นายกฯ ชี้ ‘อาเซียน’ มุ่งลดใช้พลังงาน-ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก

วันที่ 23 ก.ย. 62 เวลา 15.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ (UN) นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74 ในวันที่ 2 โดยเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ นายกรัฐมนตรีกล่าวในนามอาเซียนว่า พร้อมมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันกับประชาคมโลกเพื่อดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อาเซียนมีความเปราะบางสูงต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบที่เพิ่มขึ้นก็เป็นภัยคุกคามต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของภูมิภาค ดังนั้นอาเซียนจึงพยายามดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศกับประชาคมโลกในทุกระดับ ในระดับโลก อาเซียนสนับสนุนความพยายามในการแก้ปัญหาภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมดได้เข้าเป็นภาคีความตกลงปารีส และได้ประกาศการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDCs) แล้ว ในระดับภูมิภาค อาเซียนได้ดำเนินมาตรการยุทธศาสตร์ภายใต้แผนงานประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน 2025 เพื่อมุ่งสู่การมี สภาพภูมิอากาศที่ยั่งยืน และชุมชนที่มีภูมิต้านทาน โดยมีเป้าหมายที่สำคัญประกอบด้วย 1. เป้าหมายด้านการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน อาเซียนได้บรรลุเป้าหมายของภูมิภาคในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้ลดความเข้มข้นในการใช้พลังงานมากกว่าร้อยละ 21.9 เมื่อเทียบกับปี 2005 เกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้สำหรับปี 2020 และอาเซียนจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรลุเป้าหมายระยะยาวในการลดความเข้มข้นในการใช้พลังงานลงร้อยละ 30 ภายในปี 2025 และได้กำหนดเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นร้อยละ 23 […]

‘บิ๊กตู่’ โชว์ความสำเร็จหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ในเวที UN ชี้เข้าถึงปชช.ทุกระดับ

วันที่ 23 ก.ย. 62 เวลา 9.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ (UN) นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74 ในวันที่ 2 โดยเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมเต็มคณะระดับสูงว่าด้วยหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (High-level Meeting on Universal Health Coverage) ในการประชุมว่าด้วยหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า พล.อ. ประยุทธ กล่าวว่า ความสำเร็จด้านสาธารณสุขของไทยมีพื้นฐานจากระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ครอบคลุมประชากรเกือบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ การลงทุนด้านสุขภาพเป็นการลงทุนทั้งเพื่อปัจจุบันและอนาคต ประชาชนที่มีสุขภาพดีจะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้มีความมั่นคงมั่งคั่ง และยั่งยืน เป้าหมายการมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าสามารถทำได้จริง หากมีความมุ่งมั่นและตั้งใจ ทั้งนี้อยู่บนพื้นฐานของหลักการ 3 ประการด้วยกัน หนึ่งคือ ความเท่าเทียม โดยรัฐบาลไทยได้พัฒนาระบบสาธารณสุขเพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึง และตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 62 ไทยจะขยายสิทธิประโยชน์ให้รวมถึงการให้ยาต้านไวรัสเอชไอวีก่อนการสัมผัสเชื้อแก่ประชากรกลุ่มเสี่ยง สานต่อความสำเร็จของโครงการในพระดำริของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทูตสันถวไมตรีของโครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติในการป้องกันเอชไอวีในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก สองคือ ประสิทธิภาพ […]

