้เจ้าของจะพาออกมาเดินเล่นในช่วงที่ไม่มีแดดแล้ว แต่พื้นคอนกรีตที่ดูดซับความร้อนเอาไว้ตลอดทั้งวัน ก็รุนแรงพอจะทำให้อุ้งเท้าของสุนัขเป็นแบบนี้ได้ แม้กรณีนี้จะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและเท้าของสุนัขยังไม่เสียหายมากนัก แต่นี่ก็เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าความร้อนนั้นอันตรายต่อสุนัขมากกว่าที่เราคิดมาก และถ้าอยากรู้ว่าพื้นนั้นร้อนเกินกว่าจะให้สุนัขออกไปยืนหรือเดินหรือไม่ ลองเอาหลังมือของคุณไปวางบนพื้นที่จะพาสุนัขไปเดินดูสิ เพราะถ้าหลังมือของคุณยังทนไม่ได้เกิน 5 วินาที เท้าของสุนัขก็ไม่มีทางทนได้ความร้อนนี้ได้เหมือนกัน

สาวข้าราชการขับเก๋งกลับบ้าน เจอจยย.ขี่สวน ปาขวดแก้วอัดกระจกแตก – แม่มือปาขอโทษ อ้างลูกป่วยจิต (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก โพสต์ข้อความเตือนภัยผู้ใช้รถใช้ถนน เส้นทางเขางู-เบิกไพร เชื่อมระหว่าง อ.บ้านโป่ง และ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี หลังถูกชายขี่รถจักรยานยนต์ปาขวดน้ำหวานใส่ จนกระจกหน้ารถแตกกระจาย โดยมีพี่สาวนั่งข้างคนขับ จากนั้นไม่ถึง 30 นาที มีคนก่อเหตุปาหินใส่รถยนต์ซ้ำอีก 2 คัน ได้รับความเสียหาย วันที่ 16 เม.ย. 62 น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 37 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนและน้องสาวมีอาชีพเป็นข้าราชการสังกัดหน่วยงานภาครัฐ ในกรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงสายของวันที่ 14 เม.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่ตน น้องสาว และคุณแม่ กำลังเดินทางกลับบ้าน หลังเสร็จสิ้นภารกิจทำบุญสงกรานต์ที่วัดนครทิพย์ ต.เตาปูน อ.โพธาราม กระทั่งถึงจุดเกิดเหตุ ตนตกใจสุดขีด เพราะมีชายคนหนึ่งสวมเสื้อยืดแขนยาวลายขวาง สีน้ำเงินเทา ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดง สวนทางมา แล้วขว้างขวดน้ำหวานใส่รถของตน ทำให้ขวดน้ำหวานและกระจกหน้ารถฝั่งที่ตนนั่งอยู่แตกกระจาย ก้นขวดน้ำหวานยังติดคาอยู่ที่กระจก จากนั้น ตนจึงจอดรถริมทาง แล้วโทรแจ้ง […]

สาวโชว์แผลคอหวิดขาด สายเคเบิ้ลปาด บริษัทจ่ายแค่หมื่นแล้วเงียบ (คลิป)

กรณีที่เพจเฟซบุ๊ก “ล่า” โพสต์รูปภาพและเรื่องราวของผู้เสียหายที่ร้องเรียนว่า ประสบเหตุบนถนนสาย 2 อ.เมือง จ.ลพบุรี ซึ่งมีผู้ประกอบการเครือข่ายรายหนึ่งปล่อยสายเคเบิ้ลห้อยลงมากลางถนน ทำให้ผู้เสียหายขี่รถจักรยานยนต์มามองไม่เห็น ถูกสายเคเบิ้ลเกี่ยวลำคอจนเป็นแผล เย็บรอบแรก 16 เข็ม วันที่ 8 เม.ย. 62 น.ส.เบญจภรณ์ ปะวะโน หรือ เบญ อายุ 32 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 61 เวลาประมาณ 05.30 น. บริเวณถนนสาย 2 ต.ท่าหิน อ.เมือง จ.ลพบุรี ตนขี่รถจักรยานยนต์พาแฟนไปตลาด สวมหมวกกันน็อกปกติ ก่อนถึงจุดเกิดเหตุ มีรถจักรยานยนต์ขี่นำหน้าไป แต่รถตนขี่ผ่านจุดเกิดเหตุก็ชนกับบางอย่างจนไถลกับพื้นถนน ตนก็ไม่ทราบว่าข้างหน้าเป็นอะไร เพราะไม่มีไฟส่องสว่าง แฟนของตนได้สติก็บอกว่าเป็นสายเคเบิ้ล ขณะนั้นตนก็เอามือจับที่คอไว้ เนื่องจากรู้สึกเจ็บแสบแผล ส่วนแฟนตนก็เจ็บที่ขา รถจักรยานยนต์ก็เสียหาย เมื่อไปหาหมอทำการเย็บแผลที่คอ 16 เข็ม จากนั้น ตนจึงเดินทางไปลงบันทึกประจำวันที่ […]

