“เชียงราย ยูไนเต็ด – ฉะเชิงเทรา เอฟซี” ชูป้าย #SaveHakeem ให้กำลังใจ “ฮาคีม”

สืบเนื่องจากกรณีที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้คุมตัว ฮาคีม อัล โอไรบี อายุ 25 ปี อดีตนักฟุตบอลกัปตันทีมชาติบาห์เรน จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มาที่ศาลอาญา ถนนรัชดา ตามการนัดสอบปากคำให้การ หลังอัยการสูงสุด ยื่นคำร้องขอส่งตัวนายฮาคีม ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนกลับไปรับโทษที่ประเทศบาห์เรน ในข้อหาลอบวางเพลิง เผาทำลายทรัพย์สินราชการ เมื่อปี พ.ศ. 2555 โดยระหว่างที่นายฮาคีม ถูกเจ้าหน้าที่นำตัวมาส่งที่ศาล เจ้าตัวมีใบหน้าเคร่งเครียด พร้อมกับตะโกนว่าตนไม่ต้องการเดินทางกลับไปยังประเทศบาห์เรน (อ่านเพิ่มเติม : อัปยศ!! สุณัย ทวิตฉะ หลังไทยตีตรวน “ฮาคีม” ประหนึ่งนักโทษ / สถานทูตออสเตรเลีย ย้ำ “ฮาคีม” ได้รับสถานะผู้ลี้ภัย วอนส่งกลับออสเตรเลีย) ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า ในโลกออนไลน์ได้มีการทวิตโพสต์จากทวิตเตอร์ Amnesty Thailand ที่ได้โพสต์ภาพแข่งขันนัดพิเศษระหว่าง “สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด” และ “ฉะเชิงเทรา เอฟซี” ณ สนามกีฬาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา โดยนักฟุตบอลของทั้งสองทีมร่วมกับแอมเนสตี้ รณรงค์ด้วยการใส่เสื้อยืดและถือป้ายเพื่อแสดงพลังว่านักฟุตบอลจะยืนเคียงข้างกัน https://twitter.com/AmnestyThailand/status/1092043156630065152

สาวซาอุฯ เปิดใจหลังลี้ภัยไปแคนาดา เผยเป็นความเสี่ยงที่คุ้มค่า

จากกรณีนางสาวราฮาฟ โมฮัมเหม็ด อัล กูนุน วัย 18 ปี ที่ได้ลี้ภัยจากประเทศซาอุอาระเบีย และถูกกักตัวไว้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่ไทยจะส่งตัวให้สำนักงานของหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เป็นผู้ดำเนินการ โดยเธอถูกส่งตัวให้ไปลี้ภัยที่แคนาดานั้น ล่าสุดนาวสาวราฮาฟได้ให้สัมภาษณ์เปิดใจกับสื่อของแคนาดาเป็นครั้งแรก หลังเดินทางถึงเมืองโตรอนโตในฐานะผู้ลี้ภัยเพื่อหนีครอบครัวที่ทำร้ายและข่มเหงเธอ นางสาวราฮาฟ บอกว่า การตัดสินใจหนีออกจากครอบครัวถือเป็นความเสี่ยงที่คุ้มค่า และเธอก็รู้สึกปลอดภัยเมื่อได้อยู่ในแคนาดา ซึ่งเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญและเคารพเรื่องสิทธิมนุษยชน โดยเธอตั้งใจที่จะหางานทำ และเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่ พร้อมกับหวังว่าเรื่องราวของเธอจะทำให้คนทั่วโลกเข้าใจสิ่งที่ผู้หญิงซาอุอาระเบียต้องเผชิญ เพราะผู้หญิงซาอุดิอาระเบียมักถูกปฏิบัติเหมือนกับทาส หรือสิ่งของ ไม่มีอิสระในใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเลือกคู่แต่งงาน การเรียน หรืออาชีพ นางสาวราฮาฟ ยังได้ระบุในบทสัมภาษณ์ด้วยว่า ครอบครัวเคยกักบริเวณเธอนานถึง 6 เดือน เพียงเพราะเธอตัดผมของตัวเอง และหลายครั้งที่คนในครอบครัวทำร้ายเธอถึงขั้นเลือดตกยางออกด้วย ทั้งนี้เรื่องของนางสาวราฮาฟเป็นที่สนใจไปทั่วโลก หลังเธอโพสขอความช่วยเหลือผ่านทางทวิตเตอร์ส่วนตัว เมื่อถูกกักตัวไว้ที่สนามบินสุวรรณภูมิและถูกยึดหนังสือเดินทางขณะพยายามต่อเครื่องบินเพื่อเดินทางไปลี้ภัยในออสเตรเลีย โดยเธอเกรงว่าหากทางการไทยส่งตัวเธอกลับไปหาครอบครัว เธออาจถูกฆ่าตายได้ จนในที่สุดสหประชาชาติได้เข้ามาช่วยเหลือ และทำเรื่องรับรองสถานะผู้ลี้ภัยให้กับเธอ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไทยไม่ส่งกลับสาวซาอุฯ ขอลี้ภัย ส่ง UNHCR ดูแลต่อ

