ญี่ปุ่นกลับมาเดินหน้า ‘ล่าวาฬ’ เพื่อการค้า หลังสั่งห้ามนานกว่า 30 ปี

ชาวประมงญี่ปุ่นเตรียมกลับมาล่าวาฬเพื่อการค้าในวันนี้(1 ก.ค.) หลังโตเกียวออกจากการเป็นคณะกรรมการล่าวาฬสากล  (International Whaling Commission : IWC ) เมื่อปลายปี 2561 ที่ผ่านมา สิ้นสุดการห้ามล่าวาฬที่มีมายาวนานมากกว่า 30 ปี โดยคาดว่ากลับมาล่าวาฬของญี่ปุ่นจะก่อให้เกิดการต่อต้านและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากนักสิ่งแวดล้อมและประเทศที่ห้ามล่าวาฬ แต่เป็นความยินดีของนักล่าวาฬในญี่ปุ่น ซึ่งอ้างว่า การล่าวาฬ เป็นประเพณีที่ทำกันมาอย่างยาวนานแล้ว ญี่ปุ่นเข้าเป็นสมาชิก IWC ในปี 2494 และเผชิญเสียงวิจารณ์จากตะวันตกมาโดยตลอดว่ายังมีการใช้การศึกษาวิจัยบังหน้าเพื่อล่าวาฬในมหาสมุทร จนกระทั่งปีที่ผ่านมาญี่ปุ่นได้ตัดสินใจออกจากการเป็นสมาชิก IWC และกลับมาเปิดเสรีล่าวาฬเพื่อการค้าอย่างเต็มรูปแบบ โดยในวันนี้(1 ก.ค.) มีรายงานว่าจะมีการออกเรือเพื่อล่าวาฬในหลายพื้นที่ของญี่ปุ่น เช่น ที่เมืองคูชิโระ จ.ฮอกไกโด นอกจากนี้ยังพบว่ามีการออกเรือเดินสมุทรจำนวน 5 ลำ ตั้งแต่วันอาทิตย์(30 มิ.ย.) โดยเป็นเรือจากทั่วประเทศ ซึ่งในจำนวนนั้นมีเรือจากเมืองไทจิ ซึ่งขึ้นชื่อในการล่าโลมาด้วย ญี่ปุ่นทำการล่าวาฬมาอย่างยาวนานนับร้อยปี และเนื้อวาฬเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญในช่วงที่ประเทศประสบปัญหายากจนอย่างมากหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่อย่างไรก็ดีความต้องการให้การบริโภคเนื้อวาฬลดลงเป็นอย่างมากในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา เนื่องจากประชาชนจำนวนมากไม่เคยลองทานเนื้อวาฬรวมถึงการที่นักกิจกรรมต่างก็กดดันให้ญี่ปุ่นเลิกการล่าและบริโภคเนื้อวาฬ ทั้งนี้ แพททริก แรมเมจ หัวหน้าส่วนจัดการด้านการอนุรักษ์ทะเล กองทุนนานาชาติเพื่อสวัสดิภาพสัตว์ (International Fund for […]

