ตั้งสติก่อนเชื่อ!! เพจกองปราบปรามแนะวิธีเช็ค ‘ตันจริง-ตันปลอม’ หลังพบคนโดนหลอกเพียบ

แม้จะมีการเตือนมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ยังมีคนในโลกออนไลน์จำนวนมากถูกผู้ไม่หวังดีนำชื่อและรูปของนักธุรกิจดัง ตัน ภาสกรนที มาใช้เพื่อหลอกลวงเอาเงินหลายต่อหลายราย จนล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก กองปราบปราม ของกองบังคับการปราบปราม หน่วยงานในสังกัดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความเตือนชาวเน็ตให้รู้จักวิธีสังเกตความแตกต่างระหว่าง ‘ตันจริง-ตันปลอม’ โดยมีเนื้อหาดังนี้… “ตัน ตัวปลอม” ไม่สามารถหลอกคุณได้อีกต่อไป ถ้าสังเกต 2 จุดนี้ 1.สังเกตยอดกด LIKE ปัจจุบันยอดกด ติดตาม และกดถูกใจ เพจ 12 ล้านกว่า 2.สังเกต ชื่อ เว็บไซต์ (ตามรูป) เมื่อโดนรูป “ตัน” ทักมาใน กล่องข้อความ เพื่อมอบเงินล้าน…ให้กดดูโปรไฟล์ที่ทักเข้ามา แล้วสังเกต 2 ข้อตามที่แนะนำ จะได้ไม่โดนหลอก!!! ติดตามอมรินทร์ ทีวี ได้ที่ ทีวีดิจิทัล หรือ กล่องดิจิทัลทีวี ช่อง 34 Website : http://www.amarintv.com Facebook : https://www.facebook.com/AMARINTVHD Twitter : https://twitter.com/amarintvhd Instagram : https://www.instagram.com/amarintvhd […]

เปรียบกายร้อนดั่งเพลิง! ‘ลีน่าจัง’ เตรียมร้องสตช. เอาผิด ‘พลอย’ คอมเมนต์หมิ่นบ้า

ตามคาด “ลีน่าจัง” เตรียมรวบรวมหลักฐานเข้าร้องเรียนต่อ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันอังคารนี้ ปมดาราสาว “พลอย เฌอมาลย์” เข้าไปคอมเมนต์ว่า “บ้า” ใต้ข่าวลีน่าจังแจ้งความโค้ชเอก ยอมรับข้องใจหนักมาก ว่าเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับพลอย จากกรณี “นางลีน่า จังจรรจา” ขึ้นโรงพักแจ้งจับโค้ชเอก จนเป็นกระแสวิพากษณ์วิจารณ์ร้อนฉ่าไปทั้งโลกออนไลน์ โดยมีนางเอกชื่อดัง พลอย เฌอมาลย์ เข้าไปคอมเมนต์ว่า “บ้า” ใต้ข่าวลีน่าจังแจ้งจับโค้ชเอก จนชาวเน็ตหวั่นใจ เกรงพลอยจะงานเข้าตามโค้ชเอกไปอีกราย ซึ่งสิ่งที่ทุกคน คิดเอาไว้ว่าใช่ ต้องใช่แน่ๆ … ก็เกิดขึ้นจริงแล้ว เมื่อล่าสุด ลีน่าจัง ไลฟ์สดผ่านเพจ “ข่าวโหด” ระบุ เมื่อช่วงราวเที่ยงของวันนี้ ได้เดินทางมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเข้าแจ้งความ แต่ปรากฏว่านักข่าวตามตำรวจออกไปต่างจังหวัดกันหมด แต่เดี๋ยวตนจะมาใหม่ พร้อมเรียนเชิญนักข่าวเข้าทำข่าวในวันอังคารที่ 24 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เวลา 11 โมง ต่อกรณีที่คุณพลอย เฌอมาลย์ ไปโพสต์ในอินสตาแกรมที่เขาลงข่าวตนแล้วเขียนว่าบ้า โดยตนพยายามติดต่อไปที่นางเอกคู่กรณีแล้ว แต่เจ้าตัวไม่ยอมรับสาย ไลน์ไปก็ไม่คุย ไม่ตอบ ซึ่งตนอยากรู้ว่าทำไมคุณพลอย […]

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับ สสส. รณรงค์หยุดเล่นพนันบอลโลก 2018

ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า เมื่อวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางเพจเฟซบุ๊ก Police Radio (Thailand) ได้โพสต์ภาพและข้อมูลประชาสัมพันธ์กิจกรรม รณรงค์รับมือบอลโลก 2018 ภายใต้แนวคิด “ฟุตบอลโลกครั้งนี้ ใครๆ ก็ไม่พนัน” บริเวณลานว่างเกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ด้าน พันตำรวจเอก นครินทร์ สุคนธวิท รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 กล่าวว่า ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ได้มีการตรวจสอบและอายัดบัญชีผู้เล่นการพนันออนไลน์ และบัญชีปลายทางผู้รับแทงแล้ว 1,004 บัญชี วงเงิน 22 ล้านบาท ขณะนี้เงินที่อายัดทั้งหมด เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบรายละเอียดหากพบมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพนัน จะเปลี่ยนสถานะไปเป็นผู้กระทำความผิดทันที มีโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 1 พัน แต่หากพบว่าเป็นการพนันออนไลน์ โทษจะสูงขึ้น นอกจากนี้ หากพบผู้เล่นการพนันออนไลน์แต่ละครั้งเกิน 100 คน หรือมีวงเงินในการกระทำความผิดเกินกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป จะถือเป็นความผิดฐานฟอกเงินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน […]

มูลนิธิสืบฯ ขอบคุณตำรวจทำคดีเสือดำ พร้อมดำเนินข้อหา ‘เจตนาร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง’

วันที่ 16 มี.ค.61 มูลนิธิสืบนาคะเสถียร โพสต์เฟซบุ๊ก แถลงการณ์ ฉบับที่ 3 กรณีล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก โดยเนื้อหาขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดำเนินคดี นายเปรมชัย กรรณสูต และพวก 3 คน ในกรอบเวลา และดำเนินคดีข้อหาเจตนาร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง และร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ข้อความระบุว่า จากเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกเข้าจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูต กับพวกรวม 4 คน ที่ได้เข้าไปล่าสัตว์ป่าคุ้มครองในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก พร้อมทั้งได้มีการตรวจยึดซากสัตว์ป่าคุ้มครองพร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุน และปลอกกระสุนปืน ต่อมาเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2561 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ส่งสำนวนการสอบสวนคดีอาญาของสถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ ให้กับสำนักงานอัยการจังหวัดทองผาภูมิ โดยพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนและมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 4 คน คือนายเปรมชัย กรรณสูตร ผู้ต้องหาที่1 นายยงค์ โดดเครือ ผู้ต้องหาที่ 2 นางนที เรียมแสน ผู้ต้องหาที่ 3 และนายธานี ทุมมาศ ผู้ต้องหาที่ 4 โดยมีข้อหารวม 9 ข้อ ตามคดีหมายเลขดำที่ […]

‘เมื่อใช้เขาผมก็ต้องไว้ใจเขา…’ ผบ.ตร. ระบุคดีเปรมชัย ‘ยังไม่พบพิรุธ’ ในการทำงานของ ‘ศรีวราห์’ (คลิป)

วันที่ 9 มี.ค.61 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวภายหลังแถลงสรุปสำนวนคดีหวย 30 ล้าน ครั้งที่ 2 ถึงกรณีคดีของนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวก ลักลอบล่าสัตว์ป่าภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรนั้น เมื่อถามว่า ผบ.ตร.มั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่เป็นมวยล้มต้มคนดู และจะมีการเปลี่ยนแปลงพนักงานสอบสวน หรือผู้ดูแลรับผิดชอบหรือไม่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผมเป็นผู้นำองค์กรสูงสุด ในคดีเปรมชัย ผมดูคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพราะเป็นคดีใหญ่ เพราะเป็นคดีที่พี่น้องประชาชนให้ความสนใจ ขณะนี้คดีนี้ ผมยังไม่พบพิรุธในการทำงานของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เลย ไม่เหมือนกับคดีที่เมืองกาญจน์ ถ้าพบพิรุธเมื่อไหร่ ไม่ต้องห่วง ผมไม่ช้าแน่นอน ผมต้องลงไปแก้ไข เพราะตำรวจผมเองต้องเป็นหลักประกัน อำนวยความยุติธรรมให้ประชาชน ให้สังคม “ขณะนี้ผมยังไม่พบพิรุธของท่านศรีวราห์ พบเมื่อไหร่ผมก็ปรับหน้าที่ ซึ่งท่านก็ไม่ได้ทำสำนวนเพียงแต่ไปควบคุมกำกับดูแลในส่วนของสอบสวนกลาง ป่าไม้หรืออะไรก็ว่าไป ท่านไม่ได้เป็นพนักงานสอบสวน ท่านเป็นผู้ที่ไปกำกับดูแลสอบสวนกลาง ถ้ามีพิรุธไม่ชอบมาพากลก็คงต้องเปลี่ยน แต่โอกาสนี้ผมเชื่อว่า […]

ผบ.ตร.ยืนยันทุกคดีที่เป็นคดีอาญาจะตั้งใจทำ ไม่เว้น ‘คดีเปรมชัย’ ลั่น ‘ตำรวจชั่ว-เลว …ออก!’

