ออฟฟิศในฝัน! ‘แอมะซอน’ เปิดตัวสำนักงานสีเขียว หวังจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้พนง.

แอมะซอน (Amazon) บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี และผู้ค้าปลีกทางออนไลน์รายใหญ่ที่สุดในโลกได้เปิดตัวสำนักงานแห่งใหม่ในนครซีแอทเทิล รัฐวอชิงตันของสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ ในพิธีเปิดมีนายเจฟฟ์ เบซอส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอมะซอนร่วมพิธี สำนักงานแห่งนี้มีลักษณะเป็นทรงกลม คล้ายกับเรือนกระจก และอุดมไปด้วยป่าไม้และพืชพันธุ์ต่างๆ โดยมีพืชราว 40,000 ต้นจากทั้งหมด 400 สายพันธุ์ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ มุมน้ำตก และมุมทำงานต่างๆ ซึ่งการสร้างสภาพแวดล้อมในที่ทำงานของแอมะซอนในครั้งนี้ มีจุดประสงค์หลักเพื่อให้พนักงานเกิดความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างสินค้า และแผนโครงงานใหม่ๆ ทั้งนี้ แอมะซอนได้ลงทุนสร้างสำนักงานแห่งใหม่นี้เป็นเงินถึง 116,000 ล้านบาท โดยเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2010 จนถึงช่วงกลางปีที่ผ่ามา ซึ่งทางแอมะซอนยังมีแผนที่จะลงทุนเงินอีกกว่า 156,000 ล้านบาทเพื่อก่อสร้างสำนักงานใหญ่แห่งที่ 2 ในอนาคตแต่ยังไม่ระบุว่าจะสร้างในเมืองใด ซึ่งคาดว่าสำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้จะสามารถสร้างงานได้มากถึง 50,000 ตำแหน่ง

สถานที่ไม่สำคัญ! คู่รักในสหรัฐฯ ทำ ‘พิธีแต่งงาน’ ในห้องสุขา

มีการเผยแพร่ภาพพิธีแต่งงานของไบรอันและมาเรีย ชูลซ์ คู่รักที่กำลังทำพิธีแต่งงานภายในห้องสุขา ของสำนักงานศาลในเขตมอนเมาท์ ในรัฐนิวเจอร์ซี่ของสหรัฐฯ ซึ่งในพิธีดังกล่าวก็มีครอบครัว และเพื่อนของบ่าวสาวเข้าร่วมงาน เดิมทีบ่าวสาวคู่นี้ไม่ได้มีแผนที่จะทำพิธีแต่งงานในห้องสุขา แต่ในช่วงก่อนทำพิธีนั้นแม่ของไบรอัน ผู้เป็นเจ้าบ่าวมีอาการหอบหืดกำเริบทำให้หายใจติดขัด เจ้าหน้าที่จึงได้โทรแจ้งรถพยาบาล และพาตัวเธอไปให้ออกซิเจนในห้องสุขา โดยคู่บ่าวสาวคิดจะเลื่อนพิธีแต่งงานออกไปก่อนเนื่องจากแม่ของเจ้าบ่าวจำเป็นต้องอยู่ในพิธีเพื่อร่วมเซ็นชื่อในทะเบียนสมรสของทั้งคู่ แต่หากเลื่อนการทำพิธีออกไป ก็จะต้องรอนานอีก 45 วัน กว่าที่ศาลจะออกใบทะเบียนสมรสใหม่ได้ เพราะในใบทะเบียนสมรสจะต้องเปลี่ยนวันที่ซึ่งทำพิธี ทุกคนจึงตัดสินใจทำพิธีแต่งงานในห้องสุขา และให้ผู้พิพากษามาเป็นผู้ทำพิธีให้บ่าวสาวคู่นี้เป็นคู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่บ่าวสาวก็ขอบคุณเจ้าหน้าที่ของศาลที่ให้ความช่วยเหลือแม่ของเจ้าบ่าว และคอยอำนวยความสะดวกในการจัดพิธีเช่นกัน  

‘แทมมี ดักเวิร์ธ’ วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เชื้อสายไทยประกาศข่าวดี ตั้งท้องลูกคนที่ 2

