อย่าแชร์มั่ว! เจ้าของสถานที่โวยโซเชียลกระหึ่มด่าตำหนัก ‘ร่างทรงพระเจ้าตาก’ ไม่เป็นความจริง

กรณีมีผู้โพสต์ภาพในโซเชียล ระบุ มีร่างทรงอ้างเป็นสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วันนี้ทีมข่าวลงพื้นที่ไปตรวจสอบ พบว่าไม่เป็นความจริงตามที่กล่าวอ้าง โดยเจ้าของบ้านยืนยันไม่มีร่างทรงและไม่มีการเก็บค่าขันครูใดๆ ทั้งสิ้น จากกรณีที่มีคนแชร์ภาพในโซเชียล ระบุว่ามีชายอ้างเป็นร่างทรงของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช แห่งกรุงธนบุรี  พร้อมยังแอบอ้างว่ามีญาณพิเศษ สามารถดูดวง ใบ้หวย และรักษาอาการเจ็บป่วย โดยคิดค่าขันครูหัวละ 799 บาท แต่ละวันจะได้เงินค่าขันครูวันละหลายพันบาท โดยได้ระบุชื่อ-นาสกุล และที่อยู่ไว้อย่างชัดเจน ซึ่งก็มีผู้เข้าไปวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมจำนวนมาก วันนี้ทีมข่าวได้เดินทางมาตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในโซเชียล คือบ้านเลขที่ 68/1 หมู่5 ตำบลบ่อพลับ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เมื่อไปถึงก็พบบ้าน 2 ชั้น 3 คูหา โดยมีรูปหล่อพระเจ้าตากสินมหาราชหลายองค์ รวมทั้งมีรูปปั้นมากมายอยู่หน้าบ้าน จนกระทั่งทีมข่าวพบกับนางกิมเปี๊ยก รอดอยู่คุ้ม อายุ 68 ปี เจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า สถานที่แห่งนี้เปิดให้คนมาไหว้ เคารพบูชาเท่านั้น ไม่มีการทรงเจ้า ดูดวง หรือทำพิธีกรรมอะไรตามที่มีผู้กล่าวอ้างในโซเชียล เพราะตนเองไม่ชอบ และไม่เชื่อเรื่องทรงเจ้า ซ้ำยังเกลียดการกระทำแบบนี้ที่สุด หากใครมาพูด หรือมาสอบถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ตนเองจะตำหนิกลับไปทุกคน ซึ่งก่อนที่จะมาทำสถานที่แห่งนี้ ตนก็เคยไปกราบพระตามปกติ จนมาวันหนึ่งที่ตนมองรูปหล่อพระเจ้าตากสิน […]

เรื่องนี้หาประโยชน์มิได้! ‘พระพยอม’ สงสัย ‘พุ่มพวง’ ทำกรรมอะไรถึงต้องมารับใช้ร่างทรง? (คลิป)

โลกโซเซี่ยลมีการแชร์ภาพจากเฟซบุ๊กชื่อ คุณท้าวศรีสุวรรณภิรมย์ภักดี ที่อ้างว่าเป็น ร่างทรงของพุ่มพวง ดวงจันทร์ กำลังทำพิธีกรรมพิธีหนึ่ง พร้อมกับเต้นประกอบเพลงของพุ่มพวง ดวงจันทร์ไปด้วย โดยหลังจากที่คลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงร่างทรงนี้เป็นอย่างมาก ผู้ใช้เฟซบุ๊ก คุณท้าวศรีสุวรรณภิรมย์ภักดี ได้เผยแพร่ ภาพการทำพิธีกรรมพิธี หนึ่ง พร้อมระบุข้อความว่า “ร่างทรงแม่พุ่มพวง ดวงจันทร์ กำลังร่ายรำอย่างสง่างามเลยเจ้าค่ะ” จากภาพที่เห็น มีผู้หญิงแต่งกายด้วยชุดคล้ายส่าหรี่ และทำท่าเต้นไปมาประกอบ เพลงของพุ่มพวง ดวงจันทร์ อยู่ด้านหน้าสิ่งของที่มีลักษณะเหมือนเครื่องไหว้ที่วางอยู่บนโต๊ะ หากสังเกต จะมีรูปปั้นเป็นรูปหน้าคล้าย พุ่มพวง ดวงจันทร์ วางอยู่บนโต๊ะด้วย และเมื่อจบเพลง หญิงคนดังกล่าวก็นอนลงหน้าโต๊ะ หลังคลิปนี้เผยแพร่ไปก็มีชาวโซเชี่ยลเข้าติดตามชม และวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเชื่อ และความเหมาะสม โดยทางด้าน พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จังหวัดนนทบุรี ได้แสดงความคิดเห็นถึงพฤติกรรมหญิงร่างทรงนี้กับทางช่องอมรินทร์ทีวีว่า “ร่างทรงเขามีความจริงของเขา แต่มันไม่มีความจริงของความเป็นจริง ในความเป็นสัจธรรม โดยเฉพาะความจริงชนิดนี้หาประโยชน์มิได้ ช่วยชาติบ้านเมือง ช่วยเศรษฐกิจมิได้ ช่วยศีลธรรมทางสังคมมิได้ มีแต่ช่วยอย่างเดียว งมงาย แล้วก็อย่างนึง พุ่มพวงไปทำกรรมอะไรนักหนา ถึงต้องมาคอยรับใช้ร่างทรงคนนี้…”

