ชาวเน็ตมาเลย์เดือด! หลังดาราสิงคโปร์โพสต์บอก “เงาะเป็นของไทย”

ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ทั่วมาเลเซีย หัวร้อนหลังจากที่เฮอร์ซี่ ซุลกิฟี นักแสดงตลกและยูทูบเบอร์ชื่อดังชาวสิงคโปร์ วัย 30 ปี โพสต์ทวิตเตอร์ โดยระบุว่า เงาะเป็นผลไม้ของประเทศไทย จนกลายเป็นประเด็นดราม่าร้อนแรงข้ามประเทศ รายงานข่าวซึ่งมีการเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ “เวิลด์ ออฟ บัซซ์” ของมาเลเซีย ระบุว่า เฮอร์ซี่ ได้โพสต์ภาพถ่ายของตัวเองในทวิตเตอร์ส่วนตัว ขณะกำลังอมเงาะ 2 ลูก ที่ยังไม่ได้ปอกเปลือก พร้อมกับข้อความที่แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “เงาะเป็นผลไม้เมืองร้อนของไทย” หลังจากที่โพสต์ดังกล่าวของนักแสดงตลกชาวสิงคโปร์ ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวเน็ตจากมาเลเซีย พากันแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง โดยต่างระบุว่า เงาะเป็นผลไม้ของมาเลเซีย ไม่ใช่ผลไม้ของไทย ขณะที่ชาวเน็ตมาเลเซียหลายรายได้เรียกร้องให้เฮอร์ซี และรัฐบาลสิงคโปร์ ออกมากล่าวขอโทษต่อมาเลเซียในเรื่องนี้ ซึ่งหลังจากเกิดกระแสดราม่ารุนแรง เฮอร์ซี ได้โพสต์ข้อความอีกครั้ง โดยมี ใจความสำคัญว่า “เงาะเป็นผลไม้ของอัลเลาะห์มิใช่หรือ? เงาะไม่มีพาสปอร์ต เพราะมันเป็นแค่ผลไม้ เราไม่ควรมาทะเลาะกันเพราะเรื่องเงาะ มันจะแปลกตรงไหน ถ้าผลไม้นี้ก็ปลูกในไทยเหมือนกัน ” ทั้งนี้ เงาะหรือชื่อภาษาอังกฤษว่า “แรมบูแทน” (rambutan) ถือเป็นผลไม้ท้องถิ่นที่มีต้นกำเนิดในภูมิภาคอาเซียน โดยคำว่า แรมบูแทน (rambutan) […]

ราบรื่น! สิงคโปร์ทดสอบ ‘รถเมล์ไร้คนขับ’ ครั้งแรก

สิงคโปร์ เปิดการทดสอบรถเมล์อัจฉริยะไร้คนขับ โดยเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ทดลองขึ้นไปใช้บริการเป็นครั้งแรก โดยผลการทดสอบออกมาเป็นที่น่าพอใจ และไม่เกิดอุบัติเหตุใด ๆ รายงานข่าวระบุว่า รถเมล์อัจฉริยะที่สามารถขับเคลื่อนได้เองโดยไม่ต้องมีคนขับคันนี้ สามารถแล่นไปตามเส้นทางที่กำหนดเอาไว้ได้อย่างแม่นยำ ขณะที่พนักงานขับรถ ทำหน้าที่เพียงเหมือนกับเป็นพี่เลี้ยงที่คอยดูแล ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของรถ ให้สามารถทำงานอย่างถูกต้องตลอดการเดินทางเท่านั้น การทดสอบ รถเมล์ไร้คนขับ ครั้งนี้ถูกจัดขึ้นบนเกาะเซ็นโทซ่า แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของสิงคโปร์ โดยที่บรรดานักท่องเที่ยวที่ทดลองนั่งรถเมล์อัจฉริยะต่างให้ความเห็นว่า พวกเขาพึงพอใจกับประสบการณ์ที่ได้รับ และคาดหวังว่า จะมีการเปิดใช้บริการรถเมล์ไร้คนขับอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต ทั้งนี้ สิงคโปร์ถือเป็นประเทศที่มีการเตรียมความพร้อมในการทดสอบ ยานยนต์ไร้คนขับ สูงเป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา แต่ถึงกระนั้น บรรดาผู้เชี่ยวชาญยังคงคาดการณ์ว่า การนำรถไร้คนขับออกมาใช้งานจริงตามท้องถนนยังคงต้องใช้เวลาอีกหลายปี ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

พ่อลูกอ่อนตีเนียน ทิ้งผ้าอ้อมใช้แล้วใส่รถคนอื่น หารู้ไม่ว่า…มีกล้องหลังรถ !?!