วันที่ 28 ก.พ.61 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวภายหลังแถลงสรุปสำนวนคดีหวย 30 ล้าน ถึงกรณีคดีของนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ลักลอบล่าสัตว์ป่าภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เมื่อถามว่า ในยุคสมัยของท่านจะไม่มีมวยล้มต้มคนดู รวมถึงคดีของนายเปรมชัย ด้วยหรือไม่ว่า “ทุกคดีที่เป็นคดีอาญา เราตั้งใจทำทุกคดี เราต้องเป็นหลักประกันให้กับประชาชน ใครที่เป็นตำรวจชั่ว ตำรวจเลว ออก หรือมีพฤติกรรมรีดไถ่ กรรโชกทรัพย์ รังแกประชาชน ออก ชัดเจนนะครับ” . นาทีที่ 35.20 น. เป็นต้นไป

ถอดคำแถลงคดีหวย 30 ล้าน! ‘จักรทิพย์ ชัยจินดา’ ลั่นไม่มีมวยล้มต้มคนดู-ยังไม่สรุปใครคือเจ้าของตัวจริง

เป็นข้อพิพาทกันมาเกือบ 4 เดือน ระหว่างนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษ หรือ “ครูปรีชา” และ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ หรือ “ลุงจรูญ” ที่ต่างฝ่ายต่างมั่นใจในพยานหลักฐานของตัวเอง ว่าเป็นเจ้าของล็อตเตอรี่ตัวจริง ซึ่งคดีนี้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้มีการแถลงผลการสืบสวนไปแล้วว่า “ครูปรีชา คือเจ้าของล็อตเตอรี่ แต่ ร.ต.ท.จรูญ เป็นเพียงแค่คนที่เก็บได้” จากนั้นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งโอนสำนวนคดีให้มาอยู่ในความรับผิดชอบของกองบังคับการปราบปราม โดยส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่หาพยานหลักฐาน และสอบปากคำเพิ่มเติม ซึ่งใช้เวลาราว 20 วัน สามารถสรุปผลการเป็นเจ้าของได้แล้วเสร็จ เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตั้งโต๊ะแถลงสรุปสำนวนคดีหวย 30 ล้านว่า ตำรวจจะสอบสวนในส่วนของคดีอาญา ในส่วนคดีแพ่งคู่กรณีต้องไปฟ้องร้องกันเอง ซึ่งคดีอาญาของ จ.กาญจนบุรี ครูปรีชา ได้แจ้งความเอาผิด ร.ต.ท.จรูญ ว่ายักยอก และรับของโจร กรณีหวย 30 ล้าน และได้ฟ้องศาลแพ่ง จากนั้น ร.ต.ท.จรูญ แจ้งความเอาผิดครูปรีชา […]

โรคซึมเศร้าไม่ได้ก้าวข้ามง่ายๆ ‘จ๋า ณัฐฐาวีรนุช’ โพสต์เล่าประสบการณ์-วิธีจับสังเกตสัญญาณ

ในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่าน มีข่าวการเสียชีวิตจากโรคซึมเศร้าถึง 2 ราย รายแรกเป็นการเสียชีวิตของศิลปินเกาหลีชื่อดัง “คิม จงฮยอน” จากวงชายนี่ (SHINee) วัย 27 ปี จากโลกนี้ไปด้วยการทิ้งข้อความว่า เจ็บปวดมาจากข้างใน และโรคซึมเศร้าเกาะกินจิตใจไปหมด จนสู้มันไม่ไหวแล้ว ได้สร้างความสะเทือนใจให้กับบรรดาแฟนคลับทั้งชาวเกาหลีใต้และนานาประเทศ รายที่สอง เป็นนายตำรวจหนุ่ม พ.ต.ต. สหัสวรรษ พันธ์เกตุ สารวัตรฝ่ายแต่งตั้ง สาวัตรฝ่ายแต่งตั้ง กองทะเบียนพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยิงตัวเองเสียชีวิตกลางสำนักงานฯ และทิ้งจดหมายลา “ขออสิกรรม เพราะความซึมเศร้า” นั้น ที่อินสตาแกรมของพิธีกร นักแสดงชื่อดัง จ๋า ณัฐฐาวีรนุช ทองมี หรือ วีเจ.จ๋า ได้โพสต์ภาพข้อความ บอกเล่าประสบการณ์ที่ตัวเองได้รับผลกระทบโดยตรง จากโรคซึมเศร้านี้ไว้ว่า “โรคซึมเศร้า ไม่ได้ก้าวข้ามง่ายๆ อย่าคิดว่าเขาแค่อ่อนแอ” พร้อมแคปชั่นว่า “ถ้าจะมีใครสักคนพูดถึงเรื่องโรคซึมเศร้า ที่มีกรณีน่าเศร้าเกิดขึ้นหลายๆกรณี ในฐานะผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง จ๋าคิดว่า จ๋าน่าจะเป็นคนหนึ่งที่เหมาะสมที่สุด หลายคนคงจำได้ ว่าจ๋าได้ผ่านการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตมาเมื่อปีที่แล้ว น้องสาวที่จ๋ารักที่สุดฆ่าตัวตาย… ก่อนหน้านี้ จ๋าคงเลี่ยงที่จะพูดถึงมัน จ๋าไม่พูดหรอกคำนี้ […]

วาร์ปได้! ป้ายห้าม ‘Grab-Uber-GoBike’ รับผู้โดยสารหน้าวัดปทุมฯหาย มอเตอร์ไซค์รับจ้างยันไม่รู้ใครดึงออก !?