‘วาฬเบลูกา’ คาบโทรศัพท์คืนเจ้าของ ตอกย้ำข่าวลือเป็นวาฬสายลับ

จากกรณีเมื่อสัปดาห์ก่อน มีข่าวว่าชาวประมงนอร์เวย์ไปพบวาฬเบลูกาว่ายอยู่ในทะเล และที่ลำตัวมีสายรัดของรัสเซีย เลยคาดเดาว่าเป็นวาฬที่ถูกฝึกให้เป็นสายลับของรัสเซียนั้น ล่าสุดมีภาพของเจ้าวาฬตัวดังกล่าวเก็บของที่ตกน้ำมาส่งคืนให้กับเจ้าของ คลิปนี้ถูกเผยแพร่ในอินสตาแกรมของสาวชาวนอร์เวย์ ขณะที่เธอออกเรือไปแถว ๆ เมืองท่าแฮมเมอร์เฟส โดยจังหวะนั้น เธอเผลอทำโทรศัพท์มือถือตกน้ำ และทำใจแล้วว่าคงไม่ได้คืน แต่ปรากฏว่าเพียงไม่กี่นาทีต่อมา มีวัตถุขนาดใหญ่เคลื่อนไหวอยู่ใกล้กับเรือของเธอ และเมื่อมันโผล่ขึ้นมา จึงเห็นว่าเป็นวาฬเบลูกาสีขาวกำลังคาบไอโฟนของเธอไว้ในปากและยื่นเพื่อคืนให้กับเธอ เหตุการณ์นี้ยิ่งตอกย้ำสมมติฐานว่าวาฬเบลูกาตัวนี้น่าจะไม่ใช่วาฬธรรมดา แต่ผ่านการฝึกฝนอย่างดีถึงขนาดว่าอาจจะเป็นสายลับจริงอย่างที่ร่ำลือกัน เพราะเป็นตัวเดียวกันกับที่เคยเป็นข่าวดังว่าว่ายน้ำมาประชิดเรือของชาวประมง โดยมีสายรัดลำตัวเขียนว่ามาจากรัสเซีย และยังติดกล้องโกโปรมาด้วย อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่มีข่าวลือ กองทัพรัสเซียได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีโปรแกรมฝึกวาฬให้เป็นสายลับ พร้อมทั้งอ้างว่าอาจจะเป็นวาฬที่ถูกฝึกให้เป็นมิตรกับคน เพื่อใช้ในการบำบัดจิตใจของผู้ป่วยมากกว่า   View this post on Instagram   จากกรณีเมื่อสัปดาห์ก่อน มีข่าวว่าชาวประมงนอร์เวย์ไปพบวาฬเบลูกาว่ายอยู่ในทะเล และที่ลำตัวมีสายรัดของรัสเซีย เลยคาดเดาว่าเป็นวาฬที่ถูกฝึกให้เป็นสายลับของรัสเซียนั้น ล่าสุดมีภาพของเจ้าวาฬตัวดังกล่าวเก็บของที่ตกน้ำคืนให้กับเจ้าของ คลิปนี้ถูกเผยแพร่ในอินสตาแกรมของสาวชาวนอร์เวย์ ขณะที่เธอออกเรือไปแถว ๆ เมืองท่าแฮมเมอร์เฟส โดยจังหวะนั้น เธอเผลอทำโทรศัพท์ตกน้ำ และทำใจแล้วว่าคงไม่ได้คืน แต่ปรากฏว่าเพียงไม่กี่นาที มีวัตถุขนาดใหญ่เคลื่อนไหวอยู่ใกล้กับเรือของเธอ และเมื่อมันโผล่ขึ้นมา จึงเห็นว่าเป็นวาฬเบลูกาสีขาวกำลังคาบไอโฟนของเธอไว้ในปากและยื่นเพื่อคืนให้กับเธอ เหตุการณ์นี้ยิ่งตอกย้ำสมมติฐานว่าวาฬเบลูกาตัวนี้น่าจะไม่ใช่วาฬธรรมดา แต่ได้ผ่านการฝึกฝนอย่างดีถึงขนาดว่าอาจจะเป็นสายลับ เพราะเป็นตัวเดียวกันกับที่เคยเป็นข่าวดังว่าว่ายน้ำมาประชิดเรือของชาวประมง โดยมีสายรัดลำตัวเขียนว่ามาจากรัสเซีย และยังติดกล้องโกโปรมาด้วย อย่างไรก็ตามภายหลังจากที่มีข่าวลือ กองทัพรัสเซียได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีโปรแกรมฝึกวาฬให้เป็นสายลับ พร้อมทั้งอ้างว่าอาจจะเป็นวาฬที่ถูกฝึกให้เป็นมิตรกับคน […]

รัสเซียยอมปล่อยวาฬนับร้อย พ้น ‘คุกวาฬ’ หลังทั่วโลกเรียกร้อง

จากกรณี วาฬ จำนวน 97 ตัวซึ่งประกอบไปด้วยวาฬเพชฌฆาต 10 ตัว และวาฬเบลูก้า 97 ตัว ถูกจับมาจากมหาสมุทรเมื่อปีที่แล้วโดยบริษัทเอกชนของรัสเซียจำนวน 4 แห่ง ซึ่งมีแผนจะขายพวกมันให้กับบรรดาสวนน้ำ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในจีน โดยถูกขังไว้ใน คุกวาฬ ใกล้เมืองท่า นาค็อดก้า ติดกับทะเลญี่ปุ่น (Sea of Japan) กรณีดังกล่าวถูกตีแผ่โดยบรรดากลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องสิทธิสัตว์หลายแห่ง รวมถึงนักแสดงฮอลลีวู้ดชื่อดังอย่าง ลีโอนาร์โด ดิแคพริโอ และพาเมล่า แอนเดอร์สัน นำมาซึ่งการล่ารายชื่อผ่านโลกออนไลน์กว่า 1.5 ล้านชื่อ เพื่อเรียกร้องให้ทางการรัสเซียเข้ามาแทรกแซง และปล่อยวาฬเหล่านี้เป็นอิสระ ล่าสุดมีรายงานว่า รัฐบาลรัสเซียภายใต้การนำของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ได้สั่งดำเนินคดีตามกฎหมายกับบริษัทเอกชน 4 แห่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และมีการทำข้อตกลงกับนานาชาติให้มีการปล่อยตัวพวกมัน โดยที่การปล่อยพวกมันคืนสู่มหาสมุทรจะอยู่ภายใต้การดูแลของนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้แน่ใจว่า พวกมันจะสามารถเอาตัวรอดได้ตามธรรมชาติ หากได้รับอิสระ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  

