รวบแล้ว! ‘ไอ้กว้าง’ แก๊งควาย ตระเวนหลอกเหยื่อเล่นพนันกำถั่วสูญเงินกว่า 5 ล้าน

กองบังคับการปราบปราม จับกุมตัว “ไอ้กว้าง” 1 ใน 4 แก๊งควาย หลอกผู้เสียหายซึ่งเป็นคนมีฐานะดี ลงทุนทำธุรกิจก่อนชักชวนเล่นพนันกำถั่วจนหมดตัว เป็นหนี้หลายล้านบาท เมื่อวันที่ 5 ม.ค.61 ตำรวจกองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม จับกุมตัว นายสมชาย อินทวงศ์ หรือ กว้าง อายุ 50 ปี 1 ในผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงทรัพย์ หรือแก๊งควายหลอกเหยื่อเล่นพนันจนเสียทรัพย์สินจำนวนมากในพื้นที่ภาคใต้ ขณะที่กำลังขับรถยนต์เก๋ง มาสด้า 3 สีดำ ผ่านด่านห้วยยาง ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยในรถมีแฟนสาวนั่งมาด้วย ก่อนนำตัวไปทำบันทึกจับกุมและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ถลาง อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งนายสมชายถือเป็นผู้ต้องหารายสุดท้ายของขบวนการนี้ ก่อหน้านี้มีผู้เสียหายเป็นสาวใหญ่เข้าแจ้งความกับตำรวจ ว่าถูกนายสมชายและพวก หลอกลวงและชักชวนให้เล่นการพนันกำถั่วจนเสียเงินไป 3.1 ล้านบาท และยังติดหนี้พนันอีกกว่า 2 ล้านบาท ตำรวจจึงทำการสืบสวน จนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้เข้าพักภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง บนถนนเส้นมุดดอกขาว – สนามบินสายเก่า ต.เทพกระษัตรี […]

รวบ ‘แก๊งคอลเซนเตอร์’ ชาวมาเล พบของกลางอื้อ! เตรียมจับคนไทยรับจ้างเปิดบัญชี (คลิป)

เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 61 เวลาประมาณ 23.00 น. ตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับเจ้าหน้าที่อีกหลายหน่วยงาน บุกเข้าจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ที่โรงแรมคาลิปโซ ย่านดินแดง กรุงเทพฯ สามาถควบคุมตัว นายไหล เข็น เฟ่ย อายุ 41 ปี ชาวมาเลเซีย พร้อมของกลางเป็นสมุดบัญชีธนาคาร บัตรเครดิต โทรศัพท์มือถือ ซิมโทรศัพท์ สลิปบัญชีธนาคาร เป็นจำนวนมาก พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นการขยายผลมาจากการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ก่อนหน้านี้ ทั้งในพื้นที่เขตทองหล่อ และสมุทรปราการ จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเมื่อเดือน พ.ย. 60 และมีกำหนดการเดินทางออกนอกประเทศในวันที่ 9 ม.ค. 61 นี้ ซึ่งจุดประสงค์ของการเข้ามาในประเทศไทยก็เพื่อที่จะถอนเงินออกจากบัญชีที่ผู้เสียหายชาวต่างชาติ ได้โอนเงินเข้ามา และเตรียมโอนไปยังบัญชีผู้ว่าจ้างอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้พบสมุดบัญชีธนาคารของคนไทยกว่า 60 ที่ใช้เป็นบัญชีหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้ามา โดยตำรวจจะตรวจสอบรายชื่อของสมุดบัญชีอีกครั้ง หากทราบว่ามีการรับจ้างเปิดบัญชีเพื่อเป็นเครื่องมือของแก๊งมิจฉาชีพจะมีการอนุมัติหมายจับในทันที ต่อมาในเวลา 02.30 น. เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจากการจับกุมนายไหล […]

เปิดใจ ‘สาวใจบุญ’ ถูกหลอกโอนเงินไถ่ชีวิตโค-กระบือ วอนมิจฉาชีพให้เลิกทำบาป (คลิป)

