คนไทยใจเย็นก่อน! ทนายดังเตือน ถ่ายรูปโชว์ก้นตามที่เที่ยวตามเทร็นด์ เจอข้อหาแน่ ขุดรูปฝรั่งส่อถูกฟ้องอีกกระทง

จากกรณีการแชร์รูปภาพ เทร็นด์การถ่ายรูปแบบใหม่ เป็นการเปลือยก้นตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น เมือง ป่า ภูเขา ชายทะเล และนำภาพดังกล่าวมาเผยแพร่ตามสื่อออนไลน์ ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หรือทวิตเตอร์ ซึ่งกระแสการถ่ายรูปดังกล่าวนี้ มีที่มาจากต่างประเทศ นั้น วันที่ 3 ต.ค. 61 นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ ได้อธิบายถึงเหตุการณ์ดังกล่าวในแง่มุมของกฎหมาย ว่า สำหรับเทร็นด์การถ่ายรูปนี้ อาจแบ่งความผิดได้เป็นสามประเด็น ได้แก่ การถ่ายรูปเปลือยในที่สาธารณะ, การโพสต์รูปภาพโป๊เปลือยลงในโซเชียลมีเดีย, และการแชร์รูปภาพโป๊เปลือยจากต่างประเทศ โดยประเด็นแรก คือ การถ่ายรูปโป๊เปลือยในที่สาธารณะ การกระทำดังกล่าวนี้มีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 388 ที่บัญญัติว่าผู้ใดกระทำการอันควรขายหน้าต่อธารกำนัล มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 5,000 ซึ่งโทษดังกล่าวนี้ ทั้งนี้ การจะพิจารณาความผิดดังกล่าว อาจจะต้องดูจากสถานการณ์ขณะที่ถ่ายรูปเป็นสำคัญ ว่า “มีคนอื่นเห็นหรือไม่ โดยคนอื่น อาจไม่รวมถึงคนในกลุ่มที่ถ่ายรูปด้วยกัน” หากมีคนอื่นเห็น ถึงแม้จะถ่ายรูปอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวหรือเคหสถานก็สามารถมีความผิดในมาตรา 388 ได้เช่นกัน แต่ถ้าหากไม่มีคนเห็นแม้อยู่ในสถานที่สาธารณะ […]

โซเชียลจวกยับ! หนุ่มถ่ายเซลฟี่ชูสองนิ้ว หลังเหตุรถไฟชนคนในอิตาลี

สื่อสังคมออนไลน์ของอิตาลีต่างวิพากษ์วิจารณ์ชายหนุ่มที่ถ่ายภาพเซลฟี่ชูสองนิ้ว ในช่วงที่เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวหญิงชาวแคนาดาที่ถูกรถไฟชนในสถานีเมืองปิอาเซนซ่า ทางตอนเหนือของอิตาลี ซึ่งทำให้ชายหนุ่มคนดังกล่าวถูกโจมตีว่าขาดจิตสำนึก และความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ในเวลานี้ตำรวจอิตาลีได้พบตัวชายหนุ่มที่ถ่ายเซลฟี่รายนี้แล้ว ซึ่งตำรวจระบุว่าชายคนดังกล่าวไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่ได้ขอให้เขาลบภาพเซลฟีที่ถ่ายในสถานีรถไฟออกจากโซเชียลมีเดียของเขา ขณะที่หญิงสาวชาวแคนาดาที่ถูกรถไฟชนนั้นได้รับบาดเจ็บและต้องถูกตัดขาในเวลาต่อมา ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

ได้หมดถ้าสดชื่น! เผยคลิปหนุ่มญี่ปุ่น กำลังฟอกสบู่อาบน้ำให้ ‘จระเข้’ สายพันธุ์เคแมน

ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในญี่ปุ่นพากันวิพากษ์วิจารณ์ หลังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอขณะที่ชายคนหนึ่งกำลังอาบน้ำให้กับสัตว์เลี้ยงของเขาซึ่งเป็น “จระเข้” สายพันธุ์เคแมน รายงานข่าวระบุว่า ชายชาวญี่ปุ่นใช้ชื่อสมมุติว่า ยุนซูเกะ ได้ร้องขอให้แฟนสาวของเขาช่วยถ่ายคลิปวิดีโอนี้เอาไว้ โดยภาพจากคลิปแสดงให้เห็นหนุ่มรายนี้ กำลังอาบน้ำฟอกสบู่ให้กับเจ้าจระเข้เคแมนอย่างตั้งใจภายในห้องน้ำ พร้อมยอมรับว่า ได้อาบน้ำให้สัตว์เลี้ยงแสนรักแบบนี้เป็นประจำ ขณะที่สื่อท้องถิ่นในญี่ปุ่น ยืนยันว่า ภาพจากคลิปวิดีโอนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงภายในห้องพักห้องหนึ่ง ที่เมืองโคมากิ ในจังหวัดไอจิ ทางตอนกลางของประเทศ. คลิปวิดีโอขอบคุณ ViralHog

