ประมาทเกินเหตุ!! หนุ่มมะกันถูก “ลูกงูหางกระดิ่ง” กัดนิ้ว แต่ทำชิลจนเกือบเสียนิ้ว

เราต่างถูกสอนกันมาตั้งแต่เด็กๆ ว่าหากถูกงูหรือสัตว์มีพิษกัดต่อย ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที แต่ก็มีบางคนที่ประมาทในขนาดของสัตว์ที่โจมตี และคิดว่าร่างกายจะสามารถทนทานพิษอ่อนๆ นั้นได้ จนสุดท้ายก็เกือบต้องเสียอวัยวะสำคัญไป อย่างเช่นกรณีของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Dalton Dorris ที่เล่าเรื่องราวของเพื่อนสนิทชื่อ Austin Mcgee ที่ถูกลูกงูหางกระดิ่งทิมเบอร์กัดเข้าที่นิ้ว ขณะที่กำลังก้มลงเก็บเหล็กบนพื้น ในพื้นที่เมืองแฟรงคลิน ทางตอนกลางของรัฐเทนเนสซี สหรัฐอเมริกา ผู้โพสต์ได้บอกเล่าว่า ตอนนั้นเขาคิดว่าเพื่อนคงโดนแมลงอะไรกัดต่อย เพราะเขาได้ยินเสียงหึ่งเบาๆ แต่ทั้งสองหนุ่มไม่คิดว่ามันคือสัญญาณเตือนจากงูหางกระดิ่ง และหลังจากที่โดนกัด ออสตินก็รู้สึกปวดแสบปวดร้อน อีกทั้งสภาพนิ้วก็แย่ลงเรื่อยๆ จนกระทั่ง 24 ชั่วโมงต่อมา นิ้วที่ถูกกัดก็บวมจนเป็นสีม่วง แม้จะอยู่ในสภาพที่แย่มาก แต่ชายคนนี้ก็เชื่อว่ามันจะหายได้เอง จนกระทั่งสภาพของมันแย่ลงไปอีก และไม่มีวี่แววว่าอาการบวมนั้นจะลดลง ทำให้เขาตัดสินใจไปโรงพยาบาลในที่สุด และหลังจากผ่านไป 7 วัน หมอก็ได้เจาะเอาเลือดออกจากนิ้วที่บวมเป่งของออสติน แต่มันไม่ได้จบเพียงแค่นั้น เพราะดูเหมือนพิษงูหางกระดิ่งได้กินลึกลงไปใต้ผิวหนัง ทำให้เนื้อกลายเป็นสีดำ จนหมอต้องเลาะเอาหนังบริเวณรอบๆ ออก ต้องใช้ผ้าก๊อซหุ้มรอบนิ้วเอาไว้ตลอดเวลา และต้องเข้าไปให้หมอดูอาการทุกๆ 2 วัน รวมทั้งเปลี่ยนผ้าพันแผลใหม่ ซึ่งกว่าที่นิ้วจะกลับมาเป็นปกติ ก็ต้องใช้เวลาฟื้นตัวนานถึง 6-8 เดือน งานนี้คงเป็นอุทาหรณ์ได้ว่า อย่าประมาทการถูกสัตว์มีพิษกัด ไม่ว่ามันจะตัวเล็กแค่ไหนก็ตาม

“แรร์เอิร์ธ” ไม้เด็ดในอุ้งมือมังกร ที่ทำให้จีนมีแต้มต่อเหนือพญาอินทรี

หลังจากเปิดศึกจนทำเศรษฐกิจทั่วโลกระส่ำระสายไม่สบายตัวกันไปทั่วหน้า (ดูจากหุ้นทั้งในสหรัฐและยุโรปพากันร่วงลงกันอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา) ก็ดูเหมือน “สงครามการค้า” ระหว่างสองมหาอำนาจโลกอย่าง “สหรัฐอเมริกา – จีน” จะยังไม่จบลงง่ายๆ และยังคงดำเนินต่อไปภายใต้กลเกมการกดดันผ่านมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ ที่จะทำให้ทั่วโลกต้องปั่นป่วนไปอีกสักพักใหญ่ และทำให้การพบกันของประธานาธิบดีทั้งสอง “โดนัลด์ ทรัมป์ – สี จิ้นผิง” ในเดือนมิถุนายนนี้ น่าจับตามองเป็นอย่างมากว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร และเหนือสิ่งอื่นใด…เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ เริ่มต้นมาจากการส่งสัญญาณของพญามังกรไปสู่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เริ่มตัดสัมพันธ์ทางการค้ากับหัวเว่ย ด้วยการขู่ไม่ส่งแร่หายาก “แรร์เอิร์ธ” ที่ใช้ผลิตชิปให้ (อ่านเพิ่มเติม : “แรร์เอิร์ธ” แร่สำคัญในการผลิต iPhone ที่จีนขู่จะระงับการส่งออกให้สหรัฐฯ) ทำไม “แร่หายาก” ที่หลายคนบอกว่าสามารถพบได้ทั่วโลก จึงกลายเป็นแต้มต่อของจีนที่สร้างความปั่นป่วนจนเขย่าโลกเศรษฐกิจ (โดยเฉพาะอเมริกา) ได้ถึงขนาดนี้ !? อย่างที่เคยได้บอกไปแล้วว่า แร่แรร์เอิร์ธนั้นถูกนำมาใช้ในทุกๆ ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในชีวิตประจำวันของมนุษย์ทุกคนบนโลก ตั้งแต่ สมาร์ทโฟน แว่นตา กล่องถ่ายรูป อุปกรณ์การแพทย์ ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้า ที่สำคัญยังเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างอาวุธสมัยใหม่ เช่น ขีปนาวุธนำวิถี (อ่านเพิ่มเติม : สำคัญกว่าแค่ผลิต iPhone เพราะ “แรร์เอิร์ธ” […]