ทีมข่าวอมรินทร์พูดคุยเปิดใจกับเจ้าของเฟซบุ๊กส่วนตัวรายหนึ่งที่มีการแชร์ข้อความเตือนภัยว่า มีมิจฉาชีพหลอกให้บริจาคเงินเพื่อไถ่ชีวิตโคกระบือ ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าภาพโคที่มีการแชร์ เป็นของพระอาจารย์ที่เธอรู้จัก และไม่มีการเปิดรับบริจาคไถ่ชีวิต กรณีเพจชื่อดัง (DR. K v.3) โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กว่า ใครที่เคยบริจาคเงินให้กับ เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่่อว่า สิรินภา สุนศิริ ผ่านบัญชี ธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี สมใจ สัญญปรีดากุล ให้นำสลิปที่โอนไปแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันโดยที่เฟซบุ๊กส่วนตัว สิรินภา สุนศิริ โพสต์ข้อความว่า บอกบุญต่อต้อนรับปีใหม่ เพื่อเป็นกุศลของชีวิต โคกระบือไม่เคยทำความเดือดร้อนให้ใคร และได้ขอรับบริจาคผ่านทางบัญชีธนาคารกรุงไทย หลังจากไถ่ชีวิตโคกระบือแล้วจะนำไปไว้ที่สำนักปฏิบัติธรรมห้วยกรอก ต.ผาช้างน้อย จ.พะเยา ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ได้สอบถามข้อเท็จจริงจาก คุณศุภิญญา คูซูโนกิ ซึ่งเป็นคนแชร์ข้อความจากเฟซบุ๊กของ สิรินภา เพื่อเตือนภัยในสังคมออนไลน์ โดยบอกว่า ภาพโคที่มีการแชร์นั้น เป็นของพระอาจารย์ท่านหนึ่งที่ตนเคารพ ชื่อพระอาจารย์กวินฐ์ณาณฬ วัยเมธาโชคนุกุล เจ้าอาวาสสถานปฏิบัติธรรมเเดนโพธิสัตว์ บ้านสร้างหิน ต. หัวนาคำ อ. ยางตลาด จ. กาฬสินธุ์ ซึ่งเธอได้โทรไปถามพระอาจารย์ว่า ขณะนี้โคของพระอาจารย์ขอรับบริจาค เพื่อไถ่ชีวิตจริงหรือไม่ โดยพระอาจารย์ ตอบว่า […]

เตือนภัยออนไลน์! สั่งซื้อโน้ตบุ๊กได้เครื่องเล่นซีดีเก่าใช้งานไม่ได้ (คลิป)

จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก อ้อม ถังซิ่ง สายโดด ส่งข้อความเข้ามาทางเพจทุบโต๊ะข่าว ระบุว่า ในวันที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้ถูกมิจฉาชีพหลอกขายสินค้าผ่านทางเว็บสื่อกลางขายสินค้าชื่อดังเว็บหนึ่ง ทำให้ต้องสูญเงินไปกว่า 5 พันบาทนั้น ความคืบหน้าทีมข่าวอมรินทร์ทีวีได้เดินทางไปพูดคุยกับ คุณวิภาพร แซ่เล้า ซึ่งเป็นผู้เสียหาย คุณวิภาพร เล่าให้ฟังว่า  เธอและสามีตั้งใจจะซื้อคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก เพื่อเป็นของขวัญให้กับบุตรชายในเทศกาลปีใหม่ และได้เข้าไปเลือกดูสินค้าในเว็บไซต์สื่อกลางขายสินค้าชื่อดังเว็บหนึ่ง แล้วก็ถูกใจกับคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง เนื่องจากสภาพตรงตามที่ต้องการ และราคาก็ค่อนข้างถูก จึงตัดสินใจติดต่อเจ้าของสินค้าผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ เมื่อเธอสอบถามเกี่ยวกับราคาของสินค้า มิจฉาชีพก็บอกกับเธอว่า สินค้าชิ้นนี้ราคา 5,900 บาท แต่ถ้าหากเธอโอนเงินมาให้ภายในพรุ่งนี้ ก็จะลดราคาให้เหลือ 5,000 บาท จากนั้น ในเช้าวันรุ่งขึ้นตนได้โอนเงินให้กับมิจฉาชีพผ่านแอพพลิเคชั่นแบงค์ จำนวน 4,500 บาท และได้เดินทางไปโอนเงินให้อีก 500 บาทผ่านทางตู้ฝากเงินของธนาคาร หลังจากนั้นมิจฉาชีพก็ได้โทรศัพท์กลับมาหาเธออีกครั้ง โดยบอกกับเธอว่า คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเครื่องนี้แบตเตอรี่ที่มีอยู่ค่อนข้างเสื่อม หากต้องการแบตเตอรี่อันใหม่ ก็ขอให้โอนเงินมาให้เพิ่มอีก 1,000 บาท ตอนนั้นเธอเองก็เริ่มสงสัย พร้อมตอบกลับไปว่า จะไม่ขอซื้อแบตฯอันใหม่ และยืนยันจะจ่ายเงินค่าโน้ตบุ๊กตามราคาที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้เท่านั้น หลังจากนั้นในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน […]