แทมมี ดักเวิร์ธ วุฒิสมาชิกลูกครึ่งไทย-สหรัฐฯ จากรัฐอิลลินอยส์ วัย 49 ปี ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ลูกสาวคนที่สอง โดยเธอและไบรอัน ผู้เป็นสามี และอาบิเกล ลูกสาวคนโตวัย 3 ขวบของเธอต่างยินดีที่จะได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ในครอบครัว พร้อมกับกล่าวขอบคุณโรงพยาบาลในมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์นและมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ที่ช่วยให้เธอและสามีได้สร้างครอบครัวด้วยกัน แทมมีมีกำหนดคลอดในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ ซึ่งจะทำให้กลายเป็นวุฒิสมาชิกคนแรกที่ให้กำเนิดลูกขณะที่อยู่ในตำแหน่ง โดยที่ผ่านมามีผู้หญิงเพียง 10 คนในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่คลอดลูกขณะดำรงตำแหน่งในสภาคองเกรส ทั้งนี้เธอได้รับเลือกตั้งให้เป็นวุฒิสมาชิกเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2016 โดย ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นลูกครึ่งไทย-สหรัฐฯ คนแรกที่เข้าไปนั่งในวุฒิสภาสหรัฐฯ

ประกาศเตือนสึนามิ! หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 8.2 นอกชายฝั่งอะแลสก้า

วันนี้ (23 ม.ค. 61) สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (ยูเอสจีเอส) ยืนยันเกิดแผ่นดินไหวที่สามารถวัดความรุนแรงได้ถึงระดับ 8.2 ตามมาตราแมกนิจูด ที่มลรัฐอะแลสก้า ล่าสุดมีการประกาศเตือนภัยการเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ รายงานของยูเอสจีเอสระบุว่า ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวในครั้งนี้อยู่ลึกลงไปใต้ทะเลราว 10 กิโลเมตร บริเวณนอกชายฝั่งเกาะโคดิแอ็ค ในอะแลสก้า ขณะที่แรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ไกลถึงเมือง ไชนิแอ็ค ที่อยู่ห่างออกไปกว่า 250 กิโลเมตร ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า แรงสั่นสะเทือนจากเหตุแผ่นดินไหวนอกชายฝั่งมลรัฐอะแลสก้าในครั้งนี้ สามารถรับรู้ได้ในหลายเมืองของประเทศเพื่อนบ้านอย่างแคนาดาด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต และยังไม่พบความเสียหายใดๆ จากผลพวงของแผ่นดินไหว ด้านศูนย์เตือนภัยสึนามิแห่งมหาสมุทรแปซิฟิกที่ตั้งอยู่ในมลรัฐฮาวายของสหรัฐฯ ออกคำเตือนการเกิดคลื่นยักษ์สึนามิซัดเข้าชายฝั่งหลังการเกิดแผ่นดินไหวระดับ 8.2 แมกนิจูดในครั้งนี้ โดยในคำเตือนระบุ พื้นที่ตลอดแนวชายฝั่งตะวันตก (เวสต์โคสต์) ของสหรัฐฯตั้งแต่มลรัฐอะแลสก้า เรื่อยไปจนถึงเขตที่มีประชากรหนาแน่นอย่างมลรัฐแคลิฟอร์เนีย

สภาสหรัฐฯ ผ่านร่างงบประมาณยุติ ‘ภาวะชัตดาวน์’ หน่วยงานรัฐฯ เปิดตามปกติวันนี้

สภาคองเกรสของสหรัฐฯ ได้ลงมติ 266 ต่อ 150 เสียงสนับสนุนการการผ่านร่างงบประมาณชั่วคราวเมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา(22 ม.ค. 61) เพื่อแก้ปัญหาภาวะชัตดาวน์ หลังสภาสหรัฐฯ ไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณภายในกำหนด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากสภาของสหรัฐฯมีความเห็นไม่ตรงกันเรื่องประเด็นผู้อพยพ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลให้รัฐบาลกลางไม่มีงบประมาณจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ และหน่วยงานราชการของสหรัฐฯ ต้องทำปิดทำการตั้งแต่วันศุกร์(19 ม.ค. 61)ที่ผ่านมา ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ลงนามร่างงบประมาณชั่วคราวดังกล่าวแล้ว และหน่วยงานราชการในสหรัฐฯจะกลับมาเปิดทำการตามปกติอีกครั้งในวันนี้ (23 ม.ค. 61) อย่างไรก็ตาม วุฒิสมาชิกทั้งจากพรรครีพับลิกันและเดโมแครตยังคงต้องหารือประเด็นเรื่องผู้อพยพเพิ่มเติม เนื่องจากพรรครีพับลิกันต้องการยกเลิกโครงการ “ดรีมเมอร์ส” ซึ่งเป็นมาตรการคุ้มครองผู้อพยพเยาวชนในสหรัฐฯ โดยการยกเลิกโครงการดังกล่าวจะส่งผลให้ผู้อพยพเยาวชนกว่า 700,000 คนต้องถูกส่งตัวกลับประเทศ ขณะที่พรรคเดโมโมแครตไม่เห็นด้วย และต้องการที่รักษาโครงการดังกล่าวไว้