เรียกว่าเป็นตัวอย่างของการ ‘ทำผิดอย่าเผลอ’ ที่ดีเลยทีเดียว เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กจากต่างประเทศรายหนึ่งเผยแพร่คลิปที่แสดงให้เห็นวีรกรรมสุดแสบของชายรายหนึ่ง ที่จอดรถอยู่บริเวณลานจอดรถของห้างสรรพสินค้า Tampines Mall ในประเทศสิงคโปร์ โดยชายรายนี้ลงมาจากรถแล้วเปิดท้ายรถ ก่อนจะเอื้อมตัวรับผ้าอ้อมที่ใช้แล้วจากหญิงสาวที่ส่งให้ จากนั้นก็หันหลังทำท่าปิดท้ายรถ ก่อนจะโยนผ้าอ้อมใส่ด้านหลังรถคันที่จอดอยู่ติดกัน หันซ้าย-ขวาดูว่าไม่มีคนเห็น ก่อนจะรีบขึ้นรถแล้วขับออกไป โดยไม่รู้ว่าเหตุการณ์ทั้งหมด ถูกบันทึกไว้โดยกล้องที่ติดอยู่ท้ายรถสามารถบันทึกทุกอย่างที่เกิดขึ้น และกลายเป็นคลิปที่มีคนเห็นมากมายกว่า 1 ล้านวิวแล้ว จาเหตุการณ์ครั้งนี้ โจนาธาน ลี เจ้าของรถที่ถูกโยนผ้าอ้อมใส่ ได้แจ้งเรื่องไปยังสำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ให้ช่วยตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว และทำให้ชายรายนี้จะถูกจับฐานทำผิดกฎสาธารณสุขสิ่งแวดล้อม มีโทษปรับ 2,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 44,000 บาท) สำหรับการทำผิดครั้งแรก หากทำผิดครั้งที่สอง จะถูกปรับ 4,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 88,000 บาท) และปรับสูงถึง 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 220,000 บาท) หากพบว่าเป็นการทำผิดครั้งที่สามขึ้นไป Met an inconsiderate driver who threw his child's […]

เศรษฐกิจเวียดนาม จ่อแซงสิงคโปร์ ภายใน 10 ปี

ธนาคารดีบีเอส ในสิงคโปร์ คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจเวียดนามจะโตแซงสิงคโปร์ในปี 2029 โดยอัตราการเติบโตอยู่ที่ ประมาณ 6-6.5% ตลอด 10 ปีข้างหน้านี้ จากการไหลเข้าของการลงทุนจากต่างประเทศ และกำลังการผลิตที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เออร์วิน เซียะ นักเศรษฐศาสตร์ของดีบีเอส ระบุว่า หากเวียดนามสามารถรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วเช่นนี้ไว้ได้ จะแซงสิงคโปร์ ด้วยขนาดเศรษฐกิจทีใหญ่กว่า ภายใน 10 ปีข้างหน้า รัฐบาลเวียดนามคาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จะขยายตัวอยู่ที่ 6.8% ในปีนี้ โดยนายเซียะ คาดว่าเศรษกิจเวียดนามจะขยายตัวได้อย่างมั่นคงในอนาคต จากแรงหนุนจากตลาดแรงงานซึ่งมีความเข้มแข็งของประเทศ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาลเตรียมไว้เพื่อรองรับ รวมไปถึงการเมืองที่มีเสถียรภาพ ซึ่งจะดึงดูดการไหลของเงินทุนต่างชาติ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ว๊าว! กรุงเทพฯ-สิงคโปร์ ครองแชมป์แหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตปี 2018 

Traveloka เผยกรุงเทพฯ และสิงคโปร์ ครองแชมป์แหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตปี 2018 พร้อมมอบรางวัลบล็อกเกอร์ท่องเที่ยว “Talk Your Trip with Traveloka” ซีซั่นที่ 3 นายณัฐพล กาญจนวรนันท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดดิจิทัล ทราเวลโลก้า ประเทศไทย กล่าวว่า จากข้อมูลการจองเที่ยวบินไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ ของทราเวลโลก้าในปี 2561 ที่ผ่านมา พบว่าแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ได้รับความนิยม 10 อันดับแบ่งตามภาคต่างๆ ดังนี้ ภาคกลาง กรุงเทพฯ; ภาคเหนือ เชียงใหม่ เชียงราย; ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี และ ภาคใต้ ภูเก็ต สงขลา กระบี่ และ นครศรีธรรมราช สำหรับประเทศที่คนไทยนิยมไปท่องเที่ยว 10 อันดับแรก ได้แก่ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง เวียดนาม มาเลเซีย จีน ลาว และ […]

ฝีมือเฉียบ! Living Spirits กลุ่มศิลปินชาวไทย ในงานแสดงศิลปะแสงไฟ ที่สิงคโปร์

ไม่ธรรมดา! Living Spirits กลุ่มศิลปินชาวไทย ฝากผลงานใน i Light Singapore 2019 (Bicentennial Edition) เป็นปีที่ 2 จากกว่า 249 ผลงาน ที่ถูกส่งเข้าประกวดโดยผู้เข้าร่วมใน 36 ประเทศ Living Spirits กลุ่มนักสร้างสรรค์และศิลปินผู้รังสรรค์ Installation Art ชาวไทย ได้มีโอกาสไปแสดงผลงานอีกครั้งที่งาน i Light Singapore – Bicentennial Edition ซึ่งนับเป็นครั้งที่สองต่อเนื่องจากปี 2561 ที่ผลงานได้รับเลือกให้ไปจัดแสดงไกลถึงประเทศสิงคโปร์ โดยปีนี้ งานได้ถูกจัดขึ้นภายใต้ตีม Bridges of Time เพื่อฉลองประวัติศาสตร์ยาวนานของประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 28 มกราคม ถึง 24 กุมภาพันธ์ 2562 สำหรับงาน i Light Singapore – Bicentennial Edition เป็นงานเทศกาลประจำปีที่แสดงศิลปะแสงไฟเพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน […]