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ลงพื้นที่ย่านวัดปทุมฯ หลังพบป้ายห้ามเรียก ‘Grab-Uber-GoBike’ รับผู้โดยสาร พบว่าวันนี้หายไปแล้ว หลังถูกโซเชียลโจมตีอย่างหนัก จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้แชร์ภาพ พร้อมกับเช็คอินบริเวณวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร เขตปทุมวัน ห้ามอูเบอร์ แกร็บแท็กซี่ หรือบริการอื่นๆ มารับผู้โดยสารบริเวณดังกล่าว ซึ่งป้ายนี้ไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้นำมาติด แต่มีคนมาแสดงความเห็นว่าบริเวณนั้นเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่แท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารมากที่สุด คุณธนัชภัค เมืองชู ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ลงพื้นที่สำรวจบริเวณวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังพบโพสต์ดังกล่าวเพียง 2 วัน พบว่าป้ายที่ติดอยู่กับตู้เหล็กริมกำแพงวัดหายไป จากการสอบถามวินจักรยานยนต์รับจ้าง ทราบว่ามีคนดึงออกไป แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ซึ่งหนึ่งในวินจักรยานยนต์รับจ้าง บอกกับทีมข่าวว่า ปกติตนมีรายได้จากการขับวินเฉลี่ยวันละ 500-600 บาท แต่ตั้งแต่มีแอปพลิเคชันเรียกรถ รายได้หายไปเกินครึ่ง หักค่าน้ำมันแล้วเหลือกำไรเพียงวันละ 100 กว่าบาท ซึ่งแทบจะไม่พอกินพอใช้ ซึ่งวินจักรยานยนต์รับจ้างในเขตปทุมวัน ต่อต้านการรับจ้างแบบผิดกฎหมาย หากเห็นก็จะเข้าไปต่อว่า ” ว่าอย่าทำแบบนี้” บางครั้งมารับลูกค้าตรงหน้าวินก็มี ซึ่งตนก็รู้สึกว่าไม่เป็นธรรม ส่วนตัวไม่รู้ว่าใครนำแผ่นป้ายดังกล่าวมาติดไว้ แต่เห็นด้วยที่จะไม่ให้รถรับจ้างที่ผิดกฎหมายมารับผู้โดยสาร โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่มาแย่งผู้โดยสารวินโดยตรง ขณะที่ทีมข่าวได้เดินสำรวจบริเวณด้านหน้าวัด ก็ไม่พบป้ายแปะไว้ในจุดอื่นอีก คาดว่าน่าจะมีการดึงออกไปแล้วเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกันทีมข่าวได้สอบถามความคิดเห็นของผู้ที่เดินทางมาทำบุญที่วัดปทุมฯ ถึงป้ายห้ามรับผู้โดยสารดังกล่าว ซึ่งผู้ใช้บริการทั้งสองคน […]

แบบนี้ก็ได้เหรอ!? โซเชียลมึน เจอป้ายห้ามเรียก ‘Grab-Uber-GoBike’ มารับผู้โดยสาร

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่กำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในโลกออนไลนื เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายชื่อ Surasak Tulathiphakul ได้ทำการแชร์ภาพ พร้อมกับเช็คอินบริเวณวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ซึ่งภายในภาพดังกล่าวเป็นป้ายที่มีคำเตือนว่า ห้าม Grab, Uber และ GoBike มารับผู้โดยสารบริเวณดังกล่าว โดยไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้นำมาติด อีกทั้งบริเวณดังกล่าวยังอยู่ตรงข้ามกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกด้วย