หูยยย สวนน้ำฟลอริดาเปิดออดิชั่น ‘เงือกสาว’ ต้องมีทักษะว่ายน้ำเก่ง เต้นระบำใต้น้ำได้

ขอบคุณภาพจาก greatermedia ที่สวนน้ำแห่งหนึ่งในรัฐฟลอริดามีการเปิดรับสมัครคัดเลือกนางเงือกสาว เพื่อร่วมแสดงโชว์ของสวนน้ำ บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่จากหลายรัฐ ต่างเดินทางมาที่ฟลอริดา เพื่อเข้าร่วมรับสมัครในการคัดเลือกนางเงือกสาวร่วมแสดงในโชว์ของสวนน้ำวิกี้ วาชี่ ซึ่งถือเป็นโชว์ที่โด่งดังอย่างมาก โดยในการคัดเลือก ผู้สมัครจะต้องแสดงทักษะการว่ายน้ำ และการเต้นระบำใต้น้ำ เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณา อย่างไรก็ตาม อากาศในปีนี้ถือว่าเป็นอุปสรรค เพราะหนาวเย็นอย่างมาก บางคนถึงกับขยับแข้งขยับขาไม่ออก ทั้งนี้ การแสดงโชว์นางเงือกเป็นโชว์ที่เก่าแก่ของสวนน้ำแห่งนี้ มีต้นกำเนิดตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1940 และดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องเดินทางมาชม.

เผยภาพครอบครัว 2 ผัวเมียขังลูก 13 คน ตร.เร่งหาสาเหตุ หลังไม่มีหลักฐานว่าป่วยจิต

จากกรณีที่ 2 สามีภรรยาในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา กักขังและล่ามโซ่ลูกทั้ง 13 คนให้หิวโซภายในบ้าน ตำรวจรัฐแคลิฟอร์เนียยังคงเดินหน้านี้สอบสวนคดีนี้และยังไม่พบหลักฐานที่ชี้ว่าสามีภรรยาคู่นี้มีอาการทางจิต ทั้งนี้ได้มีการเปิดเผยภาพถ่ายของนายเดวิด และนางลูอิส เทอร์พิน สองสามีภรรยากับลูกๆ ทั้ง 13 คน ซึ่งเป็นภาพถ่ายขณะที่ครอบครัวนี้ไปเที่ยวที่ดิสนี่ย์แลนด์ และภาพถ่ายงานแต่งงานของสองสามีภรรยาในนครลาสเวกัส ก่อนหน้าที่สามีภรรยาคู่นี้จะถูกตำรวจจับกุมหลังพบว่าทั้งคู่ได้ล่ามโซ่กักขังลูกทั้ง 13 คนในบ้าน โดยลูกๆ ของสามีภรรยาคู่นี้มีอายุระหว่าง 2 ขวบถึง 29 ปี ทุกคนมีสภาพผอมแห้ง และเนื้อตัวมอมแมม ส่วนสภาพในบ้านก็ไม่ได้รับการดูแล และมีกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง ซึ่งการจับกุมดังกล่าวมีขึ้นหลังลูกสาววัย 17 ปีของของทั้งคู่หลบหนีออกมาจากบ้าน และโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ขณะที่ตำรวจเปิดเผยว่าสองสามีภรรยาไม่เคยมีประวัติการถูกจับกุม หรือมีคดีเกี่ยวข้องกับการทารุณกรรมเด็กมาก่อน โดยนายเดวิด ผู้เป็นสามีมีอาชีพเป็นวิศวกร และเคยมีรายได้ดีแต่เขาก็ถูกฟ้องล้มละลายเมื่อปี 2011 เนื่องจากต้องนำเงินมาใช้จ่ายในครอบครัวเพิ่มมากขึ้น และทำให้ต้องเป็นหนี้ ส่วนเพื่อนบ้านเปิดเผยว่ารู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และบอกว่าสามีภรรยาคู่นี้ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร และพวกเขาก็ไม่ค่อยเห็นลูกๆของครอบครัวนี้ออกมาจากบ้านในช่วงกลางวัน ด้านตำรวจเปิดเผยว่ายังไม่พบหลักฐานที่ชี้ว่าสามีภรรยาคู่นี้มีอาการป่วยทางจิต แต่จะเร่งดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม ขณะที่ลูกๆ ทั้ง 13 คนได้รับช่วยเหลือ และส่งตัวไปยังโรงพยาบาลแล้ว โดยทั้งหมดเริ่มมีสภาพจิตใจที่ดี และหวังว่าชีวิตของพวกเขาจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ขณะที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาทารุณกรรมและทำร้ายร่างกายเด็ก