ฉุนจนต้องด่า! เปิดใจสาวทะเลาะชายอ้างเป็นผู้พัน ปมขับรถปาดหน้า

จากกรณีมีผู้แชร์คลิปวีดีโอในโลกโซเชียลเป็นจำนวนมาก เกี่ยวกับการมีปากเสียงทะเลาะวิวาทระหว่างสาวขับรถจักรยานยนต์ และผู้ขับรถกระบะบนถนนพหลโยธินหมายเลข 1 ตัวเมืองนครสวรรค์ โดยคู่กรณีอ้างตัวว่าเป็นผู้พันทหารในค่ายแห่งหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมอย่างกว้างขวาง นางสาวทิพย์วรรณ เนตตะสูต อายุ 41 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้ออกมาเปิดใจเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้นว่า ตนเองยืนยันถูกคู่กรณีขับรถปาดหน้าบริเวณทางลงสะพานเดชาติวงศ์ (ขาขึ้น)โดยไม่เปิดไฟเลี้ยวเตือนจริงจนเกือบเป็นอันตราย และที่ตนเองบีบแตรรถนั้นก็เพื่อเตือนให้ระมัดระวัง แต่คู่กรณีขับรถจี้ท้ายและบีบแตรใส่ตลอดเวลา ทำให้น้องสาวของตนเองที่นั่งซ้อนท้ายเกิดควบคุมอารมณ์ไม่อยู่และด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายจริง จนเป็นเหตุที่เกิดขึ้นอย่างในคลิป ซึ่งล่าสุดได้มีบุคคลโทรศัพท์เช้ามาติดต่อขอร้องให้ลบคลิปวีดีโอดังกล่าวซึ่งตนเองเกิดความกลัวอันตรายจึงได้ไปลงบันทึกประจำวันกับร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์แล้ว และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเรียกคู่กรณีทั้งสองฝั่งมาให้ปากคำในวันที่ 16 เม.ย.นี้ ส่วนคู่กรณีที่อ้างตัวว่าเป็นผู้พันนั้น ทางผู้สื่อข่าวได้ติดต่อและทราบว่ามียศพันตรีทำงานอยู่ในค่ายทหารแห่งหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์จริง โดยทางผู้พันนั้นยังไม่พร้อมให้ข้อมูล โดยอ้างว่าต้องให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน

ออเจ้าจงระวัง! กรมทรัพย์สินฯ เตือนเผยแพร่บทประพันธ์ละเมิดลิขสิทธิ์เสี่ยงคุก ปรับ 8 แสน

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เตือน ผู้นำบทประพันธ์ไปเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย แม้จะไม่ได้ทำเพื่อการค้า แต่ถือว่ามีความผิด มีโทษปรับ 100,000 – 800,000 บาท วันที่ 9 มี.ค.61 นางสาวนุสรา กาญจนกูล ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย กรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวถึงการละเมิดลิขสิทธิ์บทประพันธ์ทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งช่วงที่ผ่านมามีผู้ใช้งานเพจเฟซบุ๊กได้สแกนบทประพันธ์ เรื่อง “บุพเพสันนิวาส” ไปเผยแพร่บนเพจ ว่า งานวรรณกรรม เป็นงานที่ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย เบื้องต้นผู้ประพันธ์ ได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์แล้ว ถือเป็นการดำเนินการขั้นตอนถูกต้อง ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาเองทำมาอย่างต่อเนื่อง คือ การให้ความรู้ประชาชนทั่วไป ว่าการละเมิดลิขสิทธิ์เป็นเรื่องสำคัญ ที่ต้องตระหนัก อย่าไปละเมิดของผู้อื่น ทั้งนี้ทุกประเทศจะเติบโตได้ ต้องใช้ทุนทางปัญญามาต่อยอดจึงจะเติบโต กรณีบทประพันธ์ บุพเพสันนิวาส ที่มีการนำหนังสือไปสแกน แล้วนำไปเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต ถือเป็นการทำซ้ำ ไม่ว่าจะใช้เพื่อการศึกษาหรือไม่ ถือว่าเป็นการละเมิดกฎหมายแพ่ง เกี่ยวเนื่องกับกฎหมายอาญา มีโทษจำคุก และปรับตามกฎหมายกำหนดไว้ โดยเฉพาะผู้ที่นำไปสแกนถือเป็นโทษความผิดร้ายแรงมากกว่าผู้ที่ส่งต่อในสื่ออินเทอร์เน็ต โดยผู้ที่นำบทประพันธ์ไปสแกนและเผยแพร่โดยหวังผลด้านการค้า จะมีโทษปรับ 100,000 – 800,000 บาท แต่หากไม่ได้ทำเพื่อการค้าโทษจะลดลงกึ่งหนึ่ง ส่วนผู้ที่รู้ว่ามีความผิดแล้วนำไปเผยแพร่ […]