ยูเอ็นเผยสถิติ มีคนฆ่าตัวตายทุก 40 วินาที – ไทยอัตราฆ่าตัวตายสูงสุดในอาเซียน

องค์การอนามัยโลก กำหนดให้วันที่ 10 กันยายนของทุกปี เป็นวันป้องกันการฆ่าตัวตาย เพื่อให้ทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญของปัญหานี้ โดยจากสถิติ พบว่า อัตราการฆ่าตัวตายเกิดขึ้นโดยเฉลี่ยทุก 40 วินาที โดยข้อมูลนี้ได้รับการเปิดเผยโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น เนื่องในวันป้องกันการฆ่าตัวตายสากล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศต่างๆ ร่วมกันหามาตรการป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ สถิติของยูเอ็น ระบุไว้ว่า ในแต่ละปี มีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายปีละราวๆ 8 แสนคน คิดโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1 คนในทุก ๆ 40 วินาที ส่วนใหญ่ผู้ชายก่อเหตุมากกว่าผู้หญิง ยกเว้นบางประเทศ เช่นจีน ที่มีสัดส่วนผู้หญิงมากกว่า ขณะที่วิธีการที่ถูกใช้มากที่สุดมีทั้งการกินยาฆ่าแมลง แขวนคอ และการใช้ปืน ทั้งนี้ จากรายงานการจัดอันดับประเทศที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงที่สุดในโลกประจำปี 2019 โดยคำนวณจากสัดส่วนประชากร 1 แสนคน พบว่าลิทัวเนียมาเป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 31.9 คน ตามมาด้วยรัสเซีย 31 คน กายอานา เกาหลีใต้ และเบลารุส ขณะที่ญี่ปุ่น ซึ่งได้ชื่อว่ามีสภาพสังคมเคร่งเครียดมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก อยู่ในอันดับ […]

ยูเอ็นคาด ประชากรโลกพุ่งแตะ 9.7 พันล้านคน ในอีก 30 ปี

รายงานขององค์การสหประชาชาติหรือ UN เผย ประชากรโลกจะพุุ่งถึง 9.7  พันล้านคน ในปี พ.ศ. 2593 จากปัจจุบันซึ่งมีประชากรอยู่ 7.7 พันล้านคน โดยประชากรในแถบแอฟริกาใต้ซาฮาร่าจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว และอาจจะแตะ 1.1 หมื่นล้านคนในปี พ.ศ. 2643 ภายในปีพ.ศ. 2593 อัตราการเพิ่มของประชากรจะกระจุกอยู่ใน 9 ประเทศคือ อินเดีย ไนจีเรีย  ปากีสถาน คองโก เอธิโอเปีย แทนซาเนีย อินโดนีเซีย อียิปต์ และสหรัฐฯ ในขณะที่ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกอย่างจีน จะมีประชากรลดลงราว 2.2% หรือราว 31.4 ล้านคนระหว่างปี พ.ศ. 2562-2593 และจะมีอีกราว 27 ประเทศที่ประสบปัญหาประชากรลดลงอย่างน้อย 1% เช่นกัน เนื่องจากอัตราการเกิดของประชากรที่ลดลง ขณะเดียวกัน ในรายงานยังได้ระบุว่าในประเทศเบลารุส แอสโทเนีย เยอรมัน ฮังการี อิตาลี ญี่ปุ่น รัสเซีย เซอร์เบีย และยูเครน […]

ไทยไม่ส่งกลับสาวซาอุฯ ขอลี้ภัย ส่ง UNHCR ดูแลต่อ

จากกรณีนางสาวราฮาฟ โมฮัมเหม็ด อัล กูนูน สาววัย 18 ปี ที่หลบหนีครอบครัวมาจากประเทศซาอุดิอาระเบีย และขังตัวเองในห้องโรงแรม หลังถูกกักตัวไว้ที่สนามบินสุวรรณภูมิได้พบกับนายจูเซ็ปเป้ เดอ วินเซ็นทีส ผู้แทนจากสำนักงานของหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR ประจำประเทศไทยแล้วเมื่อวานนี้(7 ม.ค. 61) โดยนายเดอ วินเซ็นทิส จากยูเอ็นเอชซีอาร์ได้ขอให้ทางการไทยอย่าส่งตัวนางสาวราฮาฟกลับไปหาครอบครัว เนื่องจากเกรงว่าหากถูกส่งตัวกลับ เธอจะถูกญาติและครอบครัวฆ่าหรือทำรายได้ พร้อมกับรับรองว่านางสาวราฮาฟว่าจะไม่ถูกส่งตัวกลับไปยังบ้านเกิดอย่างแน่นอน โดยในระหว่างนี้นางสาวราฮาฟได้เดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว และจะยังคงอยู่ในประเทศไทยภายใต้การดูแลของยูเอ็นเอชซีอาร์ระหว่างรอพิจารณาทำเรื่องส่งตัวเธอไปยังประเทศอื่น ทั้งนี้นางสาวราฮาฟได้ถูกกักตัวห้ามเข้าไทย เนื่องจากเธอไม่มีตั๋วเครื่องบินขากลับ หลักฐานการจองที่พัก หรือหลักฐานที่แสดงว่าเป็นนักท่องเที่ยว โดยเธอระบุว่าหนังสือเดินทางของเธอถูกเจ้าหน้าที่สถานทูตซาอุดิอาระเบียประจำไทยยึดไป ซึ่งหลังจากนั้นเธอก็ได้อัพเดทความคืบหน้าสถานการณ์ของเธอผ่านทางออนไลน์ ระหว่างถูกกักตัวในสนามบิน และทำให้ข่าวของเธอเป็นที่สนใจไปทั่วโลก ด้านพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระบุว่า ได้รับอนุญาตให้เข้าไทยเป็นการชั่วคราว โดยทาง UNHCR จะใช้เวลา 5 วันที่ทำเรื่องส่งตัวเธอไปลี้ภัยในประเทศที่ 3 โดยสาเหตุที่ต้องเข้มงวดกับชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยเป็นเพราะปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยมากขึ้น และอาจมีอาชญากรข้ามชาติที่แฝงตัวมาในคราบของนักท่องเที่ยว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ภัยแล้งทำพิษ! ชาวอัฟกันขายลูกแลกสินสอดเพื่อความอยู่รอด