‘เดนมาร์ก’ เดินหน้ากำจัดขยะพิษอเมริกันยุคสงครามโลก หลังสหรัฐฯ ปัดรับผิดชอบ

ที่เกาะกรีนแลนด์ ประเทศเดนมาร์ก มีกองขยะทางทหารซึ่งเต็มไปด้วยสารเคมีเป็นพิษจำนวนมาก ที่กองทัพสหรัฐฯ ได้ทิ้งเอาไว้ตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยล่าสุดรายงานข่าวระบุว่า รัฐบาลเดนมาร์กตัดสินใจใช้เงินงบประมาณจำนวนมหาศาลเพื่อกำจัดขยะมีพิษจากสงครามบนเกาะกรีนแลนด์ หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ ปฏิเสธความรับผิดชอบใดๆ ต่อขยะสงครามที่ตนทิ้งเอาไว้ตั้งแต่เมื่อ 71 ปีก่อน ทั้งนี้เมื่อปี ค.ศ.1941 กองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้ขออนุญาตรัฐบาลเดนมาร์ก ในการตั้งฐานทัพอเมริกันกว่า 30 แห่ง บนเกาะกรีนแลนด์ สำหรับใช้เป็นฐานในการปฏิบัติการทางอากาศช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พร้อมให้คำมั่นจะเก็บกวาดพื้นที่ให้เรียบร้อย ก่อนที่จะปิดฐานทัพทั้งหมดในปี ค.ศ.1947 หรือ 2 ปีหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง แต่สารเคมีที่มีพิษและขยะอันตรายจากสงครามจำนวนมากยังคงถูกทิ้งไว้บนเกาะกรีนแลนด์แห่งนี้ตลอดระยะเวลา 71 ปีที่ผ่านมา โดยที่รัฐบาลสหรัฐฯปฏิเสธความรับผิดชอบในการกำจัดขยะเหล่านี้ สร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่ รัฐบาลเดนมาร์กจึงประกาศจะเดินหน้ากำจัดขยะมีพิษจากสงครามเหล่านี้เพียงลำพัง แม้จะต้องใช้งบประมาณมหาศาลและใช้เวลาอย่างน้อย 10 ปีในการทำลายขยะ และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้กลับคืนสู่สภาพเดิม

ครอบครัวในสหรัฐฯ จ้างถ่ายภาพแต่ได้รูปรีทัชสุดแย่! ตากล้องเผย ‘ครูไม่ได้สอนแต่งรูป’

ครอบครัวหนึ่งในสหรัฐฯ ได้จ้างตากล้องมืออาชีพมาถ่ายภาพครอบครัว แต่ช่างภาพกลับแต่งภาพจนทำให้ใบหน้าของคนในภาพดูประหลาด เหมือนหลุดมาจากภาพยนตร์สยองขวัญ เดฟ และแพม ซาริง สองสามีภรรยาจากเมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี่ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ได้จ้างช่างภาพหญิงมืออาชีพมาถ่ายภาพครอบครัวของตน ด้วยค่าจ้างราว 8,000 บาท ซึ่งการถ่ายภาพก็เป็นไปด้วยดี แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันช่างภาพได้โทรมาบอกว่าแสงเงาในภาพที่ถ่ายไปนั้นไม่ค่อยดี ซึ่งเธอก็ไม่ได้เสนอว่าจะถ่ายภาพให้ใหม่ แต่บอกว่าจะแต่งภาพให้เพื่อเป็นการแก้ปัญหาแทน ซึ่งทางครอบครัวซาริงก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเห็นว่าช่างภาพเป็นมืออาชีพ อย่างไรก็ดีเมื่อครอบครัวซาริงได้รับภาพถ่ายที่เสร็จสมบูรณ์แล้วก็ถึงกับผงะ เนื่องจากใบหน้าของทุกคนในภาพถูกแต่งออกมาดูแย่มาก นอกจากจะดูไม่เหมือนตัวจริงแล้ว ใบหน้ายังดูประหลาด ขาวซีดผิดธรรมชาติ เหมือนกับตัวละครในภาพยนตร์สยองขวัญ ทางครอบครัวซาริงได้ติดต่อกลับไปยังช่างภาพ ซึ่งช่างภาพก็ยอมรับว่าเธอแต่งภาพไม่เป็นเพราะอาจารย์ของเธอไม่ได้สอนมา แต่ครอบครัวซาซิงก็ไม่ได้ถือโทษโกรธช่างภาพแต่อย่างใด และไม่ได้ขอเงินค่าจ้างคืนจากช่างภาพด้วย โดยทั้งครอบครัวต่างหัวเราะชอบใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งยังนำภาพถ่ายครอบครัวไปโพสลงในเฟซบุคส่วนตัวด้วย โดยมีผู้กดแชร์และไลค์ภาพครอบครัวของพวกเขามากกว่า 1 แสนครั้ง