จาก “Train To Busan” สู่ “Rampant นครนรกซอมบี้คลั่ง” ปรากฏการณ์ซอมบี้โชซอนบุก 19 ประเทศ 4 ทวีป รับฮัลโลวีนพร้อมกันทั่วโลก

เมื่อ 2 ปีก่อน คอหนังทั่วโลกได้รู้จักและฮือฮากับวงการภาพยนตร์เกาหลีมากขึ้นผ่านภาพยนตร์แอคชั่น-ทริลเลอร์ลุ้นระอุเรื่อง “Train To Busan” ที่สร้างปรากฏการณ์ซอมบี้คลั่งฟีเวอร์ไปทั่วโลก อีกทั้งยังโชว์ให้เห็นถึงพัฒนาการแบบก้าวกระโดด และประสบความสำเร็จจนเตะตาฮอลลีวู้ดถึงขั้นนำไปสร้างใหม่ และในปีนี้ปรากฏการณ์ซอมบี้คลั่งครั้งใหม่จะกลับมาอีกครั้ง โดยฝีมือทีมผู้สร้าง เดียวกับ “Train To Busan” ด้วยการนำเอาประวัติศาสตร์ของเกาหลีในช่วงยุคราชวงศ์โชซอน มาผสมผสานความสยองขวัญระดับสากลอย่างน่าตื่นตะลึง จนกลายเป็นโปรเจคต์ภาพยนตร์แห่งปีที่ทั้งโลกจับตามอง “Rampant นครนรกซอมบี้คลั่ง” “Rampant” ได้รับความสนใจจากเหล่าผู้ซื้อหนังทั่วโลกในเทศกาลหนังเมืองคานส์ครั้งที่ 71 เมื่อกลางปีที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะปล่อยภาพนิ่งออกมาเพียง 2 ภาพเท่านั้น ด้วยพล็อตน่าสนใจระหว่างการนำบรรยากาศของหนังย้อนยุคมาผสมผสานกับหนังซอมบี้จนเกิดเป็นภาพยนตร์แอคชั่น-สยองขวัญไอเดียสุดมันส์และแปลกใหม่ รวมทั้งยังเป็นการโคจรมาพบกันครั้งแรกของสองซูเปอร์สตาร์ตัวพ่อแห่งวงการบันเทิงเกาหลีอย่าง ฮยอนบิน และ จาง ดงกอน สำหรับบทบาทในครั้งนี้ของ ฮยอนบิน เขารับบทเป็น องค์ชายกังลิม ซึ่งจะเป็นตัวละครที่มีพัฒนาการอยู่ตลอดทั้งเรื่อง จากนักรบจอมโหด ไปสู่ผู้นำที่ทำเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม และ จาง ดงกอน นักแสดงผู้ไม่เคยหยุดท้าทายตัวเอง รับบท เสนาบดี คิม จาจุน ผู้บ้าอำนาจ แต่ยามบ้านเมืองมีภัยจากอสุรกายปริศนา เขากลับเลือกที่จะใช้วิกฤตนั้นเป็นโอกาสโค่นล้มราชบัลลังก์ของจักรพรรดิโชซอน นอกจากนี้ ตัวหนังยังได้รวบรวมเอาทีมงานตัวท๊อปของวงการมาไว้แบบจัดเต็มทั้ง ทีมสตั๊นท์, แต่งหน้าเทคนิคพิเศษ, ซีจี, ออกแบบงานสร้าง ที่มาร่วมผนึกกำลังกันรังสรรค์ให้ “Rampant” ออกมาเป็นผลงานชิ้นมาสเตอร์พีซที่ผู้ชมจะได้ตื่นเต้นลุ้นระทึกตั้งแต่นาทีแรกจนนาทีสุดท้าย ยิ่งไปกว่านั้น Rampant ยังได้กลายมาเป็นภาพยนตร์ที่น่าจับตามองของปี 2018 อย่างรวดเร็ว ด้วยการเตรียมเข้าฉายในช่วงเวลาเดียวกันใน 4 ทวีป ทั้งเอเชีย, ออสเตรเลีย, อเมริกา และยุโรป ต้อนรับเทศกาลฮัลโลวีน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของภาพยนตร์เกาหลีที่จะเข้าฉายวงกว้างพร้อมกันถึง19 ประเทศ ทั้ง เกาหลี, อเมริกา, แคนาดา, เยอรมนี, อังกฤษ, ออสเตรเลีย, ฮ่องกง, มาเก๊า, ไต้หวัน, สิงคโปร์, เวียดนาม, พม่า, ลาว, มาเลเซีย, […]