มีเรื่องแล้วค่ะคุณตำรวจ! ดาราสาวคนบันเทิง หอบหลักฐานขึ้นโรงพักซัดกลับคู่กรณี

รวมความงานเข้า 2017 ของเหล่าดารา-นักร้องสาว ที่ต้องพบเจอกับเรื่องอารมณ์เสียเพลียตับ เดือดร้อนจากการกระทำของมิจฉาชีพ, ผู้ป่วยอาการทางจิต ฯลฯ จนต้องหันหน้าพึ่งคุณตำรวจ บอกเลย!!! ถึงเป็นดาราบางเรื่องก็ไม่ทน เพราะฉันก็สู้คนเหมือนกัน!!! จะมีใครเด่นๆ กันบ้างในปีไก่ไฟนี้ เริ่มกันที่… จ๊ะ อาร์สยาม เล่นเอานักร้องลุคแซ่บถึงกับผวาเมื่อจู่ๆ ชายแปลกมามากดกริ่งรัวๆ ที่หน้าบ้านยามวิกาล เจ้าตัวเลยตัดสินใจควงแฟนหนุ่ม “แจ๊ค ธนพล” เข้าแจ้งความที่ สภ.บางบัวทอง เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้ ซึ่งต่อมาในภายหลังทราบว่า ชายคนดังกล่าวเป็นแฟนคลับและมีอาการทางจิตเวช ซึ่งสาวจ๊ะก็ไม่ติดใจเอาความและได้ถอนแจ้งความไป แต่ได้วอนขอกับทางผู้ปกครองของคู่กรณีให้เข้มงวดในการดูแล ทั้งนี้สาวจ๊ะยังได้เซลฟี่คู่กับหนุ่มแฟนคลับอีกด้วย เป็นอันจบกันแบบแฮปปี้ เอ็นดิ้งกันไป ลำไย ไหทองคำ เด้งขึ้นโรงพัก ฟ้องตำรวจ สน. ทองหล่อ หลังถูกมือดีลอกเลียนแบบแพ็กเกจสบู่ยี่ห้อ “ลำไยทองคำ” ปลอม ออกวางจำหน่ายทางเฟซบุ๊ก งานนี้สาวลำไยถึงกับปรี๊ด ฉะพฤติกรรมแบบนี้ไม่แฟร์สำหรับคนทำมาหากินโดยสุจริต กวาง อรการ งานเข้าที่แท้ทรูสำหรับพิธีกรสาวสวยช่องดัง “กวาง อรการ” หลังถูกเพจเมาท์ดารา “คำขวัญชั้นใต้ดิน” นำรูปของเธอไปโพสต์ พร้อมกล่าวหาว่าเธอเป็นมือที่สาม ทำ “แอฟ-สงกรานต์” […]