ชาวเน็ตต้องระวัง! ดีอีเตือนส่งต่อข้อมูล ภาพบิดเบือนเสี่ยงคุก

วันที่ 29 ม.ค.61 นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เตือนประชาชนระวังการส่งต่อข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ หากเป็นข้อมูลบิดเบือนอาจเข้าข่ายผิด พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ขอแจ้งเตือนประชาชนให้ใช้ความระมัดระวังในการส่งต่อข้อความทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยไม่ควรส่งต่อข้อมูลที่ไม่ได้มาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ หากเป็นข้อมูลที่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอาจทำให้ผู้ส่งต่อต้องรับโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดด้วย ดังนั้นหากส่งต่อข้อมูลที่บิดเบือนไม่เป็นความจริงจนเกิดความเสียหายต่อประชาชนหรือความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้ที่เผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลที่เป็นความผิดดังกล่าวต้องได้รับโทษเช่นเดียวกัน  

ชาวเน็ตเงิบ! พ่อเด็ก 5 ขวบ ยันลูกไม่ได้ขับจริง ‘อย่าเห็นปุ๊ปด่าปั๊ป ดูให้จบก่อน’ (คลิป)

เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียล หลังมีคุณพ่อรายหนึ่งใช้โทรศัพท์มือถือไลฟ์สดลูกชายวัย 5 ขวบ กำลังขับรถยนต์ โดยคลิปมีความยาวประมาณ 26 นาที ซึ่งบางช่วงมีบอกให้มองทางกับหลบหลุมหน่อยลูก ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่าทำไมปล่อยให้เด็ก 5 ขวบมาขับรถแบบนี้ คลิปวิดีโอคุณพ่อให้ลูกชายวัย 5 ขวบขับรถยนต์ จนเป็นกระแสในโลกออนไลน์นั้น วันนี้(26 ธ.ค.) คุณพนิตา สืบสมุทร ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ได้พูดคุยกับ คุณพัฒน์พงศ์ คาดสุวรรณ หรือ คุณฟีน คุณพ่อที่อยู่ในคลิปดังกล่าว โดยคุณพัฒน์พงศ์ เล่าว่า คลิปดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 24 ธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังเดินทางกลับจากงานแต่งงานเพื่อนที่จังหวัดเพชรบูรณ์ รถเกิดตกหลุมจนยางแตก จึงโทรเรียกรถสไลด์มายกไปเปลี่ยนยางที่ศูนย์บริการ ระหว่างทางก็นั่งฟังเพลงในยูทูบไปเรื่อยๆ จนเห็นคลิปโฆษณาที่คั่นระหว่างเพลง เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการดูหรือฟังอะไรในโซเชียลนิดหน่อยแล้วเอาไปแชร์ วิพากษ์วิจารณ์ผิดๆ จึงหันไปคุยกับภรรยาว่า เราลองเอาลูกมานั่งขับรถผ่านไลฟ์สดดูไหม เชื่อสิต้องมีแต่คนด่าไม่มีใครเข้าใจหรอก หลังจากนั้นเริ่มมีการแชร์คลิปออกไปมากขึ้นและเริ่มมีคนมาคอมเมนต์ว่า ทำไมให้น้องขับ อันตราย แต่ได้พูดเปรยๆในคลิปไปแล้ว ตอนนั้นยอมรับตรงๆว่ายังสนุกอยู่ไม่ได้คิดอะไร ซึ่งตัวเองตั้งใจไว้แล้วว่าจะเฉลยตอนจบ เพราะอยากให้เป็นคลิปที่หักมุม และดูขำๆฮาๆมากกว่า ซึ่งรู้ว่าต้องมาคนดราม่าแน่นอน คุณฟีน ยอมรับว่า ตั้งใจถ่ายคลิปนี้และเผื่อใจไว้แล้วว่าจะต้องโดนด่าแน่ๆ แต่หวังว่าสุดท้ายแล้ว […]