ไม่กระทบศรัทธา! นพ. เหรีญทองเผย ‘พุทธะอิสระ’ ถูก ‘จับ-สึก’ ยิ่งได้คนเคารพรักมากขึ้น

จากกรณีการเข้าจับกุมพระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือพระพุทธอิสระ ที่วัดอ้อน้อย อ.เมือง จ.นครปฐม ในข้อหาสนับสนุนให้มีการปล้นทรัพย์ จากกรณีเมื่อครั้งการชุมนุมของกปปส.เมื่อปี 2556 ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมที่นำโดยพระสุวิทย์ เวทีแจ้งวัฒนะ กรณีกลุ่มมวลชนของกปปส. ได้ปล้นทรัพย์เป็นอาวุธปืนของตำรวจสันติบาลไป (อ่านเพิ่มเติม : คุม ‘พุทธะอิสระ’ ฝากขังศาล-ค้านประกัน ‘ปล้นทรัพย์ อั้งยี่ซ่องโจร’/ ‘หลวงปู่พุทธะอิสระ’ เจ้าอาวาสแห่งวัดอ้อน้อย และอดีตแกนนำ กปปส.) หลังเหตุการณ์ดังกล่าว พล.ต.นพ.เหรีญทอง แน่นหนา ผู้ก่อตั้งองค์กรเก็บขยะแผ่นดิน เผยแพร่ข้อความในเฟซบุ๊ก เหรียญทอง แน่นหนา โดยระบุว่า…การกล่าวหาหลวงปู่พุทธะอิสระเพื่อให้ถูกจับ ถูกสึก และถูกขัง ยิ่งเป็นคุณแก่หลวงปู่พุทธะอิสระ ยิ่งทำให้ยิ่งได้รับเคารพ รัก และศรัทธามากยิ่งขึ้น

เปิดใจ เจ้าสำนักพิธี “อ้าขา” เอมมี่ แม็กซิม ศรัทธามีงานชุก-พระไพรวัลย์ ติงมโน (คลิป)

จากกรณีเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ฤาษีทรัพย์มุณี นาคา” โพสต์รูปภาพเกี่ยวกับการทำพิธีภายในสำนัก โดยมีหญิงสาวนั่งในท่าชันเข่าทั้งสองข้างขึ้นพร้อมกับพนมมือ ในลักษณะอ้าขา โดยที่ด้านหน้ามีเครื่องรางของขลัง และมีผู้ทำพิธีเป็นชายรายหนึ่ง จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ วันนี้ (29 มี.ค.) ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่สำนักปู่ฤาษีทรัพย์มุณี นาคา ย่านคลองสาม จังหวัดปทุมธานี พบว่ามีเครื่องรางของขลังอยู่ภายในบ้านจำนวนมาก โดยบนชั้นวางประกอบด้วย เศียรพ่อแก่ ปู่โสม ปู่ฤาษี และรูปปั้นเทพองค์ต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีเครื่องประทินผิวมหาเสน่ห์ที่ถูกปลุกเสกไว้แล้ว ทั้งเหรียญเครื่องลางแม่นางงะ ที่ด้านหลังจะมีมวลสารสกัดจากว่านร้อยแปด ครีมทาผิว น้ำหอมเสน่ห์เมตตา ลิปสติกสาริกา แป้งมนตรามหาเสน่ห์ รวมถึงตุ๊กตาลูกเทพ ด้าน อาจารย์ปู่ฤาษี หรือ “อาจารย์บอย” เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ภาพที่ปรากฎลงในโลกออนไลน์ เป็นพิธีชื่อว่า “ครูกำเนิดเศรษฐี 5 นางล้อม” โดยจะมีผู้หญิงจำนวน 5 คน นั่งล้อมวงในท่าถ่างขาเพื่อประกอบพิธีกรรม ทั้งนี้ ท่านั่งดังกล่าวจะอยู่ในท่าลักษณะคล้ายกับหญิงสาวคลอดลูก โดยมีความหมายว่า ในโลกนี้ไม่มีความรักใดปราศจากข้อแลกเปลี่ยนเท่ากับความรักที่มารดามีต่อบุตร เพราะเป็นความรักที่แม่ตั้งใจเบ่งท้องให้กำเนิดบุตรออกมา โดยไม่ได้คำนึงถึงชีวิตของตัวเอง ท่านั่งนี้จึงเป็นเมตตามหาเสน่ห์ขั้นสูงสุด โดยเป็นวิชาที่มาจากครูอาจารย์สายเขมรและฝั่งไทย ซึ่งจะเรียกตัวแทนของหญิงสาวในท่านั่งนี้ว่า […]