องค์การสหประชาชาติ หรือ UN  เผยว่า ภัยแล้งครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีของอัฟกานิสถาน ส่งผลให้ประชาชนหลายหมื่นคนต้องอพยพย้ายถิ่น ขณะที่หลายครอบครัวจำต้องให้ลูกหลานแต่งงานแลกสินสอดเพื่อความอยู่รอด กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ UNICEF ระบุว่า ประชาชนราว 223,000 คน ต้องย้ายถิ่นฐานไปจากจังหวัดทางภาคตะวันตกของประเทศที่ประสบภัยแล้งในปีนี้ ด้านองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO บอกว่า ครอบครัวชาวอัฟกันต้องอดอาหาร ขายปศุสัตว์ และย้ายเข้าไปในเมืองใหญ่ที่เข้าถึงความช่วยเหลือและบริการต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ครอบครัวที่ต้องย้ายถิ่นฐานบางครอบครัวถูกสถานการณ์บีบบังคับต้องเอาชีวิตรอดด้วยการทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง โดย UNICEF เผยว่ามีเด็ก 161 คนถูกจับหมั้นและแต่งงานระหว่างเดือนกรกฎาคมและตุลาคมที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็นเด็กผู้หญิง 155 คน และเด็กผู้ชาย 6 คน อลิสัน พาร์คเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของ UNICEF บอกว่าเด็ก ๆ กำลังกลายเป็นหลักทรัพย์ เนื่องจากครอบครัวจะได้รับสินสอดจากการให้ลูกสาวแต่งงาน ซึ่งสินสอดที่ได้จะเข้ามาช่วยบรรเทาความลำบากทางการเงิน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไทยผิดคำมั่น! ‘ยูเอ็น’ จี้งดเว้น ‘โทษประหารชีวิต’ โดยเร่งด่วน

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2561 กรมราชทัณฑ์เผยแพร่แถลงการณ์ว่า นายธีรศักดิ์ หลงจิ อายุ 26 ปี ถูกประหารชีวิตด้วยวิธีการฉีดยาหรือสารพิษ เขาถูกตัดสินประหารชีวิตจากเหตุทำร้าย และใช้มีดแทงบุคคลอื่นจนถึงแก่ความตายในภาคใต้ของประเทศไทย จนกระทั่งขณะนี้ เหตุผลของการดำเนินการประหารชีวิต นายธีรศักดิ์ ยังไม่ปรากฏแน่ชัด โดยพิจารณาว่า รัฐบาลไทยมิได้ดำเนินการประหารชีวิตในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา พัฒนาการที่เกิดขึ้นนี้เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง เนื่องจากประเทศไทยได้แสดงให้เห็นถึงแนวทางที่มีความก้าวหน้าสอดคล้องกับรัฐจำนวนมากที่ได้ยกเลิกโทษประหารชีวิตไปแล้ว ทั้งนี้ นางสาวซินเทีย เวลิโก้ ผู้แทนของสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า การนำเอาโทษประหารชีวิตกลับมาใช้ใหม่ สวนทางกับคำมั่นสัญญาของประเทศไทยทั้งในระดับประเทศ และนานาประเทศ ระหว่างการทบทวนสถานการณ์ภาพรวมด้านสิทธิมนุษยชนโดยสมาชิกสหประชาชาติ ตามกลไก Universal Periodic Review เมื่อปี 2559 ประเทศไทยได้ให้คำมั่นว่าจะดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อยกเลิกโทษประหารชีวิต คำมั่นดังกล่าวได้รับการกล่าวย้ำอีกในแผนปฏิบัติการด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติฉบับที่ 3 เราเรียกร้องรัฐบาลไทยให้ดำเนินมาตรการต่างๆ โดยเร่งด่วนเพื่อคืนสู่ภาวะการงดเว้นการใช้โทษประหารชีวิต ในกระบวนการนำไปสู่การยกเลิกโทษประหารชีวิตโดยสมบูรณ์ สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมมนุษยชนฯ ยังคงกังวลใจ จากการถอยหลังของการปฏิรูปโทษประหารชีวิตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การประหารชีวิตที่เกิดขึ้น เป็นภาพสะท้อนอีกภาพหนึ่งของแนวโน้มข้อกังวลในเรื่องนี้