กู้ภัยปัดแชร์ภาพบัตรปชช. ‘น้องจูน’ จนถูกแอบอ้างขายพระ ยันไม่ใช่กลุ่มตนเองแน่ (คลิป)

น.ส.วัลย์ลดา กันตพลจรัณธร หรือน้องจูน นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ชั้นปีที่ 3 ที่เคยทำงานพิเศษช่วงปิดเทอมเป็นรปภ.ที่ห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จนกลายเป็นกระแสช่วงกลางปีที่ผ่านมาในสื่อสังคมออนไลน์ ล่าสุดมีผู้นำรูปบัตรประจำตัวประชาชนของตนเองไปแอบอ้างขายพระเครื่อง โดยหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินจำนวน 13,000 บาท น้องจูน เล่าว่า เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 60 ที่ผ่านมา ตนเองกำลังพักฟื้นอยู่ที่บ้าน มีโทรศัพท์เบอร์แปลกโทรเข้ามา สอบถามว่า ชื่อวัลย์ลดาคนที่ไปหลอกขายพระหรือไม่ ซึ่งตนก็ได้ปฏิเสธไป ตรวจสอบเฟซบุ๊กที่เอาบัตรขอตนไปแอบอ้าง ระบุที่อยู่คือ จ.ศรีษะเกษ หลังทราบเรื่องพี่สาวกับพ่อของตนได้ทักแชทไปหาผู้หญิงคนนี้ แต่ก็ไม่มีการตอบรับใดๆ กลับมา น้องจูนยืนยันว่า ตนเองไม่เคยถ่ายรูปบัตรประจำตัวประชาชนของตนเองส่งไปให้ใคร หรือทำธุรกรรมอะไร รวมถึงไม่เคยให้ใครยืมหรือลืมไว้ที่ไหน ระวังตลอดเพราะเป็นเอกสารสำคัญ แต่เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ตนไปให้ปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ในคดีอุบัติเหตุรถชน ซึ่งตำรวจได้ขอบัตรประจำตัวประชาชนของตนไปถ่ายเอกสาร และไม่ได้คืนบัตรตัวจริงมาให้ ตนเข้าใจว่าตำรวจอาจจะเก็บไว้เพื่อทำคดี ผ่านไปประมาณ 5-6 วันตำรวจก็ฝากพ่อมาคืนให้ สอบถามกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ยืนยันว่าไม่มีข้อมูลรั่วไหลจากโรงพักอย่างแน่นอน แต่ในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัย หรือคนจากบริษัทประกันภันอาจมีการถ่ายภาพไว้เป็นข้อมูบได้ ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่กู้ภัย ซึ่งเป็นผู้เข้าช่วยเหลือน้องจูนในวันที่ประสบอุบัติเหตุ เล่าว่า มีอาสาคนหนึ่งถ่ายรูปบัตรประชาชนส่งเข้ามาในกลุ่มไลน์ […]