เปิดวาร์ปสุดยอดที่พัก (หัก) เหลี่ยมโบตั๋น ตามรอยหนังดัง ‘Crazy Rich Asians’

เชื่อว่าหลายคนคงประทับใจกับภาพยนตร์รักโรแมนติกโรแมนติกคอมเมดี้เรื่อง “Crazy Rich Asians” หรือในชื่อไทยว่า “เหลี่ยมโบตั๋น” ที่เพิ่งเปิดรอบฉายในไทยไปเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพยนตร์ที่สร้างจากนิยายขายดีของ Kevin Kwan เรื่องนี้ ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีทั่วโลกและสามารถขึ้นครองอันดับหนึ่งบน บ็อกซ์ออฟฟิศมาแล้วถึงสองสัปดาห์และยังคงความแรงอย่างต่อเนื่อง วันนี้แอดมี “สุดยอดที่พัก (หัก) เหลี่ยมโบตั๋น” หรือ ‘Crazy Rich Accommodations (เวอร์ชั่นจ่ายน้อยกว่า)’ ให้ผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์สวยหรูดูดีสุดๆ ตามรอยตัวเอกของนักแสดงในเรื่องนี้มาฝากกัน รวมถึงแลนด์มาร์คสำคัญที่ไม่ควรพลาด จะเป็นที่ไหนบ้างไปดูกันเลย! การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ สวนแห่งอนาคตนี้ถูกใช้เป็นฉากงานเลี้ยงรับรองแขกตามท้องเรื่อง ที่นี่โด่งดังในด้านการจัดแสดงดนตรีและโชว์แสงสีอันตระการตา โดยมีไฮไลต์เด่นคือ Supertree Grove ซึ่งเป็น สถาปัตยศิลป์ที่ดึงดูดทุกสายตา สร้างความโดดเด่นที่ไม่เหมือนใคร โรงแรมฟอร์ท แคนนิง ที่นี่จะทำให้คุณรู้สึกเสมือนได้มาร่วม “งานแต่งแห่งศตวรรษ” อย่างในหนังเรื่องนี้ เพราะโรงแรมบูทีคที่ชนะรางวัลแห่งนี้ดูหรูหราชวนฝันราวกับอยู่ในพระราชวัง มีสระน้ำกลางแจ้งถึง 2 แห่ง และตั้งอยู่ใน Fort Canning Park ที่ซึ่ง Colin และ Araminta […]

นายกฯ สิงคโปร์เสนอให้ความช่วยเหลือไทย เผยดีใจที่ ’13 ชีวิตติดถ้ำ’ ปลอดภัยดี

นายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ได้เสนอให้ความช่วยเหลือทางการไทยในการให้ความช่วยนำตัวเด็กๆ และโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีออกมาจากถ้ำหลวง นายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง ของสิงคโปร์ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ค พร้อมกับได้เสนอความช่วยเหลือไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย ในการนำตัวทีมนักฟุตบอล และโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีออกจากถ้ำหลวง ซึ่งนายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง ยังได้กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่เด็ก และโค้ชทั้ง 13 คนยังปลอดภัยดี หลังจากทั้งหมดติดอยู่ในถ้ำเป็นเวลานานถึง 9 วัน ภารกิจการค้นหาที่ยากลำบากนี้จะไม่มีทางประสบความสำเร็จได้เลย หากไม่มีรัฐบาลไทย ที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำปฏิบัติการ และเป็นผู้ประสานงานที่ดี และความช่วยเหลือจากทีมกู้ภัยจากหลายๆ ประเทศที่ทำงานกันอย่างไม่ลดละ โดยผู้นำสิงคโปร์ยังหวังด้วยว่าปฏิบัติการช่วยเหลือครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ และเด็กและโค้ชจะสามารถกลับไปหาครอบครัวได้ในเร็ววันนี้. ภาพจาก reuters.com