ย้อนรอยสงครามการค้า “จีน–สหรัฐฯ” ปี 2018 ก่อนกลายเป็นข้อพิพาท “แร่แรร์เอิร์ธ” ของสองมหาอำนาจ

กลายเป็นคำพูดหนาหูขึ้นมาทันที สำหรับการสงครามการค้าระหว่าง “จีน-สหรัฐอเมริกา” ที่สร้างความหวาดวิตกต่อระบบเศรษฐกิจทั่วโลก ว่าอาจทำให้เกิดสภาวะชะงักงันต่างๆ ตามมา และยังไม่อาจบอกได้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันมานี้ ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายได้เปรียบหรือเสียเปรียบ (อ่านเพิ่มเติม : เอกอัครราชทูตจีน ชี้สหรัฐฯ จนปัญญา หลังคว่ำบาตร “หัวเว่ย”) แต่หากย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 2018 (พ.ศ. 2561) ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศมหาอำนาจนี้ ได้ก่อตัวขึ้นมาสักพักและพร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ ขอเพียงมีใครเป็นคนเริ่มเท่านั้น สงครามการค้าจีน–สหรัฐ หมายความถึงการริเริ่มภาษีศุลกากรกับสินค้าที่ค้าขายระหว่างประเทศจีนและสหรัฐ ซึ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2018 เมื่อสหรัฐฯ ได้กำหนดภาษีศุลกากร 25% ต่อสินค้าจีนมูลค่า 34,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายพิกัดอัตราใหม่ของประธานาธิบดีสหรัฐ ดอนัลด์ ทรัมป์ และจุดนี้เองที่ทำให้จีนเริ่มตอบโต้ด้วยการตั้งภาษีศุลกากรขนาดเท่ากันต่อผลิตภัณฑ์ของสหรัฐฯ ในอีก 4 วันถัดมา ( 10 กรกฎาคม 2018) ต่อมาสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐจัดพิมพ์รายการผลิตภัณฑ์จีนมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่จะอยู่ภายใต้พิกัดอัตราที่เสนอใหม่ 10% ตามคำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ ทำให้จีนเริ่มทำการตอบโต้ด้วยการประกาศประณามพิกัดอัตราที่เสนอใหม่ว่า “เป็นการกระทำที่ไร้เหตุผล และ […]

หากจีนบอยคอตสินค้าจากอเมริกาขึ้นมาจริงๆ มีอะไรบ้างที่จะไม่ได้เงินจากลูกหลานแดนมังกร

นับตั้งแต่การเกิดกระแสประกาศแผนเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ จนมาถึงการส่งสัญญาณตัดสัมพันธ์ทางการค้ากับหัวเว่ย ทำให้เกิดกระแสเรียกร้องรุนแรงขึ้นในกลุ่มนักท่องเน็ตชาวจีน ที่ตั้งการบอยคอตสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของสหรัฐอเมริกา เพื่อตอบโต้การตัดสินใจเดินหมากกดดันจีนของผู้นำสหรัฐฯ ในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กระแสรณรงค์ต่อต้านสินค้าของประเทศที่มีกรณีพิพาทต่อกัน เพื่อเป็นการแสดงออกทางสัญลักษณ์อย่างหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมาก็ยังไม่มีใครทำแคมเปญนี้กันจริงๆ แต่ถ้าสมมติว่า…วันดีคืนดี หากมีคนจีนสามารถรณรงค์การบอยคอตสินค้าจากสหรัฐฯ ให้เป็นจริงขึ้นมาได้ ลองมาดูกันสักหน่อยดีกว่า ว่าจะมีสินค้าหรือผลิตภัณฑ์อะไรบ้างที่จะอดได้เงินจากลูกหลานแดนมังกร อย่างเช่นในภาพจาก แอนดรูว์ แม็กเกรเกอร์ มาร์แชลล์ (Andrew MacGregor Marshall) นักข่าวและเป็นนักหนังสือพิมพ์และนักเขียนชาวสกอต ข้างล่างนี้ Thai royalists are using Facebook & Twitter to call for a boycott of US brands — including Facebook & Twitter #sigh pic.twitter.com/NuRHMoCn8a — Andrew MacGregor Marshall (@zenjournalist) November […]