หนุ่มร้องสื่อ! หวั่นถูกเพื่อนเก่าหลอกขายไอโฟน หลังโอนเงินแต่ไร้ใบจอง (คลิป)

ชายหนุ่มคนหนึ่ง ได้เข้ามาร้องเรียนกับอมรินทร์ทีวี แจ้งว่าถูกเพื่อนที่เคยรู้จักเมื่อ 4 ปีก่อน หลอกขายโทรศัพท์มือถือไอโฟนให้จำนวนหลายเครื่อง อ้างว่าทำงานอยู่ที่บริษัทเครือข่ายสัญญาณมือถือแห่งหนึ่ง ต้องทำยอดขายในช่วงสิ้นปี โดยทักแชทไลน์มาเพื่อหลอกขาย นายพงษ์ศักดิ์ จักรหมื่นภูผา อายุ 25 ปี เล่าว่า ชายคนดังกล่าวทักมาตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม เสนอขายโทรศัพท์ไอโฟนเจ็ด ซึ่งเป็นสินค้าตัวโชว์ ที่ราคา 13,000 บาท ราคาต่ำกว่าท้องตลาดมาก ตนรู้สึกสนใจจึงไปชักชวนเพื่อน ญาติพี่น้องมาสั่งซื้อโทรศัพท์ จำนวนทั้งสิ้น 3 เครื่อง และมีการจ่ายค่ามัดจำไปเครื่องละ 3,500 บาท ต่อมาช่วงกลางเดือนธันวาคม ชายคนเดิมทักมาอีกครั้ง เสนอขายโทรศัพท์ไอโฟนหกพลัสราคา 6,900 บาท ตนจึงสั่งไปอีก 3 เครื่อง และจ่ายค่ามัดจำไป 3,000 บาท นัดรับในวันที่ 30 ธ.ค. 60 แต่หลังจากนั้นเริ่มติดต่อไม่ได้ ขอหลักฐานการจองก็ไม่มีให้ เมื่อไปตรวจสอบเฟซบุ๊กของชายคนนี้ พบว่ามีผู้ถูกหลอกในลักษณะเดียวกันประมาณ 4-5 คน จึงได้รวมตัวกัน เพื่อเรียกร้องสื่อ หากในวันพรุ่งนี้ (30 […]

เพจดังเตือนอย่าหลงซื้อ ‘ผ้าอนามัยคนท้อง’ หลังมีคนอ้าง…ใส่ใต้หมอนแล้วท้องง่าย

อีกหนึ่งประเด็นที่กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง Drama-addict ได้โพสต์ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งเป็นโพสต์เตือนภัยมิจฉาชีพรูปแบบใหม่ที่หากินกับคนที่อยากจะมีลูก โดยการนำ ‘ผ้าอนามัยคนท้อง’ มาแจก แต่ขอเก็บค่าส่ง 100 บาท พร้อมทั้งอธิบายว่า ถ้านำมาใส่ไว้ใต้หมอน หรือนำมาพกติดตัว จะช่วยให้ตัวเองท้องง่ายขึ้น ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าวได้ระบุว่า มิจฉาชีพกลุ่มนี้มักจะแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มที่คนอยากมีลูก และมีคนจำนวนมากที่หลงเชื่อ และโอนให้มิจฉาชีพกลุ่มนี้ ทั้งยังมีพฤติกรรมเปลี่ยนแอคเคาท์ใหม่เรื่อยๆ และเข้าไปหากินแบบนี้ในกลุ่มอื่นๆ ต่อไป