สหประชาชาติ แถลงเสียใจต่อการนำโทษประหารชีวิตกลับมาใช้ในไทย

สืบเนื่องจากกรณีการเผยแพร่เอกสารประชาสัมพันธ์ฉบับหนึ่งของกรมราชทัณฑ์ โดยมีเนื้อหาระบุถึงการลงโทษ ‘ประหารชีวิต’ นักโทษในคดีฆ่าผู้อื่นอย่างทารุณโหดร้ายเพื่อชิงทรัพย์ เมื่อวันที่ 17 ก.ค.55 เหตุเกิดที่จังหวัดตรัง โดยได้มีการทำร้ายและบังคับให้เอาทรัพย์สิน รวมทั้งใช้มีดแทงผู้ตาย รวม 24 แผล เป็นเหตุให้เหยื่อถึงแก่ความตาย ซึ่งได้ดำเนินการเมื่อเวลา 15.00–18.00 น. โดยกรมราชทัณฑ์ ได้ดำเนินการบังคับโทษตามคำพิพากษาของศาล (อ่านเพิ่มเติมที่ : ราชทัณฑ์ประหารนักโทษคนแรกในรอบ 9 ปี – เกิดผลชี้ ‘ปฎิญญาสากล’ ถูกยกเลิกอัตโนมัติ!!) ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (OHCHR) เสียใจอย่างยิ่งต่อการประหารชีวิต นาย ธีรศักดิ์ หลงจิ สหประชาชาติคัดค้านการใช้โทษประหารชีวิตในทุกสถานการณ์ดังที่เน้นย้ำโดยเลขาธิการสหประชาชาติในหลายวาระ เมื่อเย็นวานนี้ กรมราชทัณฑ์เผยแพร่แถลงการณ์ว่านายธีรศักดิ์ อายุ 26 ปี ถูกประหารชีวิตด้วยวิธีการฉีดยาหรือสารพิษ เขาถูกตัดสินประหารชีวิตจากเหตุทำร้ายและใช้มีดแทงบุคคลอื่นจนถึงแก่ความตายในภาคใต้ของประเทศไทย จนกระทั่งขณะนี้ เหตุผลของการดำเนินการประหารชีวิตนายธีรศักดิ์ยังไม่ปรากฏแน่ชัด โดยพิจารณาว่ารัฐบาลไทยมิได้ดำเนินการประหารชีวิตในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา พัฒนาการที่เกิดขึ้นนี้เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง เนื่องจากประเทศไทยได้แสดงให้เห็นถึงแนวทางที่มีความก้าวหน้าสอดคล้องกับรัฐจำนวนมาก ที่ได้ยกเลิกโทษประหารชีวิตไปแล้ว […]

สหประชาชาติฟีเวอร์ไม่แพ้กัน!! ทูตความมั่นคงยูเอ็น พร้อมใจสวมเสื้อบอลต้อนรับบอลโลก