“เกม ออฟ โธรนส์” เลื่อนฉายตอนอวสานในจีน แฟนซีรี่ส์โทษพิษสงครามการค้า

แฟนซีรี่ส์ “เกม ออฟ โธรนส์” วิจารณ์สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ กระทบการฉายตอนอวสาน หลงถูกเลื่อนฉายอย่างไม่มีกำหนด ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ซีรีย์ดัง ‘เกม ออฟ โธรนส์’ (Game of Thrones) ตอนอวสาน ซึ่งฉายทางเคเบิลทีวี HBO ในสหรัฐฯ และอีกหลายประเทศ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (19 พ.ค.62) กลับไม่สามารถฉายในประเทศจีนได้ บริษัทอินเทอร์เน็ต เท็นเซ็นต์ (Tencent) ผู้ได้ลิขสิทธิ์ฉาย ‘เกม ออฟ โธรนส์’ ในตลาดจีน สร้างความงุนงงให้กับแฟนๆ ซีรีย์ดังเรื่องนี้ เมื่อออกมาประกาศในวันจันทร์ว่า จะเลื่อนการฉายตอนอวสานออกไปก่อน เนื่องมาจาก ปัญหาขัดข้องทางเทคนิคจากเครื่องรับส่งสัญญาณ แต่ในแถลงการณ์ของ Tencent กลับไม่ได้ระบุ ว่าจะสามารถนำซีรีย์ ‘เกม ออฟ โธรนส์’ ตอนสุดท้ายนี้กลับมาฉายได้เมื่อไร ขณะที่ทาง HBO มีแถลงการณ์ยืนยันเช่นกันว่า “ไม่มีปัญหาเรื่องการจัดส่งรายการจากทาง HBO แต่อย่างใด” และในวันจันทร์ (20 พ.ค.62) บรรดาผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ชาวจีน […]

“แรร์เอิร์ธ” แร่สำคัญในการผลิต iPhone ที่จีนขู่จะระงับการส่งออกให้สหรัฐฯ

จากกรณีที่ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ได้เดินทางไปเยี่ยมโรงงานผลิต แร่แรร์เอิร์ธ (Rare-earth) ที่มณฑลเจียงซี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตแร่ดังกล่าวที่สำคัญของประเทศ และจีนยังเป็นผู้ผลิตในสัดส่วนถึง 90% ของทั้งโลก พร้อมทั้งส่งสัญญาณไปถึง ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เริ่มตัดสัมพันธ์ทางการค้ากับหัวเว่ย ด้วยการขู่ไม่ส่งแร่ผลิตชิปให้กับสหรัฐฯ (อ่านเพิ่มเติม : เปิดข้อพิพาท “แร่แรร์เอิร์ธ” เมื่อสหรัฐฯ เคยร้อง WTO กรณีจีนจำกัดการส่งออกแร่หายาก) มาถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายคนคงเกิดความสงสัยแล้วว่า แร่แรร์เอิร์ธ (Rare-earth) ที่กำลังพูดถึงนี้คืออะไร และทำไมจึงสำคัญมากซะจน ผู้นำจีนกล้านำมาเป็นประเด็นต่อรองกับผู้นำสหรัฐฯ เอาเป็นว่าเราลองมาทำความเข้าใจกับเจ้าแร่ที่ตกเป็นประเด็นพิพาทระหว่างสองชาติยักษ์ใหญ่นี้ ตามที่ได้มีการกำหนดโดย สหภาพเคมีบริสุทธิ์และเคมีประยุกต์ระหว่างประเทศ (International Union of Pure and Applied Chemistry) หรือ ไอยูแพ็ก (IUPAC) ได้กำหนด ธาตุหายาก หรือ ธาตุแรร์เอิร์ธ ได้ทั้งหมด 17 ธาตุซึ่งเป็นธาตุทุกธาตุในหมู่แลนทาไนด์และรวมกับสแกนเดียมและอิตเทรียม สแกนเดียมและอิตเทรียมเป็นโลหะเบาที่หายาก เนื่องจากพวกมันมีแนวโน้มว่าจะเกิดในสินแร่เหล็กเช่นเดียวกับธาตุในหมู่แลนทาไนด์และมีสมบัติทางเคมีคล้ายกัน อย่างไรก็ตาม ธาตุหายากมีความอุดมสมบูรณ์ของข้างในเปลือกโลกซึ่งมีซีเรียมเป็นธาตุที่มีมากที่สุดประมาณ […]

เปิดข้อพิพาท “แร่แรร์เอิร์ธ” เมื่อสหรัฐฯ เคยร้อง WTO กรณีจีนจำกัดการส่งออกแร่หายาก

จากกรณีที่ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ได้เดินทางไปเยี่ยมโรงงานผลิต แร่แรร์เอิร์ธ (Rare-earth) ที่มณฑลเจียงซี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตแร่ดังกล่าวที่สำคัญของประเทศ และจีนยังเป็นผู้ผลิตในสัดส่วนถึง 90% ของทั้งโลก พร้อมทั้งส่งสัญญาณไปถึง ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เริ่มตัดสัมพันธ์ทางการค้ากับหัวเว่ย ด้วยการขู่ไม่ส่งแร่ผลิตชิปให้กับสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ข้อพิพาทเกี่ยวกับ “แร่แรร์เอิร์ธ” นั้นไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเพราะการคว่ำบาตรหัวเว่ยในปีนี้ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวสามารถย้อนกลับได้ถึง 7 ปีก่อน โดยจากข้อมูลของ ศูนย์บริการข้อมูลเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ได้เผยแพร่ข้อมูลเรื่อง “สหรัฐฯ ร้อง WTO กรณีจีนจำกัดการส่งออกแร่ที่มีธาตุโลหะหายาก” เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2555 โดยระบุว่า… เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2555 รัฐบาลสหรัฐฯได้ยื่นข้อร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลก หรือ WTO ในกรณีที่จีนกำหนดโควต้าส่งออกแร่ที่มีธาตุโลหะหายาก หรือ rare-earth minerals ซึ่งเป็นแร่ที่จำเป็นต่อการผลิตสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์จอแบน รวมไปถึงขีปนาวุธ เนื่องจากสหรัฐฯเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการขัดขวางกลไกตลาด […]

เปิดเบื้องหลัง “การท่องเที่ยวเพื่อคลอดบุตร” หลัง “หมอแอร์” โพสต์ชวนคนไทยไปคลอดที่อเมริกา

กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารย์อย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ เมื่อ หมอแอร์ หรือ พ.ต.ท. พญ.อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล แพทย์ประจำกลุ่มจิตเวช และยาเสพติด อดีตรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้โพสต์ภาพการตั้งครรภ์ของตัวเธอ โดยมีข้อความบนท้องเขียนข้อความว่า “แม่ครับผมเกิดที่ไมอามี่ได้ไหมครับ” พร้อมเขียนแคปชั่นของภาพว่า “สำหรับคนที่สนใจคลอดบุตรในสหรัฐอเมริกา เพื่ออนาคตและโอกาสที่ดีของลูกปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ” ลงบนเฟซบุ๊กแฟนเพจ หมอแอร์ แม้ภายหลังจะมีการลบโพสต์ดังกล่าวออกไป แต่เหตุการณ์นี้ก็ได้สร้างความสงสัยต่อผู้คนในโลกโซเชียลอย่างมาก สำหรับการเป็นข้าราชการไทย ที่ต้องการให้ลูกถือสัญชาติอเมริกา เพื่อรับสิทธิประโยชน์บางอย่าง พร้อมกับตั้งคำถามว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องการคลอดลูกในต่างประเทศเพื่อหวังรับได้รับสัญชาติ และสิทธิประโยชน์ต่างๆ นั้น เคยมีการพูดถึงในสังคมมาอย่างกว้างขวาง ทั้งยังเป็นที่รู้จักในชื่อ การท่องเที่ยวเพื่อคลอดบุตร (ฺBirth Tourism) ซึ่งหมายถึง การท่องเที่ยวไปยังประเทศหรือดินแดนที่ให้สัญชาติหริอสิทธิบางประการโดยถือหลักดินแดน ซึ่งทำให้ได้รับประโยชน์จากรัฐที่คลอดบุตร เช่น สิทธิการอยู่อาศัย รัฐสวัสดิการด้านต่างๆ ทั้งการศึกษา การรักษาพยาบาล การประกันการว่างงาน การประกันสิทธิเสรีภาพ ฯลฯ หรือ หลีกเลี่ยงข้อจำกัดในประเทศต้นทาง เช่น นโยบายห้ามมีบุตรเกินกว่าจำนวนที่กำหนด การเกณฑ์ทหาร ฯลฯ ประโยชน์ที่ได้รับหรือข้อจำกัดที่อาจหลีกเลี่ยงได้มักเป็นสิทธิจำเพาะตัวของเด็กเองส่วนใหญ่ มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เป็นผลพลอยได้แก่บิดามารดา เช่น สิทธิในการขอสิทธิมีถิ่นฐานในสหรัฐอเมริกาให้บิดามารดา […]

นายกเทศมนตรีสหรัฐฯ จับทีมงานโช้คแสลมกลางเวทีงานสัมมนา

บ้านเราอาจจะมีนักการเมืองที่ทุ่มโพเดี้ยม หรือเกรี้ยวกราดใส่นักข่าว ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเองก็ไม่น้อยหน้าเช่นเดียวกัน เพราะเขาจับโช้คสแลมกลางเวทีงานสัมมนากันเลยทีเดียว!! เรื่องของเรื่องเลยก็คือ เกลน โทมัส จาคอบส์ (Glenn Thomas Jacobs) นายกเทศมนตรีเมือง Knox County รัฐ Tennessee ที่ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2018 เป็นที่รับทราบโดยทั่วกันของชาวสหรัฐฯ ว่าตัวของเขานั้นเคยรับบทบาทเป็นฆาตกรโรคจิตสวมหน้ากาก KANE น้องชายของสัปเหร่อ The Undertaker (ในบท) สมัยที่ยังเป็นนักมวยปล้ำอยู่ค่ายยักษ์ใหญ่ WWE ซึ่งหลังจาก Kane แขวนนวมแล้ว ก็ได้เข้าสู่เส้นทางสายการเมือง ไต่เต้าจนขึ้นมาได้เป็นนายกเทศมนตรีเมือง Knox County จนกระทั่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ท่านนายกฯ เกลน ได้เข้าร่วมงานประชุมสัมมนางานหนึ่ง แต่แล้วขณะที่เขากำลังกล่าวรายงานอยู่บนเวทีก็มีทีมงานคนหนึ่งขึ้นไปขัดจังหวะ ทีนี้ท่านนายกเทศมนตรีก็ขึ้นเลยมีคนมาแทรก ก้มลงไปหยิบหน้ากาก Kane ขึ้นมาสวม พร้อมเพลงเปิดตัว “Veil Of Fire” ดังขึ้น Kane ในคราบนายกก็ได้จับทีมงานคนนั้นใส่ท่าไม้ตาย โช้คสแลม เรียกเสียงฮือฮากันทั่วงานสัมมนา ก็ต้องอธิบายก่อนว่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นการจัดฉาก เพื่อคืนความสุขให้กับคนที่มาร่วมงานเท่านั้นเอง […]