รวบ 2 ผัวเมียในรัฐแคลิฟอร์เนีย จับลูก 13 คน ล่ามโซ่ขังไว้ในบ้าน

ตำรวจริเวอร์เดล เคาท์ตี้ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เข้าจับกุมนายเดวิด เทอร์พิน วัย 57 ปี และนางลูอิส เทอร์พิน วัน 49 ปี สองสามีภรรยาฐานที่ร่วมกันล่ามและกังขังคนจำนวน 13 คนในบ้านพักของตนเอง ซึ่งผู้ที่ถูกคุมขังดังกล่าวมีอายุระหว่าง 2 ขวบถึง 29 ปี โดยตำรวจสันนิษฐานว่าทั้งหมดน่าจะเป็นพี่น้องกัน การจับกุมดังกล่าวมีขึ้น หลังเด็กหญิงวัย 10 ขวบ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหยื่อที่ถูกคุมขังในบ้านดังกล่าวได้หลบหนีออกมาจากบ้าน และโทรแจ้งตำรวจ ตำรวจระบุว่าเด็กหญิงที่โทรแจ้งเหตุนั้นมีสภาพผอมแห้ง และเนื้อตัวสกปรก โดยเธอระบุว่าตัวเธอและพี่น้องอีก 12 คนถูกพ่อแม่จับขังไว้ในบ้าน เมื่อตำรวจไปถึงบ้านก็พบทั้งเด็กและผู้ใหญ่ถูกล่ามโซ่และใส่กุญแจไว้กับเตียงในห้องมืด ที่มีกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง ขณะที่ตำรวจเปิดเผยว่ารู้สึกตกใจเมื่อพบว่า 7 ใน 13 คนที่กักขังในบ้านเป็นผู้ใหญ่อายุระหว่าง 18 ถึง 29 ปี และในเวลานี้ตำรวจก็ได้นำตัวสองสามีภรรยามาสอบสวนแล้ว โดยทั้งคู่ยังบอกไม่ได้ว่าทำไมถึงต้องล่ามและกักขังลูกๆ ทั้ง 13 คนไว้ในบ้าน ส่วนผู้ที่ถูกขังในบ้านได้รับการช่วยเหลือ และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อย ขณะที่สองสามีภรรยาถูกตั้งข้อหาทารุณกรรมเด็ก 9 กระทง […]

แฮปปีเบิร์ธเดย์ทูยู… ‘คุณยายอิซาเบล’ ฉลองอายุครบ 112 ปี สตรีที่มีอายุยืนที่สุดของมลรัฐฟลอริด้า

ที่มลรัฐฟลอริด้าของสหรัฐฯ ได้มีการจัดงานฉลองวันคล้ายวันเกิดปีที่ 112 ของคุณยาย อิซาเบล กาสตาโน่ ลูโก้ ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสตรีที่อายุยืนที่สุดในโลก ขอบคุณ Associated Press แม้จะไม่มีการยืนยันว่า เธอเป็นเจ้าของสถิติผู้หญิงที่มีอายุยืนที่สุดในโลกอย่างเป็นทางการ แต่ทางมลรัฐฟลอริด้าระบุว่า คุณยายอิซาเบลในวัย 112 ปี น่าจะเป็นสตรีที่มีอายุยืนที่สุดของมลรัฐแห่งนี้ในเวลานี้ รายงานข่าวระบุว่า อิซาเบล กาสตาโน่ เกิดเมื่อวันที่ 11 มกราคม ค.ศ.1906 ที่ประเทศโคลอมเบีย ในทวีปอเมริกาใต้ ก่อนจะขอลี้ภัยในสหรัฐฯ หลังจากที่สามีของเธอถูกลักพาตัว และกลายเป็นบุคคลสาบสูญ หลังจากได้รับอนุญาตให้ลี้ภัยในสหรัฐฯ เมื่อหลายสิบปีก่อน คุณยายอิซาเบลได้อพยพครอบครัวมาอยู่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ก่อนจะย้ายไปอีกหลายเมือง และมาปักหลักที่เขตไมอามีบีช ในมลรัฐฟลอริด้าจนถึงปัจจุบัน ขณะที่ทางสำนักงานนายกเทศมนตรีเขตไมอามีบีช ได้ประกาศให้วันที่ 11 มกราคมของทุกปี เป็น “วันคุณยายอิซาเบล” เพื่อเป็นเกียรติแก่คุณยายท่านนี้และครอบครัวของเธอ.