บรรยากาศความคึกคักของเวิลด์คัพไม่ได้จำกัดเฉพาะในสนามเท่านั้น แม้แต่ในที่ประชุมขององค์กรระดับโลกอย่างสหประชาชาติก็ฟีเวอร์ไม่แพ้กัน ที่ประชุมของสมัชชาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติคึกคักขึ้น เมื่อบรรดาทูตพิเศษประจำยูเอ็นจากประเทศสมาชิก 15 ชาติ พร้อมใจกันใส่เสื้อบอลทีมชาติของตัวเอง เพื่อร่วมต้อนรับเทศกาลบอลโลก นำโดยนายแอนโทนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการยูเอ็น ซึ่งมาในชุดเสื้อสีดำ แถมยังห้อยนกหวีดที่คอ ซึ่งในช่วงที่มีการถ่ายภาพ นายกูเตอร์เรสยังหยิบใบเหลืองออกมาจากกระเป๋าเสื้อและชูขึ้นด้วย หลังจากนั้น คณะทูตพิเศษแห่งยูเอ็นต่างก็โชว์ฟอร์มเตะบอลกันต่อหน้าสื่อมวลชน น่าจะเป็นการเตะบอลครั้งแรกในห้องประชุมของยูเอ็นเอสซีเลยก็ว่าได้ ซึ่งในจังหวะที่กำลังเตะบอลอยู่นั้น ท่านทูตจีนกลับถือไม้ปิงปองมาร่วมถ่ายภาพด้วย เรียกเสียงหัวเราะจากบรรดาเจ้าหน้าที่อย่างสนุกสนาน ส่วนการแข่งขันที่กำลังจะเกิดขึ้นวันนี้ (15 มิ.ย.) เป็นการพบกันของทีมชาติอียิปต์กับอุรุกวัย ที่สนามในเมืองเยก้าเตรินบูร์ก ซึ่งตอนนี้บรรดาแฟนบอลของทั้งสองทีมมีการนัดรวมตัวเพื่อเตรียมเชียร์กันอย่างคึกคัก บางคนลงทุนแต่งตัวด้วยชุดคอสตูมฟาโรห์เพื่อให้กำลังใจทีมชาติและนักเตะคนโปรด โดยเฉพาะโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ กองหน้าดาวดังของทีม ทั้งนี้ ถ่ายทอดสดทางช่องอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 หรือออนไลน์ที่ http://bit.ly/2M5T9SO

ลูกจ้าง ‘ยูเอ็น’ หยุดงานประท้วงสหรัฐฯ เหตุตัดเงินช่วยเหลือ ทำ รร.-รพ. ต้องหยุดทำการ

รายงานข่าวระบุว่า มีการประท้วงของเหล่าลูกจ้างองค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) ที่เมืองกาซ่า ซิตี้ ที่เป็นเมืองเอกของฉนวนกาซ่า สาเหตุมาจากที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศระงับแผนจ่ายเงินช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ผ่านองค์การสหประชาชาติประจำปีนี้จำนวน 65 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2,000 ล้านบาท โดยการหยุดงานประท้วงที่เกิดขึ้นส่งผลให้โรงเรียนจำนวน 278 แห่งต้องปิดการเรียนการสอน และเด็กนักเรียนชาวปาเลสไตน์กว่า 300,000 คนต้องหยุดเรียน เช่นเดียวกับคลีนิก และโรงพยาบาลสนามอีกหลายแห่ง ตลอดหลายปีมานี้ พื้นที่ฉนวนกาซ่าซึ่งเป็นบ้านของชาวปาเลสไตน์กว่า 2 ล้านคนถูกปิดล้อมจากอิสราเอล ทำให้ประชาชนในพื้นที่ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ท่ามกลางอัตราว่างงานที่พุ่งสูงถึงร้อยละ 46 ขณะที่เงินช่วยเหลือจากสหรัฐฯ และรัฐบาลอีกหลายประเทศถือเป็นเงินทุนที่มีความจำเป็นที่ช่วยให้โรงเรียนและสถานพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่สามารถเปิดดำเนินการต่อไปได้