เดินเที่ยว-ถ่ายเซลฟี ‘คิม จองอึน’ ภาพลักษณ์ดีขึ้น หลังเผยมุมเป็นมิตรที่สิงคโปร์

ในช่วงที่นายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือเดินทางมาประชุมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สิงคโปร์ก็ทำให้ชาวสิงคโปร์ตื่นเต้นที่ได้เห็นผู้นำเกาหลีเหนือในอีกมุมหนึ่ง ที่ดูเป็นกันเองและมิตรมากขึ้น โดยนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือได้ยิ้มแย้ม และโบกมือทักทายชาวสิงคโปร์ ขณะที่กำลังเดินทางจากโรงแรมที่พักเพื่อเดินชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ของสิงคโปร์เมื่อคืน(11 มิ.ย. 61) ที่ผ่านมา พร้อมกับภ่ายภาพเซลฟีร่วมกับนายวิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ และนายออง ยีคัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของสิงคโปร์ ขณะที่ชาวสิงคโปร์ส่วนใหญ่รู้สึกตื่นเต้นที่นายคิม จองอึนเดินทางมาที่สิงคโปร์และพยายามที่จะถ่ายภาพของผู้นำเกาหลีเหนือ เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้เรื่องราวของประเทศเกาหลีเหนือมากนัก และรู้สึกว่านายคิมมีท่าทีที่ดูเปลี่ยนไปอย่างมากนับตั้งแต่รับตำแหน่ง ที่ดูผ่อนคลายและเป็นกันเองมากขึ้น ซึ่งทำให้เป็นผู้นำประเทศที่ดูเข้าถึงได้ง่าย โดยชาวสิงคโปร์ยังรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และนายคิมในครั้งนี้ ขณะที่บรรดาสื่อมวลชนกว่า 2,500 คนจากทั่วโลกได้เดินทางมารายงานการประชุมระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และนายคิม จองอึน โดยบรรดาสื่อมวลชนเหล่านี้ได้ประจำการและเกาะติดการประชุมที่อาคารเอฟ วัน พิต ซึ่งได้รับการดัดแปลงให้เป็นศูนย์สื่อมวลชน ซึ่งภายในมีพื้นที่ทำงาน ห้องประชุม ไวไฟ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อให้สื่อมวลชนสามารถรายงานข่าวการประชุมระหว่างผู้นำสหรัฐและเกาหลีเหนือได้อย่างรวดเร็ว โดยศูนย์สื่อมวลชนดังกล่าวะจะเปิดทำการไปจนถึงเย็นวันพรุ่งนี้(13มิ.ย. 61) ด้านนายเอส อิสวาราน รัฐมนตรีกระทรวงการสื่อสารและข้อมูลของสิงคโปร์กล่าวว่าการจัดศูนย์สื่อมวลชนครั้งนี้ถือว่าใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสิงคโปร์ และแม้ว่าการจัดตั้งศูนย์สื่อมวชนจะจัดตั้งในเวลาที่กระชั้นชิด แต่นายอิสวารานก็มั่นใจว่าศูนย์สื่อมวลชนแห่งนี้จะสามารถอำนวยความสะดวกให้กับเหล่าสื่อมวลชนได้อย่างครบถ้วน ด้านเกาหลีใต้ สื่อได้เผยแพร่ภาพของประธานาธิบดีมุนแจอิน และคณะรัฐบาลเกาหลีใต้ ขณะที่กำลังประชุม และได้รับชมการถ่ายทอดสด […]

‘ทรัมป์-คิม’ ร่วมลงนามข้อตกลง เผยโลกเตรียมเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

จบลงไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับการหารือครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ในวันนี้ (12 มิ.ย. 61) ซึ่งถือว่าเป็นไปอย่างราบรื่น สมตามความตั้งใจ โดยตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมา ที่โรงแรมคาเปลลา บนเกาะเซ็นโตซา หลังจากที่คณะเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และเกาหลีเหนือได้ร่วมโต๊ะประชุมอย่างเป็นทางการแล้ว ก็ย้ายไปยังห้องทานอาหาร เพื่อรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน บรรยากาศเป็นไปด้วยความผ่อนคลาย ทรัมป์ได้พูดแซวกับนักข่าวว่าถ่ายภาพได้ดีหรือเปล่า เขาดูหล่อมั้ย ซึ่งในเมนูอาหารที่ทางการสิงคโปร์จัดไว้รับรอง ในชุดเรียกน้ำย่อย ประกอบด้วยเมนูค็อกเทลกุ้งเสิร์ฟพร้อมสลัดอโวคาโด ยำมะม่วงน้ำสลัดน้ำผึ้ง และแตงกวายัดไส้ ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นของเกาหลี ส่วนเมนคอร์ส เป็นเมนูซี่โครงเนื้อรมควันซอสไวน์แดง ข้าวผัดหยางโจว และปลาค็อดเคี่ยวกับซอสถั่วเหลือง ปิดท้ายด้วยของหวานคือทาร์ทช็อคโกแลต พอทานเสร็จเรียบร้อย ทั้งสองคนก็ออกไปเดินย่อยในสวนของโรงแรมคาเปลลาแบบสองต่อสอง ซึ่งช่วงที่กำลังจะเดินออกมา คิม จองอึนมีสีหน้ายิ้มแย้ม คุยกับจนท.อย่างเป็นกันเอง ก่อนจะเดินยิ้มให้นักข่าวได้ถ่ายภาพ หลังจากนั้น ทั้งสองคน ก็เดินขึ้นตึกและแยกย้ายไปพักผ่อน ซักพักจึงออกมาที่ห้องซึ่งเตรียมเอาไว้สำหรับการลงนามในเอกสารข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งทรัมป์ตอบว่าผลการหารือที่ออกมาน่าจะเป็นที่น่าพอใจสำหรับทั้งสองฝ่าย ซึ่งหลังจากนี้ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่พวกเขาต้องทำร่วมกัน ปิดท้ายด้วยการกล่าวคำขอบคุณผู้นำเกาหลีเหนือ ในช่วงนี้ นายคิม จองอึนได้พูดผ่านล่าม ว่าเขาและทรัมป์ได้ตกลงที่จะลืมเรื่องเก่าในอดีต และโลกจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นผลจากการหารือในวันนี้ ต่อจากนั้น ทั้งสองผู้นำได้ออกมาให้ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์และถ่ายภาพอีกครั้ง […]