เจ้าของร้านโชว์ห่วย เตือนภัย! ระวังมิจฉาชีพในคราบเซลส์แมนหลอกลงสินค้า

ร้านขายของชำจังหวัดสมุทรสาคร เข้าร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว ว่าถูกคนปลอมเป็นเซลส์แมน มาเสนอลงสินค้า แต่สุดท้ายได้สินค้าไม่ครบตามจำนวน วันที่ 19 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก คุณฉวี พิมพา อายุ 41 ปี เจ้าของร้านขายของชำใน ตำบลคลองมะเดื่อ อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ว่าถูกมิจฉาชีพในคราบเซลส์แมนลวงบิลสินค้า โดยมีพฤติกรรมลงสินค้าไม่ครบตามจำนวนเงินที่จ่ายจริง คุณฉวี เล่าว่า ตนเองเปิดกิจการหอพักและเพิ่งจะเปิดร้านขายของชำได้ 1 เดือนเป็นการเปิดขายเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้พักอาศัยในหอพัก เมื่อวานนี้(18 ธ.ค.) เวลาประมาณ 15.00 น. ตนกำลังนั่งหนังสืออยู่หน้าร้าน มีผู้ชายรูปร่างท้วม ผิวขาว สำเนียงการพูดคุยเป็นคนภาคกลาง แต่งกายเรียบร้อย ถือแฟ้มเอกสารเดินลงมาจากรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน แคปสีบรอนเงิน ติดแครี่บอย ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เข้ามาพูดคุยเสนอสินค้าทั่วๆไปที่ลงขายตามร้านขายของชำ ซึ่งตนก็ได้ปฏิเสธและบอกว่าเปิดขายแค่สินค้าเล็กๆ น้อยๆ ไม่ลงขายมาก เพราะจะขายให้กับลูกค้าที่เช่าห้องพักเท่านั้น ชายคนนั้นก็บอกว่า ไม่เป็นไรแต่ในละแวกใกล้ๆร้านคุณ ผมก็ลงสินค้าของผมให้เหมือนกัน ซึ่งผมมาเส้นทางนี้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องลงในจำนวนมากก็ได้ และถ้ามีสินค้าตัวไหนที่ขายไม่ดีสามารถเก็บไว้เปลี่ยนเป็นสินค้าอื่นได้ ตนเองจึงรู้สึกว่าน่าจะเชื่อถือได้และลองดูราคา ก็เห็นว่าสินค้าบางอย่างถูกกว่าท้องตลาด เลยสั่งซื้อสินค้าดู จากนั้นชายคนนั้น […]

หมุนไม่ทัน! รวบสาวหลอกเล่นแชร์ผ่านเฟซบุ๊ก สูญกว่า 3 ล้าน

ชุดสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 3 สนธิกำลังตำรวจภูธรภาค 5 เข้าจับกุมหญิงอายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ กรณีหลอกลวงให้เข้ามาเล่นแชร์ผ่านเฟซบุ๊ก มีผู้เสียหายกว่า 30 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท วันที่ 18 ธ.ค.60 พันตำรวจเอก วรชาติ แสนคำ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 3 นำตัวนางสาวปุญชรัชสมิ์ ทองไพบูลย์ อายุ 33 ปี ชาว อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงทรัพย์ ซึ่งหลอกลวงคนให้มาเล่นแชร์ผ่านเฟซบุ๊ก มีผู้เสียหายกว่า 30 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท หลังช่วงต้นปีที่ผ่านมา น.ส.ปุญชรัสมิ์ ได้เปิดเฟซบุ๊กชักชวนเพื่อนในเฟซบุ๊กมาร่วมเล่นแชร์ โดยอ้างว่าให้ผลตอบแทน ร้อยละ 10 ภายในเวลา 4 วัน จึงมีผู้หลงเชื่อกว่า 30 ราย โอนเงินเข้าบัญชี น.ส.ปุญชรัสมิ์ […]

เตือน! คนไทยในลอนดอนอย่าหลงเชื่อ ผู้อ้างเป็น ‘ตำรวจ’ ขอดู ‘พาสปอร์ต-ทรัพย์สิน’