หนาวยะเยือก!! สหรัฐฯ เผชิญ “โพลาร์ วอร์เท็กซ์” แม้แต่น้ำในชักโครกยังแข็งเป็นก้อน

อย่างที่เราได้ทราบกันแล้วว่า ในพื้นที่ตะวันตกตอนกลางของประเทศสหรัฐอเมริกา กำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ โพลาร์ วอร์เท็กซ์ (polar vortex) ที่ส่งผลให้เกิดลมหนาวเย็นต่ำลงถึง เกือบ -50 องศาเซลเซียส จนทำให้แม่น้ำ ทะเลสาบ รวมทั้งบางส่วนของน้ำตกไนแอการา กลายเป็นน้ำแข็งขาวโพลนไปทั่วบริเวณ โดยที่เมืองชิคาโก ในรัฐอิลลินอยส์ ได้รับผลกระทบหนัก ทะเลสาบมิชิแกน แปรสภาพกลายเป็นน้ำแข็ง ทั้งนี้ยังเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า frost quakes อันเกิดจากความเย็นจัด ทำให้น้ำใต้พื้นกลายเป็นน้ำแข็ง และเกิดการขยายตัว ส่งผลกระทบเหมือนแผ่นดินไหว และไม่เพียงแต่น้ำใต้พื้นเท่านั้น นอกจากนั้น ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพจะผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ David Hildebrand รัฐมินนิโซตา ที่เผยภาพผลกระทบจากปรากฏการณ์ โพลาร์ วอร์เท็กซ์ ซึ่งส่งผลให้เกิดน้ำที่เก็บอยู่ในชักโครกแข็งตัวจนจับเป็นก้อน ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้คนในโซเชียลจำนวนมาก และมีการแชร์ต่อๆ ไปกว่า 8.3 พันครั้ง

หวังสานต่อสันติภาพ รัฐบาลสหรัฐฯยินดีไทยมีเลือกตั้ง 24 มี.ค. 62

รัฐบาลสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ ยินดีต่อการกำหนดวันเลือกตั้งของไทย เช่นเดียวกับสหภาพยุโรป พร้อมที่จะสนับสนุนประเทศไทยต่อไปในการกลับคืนสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางรัฐบาลสหรัฐ ได้ออกแถลงการณ์รัฐบาลสหรัฐฯ ต่อการกำหนดวันเลือกตั้ง โดยระบุข้อความว่า ในฐานะเพื่อนและพันธมิตรอันยาวนานของไทย สหรัฐอเมริกายินดีกับการประกาศการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562 เราหวังว่าจะได้เห็นผลลัพธ์ที่สะท้อนถึงการอภิปรายอย่างเสรี และความต้องการของประชาชนชาวไทย รวมทั้งได้ทำงานร่วมกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหลังจากนี้เพื่อสานต่องานที่มุ่งไปสู่เป้าหมายด้านสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของราชอาณาจักรไทยและภูมิภาค

สักอึกจะชื่นใจ!! เมื่อ ‘ยาแก้ไอ’ กลายเป็นสูตรเด็ดในร้านชานมสหรัฐฯ

เมื่อพูดถึง ยาแก้ไอ เชื่อว่าคงเป็นของที่หลายคนคงไม่อยากจะต้องซื้อมากินแน่ เว้นแต่ในช่วงที่ไม่สบาย แต่เชื่อหรือไม่ว่ายาน้ำเชื่อมแก้ไอสมุนไพรยอดนิยมชื่อดังจากจีนอย่าง ชวนป๋วยปี่แปกอ จะกลายเป็นส่วนผสมสำคัญในเครื่องดื่มชาไข่มุกกำลังมาแรงนั้น ชวนป๋วยปี่แปกอ จะกลายมาเป็นหนึ่งส่วนผสมสำคัญสำหรับสูตรชานมซะอย่างงั้น เรื่องราวแปลกแต่จริงนี้เกิดขึ้นที่ร้านชานม Labobatory ในเมืองซาน กาเบรียล รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อ เอลตัน กึง (Elton Keung) ได้ทดลองทำสูตรชานมใหม่ โดยนำยาแก้ไอชวนป๋วยปี่แปกอมาผสม โดยเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา และยังจะจำหน่ายเพื่อต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสที่จะถึงนี้มาในราคาแก้วละ 5 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 163 บาท และหากเพิ่มไข่มุก จะมีราคาแก้วละ 5.25 เหรียญสหรัฐ หรือราว 171 บาท แม้จะฟังดูเป็นส่วนประกอบที่ไม่น่านำมารวมกันได้ แแต่สูตรชานมผสมยาแก้ไอนี้กลับให้ออกมามีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และเข้ากันได้อย่างลงตัว ทั้งยังเป็นที่ชื่นชอบในหมู่ลูกค้าอย่างมาก เพราะมันให้รสชาติหวานชุ่มคอต่างจากการใช้สารให้ความหวานทั่วไป

ย้อนความเดือดครั้งประวัติศาสตร์เหตุยิงกราดสะท้านกรมตำรวจอเมริกา ก่อนถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ “211”