วินาทีประวัติศาสตร์ ‘ทรัมป์-คิม’ จับมือ เชื่อหารืออย่างราบรื่น

วันนี้(12 มิ.ย. 61) นับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ต้องบันทึกเอาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ สำหรับการพบกันครั้งแรก ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายคิม จองอึน โดยมีสิงคโปร์เป็นประเทศเจ้าภาพ ท่ามกลางความคาดหวังว่าการหารือครั้งนี้จะนำไปสู่สันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลีอย่างถาวร และเป็นการเปิดฉากความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ระหว่างเกาหลีเหนือและสหรัฐฯ วินาทีประวัติศาสตร์คือเมื่อทั้งคู่เดินออกมาจากฉากคนละมุม ก็ตรงเข้ามาจับมือและทักทาย ก่อนจะหันมาให้ผู้สื่อข่าวถ่ายภาพ โดยมีธงชาติสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือเป็นฉากหลัง โดยทรัมป์เคยพูดเอาไว้ว่า ถ้าได้เจอหน้าคิมจองอึนแค่ 5 วินาที ก็รู้แล้วว่าการหารือครั้งนี้จะเป็นอย่างไร ซึ่งก็ดูเหมือนว่าผู้นำสหรัฐฯ จะถูกชะตากับคิม จองอึน เพราะให้สัมภาษณ์สั้น ๆ ว่าเขามั่นใจว่าการหารือครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ และความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน ขณะที่ผู้นำเกาหลีเหนือกล่าวว่า การได้มาพบหน้ากันในวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะที่ผ่านมาก็มีอุปสรรคต่างๆ มากมาย แต่สุดท้ายมันก็เกิดขึ้น หลังจากทักทายกัน ทรัมป์และคิมได้ใช้เวลาหารือกันเป็นส่วนตัว โดยผ่านล่ามแปลภาษา ประมาณ 1 ชั่วโมง ต่อจากนั้น จึงเป็นการหารืออย่างเต็มรูปแบบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองฝ่าย ภายในห้องประชุมของโรงแรมคาเปลลา

ร้านอาหารดังเผย 2 เมนูพิเศษ ต้อนรับประชุม ‘ทรัมป์-คิม’ ที่สิงคโปร์

การประชุมครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้นำเกาหลีเหนือกำลังจะเกิดขึ้นในอีก 4 วันข้างหน้า ซึ่งนอกจากหน่วยงานของราชการที่เร่งเตรียมความพร้อม ร้านอาหารในสิงคโปร์ต่างก็พากันเปิดตัวเมนูพิเศษเพื่อต้อนรับสองผู้นำ ที่บริเวณด้านหน้าร้านอาหารมาเลเซีย มีการนำภาพของประธานาธิบดีทรัมป์ และนายคิมมาตั้งไว้ที่ประตูทางเข้า พร้อมคำโฆษณาเมนูพิเศษที่จะมีขายในช่วงการประชุมเท่านั้น โดยเป็นเมนูข้าวอบกะทิ ซึ่งปกติจะทานกับปลาหรือไก่ทอด แต่ทางร้านได้เปลี่ยนเป็นเมนูเนื้อราดด้วยกิมจิแทน ซึ่งสื่อถึงอาหารอเมริกันและเกาหลี เช่นเดียวกับที่ร้านรอยัลพลาซ่าใกล้ถนนออร์ชาร์ด ซึ่งมีการนำป้ายโฆษณาขนาดใหญ่มาแปะไว้ โดยเป็นเมนู “เบอร์เกอร์ทรัมป์-คิม” ส่วนผสมก็จะมาจากแนวคิดคล้ายๆ กัน คือมีเนื้อสัตว์ และกิมจิ รวมถึงเครื่องเทศสไตล์เกาหลี เชฟของร้านระบุว่า ความตั้งใจที่ทำเมนูนี้ออกวางขายก็เพราะอยากเป็นตัวแทนของชาวสิงคโปร์ที่เอาใจช่วยให้การประชุมครั้งนี้ประสบความสำเร็จ สำหรับการหารือครั้งประวัติศาสตร์นี้จะเกิดขึ้นในเวลา 9.00 น. ของวันที่ 12 มิถุนายน ซึ่งรัฐบาลสิงคโปร์ประกาศให้พื้นที่โดยรอบสถานที่จัดงานเป็นเขตพิเศษ เพื่อคุมเข้มมาตรการรักษาความปลอดภัย ระหว่างวันที่ 10-14 มิถุนายน 2561.