ญี่ปุ่นเมินนานาชาติ เดินหน้าล่าวาฬเพื่อการค้ากลางปีหน้า

ญี่ปุ่น ประกาศถอนตัวจากการเป็นสมาชิกของคณะกรรมการล่าวาฬสากล(IWC ) หลังองค์กรดังกล่าวมีคำสั่งแบนประเทศสมาชิกจากการล่าวาฬเพื่อการค้าตั้งแต่ปี 1986 ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาประเทศ โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า จะแจ้งการตัดสินใจดังกล่าวไปยัง IWC ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะมีผลอย่างเป็นทางการภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2562 และในเดือนกรกฎาคม ญี่ปุ่นจะเริ่มออกเรือล่าวาฬเพื่อการค้าอีกครั้งโดยจะจำกัดในน่านน้ำญี่ปุ่น และในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ ไม่ล่าในมหาสมุทรแอนตาร์กติก หรือในเขตขั้วโลกใต้ ญี่ปุ่นเข้าเป็นสมาชิก IWC ในปี 1951 ซึ่งก็เผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากตะวันตกมาโดยตลอดว่าใช้การศึกษาวิจัยบังหน้าเพื่อล่าวาฬในมหาสมุทร ซึ่งการถอนตัวจาก IWC หมายความว่าเรือประมงญี่ปุ่นจะสามารถล่าวาฬมิงค์และชนิดอื่น ๆ ที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองในน่านน้ำชายฝั่งของตนเองได้ แต่จะไม่สามารถล่าเพื่อการวิจัยในน่านน้ำแอนตาร์กติกได้อีกต่อไป ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

วาฬนำร่อง กว่า 145 ตัวเกยตื้นตายบนชายหาดนิวซีแลนด์

วานนี้ (25 พ.ย.)  สำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของนิวซีแลนด์เปิดเผยว่าพบวาฬนำร่อง 145 ตัวนอนเกยตื้น ตายเกลื่อนบริเวณชายฝั่งของเกาะสจวร์ตในนิวซีแลนด์ ซึ่งอยู่ห่างจากเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ราว 30 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่คาดว่าฝูงวาฬเหล่านี้น่าจะเกยตื้นบริเวณชายหาดมาเป็นเวลา 1 วันแล้ว และเปิดเผยว่าในช่วงที่เดินทางไปถึงเกาะก็พบว่ามีวาฬกว่า 70ตัวที่ตายแล้ว เจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจการุณยฆาตวาฬที่เหลือ เนื่องจากสภาพอาการของวาฬไม่ค่อยดีนัก และไม่สามารถเคลื่อนย้ายวาฬทั้งหมดลงน้ำได้ ทั้งนี้ เหตุวาฬเกยตื้นมักเกิดขึ้นบ่อยครั้งในนิวซีแลนด์ โดยในแต่ละปีจะมีเหตุในลักษณะนี้ถึง 85 ครั้ง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นวาฬเพียงแค่ตัวเดียว ไม่ค่อยพบวาฬเกยตื้นเป็นฝูง ส่วนสาเหตุที่ทำให้วาฬเกยตื้นยังไม่ทราบแน่ชัด ซึ่งอาจเกิดจากความเจ็บป่วย กระแสน้ำ สภาพอากาศ และสัตว์นักล่า ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