อุต๊ะ! ปชช.แตกตื่น ‘หุ่นยนต์งู’ โผล่กลางเมือง ถูกสร้างขึ้นหวังต่อยอดให้กับแวดวงสัตววิทยา (คลิป)

ที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน เท็ค ในสหรัฐฯ เปิดตัว “หุ่นยนต์งู” ที่ถูกออกแบบ และสร้างขึ้นโดยทีมนักศึกษา ถือเป็นหุ่นยนต์งูที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เท่าที่มนุษย์เคยสร้างขึ้น คลิปวิดีโอขอบคุณ TopFactro รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหุ่นยนต์งูตัวนี้ ถูกออกแบบให้สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้ด้วยตัวของมันเอง รวมถึงสามารถขดตัว และเลื้อยได้ไม่ต่างจากงูจริงๆ ในธรรมชาติแม้รูปลักษณ์ภายนอกของเจ้าหุ่นยนต์งูตัวนี้จะดูน่ากลัว แต่ทีมวิจัยยืนยันว่า มันเป็นหุ่นยนต์ที่ไม่ทำอันตรายต่อมนุษย์ และถูกสร้างขึ้น เพื่อหวังนำไปพัฒนาต่อยอดให้กับแวดวงสัตววิทยาเท่านั้น.

พิษ ‘พายุบอมบ์ไซโคลน’ เล่นงานมะกันหนาวยะเยือก -29 องศาฯ ยอดดับพุ่งพรวด

สภาพอากาศในสหรัฐฯยังคงหนาวเย็นต่อเนื่อง หลังพายุหิมะรุนแรงพัดถล่มพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศ ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้ว 19 ราย พายุหิมะรุนแรง หรือ “บอมบ์ ไซโคลน”ที่พัดถล่มพื้นที่ทางชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯยังคงทำให้อุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง มีลมหนาวรุนแรง และหิมะตกลงมาอย่างหนัก ส่งผลกระทบต่อการเดินทางโดยเครื่องบิน มีเที่ยวบินหลายพันเที่ยวล่าช้าหรือถูกยกเลิก ส่วนสนามบินหลัก 2 แห่งในนิวยอร์กปิดให้บริการชั่วคราว ด้านเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างรุนแรง และมีรายงานว่าเกิดน้ำท่วมฉับพลัน และจับตัวกันเป็นน้ำแข็งตามท้องถนน ส่วนบางที่เกิดปัญหาท่อแตก เนื่องจากน้ำในท่อกลายเป็นน้ำแข็ง ล่าสุด ทางการเมืองบอสตันได้หาทางเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังพร้อมเปิดศูนย์พักพิกชั่วคราว ทั้งยังมีแผนอพยพประชาชน หากสภาพอากาศยังคงเลวร้ายต่อเนื่อง ในเวลานี้มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุพายุหิมะถล่มในสหรัฐฯแล้ว 19 ราย ทั้งเกิดจากอุบัติเหตุ บางส่วนเป็นคนไร้บ้านและผู้สูงอายุ โดยคาดว่าวันนี้อุณหภูมิเฉลี่ยจะลดต่อเนื่องจนถึงติดลบ 29 องศาเซลเซียส ขณะเดียวกันพื้นที่ที่หนาวที่สุดของสหรัฐฯ คือภูเขาวอชิงตันในนิวแฮมเชียร์ ที่อาจมีอุณหภูมิลดต่ำถึงติดลบ 67 องศาเซลเซียส  

แค่เห็นก็หนาวเข้ากระดูก! ประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังหิมะตกหนักในรัฐเพนซิลวาเนีย