สิงคโปร์เปิดตัวเหรียญที่ระลึก การประชุมครั้งประวัติศาสตร์ ‘ทรัมป์-คิม’

สิงคโปร์เตรียมออกเหรียญที่ระลึก การประชุมครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ ในวันที่ 12 มิ.ย. 61 นี้ โดยเหรียญที่ระลึกจะมี 3 รุ่นด้วยกัน คือทอง เงิน และนิกเกิล ด้านหนึ่งพิมพ์ด้วยคำว่า “World Peace” ภาพของนกพิราบซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพ พร้อมด้วยภาพดอกกุหลาบและดอกแม็กโนเลียซึ่งเป็นดอกไม้ประจำประเทศสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ อีกด้านหนึ่งเป็นภาพธงชาติและการจับมือของผู้นำทั้ง 2 ประเทศ ระบุวันที่ของงานประชุม และสลักว่าจัดในประเทศสิงคโปร์ โรงกษาปณ์ของสิงคโปร์กล่าวว่า นอกจากจะเป็นอนุสรณ์ของเหตุการณ์สำคัญที่จะนำไปสู่ความสงบสุขนี้แล้ว ยังเป็นอนุสรณ์แก่สิงคโปร์ในฐานะเจ้าบ้านจัดการประชุม ซึ่งเป็นคนกลางผู้เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างโลกตะวันตกและตะวันออกอีกด้วย     โดยเหรียญทองจะมีการผลิตทั้งสิ้น 1,000 เหรียญ ขายในราคาเหรียญละ 1,380 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 33,000 บาท) ซึ่งต่อมาผลิตเพิ่มเป็น 3,000 เหรียญ จากความต้องการที่ล้นหลาม เหรียญเงินผลิตทั้งสิ้น 15,000 เหรียญ ราคาเหรียญละ 118 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 2,800 บาท) และเหรียญนิกเกิลราคาเหรียญละ 36 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว […]

สวนสัตว์สิงคโปร์วางยาฆ่า ‘หมีขั้วโลก’ ตัวสุดท้ายของประเทศ หลังป่วยเรื้อรัง

ทีมสัตวแพทย์ประจำสวนสัตว์สิงคโปร์ตัดสินใจวางยาปลิดชีพเจ้า “อินูก้า” หมีขั้วโลกตัวสุดท้ายของประเทศ เพื่อให้มันพ้นจากความทรมานจากอาการป่วย รายงานข่าวระบุว่า เจ้าอินูก้าถือเป็นหมีขั้วโลกตัวแรกที่เกิดและเติบโตในประเทศเขตร้อน ได้ตายลงแล้วอย่างสงบ หลังจากทีมสัตวแพทย์และผู้ดูแล ลงความเห็นว่าจำเป็นต้องใช้วิธีวางยาให้มันหยุดหายใจอย่างช้าๆ เพื่อช่วยให้มันพ้นจากความทรมานจากบาดแผลเรื้อรังที่ค่อนข้างลึก ทั้งบริเวณอุ้งเท้าและท้องน้อยซึ่งรักษาไม่หาย โดยทีมสัตวแพทย์ยืนยันว่า ตัวยาที่พวกใช้ไม่ก่อให้เกิดความทรมานแก่เจ้าอินูก้าแต่อย่างใด ขณะที่ชาวสิงคโปร์ต่างแสดงความเสียใจต่อการจากไปของมัน ทั้งนี้เจ้าอินูก้ามีอายุ 27 ปี หรือเทียบได้กับ คนแก่อายุราว 70 ปี เริ่มมีปัญหาด้านสุขภาพมานานกว่า 5 ปี และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของทีมสัตวแพทย์อย่างใกล้ชิดในช่วงหลัง ขณะที่ทางการสิงคโปร์ให้คำมั่นว่าเจ้าอินูก้าจะเป็น “หมีขั้วโลกตัวสุดท้ายของสิงคโปร์” และจะไม่มีการนำหมีขั้วโลกเข้ามาในประเทศอีก

ก็เงินมันเหลือ! สิงคโปร์มอบ ‘เงินโบนัส’ ให้ปชช. สูงสุดคนละ 7 พันบาท

รัฐบาลสิงคโปร์ออกประกาศว่าชาวสิงคโปร์ที่อายุเกิน 21 ปีในปีนี้ จะได้รับเงิน ‘hongbao’ หรือเงินโบนัสจำนวน 100-300 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราวๆ 2,400-7,100 บาทไทย เนื่องจากในปีนี้งบประมาณของรัฐเกินดุล โดยผู้ใหญ่ชาวสิงคโปร์มีรายได้เฉลี่ยต่อปีราว 670,000 บาท จะได้รับเงิน 7,100 บาท ในผู้ที่มีรายได้ต่อปีเฉลี่ยตั้งแต่ 670,000-2,400,000 บาท จะได้รับเงินประมาณ 7,100 บาท และในผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อปี 2,400,000 บาทขึ้นไป จะได้รับเงิน 2,400 บาท โดยรัฐบาลจะจ่ายเงินเหล่านี้ในช่วงท้ายปี ซึ่งรวมแล้วเป็นเงินราว 700 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราวๆ 1 หมื่น 6 พันล้านบาทไทย โดยระบุว่าเป็นนโยบายเพื่อปันผลในสิ่งที่ได้มาจากการพัฒนาประเทศแก่ประชาชน สำหรับในปีงบประมาณ 2017 ที่ผ่านมา คาดการณ์ว่ารัฐบาลสิงคโปร์มีงบประมาณเกินดุลทั้งสิ้น 9.61 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ทั้งนี้รัฐบาลระบุว่านอกจากการมอบเงินโบนัสให้กับประชาชนแล้ว งบประมาณราว 5 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์จะมอบให้กับโครงการระบบรางรถไฟของประเทศ เพื่อช่วยลดงบประมาณในการสร้างเส้นทางรถไฟสายใหม่ และงบประมาณราว 2 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ จะใช้ในระบบประกันสุขภาพของประชาชนและโครงการอื่นๆ ทั้งนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐบาลสิงคโปร์มอบเงินให้กับประชาชน ในปี 2011 […]