หากย้อนกลับไปวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 1997 ได้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างแรงกระเพื่อมให้กรมตำรวจอเมริกาต้องทบทวนถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยแก่พลเมืองกันใหม่อีกครั้ง เนื่องจากประสิทธิภาพของปืนพกและปืนลูกซองที่พวกเขาเคยใช้กันนั้นไม่เพียงพอที่จะต่อกรกับอาชญากรที่มาพร้อมอาวุธสงครามครบมือ เมื่อสองโจรสุดระห่ำผู้ช่ำชองด้านการก่ออาชญากรรมได้บุกปล้นธนาคาร Bank of America ย่านนอร์ธ ฮอลลีวูด เมืองลอสแอนเจลิส และได้ยิงตอบโต้ประจัญหน้ากับทั้งตำรวจและหน่วย S.W.A.T. ที่แทบจะขนมาเกือบทั้งโรงพัก การปะทะได้กินเวลายาวนานถึง 44 นาที ทำให้ถูกบันทึกว่าเป็นเหตุการณ์ต่อสู้ระหว่างคนร้ายและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา ลาร์รี่ ฟิลิปส์ และ เอมิล มาทาซาเรนู คือ สองคู่หูที่ร่วมกันก่ออาชญากรรมมาแล้วหลายต่อหลายครั้งจนได้รับการเรียกขานจากกรมตำรวจว่าเป็น “คู่หูอันตราย” ส่วนหนึ่งมาจากอาวุธต่างๆ ที่พวกเขาใช้ก่อเหตุปล้นธนาคารในย่านนอร์ธ ฮอลลีวูด ประกอบไปด้วยอาวุธสงครามร้ายแรง อาทิ ปืนไรเฟิล Bushmaster XM-15 ที่ได้รับการดัดแปลงให้กลายปืนกลอัตโนมัติ  ปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ Heckler & Koch HK-91 ปืนพก Beretta 92FS  ปืนไรเฟิล AK-47 พร้อมกระสุนปืนอีกประมาณ 3,300 นัด อีกทั้งพวกเขายังใส่เสื้อเกราะกันกระสุนที่ถักจากเส้นใยพิเศษ ที่มีความทนทานมากกว่าเสื้อเกราะกันกระสุนเคฟล่าที่ทางตำรวจใช้ นอกจากนี้ยังมีแผ่นโลหะกันกระสุนอยู่ใต้เสื้ออีกชั้นหนึ่ง ที่เรียกได้ว่าสามารถเอาตัวเข้ารับกระสุนปืนไรเฟิลที่ตำรวจยิงมาได้อย่างสบายๆ             การดวลปืนที่สุดแสนยาวนานในครั้งนั้น ถึงแม้โจรคู่นี้จะมีกำลังน้อยกว่า แต่กลับกลายเป็นตำรวจที่เป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำอย่างเห็นได้ชัดเจน  พวกเขาสองคนยิงตอบโต้ฝั่งตำรวจไปทั้งสิ้นประมาณ 1,100 นัด ในขณะที่ฝั่งตำรวจทำการยิงไปเพียงประมาณ 650 นัดเท่านั้น ทั้งนี้เนื่องมาจากประสิทธิภาพของอาวุธของทั้งสองฝ่ายที่แตกต่างกันอย่างฟ้ากับเหว  กระสุนปืนจากปืนพกตำรวจไม่สามารถเจาะชุดเกราะของโจรทั้งสองได้ และความแม่นยำของปืนพกในการยิงระยะไกลนั้นก็ไม่ได้มีมากเช่นเดียวกับเหล่าอาวุธสงครามที่สองโจรนั้นได้พกมา สิ่งเดียวที่พวกเขาทำได้ก็คือการวิ่งไปซื้อปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ AR-15 จำนวน 5 กระบอกจากร้านค้าในย่านนั้นเพื่อนำมาใช้ต่อกรกับสองโจรนี้ การยิงปะทะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สงผลให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ 8 ราย และนายตำรวจได้รับบาดเจ็บ 12 นาย แต่โจรทั้งสองก็ไปไม่รอดเช่นกัน ลาร์รี่ ฟิลิปส์ ถูกยิงไล่ต้อนจนทำให้เขาตัดสินใจใช้ปืนพกจ่อใต้คางและยิงตัวตาย ส่วน เอมิล มาทาซาเรนู ก็ได้พยายามขับรถหลบหนีการไล่ล่าและพยายามขโมยรถกระบะ ก่อนที่เหล่าตำรวจได้ขับรถตามมาทันจึงเกิดการยิงประทะกันอีกครั้ง และในครั้งนี้ เอมิล ได้ถูกยิงเข้าที่ขาที่ปราศจากเครื่องป้องกัน เขาจึงตัดสินใจยอมมอบตัวกับตำรวจ เนื่องจากเขาถูกยิงเข้าที่ขาหลายนัดจนทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตลง ก่อนที่เหตุการณ์ครั้งนี้ได้ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์และถูกขนานนามว่า “เหตุยิงกราดที่ฮอลลีวูดตอนเหนือ” เหตุการณ์ที่สร้างแรงกระเพื่อมให้กรมตำรวจสหรัฐอเมริกาต้องคิดทบทวนมาตราการพกอาวุธของเจ้าหน้าที่กันอีกครั้ง […]

สาบสูญตลอดกาล!! เผย 7 สิ่งปลูกสร้างสุดตระการของสหรัฐฯ ที่ไม่เหลือเค้าเดิมให้เห็นอีกต่อไปแล้ว