ทางการเมืองอีรี ในรัฐเพนซิลวาเนีย ของสหรัฐฯได้ประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังมีหิมะตกลงมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 30 ชั่วโมง และทำให้มีหิมะตกลงมาหนาถึง 86 เซนติเมตรในช่วงคืนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นปริมาณหิมะที่ตกลงมามากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในรัฐเพนซิลวาเนีย หิมะที่ตกลงมาอย่างหนักส่งผลให้สภาพถนนปกคลุมไปด้วยหิมะ และน้ำแข็ง จนทำให้รถยนต์วิ่งสัญจรไม่ได้ และเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน ขณะที่ประชาชนต้องออกมาตักหิมะที่เกาะปกคลุมทางเดิน และรถยนต์ ส่วนเที่ยวบินในสนามบินเมืองอีรีทั้งขาเข้า และขาออกบางเที่ยวบินได้ถูกยกเลิก เนื่องจากปัญหาสภาพอากาศ ส่วนพื้นที่อื่นของสหรัฐฯ ทั้งทางฝั่งตะวันออก และตอนกลางของประเทศ ก็เผชิญกับหิมะที่ตกลงมาอย่างหนัก และลมหนาวเย็นตั้งช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้อุณหภูมิลดลงต่ำอย่างต่อเนื่องจนถึงขั้นติดลบ 25 ถึง ติดลบ 45 องศาเซลเซียส โดยสำนักอากาศของสหรัฐฯ คาดว่า จะยังคงมีหิมะตกลงมาต่อเนื่องไปจนถึงช่วงสุดสัปดาห์นี้ และจะส่งผลกระทบต่อผู้ที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว.

ฝันเป็นจริง! ‘รอน วิลล์แมร์’ แฟนหนัง ‘สตาร์ วอร์ส’ ป่วยมะเร็ง ได้ชมภาคจบก่อนลาโลก

ที่มลรัฐนิวแฮมป์เชียร์ สหรัฐอเมริกา พาไปชมคำขอครั้งสุดท้ายที่กลายเป็นจริงของ รอน วิลล์แมร์ วัย 69 อดีตทหารผ่านศึกจากสงครามเวียดนาม ป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ระยะที่ 4 หวังจะได้ชมภาพยนตร์สตาร์ วอร์ส ภาคล่าสุด (เดอะ ลาสต์ เจได) พร้อมสมาชิกในครอบครัว และเพื่อนก่อนเขาจะเสียชีวิต รอน เคยทำงานในกองทัพอากาศสหรัฐฯ และเป็นแฟนตัวยงของสตาร์ วอร์ส กว่า 40 ปี ได้จองตั๋วล่วงหน้า สำหรับรอชมภาคล่าสุดไว้ตั้งแต่ช่วงต้นปี แต่ต่อมาเขาถูกตรวจพบว่า เป็นมะเร็ง และต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ทำให้หมดหวังที่จะได้ชมภาพยนตร์เรื่องโปรด เอลิซาเบ็ธ บุตรสาวของรอนได้โพสต์ขอความช่วยเหลือผ่านทวิตเตอร์โดยติดแฮชแท็ก #RonsLastJedi ซึ่งได้รับการตอบรับจากเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงในพื้นที่ ช่วยอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายรอนไปยังโรงหนังท้องถิ่น ขณะที่เจ้าของโรงหนัง และชาวบ้านละแวกใกล้เคียงต่างร่วมมือสานความหวังครั้งสุดท้าย ของเขาจนกลายเป็นจริง.

เงิบแร๊งส์! เปิดตัว ’18’ ตัวเลขเคาท์ดาวน์ แต่ดวงไฟกลับติดไม่ครบ อ้างหลอดหลวมจากการขนส่ง (คลิป)

นับถอยหลังสู่วันปีใหม่ ที่จัตุรัสไทม์สแควร์ใจกลางเมืองนิวยอร์ก กำลังเตรียมงานเคาท์ดาวน์อย่างยิ่งใหญ่เหมือนทุกปี แต่ที่ต้องทำให้หน้าแตกดังเพล้ง ก็ช่วงการทดสอบไฟบนตัวเลข 18 มันดันติดไม่ครบทุกดวง แรกเริ่มเดิมทีก็เหมือนไฟจะสว่างดี แต่พอดูใกล้ๆ ปรากฏว่าไฟบนเลข 8 หลอดขาดไปหลายแถว ซึ่งบริษัทที่รับผิดชอบเรื่องไฟบอกว่า ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลอะไร เพราะตอนขนตัวเลขพวกนี้เข้ามาหลอดก็อาจจะหลวมเพราะถนนไม่เรียบ เดี๋ยวแก้ไขนิดหน่อยก็เรียบร้อย ตัวเลขเหล่านี้สูง 2.1 เมตร ใช้หลอดไฟทั้งหมด 561 หลอด เมื่อถึงวันสิ้นปีตัวเลขเหล่านี้ จะผ่านตาผู้ชมมากกว่า 1 พันล้านคู่ที่ชมการเคาท์ดาวน์ถ่ายทอดสดจากทั่วทุกมุมโลก ส่วนคนที่จะเดินทางมาฉลองที่จัตุรัสไทม์สแควร์ คาดว่าจะมีประมาณ 1 ล้านคน.