วาฬสเปิร์มเกยตื้นตายบนหาดอินโดฯ พบขยะพลาสติกเต็มท้อง

พบวาฬสเปิร์มขนาดใหญ่ที่มีความยาวลำตัวถึง 9.5 เมตร ตายใกล้ชายหาดเกาะกาโปต้า ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะสุลาเวสีของอินโดนีเซีย รายงานข่าวซึ่งอ้างเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติวากาโตบิ ของอินโดนีเซียระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่า วาฬสเปิร์มตัวนี้ มีปริมาณขยะพลาสติกเกือบ 6 กิโลกรัม ซึ่งรวมถึงถ้วยน้ำพลาสติก 115 ใบ ถุงพลาสติก กระเป๋า และรองเท้าแตะอยู่ในท้อง อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ยังไม่สรุปว่า ขยะทั้งหมดที่ถูกพบในท้องของวาฬตัวนี้ เป็นสาเหตุที่ทำให้มันตายจริงหรือไม่ ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา วาฬไพล็อตตัวหนึ่งได้ตายลงในน่านน้ำของไทย ซึ่งจากการตรวจสอบของทีมสัตวแพทย์ไทย พบสาเหตุว่า ขยะพลาสติกกว่า 80 ชิ้นในท้องของมันเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ญี่ปุ่นเตรียมจี้นานาชาติแก้กฎ ไฟเขียวล่าวาฬเพื่อการค้า

ทีมผู้แทนของรัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมเสนอแผนให้นานาชาติ สามารถกลับมา ล่าวาฬ เพื่อการค้าได้อีกครั้งในระหว่างการประชุมที่เมืองฟลอเรียโนโพลิส ในประเทศบราซิล ตามแผนการของญี่ปุ่นระบุว่า การเปิดล่าวาฬเพื่อการค้าจะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการจัดพื้นที่อนุรักษ์ในมหาสมุทรเพื่อให้วาฬหลายชนิดได้มีโอกาสเพิ่มจำนวนประชากรในธรรมชาติ ถึงแม้แผนการนี้จะเผชิญกระแสต่อต้านจากบรรดากลุ่มอนุรักษ์และสมาชิกอีกหลายประเทศภายในคณะกรรมการการล่าวาฬที่ต้องการให้ประชาคมโลก แบนการล่าวาฬเพื่อการค้าต่อไป ตลอดหลายปีมานี้ ญี่ปุ่น รวมถึงหลายประเทศในยุโรป เช่น นอร์เวย์และไอซ์แลนด์ ยังคงเปิดการล่าวาฬจำนวนมากโดยใช้ข้ออ้างว่า เป็นการล่าวาฬเพื่อการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ทั้งที่วาฬทั้งหมดถูกล่าเพื่อนำเนื้อและชิ้นส่วนต่างๆไปใช้ในการบริโภคในเชิงพาณิชย์ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

เมื่อลองมองกันดีๆ ทั้ง ‘วาฬ-โลมา’ ก็มีอะไรบางอย่างที่ดูคล้ายๆ กับมนุษย์

อย่างที่เราคงเคยอ่านหรือได้ยินมาบ้าง ว่ากะลาสีเรือในสมัยก่อนนั้นเปรียบเทียบโลมาเป็นเหมือนโฉมงามแห่งท้องทะเล จนใครหลายๆ คนมองว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในทะเลเหล่านี้เป็นนางเงือก หรือสิ่งมีชีวิตครึ่งคนครึ่งปลาอย่างที่เขียนไว้ในตำราโบราณของหลายๆ ชาติ ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับคนสมัยใหม่แล้ว เราแทบไม่มีอะไรใกล้เคียงกันเลยสักนิด แถมต้นตระกูลของมนุษย์เองก็แยกสายวิวัฒนาการกับพวกวาฬและโลมามานานนับล้านปีแล้ว แต่หากลองเทียบตามลักษณะทางกายภาพบางอย่างแล้ว ก็คงไม่แปลกที่คนสมัยก่อน หรือคนบางกลุ่มจะคิดว่า…พวกมันเหมือนเรามากจริงๆ ที่มา – sivator.com

ฝูงวาฬ เกยตื้นหมู่กว่า 150 ตัวบนชายหาดออสเตรเลีย สาเหตุยังปริศนา

เกิดเหตุวาฬนำร่องครับสั้น (short-finned pilot whales) 150 ตัวเกยตื้นที่ชายหาดอ่าวฮาเมลิน ทางตอนใต้ของเมืองเพิร์ท ประเทศออสเตรเลีย เจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบและช่วยเหลือ ก่อนปิดอ่าวเพราะเกรงอันตรายจากฉลามที่จะตามมากินซาก โดยพบวาฬตายกว่า 135 ตัว รอดเพียง 15 ตัวเท่านั้น ปกติแล้ววาฬนำร่องครีบสั้นอาศัยอยู่ในเขตร้อน ซึ่งมักอยู่รวมกันเป็นฝูงขนาดใหญ่ ดังนั้นเมื่อเกิดการเกยตื้นจึงเกยตื้นด้วยกันยกฝูง ทั้งนี้สาเหตุของการเกยตื้นครั้งนี้ยังเป็นปริศนา โดยเหตุการณ์วาฬเกยตื้นหมู่ที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียเกิดขึ้นมืองดันสโบโรห์ ในปี 1996 มีวาฬนำร่องครีบยาวเกยตื้นทั้งหมด 320 ตัว และรอดชีวิตเพียง 20 ตัวเท่านั้น ขอบคุณ AFP / ภาพ Social Media via Reuters