กวาดให้เรียบ! ตร.แถลงผลจับแก๊งคอลเซนเตอร์ข้ามชาติ มูลค่าความเสียหาย 120 ล้าน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการจับกุมแก๊งคอลเซนเตอร์ข้ามชาติ ครั้งที่ 3 มูลค่าความเสียหายกว่า 120 ล้านบาท สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ครั้งที่ 3 ซึ่งล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ตำรวจ สน.หัวหมาก สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มเติม ประกอบไปด้วยนายทอมมี่ วู สัญชาติอินโดนีเซีย ผู้บริหารแก๊งคอลเซนเตอร์ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญ รวมทั้งนายจิรพัฒน์ คณารุจินานนท์ และนายจิรวัฒน์ กล่อมบาง ผู้ร่วมขบวนการชาวไทย พร้อมกับแจ้งข้อหา ฉ้อโกงประชาชน, อั้งยี่ซ่องโจร, ร่วมกันฟอกเงิน รวมทั้งมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บอกว่าพฤติการณ์ของแก๊งดังกล่าว จะมีนายทอมมี่ซึ่งเป็นผู้ต้องหาสัญชาติอินโดนีเซีย ได้นำคนไทย 8 คน ซึ่งเป็นเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไปยังประเทศฟิลิปปินส์ และ ประเทศใกล้เคียง พร้อมส่งซิมการ์ดไปด้วย หลังจากนั้นให้ผู้ร่วมขบวนการโทรกลับมาหลอกเหยื่อที่ประเทศไทย โดยอ้างตัวว่าเป็นพนักงานไปรษณีย์ ตำรวจ ดีเอสไอ เจ้าหน้าที่ศาลยุธรรม ฯลฯ ด้วยกลอุบายหลอกเหยื่อว่ามีข้อมูลการเงินพัวพันกับองค์กรอาชญากรรมต้องถูกดำเนินคดียึดอายัดทรัพย์ […]

‘การล้มบอล’ มีมานานแล้ว เร่งกำจัดเนื้อร้ายก่อนตามรอยเพื่อนบ้าน – สโมสรราชนาวี พร้อมไล่นักเตะพัวพันพ้นราชการ

  ประธานสโมสรราชนาวี เผยพร้อมไล่นักเตะที่ติดยศทหารเรือที่มีส่วนพัวพันกับการล็อคสกอร์พ้นราชการ ขณะที่ประธานชมรมเชียร์ไทย ยอมรับการล้มบอลมีมานานแล้ว เรียกร้องสมาคม เร่งกำจัดเนื้อร้ายก่อน ฟุตบอลไทยจะเดินตามรอยเพื่อนบ้าน หลังจากมีการเปิดโปงขบวนการล้มบอล โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา 12 คนที่เกี่ยวข้องกับขบวนการล็อคสกอร์ ซึ่งมีทั้งในส่วนของนักฟุตบอล ผู้ตัดสิน ผู้ช่วยผู้ตัดสิน และกลุ่มนายทุน ความคืบหน้าผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับคุณชัยวัฒน์ แก้วผลึก ประธานชมรมเชียร์ไทยพาวเวอร์ และเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปและพัฒนาฟุตบอลแห่งชาติ ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ยอมรับว่า ขบวนการล้มบอล ล็อคผล มีมาหลายยุคหลายสมัยแล้ว ซึ่งผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ก็คือผู้ที่เล่นการพนัน เพียงแต่สมัยก่อนอาจจะยังไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือในการสืบหาข้อมูลที่มีประสิทธิภาพเท่ากับยุคนี้ “นับว่าเป็นเรื่องที่ดีในการเริ่มต้นขจัดเนื้อร้ายในวงการฟุตบอล ซึ่งที่ผ่านมาเราจะเห็นตัวอย่างสถานการณ์วงการฟุตบอลประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศก่อนหน้านี้ ที่การพัฒนาลีกอาชีพไปได้ไม่สุดเพราะมีสาเหตุมาจากเรื่องล้มบอล” ประธานชมรมเชียร์ไทยพาวเวอร์ กล่าว ส่วนสาเหตุในการที่นักเตะบางคนเข้าไปพัวพันกับเรื่องนี้ คุณชัยวัฒน์ มองว่า อาจเป็นเพราะนักเตะบางคนได้รับค่าตอบแทนเป็นจำนวนเงินที่ไม่มาก เพราะค่าตอบแทนของนักเตะมีหลายระดับ บางคนอาจได้ถึงหลักแสน แต่บางคนค่าตัวไม่ได้มากมาย จึงกลายเป็นช่องโหว่ให้เกิดแรงจูงใจในการกระทำความผิด หากยังปล่อยให้เป็นแบบที่ผ่านมาต่อไป ผู้ที่จะได้รับผลกระทบอย่างหนักคือสโมสร จากการขาดการสนับสนุนจากสปอร์นเซอร์ ส่วนทางสมาคมกีฬาฟุตบอลเองก็จะถูกเพ่งเล็งจาก สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย หรือเอเอฟซี และจากฟีฟ่า ซึ่งจะส่งผลโดยตรงกับการเข้าร่วมการแข่งขันในแมตช์ที่ทางฟีฟ่ารับรอง หรือแม้กระทั่งอาจจะถูกตัดเงินสนับสนุนจากฟีฟ่าและเอเอฟซีไปด้วย ขณะที่ทางด้าน พล.ร.อ.รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ในฐานะประธานสโมสรราชนาวี เตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวนนักเตะ 4 […]