สารพัดต้อก็แก้ได้!? ชาวบ้านแห่ตัก ‘น้ำทิพย์สีเหลือง’ ดื่มกิน-นำมาหยอดตา เชื่อรักษาโรคได้

ชาวบ้านจังหวัดอุตรดิตถ์และพื้นที่ใกล้เคียง แห่ตักน้ำที่มีลักษณะสีเหลือง ในบ่อน้ำกลางสำนักสงฆ์ขุมบัวไปดื่ม และอาบ โดยเชื่อว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ หลังมีเรื่องเล่ายาวนานว่า สามารถรักษาคนตาบอดให้มองเห็น และหากนำไปหยอดตาก็จะป้องกันโรคต้อได้เป็นอย่างดี ชาวบ้านนาอิน หมู่ที่ 1 ตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ รวมถึงชาวบ้านจากพื้นที่อื่นๆ เดินทางมาตักน้ำจากบ่อที่เชื่อว่าเป็นบ่อน้ำทิพย์ ที่สำนักสงฆ์ขุมบัว เพื่อนำกลับไปดื่ม และใช้รักษาโรคต่างๆ โดยบ่อน้ำดังกล่าวมีความกว้างเกือบ 1 เมตร ลึกประมาณ 4 เมตร อยู่กลางสระบัวของสำนักสงฆ์ ซึ่งก่อนจะตักน้ำขึ้นมานั้น ทุกคนจะไหว้ขอขมาอนุญาตก่อน ซึ่งน้ำที่ตักขึ้นมานั้นจะมีลักษณะสีเหลือง แตกต่างจากน้ำในสระน้ำขุมบัวที่มีลักษณะใส ชาวบ้านเชื่อว่า การตักน้ำจากบ่อน้ำทิพย์แห่งนี้ไปอาบหรือดื่มกิน จะเกิดความเป็นสิริมงคล ที่สำคัญเชื่อว่าสามารถรักษาโรคได้ด้วย โดยเฉพาะโรคผิวหนัง และโรคเกี่ยวกับตา เพราะหากนำไปหยอดตาจะช่วยไม่ให้เกิดต้อเนื้อ ต้อหิน ต้อกระจกกับผู้สูงอายุ คุณตาใย สุติมา อายุ 87 ปี ชาวบ้านนาอินบอกว่า เป็นความเชื่อตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ยาวนานหลาย 10 ปี โดยมีการเล่าต่อกันว่า มีชาวบ้านในพื้นที่อำเภอพิชัย ดวงตามองไม่เห็น นำหมาก 1 คำ […]

ตำนาน: ท่านพุทธทาส อินทปัญโญ ทาสของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างแท้จริง