งูเห่าพ่นพิษ อสรพิษอันตรายที่โจมตีได้จากระยะไกลกว่า 2 เมตร

งูเห่าพ่นพิษ (Spitting cobra) เป็นงูเห่ากลุ่มหนึ่ง ที่สามารถพ่นพิษออกจากต่อมพิษได้ แทนที่จะกัดเหมือนงูทั่วไป ทั้งยังสามารถพ่นพิษได้ไกลถึง 2 เมตร โดยแรงบีบจากกล้ามเนื้อบีบต่อมพิษและบังคับออกผ่านไปยังข้างหน้าหลุมที่ซอกของเขี้ยว แม้จะไม่เข้าสู่ร่างกาย แต่ถ้าพิษโดนเข้าตา จะทำให้ตาบอดได้ หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธีและท่วงทันเวลา เพราะมีฤทธิ์ทำให้กระจกตาบวม อีกทั้งงูยังเล็งที่ตาของศัตรูที่มาคุกคามด้วย งูเห่าพ่นพิษ มีรูปร่างและลักษณะทั่วไปคล้ายกับงูเห่าชนิดที่พ่นพิษไม่ได้ ยากแก่การแยกแยะได้จากลักษณะภายนอก พบแพร่กระจายพันธุ์ได้ทั้งในทวีปเอเชียและแอฟริกา สำหรับในประเทศไทยมีงูเห่าพ่นพิษอยู่ 2 ชนิด ติดตามรายการ #เสน่ห์สัตว์โลก และสารคดีอื่นๆ ได้ทางช่องอมรินทร์ทีวีเอชดีช่อง 34

หนุ่มโพสต์เตือนภัย เผชิญวิกฤตฝุ่นละออง PM 2.5 ทำให้จามมีเลือดปน

สืบเนื่องจากปัญหา ฝุ่นละออง PM 2.5 ที่แพร่กระจายในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เข้าเกณฑ์เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ม.ค. 62 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Nutthawut Sirichainarumit ได้โพสต์เรื่องราวเตือนภัย หลังจากเผชิญสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานในหลายจนเริ่มส่งผลกระทบสุขภาพ โดยระบุข้อความว่า… จากข่าวมลภาวะในอากาศค่าฝุ่น P.M 2.5 ที่เพิ่มขึ้นทุกวันและไม่มีวี่แววจะลดลงเมื่อ 2 วันก่อนเราตื่นมาพร้อมอากาศคอแห้งมีเสลดในคอก็คิดว่าเป็นไข้ทั่วไปไม่ได้เกี่ยวกับละอองฝุ่นอะไรนี่ ออกไปใช้ชีวิตข้างนอกปกติ แต่เมื่อตกเย็นไข้ขึ้นๆลงๆคอเริ่มแห้ง กินยาดักไปพร้อมยานอนหลับหวังว่าตื่นมาจะดีขึ้น แล้วก็หลับไป เช้าวันต่อมาเราแสบคอ แสบจมูกทุกครั้งที่หายใจและกลืนน้ำลาย ไข้ก็ยังขึ้นลงต่อเนื่อง เลยไปหาซื้อหน้ากากมาใส่ หลงังจากใส่แล้วอาการแสบจมูกหายไปแบบปลิดทิ้ง นั่นทำให้เห็นว่าอากาศข้างนอกมันแบบ วั๊ดเดอะฟลั้คฟ๊อกมากแค่ไหนทุกคนรีบดูแลสุขภาพกันด้วย หลังใส่แมสทุกอย่างดีขึ้นมากจนเมื่อคืนเราเริ่มคันจมูกก็จามไปตั้งแต่สองทุ่มกว่ายันตีสี่ และเมื่อตื่นเช้ามาหลังฝนหยุดกำลังจะออกไปทำงานการจามของเราก็มีผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไป นี่เป็นครั้งแรงในชีวิตที่การจามปกติมีเลือดปนออกมามากขนาดนี่ เราไม่รู้ว่าเรากำลังเป็นอะไรแน่ อาจจะเป็นหวัดจากฝุ่นแล้วจามถี่จนเส้นเลือดฝอยแตกข้างใน หรืออาจจะเป็นอย่างอื่นก็ได้ เตือนทุกคนอย่าเห็นเป็นเรื่องเล่นจะยังไงก็แล้วแต่ต้องดูแลตัวเองให้มากๆ อย่ารอให้ต้องเป็นแบบเรา *ภัยที่มองไม่เห็นอันตรายที่สุด