ซวยซ้ำ! “น้องจูน” อดีต รปภ.สาว เน็ตไอดอล ถูกสวมบัตรหลอกขายพระ

น้องจูน อดีต รปภ.สาว เน็ตไอดอล ถูกมือดีแอบอ้างบัตรประชาชนหลอกขายพระ พร้อมยืนยันไม่เคยลืมบัตร ปชช.ไว้ที่ไหน นอกจากให้ตำรวจไว้ตอนไปสอบปากคำ น.ส.วัลย์ลดา กันตพลจรัณธร หรือน้องจูน นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ชั้นปีที่ 3 ที่เคยทำงานพิเศษช่วงปิดเทอมเป็น รปภ.ที่ห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จนกลายเป็นกระแสช่วงกลางปีที่ผ่านมาในสื่อสังคมออนไลน์ ล่าสุดน้องจูนเปิดเผยกับทีมข่าวอมรินทร์ทีวีว่า ตนทราบว่ามีผู้นำรูปบัตรประจำตัวประชาชนของตนเองไปแอบอ้างขายพระเครื่อง โดยหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินจำนวน 13,000 บาท น้องจูนเล่าว่า เมื่อวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา เวลา 11.40 น. ตนเองกำลังพักฟื้นอยู่ที่บ้าน มีโทรศัพท์เบอร์แปลกโทรเข้ามาตนจึงรับสาย ปลายสายเป็นเสียงผู้ชายสอบถามว่า ชื่อวัลย์ลดาหรือเปล่าใช่คนที่ไปหลอกขายพระหรือไม่ ซึ่งตนก็ได้ปฏิเสธไป ชายคนดังกล่าวก็ซักถามอีกว่าบัตรประชาชนอยู่ที่ตัวเองหรือเปล่า เคยไปลืมบัตรประชาชนไว้ที่ไหนบ้าง ,ใช้ชื่อเฟซบุ๊กว่าอะไร ซึ่งตนก็ตอบไปตามความจริง หลังจากนั้นผู้ชายคนนี้ก็ส่งรูปถ่ายบัตรประชาชนของตนเอง พร้อมกับเฟซบุ๊กของผู้ที่แอบอ้างมาให้ดู ซึ่งรูปโปรไฟล์เป็นผู้หญิง ระบุที่อยู่คือ จ.ศรีสะเกษ หลังทราบเรื่องพี่สาวกับพ่อของตนได้ทักแชทไปหาผู้หญิงคนนี้ แต่ก็ไม่มีการตอบรับใดๆ กลับมา น้องจูนยืนยันว่า ตนเองไม่เคยถ่ายรูปบัตรประจำตัวประชาชนของตนเองส่งไปให้ใคร หรือทำธุรกรรมอะไร รวมถึงไม่เคยให้ใครยืม หรือลืมไว้ที่ไหน ตนจะระวังตลอดเพราะเป็นเอกสารสำคัญ / แต่เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา […]

หมุนไม่ทัน! รวบสาวหลอกเล่นแชร์ผ่านเฟซบุ๊ก สูญกว่า 3 ล้าน

ชุดสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 3 สนธิกำลังตำรวจภูธรภาค 5 เข้าจับกุมหญิงอายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ กรณีหลอกลวงให้เข้ามาเล่นแชร์ผ่านเฟซบุ๊ก มีผู้เสียหายกว่า 30 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท วันที่ 18 ธ.ค.60 พันตำรวจเอก วรชาติ แสนคำ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 3 นำตัวนางสาวปุญชรัชสมิ์ ทองไพบูลย์ อายุ 33 ปี ชาว อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงทรัพย์ ซึ่งหลอกลวงคนให้มาเล่นแชร์ผ่านเฟซบุ๊ก มีผู้เสียหายกว่า 30 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท หลังช่วงต้นปีที่ผ่านมา น.ส.ปุญชรัสมิ์ ได้เปิดเฟซบุ๊กชักชวนเพื่อนในเฟซบุ๊กมาร่วมเล่นแชร์ โดยอ้างว่าให้ผลตอบแทน ร้อยละ 10 ภายในเวลา 4 วัน จึงมีผู้หลงเชื่อกว่า 30 ราย โอนเงินเข้าบัญชี น.ส.ปุญชรัสมิ์ […]