หลายต่อหลายครั้งที่เราตั้งคำถามเกี่ยวกับการมีชีวิต ทั้งการมีอยู่ การตาย ความสุข หรือความทุกข์ แต่แล้วเราก็ได้พบว่า ความจริงแล้วคำตอบเหล่านั้นไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย แต่ทำไมถึงยากเข้าใจเสียเหลือเกิน ตำนานจึงขอนำทุกท่านย้อนคิดและปล่อยวางชีวิตลงด้วยตำนาน ท่านพุทธทาส อินทปัญโญ พระอริยสงฆ์ผู้ชี้นำให้เราทั้งหลายเดินทางกลับไปสู่ความธรรมดาของชีวิต และกลับไปสู่ความเป็นจริงของธรรมชาติ อัจฉริยภาพของท่านท่านพุทธทาสที่สำคัญที่สุด ก็คือความสามารถในการตีความพระธรรมของพระพุทธองค์ เพื่อนำมาแก้ปัญหาของชาวโลก ธรรมมะทั้งหมด เป็นธรรมะของพระพุทธเจ้า ซึ่งท่านพุทธทาส ได้สามารถนำความหมายอันแท้จริงนั้น ออกมาให้เราได้รับรู้ได้อย่างชัดเจนที่สุด ในบรรดาพระสงฆ์ผู้เป็นที่ยอมรับและศรัทธาอย่างกว้างขวางในสังคม ทั้งในการมีวัดปฏบัติที่น่าเลื่อมใส และคำสอนที่ชี้นำให้สังคมกลับสู่แก่นแท้ของพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง เชื่อเหลือเกินว่า ชื่อของท่านพุทธทาส จะถูกนึกถึงเป็นชื่อแรกๆ อย่างแน่นอน เพราะด้วยคำสอนที่เข้าถึงจิตใจของผู้คนทุกระดับชั้น สามารถอธิบายคำสอนของพระพุทธองค์ให้เป็นในเชิงปรัชญา เป็นสากลและไม่จำกัดความเข้าใจให้เฉพาะคนที่นับถือศาสนาพุทธเท่านั้น ศูนย์ปฏิบัติธรรมของท่านพุทธทาส เป็นหนึ่งจุดศูนย์รวมที่มีชาวต่างชาติมารวมตัวกันเยอะมาก ถือเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมนานาชาติ ไม่มีกำแพงกั้นทางวัฒนธรรม ตลอด 87 ปีของชีวิตท่านพุทธทาส และเกือบ 70 พรรษาแห่งชีวิต ที่อุทิศให้พระพุทธศาสนาในฐานะของพระสงฆ์ ท่านพุทธทาสได้สร้างสิ่งต่างๆ ให้กับสังคมมากมาย ทั้งการสร้างสวนโมกขพลาราม ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้งผลงานการประพันธ์หนังสือมากมาย อีกทั้งข้อเขียนและการบรรยายธรรมที่ได้รับการยอมรับจากวงการศึกษาธรรมมะของโลก จนอาจกล่าวได้ว่าท่านเป็น “เสนาบดีแห่งกองทัพธรรมในยุคหลังกึ่งพุทธกาล” เยี่ยงพระมหากัสปะ ในครั้งพุทธกาลเลยก็ว่าได้ ท่านใช้นามท่านว่า พุทธทาส ก็คือทาสของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า […]

ศรัทธาแรงกล้า!! นักบวชอินเดียยกแขนค้างไว้กว่า 40 ปี เพื่อบูชาพระศิวะ และเรียกหาสันติ

เพื่อแสดงถึงความเชื่ออันแรงกล้าต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มนุษย์มีวิธีการแสดงออกถึงสิ่งนั้นแตกต่างกันออกไป เช่นในกรณีของนักบวชชาวอินเดียนามว่า Sadhu Amar Bharati ที่เริ่มต้นชีวิตแบบชนชั้นกลางทั่วไป ที่มีครอบครัวอบอุ่น และประกอบอาชีพเป็นพนักงานในกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อเขาตัดสินใจหยุดการไขว่คว้าเรื่องทางโลก ก่อนจะตัดสินใจละทิ้งทุกอย่างเพื่ออุทิศชีวิตให้กับการแสดงศรัทธาแด่พระศิวะ แม้จะผ่านการบวชมานานกว่า 3 ปี แต่คำสอนต่างๆ ก็ไม่เพียงจะทำให้เขารู้สึกเขาถึงความสุขที่แท้จริงหรือการอุทิศชีวิตให้พระศิวะได้ จนกระทั่งในปี 1973 เขาได้หันมาทำการบำเพ็ญทุกขกิริยา ด้วยการชูมือข้างขวาของตนค้างไว้ และตั้งปณิธานว่าจะยกค้างเช่นนั้นตลอดไป จนทำให้ทุกวันนี้แขนข้างขวาของเขาลีบเล็ก และเล็บนิ้วมือจะยาวงอหงิกแบบนี้ แน่นอนว่าการยกแขนค้างไว้แบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายแม้แต่น้อย และแม้แต่ผู้ที่มีความตั้งใจแรงกล้าอย่าง Amar เองก็เคยผ่านช่วงเวลาเจ็บปวดกับการแสดงศรัทธาที่ผิดธรรมชาตินี้มากแล้ว แต่ด้วยเป้าหมายที่จะแสดงถึงการอุทิศตนแด่พระศิวะ  ทำให้เขาผ่านพ้นช่วงเวลาที่แย่ที่สุดนั้นมาได้ และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้นักบวชอินเดียคนอื่นๆ ทำการบำเพ็ญทุกขกิริยาลักษณะนี้ตามเขา ที่มา – hoaxorfact.com

keyboard_arrow_up