หมดกันความดื่มด่ำ! ผู้เชี่ยวชาญเตือน ‘เครื่องชงกาแฟ’ แหล่งรวม ‘แมลงสาบ’ จำนวนมาก

ผู้เชี่ยวชาญในสิงคโปร์ออกโรงเตือน เครื่องชงกาแฟเป็นหนึ่งในบ้านหลังโปรดของเหล่าแมลงสาบ พร้อมเผยกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของเครื่องชงกาแฟที่ถูกนำไปใช้ตามร้านกาแฟ และร้านอาหารต่างๆ มีแมลงสาบจำนวนมากอยู่ภายใน ไม่เว้นแม้แต่ตามโรงแรมห้าดาว และร้านอาหารสุดหรู เว็บไซต์ข่าว แชนเนลนิวส์เอเชีย รายงานโดยอ้างข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการกำจัดแมลงในสิงคโปร์ ยอมรับว่า พวกเขาตรวจพบปัญหาแมลงสาบเข้าไปอยู่ภายในเครื่องชงกาแฟเชิงพาณิชย์ตามร้านกาแฟ และร้านอาหารต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดยสัดส่วนของแมลงสาบที่พบนั้นมีมากกว่า เครื่องชงกาแฟตามบ้านเรือนทั่วไป สำหรับสาเหตุสำคัญที่ทำให้เครื่องชงกาแฟกลายเป็นสถานที่สุดโปรดของเหล่าแมลงสาบนั้น รายงานข่าวระบุว่า เป็นเพราะมันเต็มไปด้วยความชื้น อีกทั้งยังมีช่อง และรูจำนวนมากตามตัวเครื่อง ซึ่งไม่ต่างจากการเปิดประตูเชื้อเชิญให้แมลงสาบเข้าไปอาศัย อย่างไรก็ดี ข้อมูลจากบริษัทผู้ให้บริการกำจัดแมลงชื่อดังของสิงคโปร์อย่าง แอนตี้ไซเม็กซ์ และ เพสต์บัสเตอร์ส ระบุว่า มีโอกาสพบแมลงสาบภายในเครื่องกดกาแฟแบบอัตโนมัติที่ไม่มีหม้อต้มอยู่ภายใน หรือเครื่องชงในระบบเธอร์โมบล็อค มากกว่าที่จะพบในเครื่องชงกาแฟของพวกบาริสต้ามืออาชีพ จะมีหม้อต้มขนาดใหญ่ซึ่งมีความร้อนสูง.

ชมบรรยากาศ Singapore Motorshow 2018 มหกรรมยานยนต์สุดล้ำ ที่ยิ่งใหญ่สุดในสิงคโปร์

ถึงงานจะจบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ช่วงวันที่ 11 – 14 มกราคมที่ผ่านมา สำหรับมหกรรมยานยนต์ Singapore Motorshow 2018 งานแสดงรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่สุดในสิงคโปร์ ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมผู้ค้ายานยนต์แห่งสิงคโปร์ (Motor Traders Association Singapore) ที่จัดมาตั้งแต่ปี 1992-2008 ก่อนจะกลับมาจัดอีกครั้งในปี 2015 ถึงปัจจุบัน ซึ่งในปีนี้ นอกจากรถสวยๆ แล้ว ค่ายต่างๆ ยังขนนำเทคโนโลยีด้านยนตรกรรมใหม่ๆ ออกมาอวดโฉมกันแบบเต็มเหนี่ยว โดยเฉพาะที่น่าจับตามองเป็นพิเศษอย่าง Subaru EyeSight ที่ทำหน้าที่เหมือนสายตาอีกคู่หนึ่งที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัย และความมั่นใจในทุกครั้งที่ขับขี่ นอกจากนี้ รายการขับ..ซ่า 34 ยังมีโอกาสได้ร่วมเดินทางไปทดลองขับ TOYOTA C-HR รถยนต์ CrossOver จากค่าย TOYOTA ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้กันถึงประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว ส่วนจะมีความน่าสนใจขนาดไหนนั้น เราตามไปชมพร้อมๆ กันเลยดีกว่า

keyboard_arrow_up