งดซื้อใส่! เสื้อพิมพ์ภาพ ‘พระบรมสาทิสลักษณ์-พระเมรุมาศ’ ชี้เป็นการไม่เหมาะสม (คลิป)

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้การนำภาพพระเมรุมาศมาพิมพ์บนเสื้อผ้าเพื่อการค้า เป็นการไม่เหมาะสม และไม่บังควรอย่างยิ่ง ขอความร่วมมืองดการกระทำดังกล่าว พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึง การนำภาพพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร, ภาพพระเมรุมาศ หรือ ภาพลายเส้นกราฟฟิก พิมพ์บนเสื้อผ้าเพื่อการค้าเป็นการไม่เหมาะสม และไม่บังควรอย่างยิ่ง หลังพบมีพ่อค้าบางกลุ่มกระทำการลักษณะดังกล่าว เนื่องจากการนำภาพพระบรมสาทิสลักษณ์มาใช้ จะต้องขออนุญาตหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน แม้จะยังไม่เข้าข่ายความผิดกฎหมายข้อใด แต่เป็นเรื่องที่ไม่สมควร และประชาชนทั่วไป ไม่ควรสนับสนุนสินค้าของผู้ที่กระทำการในลักษณะดังกล่าวด้วย ขณะเดียวกันวันนี้ ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังย่านตลาดค้าส่งเสื้อผ้า ย่านตลาดโบ๊เบ๊เพื่อไปสำรวจและพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าที่ นำเสื้อยืดสกรีนรูปภาพเกี่ยวกับในหลวง รัชกาลที่ 9 อาทิ ลายเส้นพระบรมสาทิศลักษณ์ และภาพพระเมรุมาศที่กำลังมีกระแสข่าวว่าไม่เหมาะสม ได้พูดคุย ทั้งผู้ผลิต และผู้จำหน่ายเสื้อยืด ซึ่งบอกว่า ได้ทราบข่าวมาบ้างแล้ว ว่าการสกรีนลายพระเมรุมาศบนเสื้อยืดเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ซึ่งยืนยันไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดี แต่เพราะไม่ทราบมาก่อนจริงๆ ดังนั้น เสื้อลายนี้ที่เห็นอยู่จะเป็นล็อตสุดท้าย เพราะหลังจากนี้จะไม่มีการผลิตขึ้นมาอีก ส่วนลูกค้าหลายคนพอทราบข่าวก็พยายามหาซื้อเสื้อลายนี้ไปเก็บไว้เป็นที่ระลึก แต่ไม่ได้นำไปสวมใส่ พร้อมยืนยันว่า พ่อค้าแม่ค้า ทุกคนรักในหลวง รัชกาลที่ 9 หากสิ่งใดไม่เหมาะสม และมีการชี้แจงจากภาครัฐ ทางพ่อค้าแม่ค้า ทุกคนก็พร้อมปฏิบัติตาม ขณะที่ลูกค้าผู้ซื้อเสื้อมาสวมใส่เอง เปิดเผยว่า […]

ทายาทบ.โอเอร้องทุกข์ สตช. ยันไม่ได้ทำทัวร์ศูนย์เหรียญ ‘ศรีวราห์’แจงคดีอยู่ชั้นศาลหมดหน้าที่ตำรวจแล้ว

เมื่อเช้าวันที่ 10 ต.ค. 60 นายวสุรัตน์ โรจน์รุ่งรังสี กรรมการบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อชี้แจงและขอความเป็นธรรม กรณีถูกกล่าวหาว่าดำเนินธุรกิจในลักษณะทัวร์ศูนย์เหรียญ โดยเปิดเผยว่า อยากจะขอความเป็นธรรม และชี้แจงการทำธุรกิจของบริษัทกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ยืนยันว่าบริษัทตนไม่ใช่บริษัททัวร์ แต่เป็นบริษัทรถเช่าไม่ประจำทางจำนวน 2,000 คัน และจำหน่ายสินค้าของชาวบ้านทำเป็นของ O-TOP ตามมาตรฐานและกฎเกณฑ์ที่ถูกต้องมาโดยตลอด ซึ่งถือเป็นกลไกส่วนหนึ่งในระบบการท่องเที่ยวที่ร่วมกันพัฒนากับหน่วยงานรัฐมากว่า 30 ปีแล้ว นายวสุรัตน์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาตนและครอบครัว รวมไปถึงบริษัทที่เป็นคู่กรณีกับหน่วยงานรัฐ ถูกบุกรุกและใช้อำนาจในการคุกคามหลายอย่าง วันนี้จึงได้นำข้อมูลมาให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์พิจารณาดู แสดงความบริสุทธิ์ใจ เชื่อว่าหากดูแล้ว จะสามารถยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า ตนไม่ได้ประกอบธุรกิจทัวร์ศูนย์เหรียญแต่อย่างใด แต่ทางเจ้าหน้าที่เข้าใจผิด จึงถูกดำเนินคดี นายวสุรัตน์ ยังระบุอีกว่า ที่ผ่านมาตนได้ต่อสู้คดีจนศาลสั่งยกฟ้อง แต่การตรวจสอบต่างๆยังคงต้องเดินหน้าต่อไป รวมทั้งปฎิเสธว่า บริษัท ไม่เคยมีการจ่ายเงินผลประโยชน์ให้กับนายตำรวจระดับสูงในการล้มคดีตามที่ถูกกล่าวหา เพราะทุกๆอย่างที่ต่อสู้มา ตนและครอบครัวสู้กันเองตลอด โดยครอบครัวตนมีทั้งหมด […]