จากกรณีนางสาวราฮาฟ โมฮัมเหม็ด อัล กูนูน สาววัย 18 ปี ที่หลบหนีครอบครัวมาจากประเทศซาอุดิอาระเบีย และขังตัวเองในห้องโรงแรม หลังถูกกักตัวไว้ที่สนามบินสุวรรณภูมิได้พบกับนายจูเซ็ปเป้ เดอ วินเซ็นทีส ผู้แทนจากสำนักงานของหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR ประจำประเทศไทยแล้วเมื่อวานนี้(7 ม.ค. 61) โดยนายเดอ วินเซ็นทิส จากยูเอ็นเอชซีอาร์ได้ขอให้ทางการไทยอย่าส่งตัวนางสาวราฮาฟกลับไปหาครอบครัว เนื่องจากเกรงว่าหากถูกส่งตัวกลับ เธอจะถูกญาติและครอบครัวฆ่าหรือทำรายได้ พร้อมกับรับรองว่านางสาวราฮาฟว่าจะไม่ถูกส่งตัวกลับไปยังบ้านเกิดอย่างแน่นอน โดยในระหว่างนี้นางสาวราฮาฟได้เดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว และจะยังคงอยู่ในประเทศไทยภายใต้การดูแลของยูเอ็นเอชซีอาร์ระหว่างรอพิจารณาทำเรื่องส่งตัวเธอไปยังประเทศอื่น ทั้งนี้นางสาวราฮาฟได้ถูกกักตัวห้ามเข้าไทย เนื่องจากเธอไม่มีตั๋วเครื่องบินขากลับ หลักฐานการจองที่พัก หรือหลักฐานที่แสดงว่าเป็นนักท่องเที่ยว โดยเธอระบุว่าหนังสือเดินทางของเธอถูกเจ้าหน้าที่สถานทูตซาอุดิอาระเบียประจำไทยยึดไป ซึ่งหลังจากนั้นเธอก็ได้อัพเดทความคืบหน้าสถานการณ์ของเธอผ่านทางออนไลน์ ระหว่างถูกกักตัวในสนามบิน และทำให้ข่าวของเธอเป็นที่สนใจไปทั่วโลก ด้านพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระบุว่า ได้รับอนุญาตให้เข้าไทยเป็นการชั่วคราว โดยทาง UNHCR จะใช้เวลา 5 วันที่ทำเรื่องส่งตัวเธอไปลี้ภัยในประเทศที่ 3 โดยสาเหตุที่ต้องเข้มงวดกับชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยเป็นเพราะปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยมากขึ้น และอาจมีอาชญากรข้ามชาติที่แฝงตัวมาในคราบของนักท่องเที่ยว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

‘ศรีวราห์’ ลุ้นอินเตอร์โพลออกหมายแดงตามจับตัว ‘ยิ่งลักษณ์’

เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 60 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ได้ร้องขอตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) ไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (30 ก.ย. 60) ขอให้ออกหมายแดงเพื่อให้ 192 ประเทศสมาชิกทั่วโลก จับกุม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกจากดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรต ไปอังกฤษ พร้อมกับส่งหมายแดงให้อินเตอร์โพล เนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีหมายจับแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของอินเตอร์โพล พร้อมรายงานการพิจารณาขอหมายแดงจับกุมนางสาวยิ่งลักษณ์ ต่ออัยการสูงสุด ทั้งนี้ หากอินเตอร์โพล อนุมัติหมายแดง ตำรวจในประเทศที่เป็นสมาชิกสามารถจับกุมได้ทันที โดยไม่ขอแสดงความเห็นกรณีนางสาวยิ่งลักษณ์ อยู่ในข่ายออกหมายแดงได้หรือไม่ ส่วนผลตรวจดีเอ็นเอเส้นผมและของใช้ส่วนตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่เก็บจากบ้านพักซอยโยธินพัฒนา 3 เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอผู้หญิงที่พบในรถยนต์โตโยต้า คัมรี่ ที่ตรวจยึดได้ว่าเป็นรถยนต์ที่พานางสาวยิ่งลักษณ์ ไปยัง จ.สระแก้วหรือไม่ คาดจะทราบผลดีเอ็นเอ 1-2 วันนี้ หากดีเอ็นเอเป็นของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็จะมีการดำเนินคดี […]

ยังไร้คำตอบจากอังกฤษ ‘ยิ่งลักษณ์’ อยู่ลอนดอนหรือไม่ ใกล้สรุปผลสอบ ‘พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์’ พาปูหลบหนี

ยังไม่มีคำยืนยันจากทางการอังกฤษว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยู่ในประเทศ หลังจากทางการไทย ประสานเรื่องไป ส่วนความคืบหน้า ในการตรวจสอบนายตำรวจ ที่พา น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนี ล่าสุดผลการสอบคืบหน้าไปกว่าร้อยละ 90 แล้ว โดยเมื่อวันที่ 3 ต.ค. 60 พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณี พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น.5 มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรีหลบหนีออกนอกประเทศ เปิดเผยว่าขณะนี้การสืบสวนข้อเท็จจริงมีความคืบหน้าไปมากกว่าร้อยละ 90 เหลือเพียงคำชี้แจงจาก พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ และผลการตรวจดีเอ็นเอภายในรถคัมรี่ต้องสงสัยที่ใช้ในการหลบหนี ที่คาดว่าจะรู้ผลในอีก 1-2 วันนี้ เพื่อนำมาประกอบเป็นหลักฐานพิจารณาทั้งทางวินัยและอาญาที่เกี่ยวข้อง หาก พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ เข้าชี้แจงก็สามารถสรุปความเห็นได้ทันที โดยในส่วนของคดีอาญา หากพบความผิดจะส่งความเห็นให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินคดีต่อ ขณะที่ทางวินัยซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดถึงไล่ออก ก็จะเสนอความเห็นให้รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รรท.ผบช.น.) มีคำสั่งต่อไป ส่วนการติดตามตัวอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ […]

ซีเอ็นเอ็นอ้างแหล่งข่าวพรรคเพื่อไทย ยัน ‘ยิ่งลักษณ์’ อยู่ลอนดอน เตรียมขอลี้ภัยอังกฤษ (คลิป)

ข้อมูลการข่าวของรัฐบาลทีระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมตรี อยู่ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ดูจะขัดกับรายงานข่าวในหน้าเว็บไซต์ของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นเช้าวันนี้ (29 ก.ย.60) ที่บอกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ที่กรุงลอนดอน และกำลังดำเนินการขอลี้ภัยทางการเมืองที่ประเทศอังกฤษ โดยยืนยันว่าเป็นข้อมูลที่ได้มาจากแหล่งข่าวภายในพรรคเพื่อไทย แหล่งข่าวยังเปิดเผยด้วยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางออกจากดูไบ ไปที่กรุงลอนดอนตั้งแต่เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งทางผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของอังกฤษเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม.

keyboard_arrow_up