เหยื่อกว่าร้อยคนบุกร้อง! ตร.ถูกหลอกซื้อทองคำแท่งเก็งกำไร สูญ 200 ล้าน

ผู้เสียหายรวมตัวกันร้องเรียนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความเป็นธรรมหลังถูกหลอกให้ลงทุนซื้อทองคำแท่งเก็งกำไร เสียหายกว่า 200 ล้านบาท วันที่ 1 ธ.ค.60 กลุ่มผู้เสียหายถูกหลอกให้ซื้อทองคำแท่งราคาถูก กว่า 100 คน รวมตัวกันร้องเรียนต่อ พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอความเป็นธรรมหลังถูกหลอกลวงให้ซื้อทองคำแท่งราคาถูกเพื่อเก็งกำไร มูลค่าความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท นายสุวชัษ เกียรติกูล ตัวแทนผู้เสียหาย เล่าว่า ถูกหลอกผ่านเพจเฟซบุ๊กที่มีการจำหน่ายทองคำแท่งในราคาบาทละ 18,000-19,000 บาท ซึ่งราคาถูกกว่าท้องตลอด และมีการเก็งกำไรขึ้นลงตามตลาดทองคำ และผู้เสียหายจะได้กำไรครั้งละ 1,000-2,000 บาทต่อทองคำ 1 บาท ทำให้หลงเชื่อลงทุน ได้รับความเสียหายรวมกันไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งมีผู้ตกเป็ยเหยื่อจำนวนมากในหลายพื้นที่ โดย นายสุวชัษ กล่าวว่า ตนเองและผู้เสียหายรายอื่นๆ เห็นข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยระบุว่าซื้อขายทองคำถูกกว่าท้องตลาด ซึ่งช่วงแรกตนเองลองซื้อทองคำ 1 สลึง รับของและสามารถขายได้กำไรจริง ต่อมาจึงเพิ่มยอดซื้อไปเรื่อยๆ โดยการนำเงินจากญาติ เพื่อน ทำให้มียอดซื้อถึงหลักล้าน เมื่อตนสอบถามไปยังกลุ่มผู้ขายทองได้บอกว่ากลุ่มเขาขาดทุน ตอนนี้ไม่มีทรัพย์สินเงินทองที่จะคืนให้ […]

สำนึกผิดแล้ว! จนท.เอ็กซ์เรย์โร่ขอขมา ‘สามเณร’ ถึงวัด ยืนยันไม่ได้ด่าแค่หยอกเล่น (คลิป)

จากกรณีที่มีพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่ง ได้โพสต์ลงในสังคมออนไลน์ ขึ้นต้นเรื่องว่า อาตมาผิดด้วยหรือ โดยเป็นภาพหน้าห้องเอ็กซ์เรย์ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งมีการติดป้ายบอกว่า “หากต้องการเอ็กซ์เรย์ กรุณากดกริ่ง เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่” และมีภาพมือชี้ไปที่ปุ่มกดกริ่ง โดยพระสงฆ์รูปดังกล่าวได้เขียนข้อความเล่าถึงเหตุการณ์ว่า เวลาประมาณ 20.30 น. ได้พาสามเณรรูปหนึ่งซึ่งหกล้มปวดแขนมาหาหมอที่โรงพยาบาล เมื่อหมอตรวจดูอาการแล้วได้ให้ไปที่ห้องเอ็กซ์เรย์ ก่อนที่พระสงฆ์จะกดกริ่งตามที่เห็นในป้าย แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ในห้องเอ็กซ์เรย์ต่อว่ากดกริ่งทำไม รวมทั้งมีการถกเถียง และกล่าวดูถูกสามเณรว่า ไม่มีการศึกษา ก่อนที่จะชาวโซเชียลจะแชร์เรื่องราวนี้กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ตำหนิเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนั้น ความคืบหน้านายแพทย์ประทุมทอง ยาทุม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปักธงชัย เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ทราบข่าวนี้ ก็ได้เรียกตัวเจ้าหน้าที่ประจำห้องเอ็กซ์เรย์ มาสอบถาม ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้สารภาพว่า เหตุการณ์ที่ปรากฏในโลกโซเชียลเป็นจริงเพียงบางส่วน ซึ่งมีการพูดจาไม่เพราะกับสามเณรจริง แต่เป็นเพียงการหยอกเล่นเท่านั้น แต่ไม่มีการพูดหยาบคายดูถูกการศึกษา โดยเจ้าหน้าที่บอกเป็นเพียงการซักถามว่าสามเณรเรียนอยู่ที่วัดไหน และจะลาสิกขาเมื่อไหร่ แต่ขณะนั้นอาจจะเกิดการสื่อสารผิดพลาดทำให้เข้าใจผิด ตีความหมายคนละอย่าง อย่างไรก็ตาม ตนและเจ้าหน้าที่ก็จะไม่ขอแก้ตัวใดๆ เพราะถือว่าเป็นชาวพุทธ ทั้งนี้ ได้นำตัวเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว เดินทางไปที่วัดตะกุด ต.งิ้ว อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา พร้อมกับนำธูปเทียนแพ และพวงมาลัย เพื่อทำพิธีขอขมากับสามเณรรูปดังกล่าวด้วยตนเอง โดยมีพระครูศรีธวัชชัยคุณ เจ้าคณะอำเภอปักธงชัย กำนัน ผู้นำชุมชน และชาวชุมชนวัดตะกุด […]