ประมูล ‘โคตรเพชร’ ใหญ่เป็นอันดับที่ 14 ของโลก เคาะราคาที่เกือบ 212 ล้านบาท

ชมการประมูลหนึ่งใน “โคตรเพชร” ที่ได้ชื่อว่า เป็นเพชรที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 14 ของโลก ที่ถูกนำออกประมูลที่มหานครนิวยอร์กของสหรัฐฯ และมีผู้ประมูลเพชรที่ถูกเรียกขานว่า “เพชรแห่งสันติภาพ” เม็ดนี้ไปในราคามากกว่า 6.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทย เกือบ 212 ล้านบาท รายงานข่าวระบุว่า ทางการเซียร์ราเลโอน หนึ่งในดินแดนต้นกำเนิดเพชรแหล่งใหญ่ที่สุดในแอฟริกา ตัดสินใจนำโคตรเพชรเม็ดนี้ ซึ่งยังไม่ผ่านกระบวนการเจียระไนออกมาประมูล โดยตั้งเป้าจะนำเงินที่ได้ไปใช้ในโครงการพัฒนาประเทศของตนในด้านต่างๆ ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐบาลเซียร์ราเลโอนเคยเปิดประมูลเพชรยักษ์เม็ดเดียวกันนี้มาแล้วครั้งหนึ่งที่กรุงฟรีทาวน์ เมืองหลวงของประเทศ แต่การประมูลในครั้งนั้นจบลงโดยไม่มีผู้ใดได้เพชรไปครอบครอง หลังรัฐบาลเซียร์ราเลโอนเป็นฝ่ายปฏิเสธ ราคาสูงสุด ที่มีผู้เสนอ 7.07 ล้านดอลลาร์ หรือราว 230 ล้านบาท เนื่องจากสงสัยในภูมิหลังทางธุรกิจของผู้เสนอราคาดังกล่าว ข้อมูลระบุว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของเงินที่ได้จากการประมูลเพชรยักษ์เม็ดนี้ จะถูกนำไปใช้ในโครงการของรัฐบาลเซียร์ราเลโอนในการจัดหาน้ำสะอาด ไฟฟ้า ตลอดจนการพัฒนาการศึกษาและสาธารณสุข ซึ่งหนึ่งในพื้นที่ที่จะได้ประโยชน์จากเม็ดเงินจำนวนนี้ รวมถึง หมู่บ้าน กอร์ยาร์ดู ทางภาคตะวันออกของประเทศ ที่มีการค้นพบโคตรเพชรเม็ดนี้เมื่อเดือนมีนาคม.

สหรัฐฯ ส่งสารยินดีเนื่องในโอกาส ‘วันชาติไทย’ ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นก้าวสู่ปีที่ 200

วันที่ 5 ธ.ค.60 เว็บไซต์สถานทูตสหรัฐฯและสถานกงสุลในประเทศไทย เผยแพร่สารจาก นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เนื่องในโอกาสวันชาติไทย ระบุว่า ในนามของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ข้าพเจ้าขอแสดงความยินดีแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในโอกาสวันชาติไทย ในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ พวกเรารำลึกถึงมิตรภาพอันยืนยงและแน่นแฟ้นระหว่างพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชกับสหรัฐอเมริกา และเราก็หวังที่จะสานต่อมิตรภาพนี้สืบต่อไปภายใต้ร่มพระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในปีหน้า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศไทยที่เจริญงอกงามจะครบรอบ 200 ปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ความสัมพันธ์นี้ก็ได้สร้างคุณประโยชน์นานับประการให้แก่ประเทศทั้งสองและภูมิภาค นอกจากนี้ เรายังรอคอยที่จะให้ประเทศไทยจัดการเลือกตั้งขึ้นในปีหน้า ไม่ว่าประเทศไทยจะอยู่ในฐานะประเทศหุ้นส่วนของสหรัฐฯ ด้านความมั่นคง สาธารณสุข หรือการเจริญเติบโตทางการค้าก็ตาม ประเทศไทยก็จะยังคงเป็นมิตรประเทศและพันธมิตรในทวีปเอเชียที่สหรัฐอเมริกาไว้เนื้อเชื่อใจ ในโอกาสนี้ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีมายังชาวไทยทุกคน และขออวยพรให้ประสบแต่ความสุขความเจริญตลอดปี

keyboard_arrow_up