มีที่ไหนปลอดภัยบ้าง!? โซเชียลวิจารณ์หนัก คนขี่มอเตอร์ไซค์ชนนักเรียนหญิงบนทางเท้า

กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ @EmaEmika ได้โพสต์ภาพคนขี่รถจักรยานยนต์สุดมักง่าย ชนนักเรียนหญิงที่ยืนรอรถเมล์อยู่บนทางเท้า พร้อมระบุข้อความระบุว่า…เห็นมอเตอร์ไซค์ที่ขับบนทางเท้าชนเด็กนักเรียนบดินทร 3 ไม่โอเคมากๆ อ่ะ ชนต่อหน้าต่อตาอ่ะ หน้าปากซอยลาดพร้าว 69 ทวิตดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมาก และมีผู้คนเข้ามาแสดงความเห็นถึงความปลอดภัยของประชาชนเดินถนนที่แม้จะอยู่บนทางเท้า ก็ยังถูกรถมอเตอร์ไซค์ขับมาชนจนได้รับบาดเจ็บได้ ไอเหี้ย คือตอนนี้หัวร้อนสัสๆ เห็นมอไซที่ขับบนทางเท้า อ่ะชนเด็กนักเรียนบดินทร3อ่ะ ไม่โอเคมากๆอ่ะ ชนต่อหน้าต่อตาอ่ะ หน้าปากซอยลาดพร้าว 69 pic.twitter.com/2prr1lDZVZ — cнαιιѕнαρρч ♥ (@EmaEmika) November 26, 2018

เพจดังให้ข้อมูล ‘ยาเสียสาว’ ชี้อันตรายถึงขั้นไตวาย เผยบางตัวใช้ผสมพันธุ์ม้า!!

สืบเนื่องจากกรณีข่าวสาวพีอาร์ถูกลูกค้าหยอด ยาเสียสาว มีอาการอาเจียน ร้อน ไม่ได้สติ โชคดีที่โทร. หาเพื่อนได้ทัน ซึ่งผู้เสียหายทราบตัวคนร้าย แต่ไม่มีใครกล้าแจ้งความ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านเพิ่มเติม : ช็อกกลางรายการ! เหยื่อยาเสียสาวและเพื่อนแฉ มีพริตตี้ถูกลวงขืนใจ จากหนุ่มไฮโซ อึ้ง กินปั๊บครางเร่าร้อน หวั่นแจ้งตร.ถูกสังคมด่าสมยอม (คลิป)) ล่าสุดในวันเดียวกันนั้น (22 พฤศจิกายน) เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง Drama-addict ได้ให้ข้อมูลเสริมเกี่ยวกับยาเสียสาวว่า ยาเสียสาวที่มีการพูดถึงอยู่ในขณะนี้ มีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิด แต่ทุกชนิดล้วนเป็นยาผิดกฎหมายทั้งสิ้น ทั้งยังมีหนึ่งในนั้นที่ปกติแล้วจะใช้ในการผสมพันธุ์ม้า เพื่อทำให้อวัยวะเพศของม้าแข็งตัว เนื่องจากมีสารเคมีที่จะทำให้เกิดอาการระคายเคืองท่อปัสสาวะ แต่ไม่มีผลอะไรกับคน และหากกินเข้าไปอาจถึงขั้นไตวายได้ เสริมให้หมอแลป ยาเสียสาวมีสามแบบ 1.ยานอนหลับแบบแรง ใช้แล้วสาวหมดสติไม่รู้สึกตัวโดยรวดเร็ว 2. ยาอี เป็นยาเสพติดหลอนประสาทและกระตุ้นประสาททำให้คุมตัวเองไม่ได้ คนที่โดนจะมึนงง หลอน รู้สึกตัวร้อนวูบ ใจสั่น อาจถึงตายได้ถ้าได้เกอนขนาด 3.ทิงเจอร์ขาว ไอ้ที่เป็นเกล็ดใสๆขายกันในเน็ทน่ะ ตัวนี้เหี้ยสุด ปรกติใช้ผสมพันธ์ในม้า กินแล้วม้าจะควยแข็ง เพราะตัวสารเคมีในนั้น มันไประคายเคืองท่อเยี่ยวของม้า […]

เช็กให้ชัวร์ กับ 10 โรคควรระวัง ที่ห้ามผู้ป่วยไปนวดแผนไทย

จากกรณีที่ นายสมบัติ กวนศักดิ์ ที่เสียชีวิตหลังเข้ารับการนวดแผนไทย ณ ร้านนวดแห่งหนึ่งในตลาดน้ำ 4 ภาค จ.ชลบุรี จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ถึงสาเหตุการเสียชีวิต และความถูกต้องในการนวด ว่าเป็นปัจจัยให้เกิดเหตุการณ์สลดครั้งนี้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลของ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พบว่ามีโรคบางประเภทที่ไม่อนุญาตให้ผู้ป่วยทำการนวดได้ ซึ่งประกอบด้วยอาการต่างๆ 10 อาการต่างๆ ดังต่อไปนี้ 1. มีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส 2. เป็นโรคติดเชื้อเฉียบพลัน 3. ห้ามนวดบริเวณที่มีอาการอักเสบ ติดเชื้อ กระดูกหัก เปราะ ร้าว เคลื่อน 4. เป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ที่ยังควบคุมอาการให้อยู่ในระยะปกติไม่ได้ 5. เป็นโรคผิวหนังที่มีบาดแผลเปิดเรื้อรัง 6. เป็นโรคติดต่อที่แพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้ 7. เป็นโรคมะเร็ง 8. เข้ารับการผ่าตัดแล้วแผลยังไม่หายสนิท 9. มีอาการหลอดเลือดดำอักเสบ 10. กระดูกพรุนอย่างรุนแรง

keyboard_arrow_up