ที่มา – homeadvisor.com /archatlas.net แม้จะเป็นชาติที่ไม่ได้มีอารยะธรรมเก่าแก่แบบหลายๆ ชาติในโลกนี้ แต่ก็ด้วยความหลากหลายทางเชื้อชาติและความเชื่อ ทำให้สหรัฐอเมริกามีสิ่งปลูกสร้างตระการตามากมายเกิดขึ้น ทั้งที่ยังเก็บรักษาเอาไว้ และมีบางส่วนที่ถูกทำลาย เปลี่ยนแปลง หรือถูกสร้างใหม่ทับไปจนไม่เหลือสภาพเดิม อย่างเช่นอดีตตึกรามบ้านช่องต่างๆ ข้างล่างนี้ ที่หายไปตลอดกาล เพราะการพัฒนาบ้านเมือง Pennsylvania Station Singer Building Midway Gardens Mark Hopkins Mansion Birmingham Terminal Station The Beach Hotel The Hippodrome ที่มา – homeadvisor.com /archatlas.net

เปิดภาพเหตุการณ์ Civil War สงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นจริงบนแผ่นดินสหรัฐฯ

หากเอ่ยถึงคำว่า Civil War แล้วล่ะก็ เชื่อว่าหลายคนคงนึกภาพยนตร์เรื่องดังอย่าง Captain America จากค่ายมาร์เวลแน่ๆ แต่เชื่อหรือไม่ว่าเรื่องราวการวิวาทของคนที่เคยเป็นรักใคร่กลมเกลียวกันนี้ เคยเกิดขึ้นจริงบนแผ่นอเมริกาในช่วงปี 1861-1865 ซึ่งนับเป็นสงครามปลดปล่อยทาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ แต่ได้เกิดความขัดแย้งทางแนวคิดระหว่างสมาพันธรัฐอเมริกาฝ่ายใต้ ที่นำโดย เจฟเฟอร์สัน เดวิส และฝ่ายสหภาพฝ่ายเหนือ ที่นำโดย อับราฮัม ลินคอล์น ซึ่งถือเป็นสงครามกลางเมืองสหรัฐอเมริกาที่ใหญ่สุดเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ สงครามกลางเมืองดังกล่าวได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 12 เมษายน ค.ศ. 1861 เมื่อกองทัพสมาพันธรัฐโจมตีที่ตั้งทหารสหรัฐที่ฟอร์ตซัมเทอร์ในเซาท์แคโรไลนา และทางลินคอล์นตอบสนองโดยเรียกระดมพลอาสาสมัครจากแต่ละรัฐ เกิดกระแสความเป็นชาตินิยมในภาคเหนือขึ้นในช่วงข้ามคืน การเปิดฉากสงครามแบ่งแยกดินแดน กระตุ้นให้รัฐอีกสี่รัฐใกล้ชายแดน ได้แก่ เวอร์จิเนีย เทนเนสซี อาร์คันซอ และนอร์ทแคโรไลนา ประกาศแยกตัวเพิ่ม ฝ่ายสหภาพควบคุมพื้นที่รัฐชายแดนในช่วงต้นสงครามและเริ่มยุทธวิธีปิดล้อมทางทะเล การสู้รบส่อเค้ายืดเยื้อเมื่อทัพของสหภาพเพลี่ยงพล้ำในยุทธการที่บูลรัน การสู้รบในเขตสงครามตะวันออกเปิดฉากด้วยความได้เปรียบของฝ่ายสมาพันธรัฐ ซึ่งสามารถสกัดกั้นความพยายามของสหภาพในการยึดริชมอนด์ รัฐเวอร์จิเนีย เมืองหลวงของสมาพันธรัฐได้หลายครั้ง ทำให้ฝ่ายใต้ฮึกเหิม และตัดสินใจบุกขึ้นเหนือในปลายหน้าร้อนปี 1862 แต่หลังจากการทัพคาบสมุทร (Peninsula Campaign) สิ้นสุดลง ในเดือนกันยายน 1862 ฝ่ายสหภาพก็ตั้งตัวติด และสามารถหยุดการรุกคืบของสมาพันธรัฐได้ในยุทธการที่แอนตีทึม […]

สุดยอดคุณแม่!! เผยภาพแม่นกเป็ดน้ำ Merganser พร้อมลูกๆ ในอุปการะกว่า 76 ตัว

เหตุการณ์น่ารักๆ ที่สะท้อนความเป็น สุดยอดคุณแม่ นี้ เกิดขึ้นเมื่อช่างภาพสัตว์ป่า Brent Cizek ได้เดินทางไปยังทะเลสาบ Lake Bemidji ในรัฐมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา และได้พบกับนกเป็ดน้ำสายพันธุ์ Common Merganser ที่โดยปกติจะมีลูกๆ เพียงประมาณ 20 ตัวเท่านั้น แต่ในกรณีของแม่นกเป็ดน้ำตัวนี้ มันกลับมีลูกๆ ว่ายตามเป็นจำนวนมากกว่า 76 ตัวเลยทีเดียว ซึ่งนับเป็นภาพชวนแปลกตาสำหรับคนที่ถ่ายภาพสัตว์ป่ามาเป็นจำนวนมากอย่างเขามาก อาจจะฟังดูแปลกๆ แต่เหตุการณ์เช่นนี้สามารถเกิดขึ้นได้กลับลูกสัตว์แรกเกิดหลายชนิด โดยเฉพาะกับบรรดาสัตว์ปีกที่มักมีอาการที่เรียกว่า ‘ฝังใจ’ กับสิ่งแรกที่มันเห็นในตอนแรกเกิดช่วง 36 ชั่วโมงแรกของชีวิต ที่ทำให้ลูกสัตว์เชื่อว่าสิ่งแรกที่มันเห็นนั้นคือแม่ แต่อาการแบบนี้จะไม่เกิดกับลูกสัตวืที่มีอายุมากกว่า 36 ชั่วโมงไปแล้ว จึงเป็นไปได้ว่าลูกนกเป็ดน้ำที่ว่ายตามแม่ของมันนั้น อาจจะเป็นลูกของแม่ตัวอื่น แต่อาจเกิดเหตุชุลมุนบางอย่างที่ทำให้เจ้าตัวน้อยเหล่านี้ว่ายตามแม่ตัวอื่น แทนที่จะเป็นแม่ของตัวเอง ที่มา – twistedsifter.com