หรือนี่จะเป็นเหตุผลที่ชวนให้หลายๆ คนอดคิดไม่ไว่า ‘โลมา-วาฬ’ นั้นคล้าย ‘มนุษย์’

คงเป็นความเชื่อนมนานกาเลของบรรพบุรุษเราที่คิดว่าในท้องทะเลนั้นมีสิ่งมีชีวิตที่รูปร่างเป็นครึ่งคนครึ่งปลาอาศัยอยู่ ซึ่งได้รับการพิสูจน์มานานหลายร้อยปีแล้วว่าสิ่งที่ถูกเข้าใจผิดนั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่นางเงือก แต่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลอย่างวาฬและโลมาต่างหาก และเชื่อว่าคงคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่คิดว่า เรากับมันนั้นไม่มีอะไรเหมือนกันเลยสักนิด แต่ถ้าลองเทียบกันดูตามลักษณะทางกายภาพบางอย่างแล้ว ก็ไม่น่าแปลกที่คนบางกลุ่มจะคิดว่าพวกมันเหมือนเรามากๆ จนชวนให้คนยุคแรกที่ไม่รู้จักสัตว์ชนิดนี้ คิดว่ามันคือสิ่งมีชีวิตครึ่งคนครึ่งปลาจริงๆ แม้จะดูคล้ายกันเพียงใด แต่ความจริงแล้วบรรพบุรุษของเรากับมันนั้น วิวัฒนาการแยกออกจากกันจนกลายเป็นสัตว์คนละสายพันธุ์ตั้งแต่เมื่อหลายล้านปีก่อนแล้ว ที่มา : sivator.com

ชมคลิปช่วยวาฬเกยตื้นล้มเหลวที่ออสเตรเลีย สุดท้ายต้องวางยาให้ตาย

ทางการท้องถิ่นในรัฐนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลีย ตัดสินใจวางยาปลิดชีพวาฬหลังค่อมตัวหนึ่งให้มันเสียชีวิตในวันเสาร์ (10 มิ.ย.) หลังจากที่มันหลงทางมาเกยตื้นอยู่บนชายหาดแห่งหนี่งทางตะวันออกของออสเตรเลียนานกว่า 1 วัน ขณะที่ความพยายามในการช่วยเหลือให้มันได้กลับลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิกก็ประสบความล้มเหลว   รายงานข่าวระบุว่า วาฬหลังค่อมเพศผู้ตัวนี้เกิดพลัดหลงเส้นทางในระหว่างที่มันกำลังอพยพไปยัง “น่านน้ำที่อุ่นกว่า” ทางตอนเหนือของออสเตรเลีย  และการหลงทางครั้งนี้ส่งผลให้มันมาเกยตื้นที่ชายหาดซอว์เทลล์ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ตั้งแต่วันศุกร์ (9 มิ.ย.)   หลังข่าวพบวาฬหนุ่มตัวนี้เกยตื้นถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาพลเมืองดีจิตอาสา ตลอดจนเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพิทักษ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติประจำรัฐนิวเซาท์เวลส์    ได้รุดเข้ามาดูแลเจ้าวาฬเคราะห์ร้ายตัวนี้  แม้สภาพของมันจะอิดโรยและย่ำแย่ลงเรื่อยๆ   อย่างไรก็ดี แผนการช่วยเหลือให้มันได้กลับลงสู่มหาสมุทรมีอันต้องล้มเลิกไป เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ และคลื่นลมที่รุนแรง   เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตัดสินใจวางยาให้มันตาย  แทนการปล่อยให้มันทรมานอยู่บนชายหาดต่อไป   ทั้งนี้ ข้อมูลจากบรรษัทกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติออสเตรเลีย (เอบีซี) คาดการณ์ว่า ในแต่ละปี   จะมีวาฬหลังค่อมราว 30,000 ตัว ว่ายผ่านน่านน้ำของออสเตรเลียเป็นประจำทุกปี คลิปวิดีโอ ขอบคุณ News Compass

keyboard_arrow_up