สมัชชาใหญ่ยูเอ็นลงคะแนนล้นหลาม โหวตคว่ำวาระ ‘เยรูซาเล็ม’ ให้คำประกาศมะกันเป็นโมฆะ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สมัชชาใหญ่สหประชาชาติลงคะแนนเสียงอย่างล้นหลาม 128 ต่อ 9 เสียง คว่ำวาระ “เยรูซาเล็ม” ด้านปาเลสไลน์ขอบคุณผู้ไม่สนับสนุนจุดยืนของสหรัฐฯ ส่วนสหรัฐฯ เองก็เตรียมเชิญประเทศพันธมิตรที่ลงคะแนนเข้าข้าง ให้มาร่วมงานเลี้ยงพิเศษที่จะจัดช่วงหลังปีใหม่ หลังจากที่สหรัฐฯ ออกมาประกาศรับรองให้ “นครเยรูซาเล็ม” เป็นเมืองหลวงของอิสราเอล จนเกิดกระแสต่อต้านไปทั่วโลก เพราะว่าเยรูซาเล็มถือเป็นพื้นที่พิพาทระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ซึ่งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา “อียิปต์” สมาชิกหมุนเวียนได้นำวาระดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ แต่ถูกสหรัฐฯ วีโต้จนตกไป ถึงแม้ประเทศที่เหลือทั้งหมดอีก 14 ประเทศจะลงคะแนนสู้ก็ตาม ต่อมาตุรกีได้เป็นตัวตั้งตัวตีนำวาระนี้เข้าสู่สมัชชาใหญ่ สุดท้ายที่ประชุมก็ลงคะแนน 128 ต่อ 9 เสียง เห็นชอบให้คำประกาศรับรองของสหรัฐฯ เป็นโมฆะ และยังมีอีก 35 เสียงที่ของดออกเสียง ทั้งนี้ เสียงที่ไม่เห็นด้วยและงดออกเสียงส่วนหนึ่งมาจากคำขู่ของสหรัฐฯ ก่อนการลงคะแนน ที่ว่าจะตัดความช่วยเหลือด้านการเงินกับประเทศที่ขัดจุดยืนสหรัฐฯ สำหรับไทยนั้นก็อยู่ใน 128 เสียงที่โหวตคว่ำวาระเช่นกัน รายงานข่าวระบุว่า หลังผลออกมาปาเลสไตน์ก็ออกมาขอบคุณนานาประเทศที่ช่วยกันลงคะแนนเสียงสู้กับสหรัฐฯ ส่วนอิสราเอลก็ประกาศไม่ยอมรับมติของยูเอ็น ส่วนสหรัฐฯ ได้เชิญพันธมิตร 64 ประเทศที่ลงคะแนนเสียงไม่เห็นด้วย งดออกเสียง และประเทศที่ไม่มาร่วมประชุม เข้าร่วมงานเลี้ยงขอบคุณที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3 […]

UN เรียกประชุมฉุกเฉิน! เกาหลีเหนือยิง ‘ขีปนาวุธ’ ข้ามญี่ปุ่น ตอบโต้นานาชาติคว่ำบาตร

ภายหลังที่เกาหลีเหนือทำการทดสอบยิงขีปนาวุธระลอกใหม่ในช่วงเช้าตรู่ของวันนี้ โดยเป็นการยิงออกจากฐานยิงในกรุงเปียงยาง ข้ามเกาะฮอกไกโด ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น ก่อนไปตกลงในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งคาดว่าเป็นการตอบโต้นานาชาติที่ออกมาคว่ำบาตรรอบใหม่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เสียงไซเรนเตือนภัยที่ดังขึ้นในจังหวัดฮอกไกโด ตอน 7 โมงเช้า (ตามเวลาท้องถิ่น) มีเสียงตามสายที่ประกาศออกลำโพง สั่งให้ประกาศหลบซ่อนในที่ปลอดภัย ที่โทรศัพท์มือถือก็มีข้อความแจ้งเตือนว่าเกาหลีเหนือได้ยิงทดสอบขีปนาวุธ โดยมีเป้าหมายที่ญี่ปุ่น หลังจากนั้น ไม่นานนายโยชิฮิเดะ ซูกะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีของญี่ปุ่น ออกมาแถลงต่อผู้สื่อข่าวที่กรุงโตเกียว โดยประณามการทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ว่าเป็นพฤติกรรมยั่วยุอย่างเลวร้าย ขณะที่รัฐบาลเกาหลีใต้เรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคงทันที และเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็มีรายงานว่ากองทัพเกาหลีใต้ได้ยิงทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลางยุนมู 2 ออกจากชายฝั่ง โดยยิงไปในทิศทางเกาหลีเหนือ แต่ขีปนาวุธได้ตกลงในทะเล สำหรับขีปนาวุธที่เกาหลีเหนือทำการทดสอบยิงถูกยิงขึ้นจากฐานยิงในเขตซูนันของกรุงเปียงยาง พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าที่ระดับความสูงราว 770 กิโลเมตร ซึ่งถือว่ามีความสูงมากกว่าครั้งก่อน 200 กิโลเมตร ถ้าเปรียบเทียบง่ายๆ คือดาวตกและแสงเหนือ ความสูงจะอยู่ที่ 100 กิโลเมตร ส่วนกระสวยอวกาศหรือสถานีอวกาศสูง 400 กิโลเมตร แต่นี่ 700 กิโลเมตร คือเรียกว่าพุ่งทะลุอวกาศไปสูงมาก พอพุ่งกลับลงมาสู่พื้นโลก ขีปนาวุธไปตกในมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างจากฮอกไกโด 2,000 กิโลเมตร และถ้าเทียบระยะห่างแนวราบ พิสัยการยิงจะอยู่ที่ […]