เคยเห็นมั้ย? แม้จะละลายได้ในพริบตา แต่นี่คือ ‘เกล็ดหิมะ’ ภาพแรกของโลก

แม้จะเป็นสิ่งของที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และสามารถละลายให้ไปอย่างรวดเร็วเพียงถูกสัมผัสเบาๆ แต่ก็มีคนจำนวนมากที่พยายามจะบันทึกภาพของ เกล็ดหิมะ (Snowflake) เอาไว้ให้ได้ จนยากที่จะบอกว่าใครเป็นคนแรกที่ริเริ่มการถ่ายภาพผลงานของธรรมชาติชิ้นนี้เป็นคนแรก หรือภาพถ่ายภาพแรกของเกล็ดหิมะนั้นน่าตาเป็นอย่างไร จนกระทั่งได้มีการค้นพบผลงานของ Wilson Alwyn Bentley หนึ่งในช่างภาพชาวอเมริกัน คนแรกๆ ที่ถ่ายภาพเกล็ดหิมะได้ ด้วยความสนใจส่วนตัวเกี่ยวกับเกล็ดหิมะและผลึกน้ำแข็ง เขาใช้เวลาลองผิดลองถูกอยู่นานกว่า 2 ปี จนกระทั่งเขาได้ทดลองติดกล้องถ่ายภาพเข้ากับกล้องจุลทรรศน์ และทำให้เขาสามารถถ่ายภาพเกล็ดหิมะภาพแรกได้ในปี ค.ศ. 1885 ซึ่งในตลอดชีวิต Bentley เขาได้ถ่ายภาพเกล็ดหิมะไว้มากกว่า 5,000 ภาพ ก่อนจะได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยมีนิตยสารชื่อดังจำนวนมากมาติดต่อนำผลงานของเขาไปตีพิมพ์ (หนึ่งในนั้นคือนิตยสารสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟิก) นอกจากนี้ เขายังเคยร่วมงานกับสำนักงานอุตุนิยมวิทยาสหรัฐ เพื่อจัดทำสมุดภาพที่ชื่อว่า Snow Crystals ซึ่งรวบรวมภาพเกล็ดหิมะไว้มากถึง 2,500 ภาพ และตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1931 ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตลงในปีเดียวกันด้วยโรคปอด ที่มา : twistedsifter.com / wikipedia.org

‘บ้านต้นไม้’ ของไทย! ติด 1 ใน 10 โรงแรมที่เหมาะแก่การหลบไปพักผ่อนอย่างเงียบสงบ

โฮเทลดอทคอม ร่วมค้นหา “10 โรงแรมที่เหมาะแก่การหลบไปพักผ่อนอย่างเงียบสงบ” ที่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ Hotels.com (โฮเทลดอทคอม) เผยเส้นทาง และออกไปร่วมค้นหา “10 โรงแรมที่เหมาะแก่การหลบไปพักผ่อนอย่างเงียบสงบ” ที่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ (ป่าเขา ทะเลทราย ถ้ำ! เทรนด์การจอง ‘ที่พัก’ แปลกใหม่! หลีกหนีความวุ่นวายจากชีวิตเมือง) ค้นหา และรีวิวจากเว็บไซต์ Hotels.com คะแนนเต็ม 10 จากผู้ให้รีวิว ค่ำคืนกลางทะเลทรายในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์-อนันตรา คัสร์ อัล ซาราป เดสเสิร์ท คะแนนจากรีวิว: 9.6 ลองนั่งลง ผ่อนคลาย และดื่มด่ำไปกับความสงบเงียบกลางทะเลทราย เพราะโรงแรม อนันตรา คัสร์ อัล ซาราป เดสเสิร์ท แห่งนี้แทรกกายอยู่ในเนินทรายอันแสนตระการตา และขึ้นชื่อว่าเป็นโรงแรมในดินแดนอันไกลโพ้น (middle of nowhere) คุณสามารถถอดรองเท้า และเหยียบย่ำบนผืนทรายแห่งนี้ เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ที่โรงแรมหรูแห่งนี้มอบให้พร้อมด้วยบริการสปาและท่องเที่ยวแบบซาฟารี ทุ่งน้ำแข็งในสวีเดน-ไอซ์โฮเทล คะแนนจากรีวิว: 8.6 สถานที่สุดอลังการแห่งนี้เหมาะที่จะให้ความอบอุ่นท่ามกลางกาลเวลาที่นิ่งสงบด้วยผืนน้ำแข็ง ช่วยให้คุณได้ผ่อนคลายและอาจมีโอกาสได้ชมแสงเหนือด้วยตาตัวเอง คุณสามารถเลือกได้ว่าอยากพักในห้องพักแบบอบอุ่นหรือหนาวเย็น […]

keyboard_arrow_up