พลังโซเชียล! หลานเดือดโพสต์ภาพยายตกบันไดแผลเหวอะ รพ.รีบรักษาหลังปล่อยให้รอนาน 5 ชม. (คลิป)

ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ chanida Aom ได้โพสต์ภาพบาดแผลบริเวณศีรษะ ของคุณยายตนเอง อายุ 84 ปี ภายหลังเกิดอุบัติเหตุตกบันได แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลลำปาง ก่อนถูกนำตัวเข้าห้องฉุกเฉิน เพื่อรอหมอทำการรักษา แต่ผ่านไปหลายชั่วโมงก็ยังไม่มีหมอมาตรวจคนป่วยแต่อย่างใด ทนไม่ไหว จึงได้โพสต์ภาพ และข้อความลงในเพจ LampangCity ระบุว่า “ขออนุญาตแอดมิน ขอความคิดเห็นเพื่อนๆ พี่ๆ ว่าคนไข้เป็นหนักขนาดนี้ บอกต้องรอหมอตั้งแต่สามโมงกว่า จนถึงตอนนี้กับคนแก่คนหนึ่งไม่ทำไรให้สักอย่า งไม่รู้ว่าหมอท่านไปไหนคะ ทำไมถึงยังมาดูคนป่วย อยากรู้ว่าต้องรอให้ถึงพรุ่งนี้เลยใช่ไหมคะ นี่ขนาดมาเคสฉุกเฉินนะคะ แต่ทำเหมือนเคสปกติเลย” หลังจากที่มีการโพส์ตภาพและข้อความดังกล่าวเพียงไม่กี่นาที มีการแสดงความคิดเห็นมากมายในเชิงตำหนิหมอ และโรงพยาบาลดังกล่าวจำนวนมาก ความคืบหน้า จากการตรวจสอบ ทราบว่า คุณยายคนดังกล่าว อาศัยที่ ต.บ้านเป้า อ.เมือง จ.ลำปาง โดยเวลาประมาณ 14.30 น. เกิดตกบันไดบ้าน ศีรษะกระแทกพื้นปูน มีบาดแผลฉกรรจ์เลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมาก ทางลูกหลานนำตัวส่งโรงพยาบาลลำปาง ซึ่งมาถึงโรงพยาบาลเวลาประมาณ 15.00 น. ก่อนถูกนำตัวเข้าห้องฉุกเฉิน โดยมีหลานสาวเฝ้าด้วยความเป็นห่วง จนเวลาผ่านไปก็ยังไม่มีหมอมาตรวจและทำการรักษา จึงได้ถ่ายภาพคุณยายแล้วโพสต์ลงในเพจดังกล่าว จนต่อมาทางผู้บริหารของโรงพยาบาลทราบเรื่อง […]

พลังโซเชียลฯ! จดหมายจากเด็ก 13 เขียนเล่า ‘น้ำท่วม’ ทำบ้านพัง! ทุกหน่วยงานเข้าช่วยแล้ว

จ.นครศรีธรรมราช ภายหลังมีจากการแชร์ภาพจดหมายขอความช่วยเหลือจากครอบครัวที่กำลังประสบความยากลำบากของเด็กหญิง วัย 13 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.1 โรงเรียนทางพูนวิทยาคาร อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช โดยมีภาพประกอบเป็นบ้านเรือนที่อยู่ในสภาพทรุดโทรมอย่างหนักรอบบริเวณบ้านเป็นโคลนโดยรอบมีน้ำท่วมขัง เมื่อติดตามข้อมูลพบว่า เด็กหญิงคนนี้ ชื่อ ด.ญ.ปิยะพร เหลี่ยมไตร อายุ 13 ปี บ้านเลขที่ 649/1 ม.3 ต.ทางพูน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช โดยความในจดหมายระบุว่า “ที่บ้านเลขที่ 649/1 ม.3 ต.ทางพูน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช เรียนผู้มีอุปการคุณที่เคารพ ดิฉันชื่อ ด.ญ.ปิยะพร เหลี่ยมไตร บิดาชื่อ นายสุนทร เหลี่ยมไตร มารดาชื่อ นางสาวจรรยา จิโสะ อยู่บ้านเลขที่ 649/1 ม.3 ต.ทางพูน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช ปัจจุบันเรียนชั้น ม.1/3 โรงเรียนทางพูนวิทยาคาร มีน้อง 2 คน ชื่อด.ช.กฤษณพงศ์ […]

keyboard_arrow_up