เมียนมาโต้ยูเอ็นเสียงแข็ง! ยันไม่ได้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ‘โรฮิงญา’

รัฐบาลเมียนมาแสดงจุดยืนคัดค้านข้อกล่าวหาของสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ที่ระบุว่าทางการเมียนมากำลัง “ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ” และใช้กำลังทหาร “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ชาวมุสลิมโรฮิงญาในรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมา นายถิ่น ลินน์ เอกอัครราชทูตเมียนมาประจำสำนักงานองค์การสหประชาชาติ ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แถลงว่า ข้อกล่าวหาของทางยูเอ็นเอชซีอาร์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และเป็นการ “ให้ร้าย” ต่อรัฐบาลและประชาชนเมียนมา พร้อมย้ำรัฐบาลเมียนมา “ไม่เคยปล่อยปละละเลย” ให้มีการใช้ความรุนแรง-ความป่าเถื่อนในประเทศของตน ความเคลื่อนไหวล่าสุดในเวทีสหประชาชาติมีขึ้น ภายหลังจากที่กลุ่มติดอาวุธโรฮิงญาเปิดการโจมตีต่อสถานีตำรวจและฐานทัพของทหารพม่าทั่วรัฐยะไข่เมื่อ 25 ส.ค. 60 เป็นเหตุให้ทางการเมียนมาเปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่เพื่อตอบโต้ เป็นเหตุให้เกิดคลื่นผู้อพยพชาวโรฮิงญาจำนวนกว่า 370,000 คน หนีตายจากรัฐยะไข่ไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างบังกลาเทศ และผู้อพยพเหล่านี้กำลังต้องการความช่วยเหลือด้านอาหารและที่พักพิงอย่างเร่งด่วน

อันดับความสุขโลก 2017 ประเทศไทยขยับมาที่ 32 ของโลก และอันดับที่ 2 ของอาเซียน

องค์การสหประชาชาติ จัดอันดับประเทศที่มีความสุขมากที่สุดในโลก โดยประเทศไทยขยับมาอยู่อันดับที่ 32 พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เครือข่ายการแก้ปัญหาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น ประกาศผลการจัดอันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก ประจำปี 2017 โดยประเทศไทยถูกประกาศให้เป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดอันดับ 2 ของอาเซียน และเป็นอันดับที่ 32 ของโลก ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา 1 อันดับ ทั้งนี้ ยูเอ็น พิจารณาจากผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ อายุขัยเฉลี่ยของประชากร เสรีภาพในการเลือกใช้ชีวิตและการทำงาน ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ในสังคม ซึ่งประกาศนี้ได้เผยแพร่ต่อสาธารณชน เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา ในโอกาสนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้คนไทยร่วมภาคภูมิใจไปด้วยกัน และ รัฐบาลจะทำทุกอย่างเพื่อให้คนไทยมีความสุขมากขึ้น โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย รัฐจะดูแลให้เกิดความเสมอภาค เท่าเทียม ตลอดจนวางรากฐานการพัฒนาและปฏิรูปประเทศอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับให้ไทยก้าวพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง เข้าสู่ประเทศที่มีรายได้สูง พร้อมสร้างกลไกการทำงานของรัฐให้เกิดความโปร่งใส ประชาชนมีส่วนร่วมและตรวจสอบได้. ภาพจาก – ซุป‘ตาร์ พาตะลุย

keyboard_arrow_up