‘บิ๊กป้อม’ ปัดไม่รู้บิ๊กตำรวจอักษรย่อ ‘ภ’ หรือ ‘ค’ คนบงการพา ‘ยิ่งลักษณ์’ หนี (คลิป)

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 60 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนผู้พา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนี ว่าขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะนี้เร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวน ซึ่งผลการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในตำรวจที่เกี่ยวข้อง แม้เบื้องต้นจะระบุว่ายังไม่มีความผิด ก็ต้องเป็นไปตามการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นยังเป็นเพียงผู้นำพาขับรถไปส่งชายแดนซึ่งขณะนั้นยังไม่ได้มีการออกหมายจับอดีตนายกฯ ขณะที่ผู้สั่งการ จะมีความผิดด้วยหรือไม่ ต้องสอบสวนและว่าไปตามกฎหมาย และหากเป็นผู้ที่รับราชการอยู่ ก็จะต้องดูว่าเข้าข่ายความผิดทางวินัยหรือไม่ และได้มีการวางแผนไว้ก่อนล่วงหน้าหรือไม่ ซึ่งตำรวจได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนในเรื่องนี้อยู่แล้ว พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวย้ำด้วยว่า ช่องทางที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางออกไป เป็นช่องทางธรรมชาติ โดย พล.อ.ประวิตร ยังปฏิเสธที่จะตอบคำถามสื่อถึงตัวอักษรย่อของผู้สั่งการ ที่เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่อักษรย่อ ภ และ ค. ส่วนการนัดอ่านคำพิพากษาคดีจำนำข้าวในวันที่ 27 ก.ย. 60 นี้ พล.อ.ประวิตร บอกว่าทางเจ้าหน้าที่ได้เตรียมพร้อมอยู่แล้ว และยังไม่จำเป็นต้องเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร หรือ ตำรวจในการการดูแลความปลอดภัยเป็นพิเศษ ขณะที่วันนี้ พ.ต.อ.เกียรติพงษ์ นาลา รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ประธานสืบสวนข้อเท็จจริงกรณี […]

ไม่ผิดอาญา! คืบหน้ารวบ 3 ตำรวจ พา“ยิ่งลักษณ์”หนี ล่าสุดปล่อยตัวแล้ว

พลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณี ที่ได้นำ พันตำรวจเอก ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 และพวกอีก 2 คน ประกอบด้วย นายตำรวจยศระดับสารวัตร 1 นาย และผู้บังคับหมู่ ยศ ดาบตำรวจ 1นาย ที่เป็นกลุ่มผู้ต้องสงสัยพานางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นรถยนต์เก๋ง โตโยต้า แคมรี่ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ณข 5323 กรุงเทพมหานคร หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาศาลอาญาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีจำนำข้าว ตั้งแต่วันที่25 สิงหาคม ที่ผ่านมา ว่า จากการสอบสวนนายตำรวจทั้ง 3 นาย ล่าสุดได้มีการปล่อยตัวไปเป็นที่เรียบร้อย เพราะทั้งหมดยังไม่ถูกตั้งข้อกล่าวหา และยังไม่มีความผิดทางอาญา เนื่องจากวันที่หลบหนียังไม่มีการออกหมายจับ ซึ่งจากการสอบสวนนายตำรวจทั้ง 3 นาย ก็ได้ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีอย่างมาก ทั้งนี้จากการตรวจสอบรถคันดังกล่าวมีการสวมทะเบียนปลอม ซึ่งมีการแจ้งระงับการใช้งานโดยกรมการขนส่งตั้งแต่ปี 2555 เนื่องจากขาดส่ง จึงกำลังให้คณะทำงานติดตามผู้ครอบครองคนก่อนหน้านี้ […]

รวบ 3 ตำรวจ! ขับเก๋งพา ‘ยิ่งลักษณ์’ หนี พบดัดแปลงรถ – ทะเบียนปลอม (คลิป)

ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ล่าสุด รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล สามารถคุมตัวตำรวจได้จำนวนหนึ่ง และรถเก๋ง 1 คัน เป็นรถโตโยต้า รุ่นแคมรี่ สีบรอน-เทา หมายเลขทะเบียน ณข 5323 กรุงเทพมหานคร ตามข้อมูลระบุว่า รถคันดังกล่าวเป็นรถที่ขับพานางสาวยิ่งลักษณ์หลบหนีไปที่บริเวณชายแดนจังหวัดสระแก้ว โดยสามารถตรวจและยึดรถคันนี้ได้หลังจากไปจอดทิ้งไว้บนพื้นที่จังหวัดนครปฐม เบื้องต้นประสานกองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อเก็บดีเอ็นเอ ลายนิ้วมือแฝงแล้ว และตรวจสอบภาพวงจรปิดก็ปรากฏภาพรถคันดังกล่าวเช่นเดียวกับบริเวณด่านทหาร ตำรวจเข้าไปตรวจสอบแล้วพบว่า รถคันนี้มีการสวมทะเบียน สวมหมายเลขถัง และสวมชื่อผู้ครอบครองรถและทะเบียนไม่ตรงกัน และรถคันนี้กรมการขนส่งทางบกเคยแจ้งระงับการใช้งานไปแล้วตั้งแต่ปี 2555 เนื่องจากขาดส่งค่างวดไฟแนนซ์ แต่หลังจากตรวจสอบภายในรถ ปรากฏว่าไม่เจอเอกสารเพิ่มเติม ทาง พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล เผยว่า ทำการสอบปากคำตำรวจทั้ง 3 นายเรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดให้การเป็นประโยชน์ แต่ไม่สามารถเปิดเผยกับทีมข่าวได้ จากการตรวจสอบรถคันดังกล่าวทราบชื่อผู้ครอบครองแล้ว และเตรียมเชิญตัวผู้ครอบครองมาสอบปากคำในฐานะพยาน เบื้องต้นทราบว่ารถคันดังกล่าว เจ้าของเป็นผู้หญิง มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานคร และยกเลิกใช้รถไปตั้งแต่พ.ศ. 2555 ซึ่งรถคันนี้พบว่าเป็น 1 ใน […]

ตร.เสนออัยการตั้งทีมสอบ คดีโจรสลัดปล้นเรือน้ำมันไทยกลางน่านน้ำมาเลย์ ลั่นต้องดำเนินการตามกฎหมาย

ความคืบหน้าเหตุการณ์โจรสลัดปล้นเรือบรรทุกน้ำมันของไทยชื่อ เรือ CP41 ในเขตน่านน้ำประเทศมาเลเซียขณะขนน้ำมันดีเซล 3 ล้าน5 ลิตรจากประเทศสิงคโปร์มาส่งที่จ.สงขลา และดูดน้ำมันไป 1 ล้าน5 แสนลิตร แต่โชคดีที่ลูกเรือทั้ง17 คนปลอดภัยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา และขณะนี้เรือ CP41 เดินทางกลับถึงจ.สงขลาและจอดอยู่ที่เกาะหนู ล่าสุด 26 มิถุนายน 2560 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า กระทำดังกล่าวมีการกระทำเป็นกลุ่ม โดยมีพฤติกรรมนำเรือมาเทียบเคียงเรือน้ำมันที่โดนปล้น หลังจากนั้นก็มีบุคคลมีขึ้นไปก่อเหตุ ซึ่งเท่าที่ได้รับการงานไม่มีการใช้ภาษาไทยในการก่อเหตุ แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นชนชาติได้ ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานไปยังสำนักงานอัยการ เพื่อจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคดีดังกล่าวแล้ว เนื่องจากกระความผิดนอกราชอาณาไทย ยืนยันสามารถใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็นโจรสลัด พ.ศ.2534 เอาผิดกันผู้ก่อเหตุได้   ทางด้าน พลเรือโท พรชัย  ปิ่นทอง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ประสานหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลประเทศมาเลเซียให้ทราบแล้ว เพื่อติดตามจับกุมเรือโจรสลัดที่ปล้นเรือบรรทุกน้ำมันของไทยในน่านน้ำมาเลเซียต่อไป และประสานความร่วมกันระหว่างหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลของทั้ง 2 ประเทศ ในกรณีเกิดเหตุการณ์ปล้นเรือบรรทุกน้ำมันและเรือสินค้า ของไทย ที่เดินเรือผ่านน่านน้ำในพื้นที่ของประเทศมาเลเซีย รวมทั้งได้แจ้งเตือนให้เรือบรรทุกน้ำมันและเรือสินค้าที่เดินเรือเข้าพื้นที่เฝ้าระวังและแจ้งพิกัดเรือให้หน่วยงานความมั่นคงทางทะเลทั้งสองประเทศทราบเป็นระยะเพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันหากถูกโจรสลัดปล้นเรือ

keyboard_arrow_up