เฟซบุ๊ก Royal Thai Embassy, London UK ของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้โพสต์ข้อความเตือนภัยคนไทย อย่าหลงเชื่อหากมีผู้แอบอ้างขอดูบัตรประจำตัว พาสปอร์ต และกระเป๋าถือ เนื่องจากอังกฤษมีกฎหมายที่เคารพสิทธิส่วนบุคคล โดยข้อความระบุว่า “อย่าหลงเชื่อคนที่แอบอ้างเป็นตำรวจมาขอดูบัตรประจำตัว พาสปอร์ต และกระเป๋าถือ เพราะอังกฤษมีกฎหมายที่เคารพสิทธิส่วนบุคคล ตำรวจอังกฤษจะไม่ขอดูบัตรหรือทรัพย์สินของคนที่เดินตามท้องถนน และตำรวจจะต้องแสดงตนและบัตรก่อนทุกครั้ง ดังนั้น อย่าหลงเชื่อเป็นอันขาด และอย่าทำท่าทางหวาดกลัว ระวังคนที่มาขอให้ถ่ายรูปหรือเบี่ยงเบนความสนใจของเรา เพราะมีแก๊งล้วงกระเป๋าที่ปฏิบัติการร่วมกัน อย่าไว้ใจใคร และขอให้ระมัดระวังทรัพย์สิน โดยเฉพาะย่านช้อปปิ้งและแหล่งท่องเที่ยว”

มือใหม่หัดตุ๋น! ตร.โคราช เร่งล่าตัว เศรษฐีกำมะลอหลอกชาวบ้านจัดงานศพ

ความคืบหน้าคดีชายอายุประมาณ 55 – 60 ปี ทำทีเข้ามาจองศาลาบำเพ็ญกุศลศพ ภายในวัดโพธิ์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา และได้ทำการหลอกลวงแม่ครัวให้ทำอาหารต้อนรับแขก พร้อมทั้งยืมเงินไปเป็นจำนวน 3,000 บาท ก่อนที่จะหนีไปลอยนวล โดยไม่ได้มีการจัดงานศพแต่อย่างใด ซึ่งครั้งนี้ยังมีเหยื่อถูกหลอกอีกหลายราย ประกอบไปด้วย แม่ค้าขายดอกไม้ แม่ค้าขายกล้วยทอด และรถสามล้อเครื่อง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 22,000 บาท โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมานั้น ล่าสุดวันนี้ (14 ธ.ค. 60) ร.ต.อ.วีระชน ปรากฏมาก ร้อยเวร สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า สำหรับคดีนี้ถือว่าเป็นภัยต่อสังคม เพราะมีผู้เสียหายหลายรายที่ถูกชายคนดังกล่าวหลอกลวงฉ้อโกงทรัพย์ไป จากพฤติกรรมไม่น่าจะเป็นมืออาชีพ และเป็นการก่อเหตุผู้เดียว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งหาพยานหลักฐาน โดยการไปสอบถามพยานแวดล้อม ทั้งในวัดโพธิ์ และที่ตลาดแม่กิมเฮง ที่ชายคนดังกล่าวเดินทางมาขอยืมเงินแม่ครัว พร้อมกับตามหาภาพจากกล้องวงจรปิด ตามเส้นทางต่างๆ ที่คาดว่าชาวคนดังกล่าวจะเดินทางมา เพื่อที่จะหาว่าชายคนดังกล่าวเดินทางมาด้วยยานพาหนะอะไร ถ้าพบเลขทะเบียนยานพาหนะ จะได้ขยายผลสู่การจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป

วอนดำเนินคดีให้ถึงที่สุด! ผู้สื่อข่าวสาวถูกชายจ้างเป็นภรรยาลับ เข้าร้อง ปอท.

ผู้สื่อข่าวสาว ร้อง ปอท. หลังถูกชายส่งข้อความชวนเป็นภรรยาลับ ลั่นจะดำเนินคดีทุกข้อหา และอยากให้ผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อออกมาปกป้องสิทธิ์ นางสาวกาลเวลา เสาเรือน ผู้สื่อข่าวหญิงสถานีโทรทัศน์ชื่อดังแห่งหนึ่ง  ได้เดินทางเข้าพบกับ พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับชายที่อ้างตัวเป็นผู้บริหารบริษัทเอกชน ที่ได้ส่งข้อความทางเฟซบุ๊กส่วนตัว มาชักชวนเป็น”ภรรยาลับ” และยื่นข้อเสนอจ่ายเงิน 220,000 บาทต่อเดือน เพื่อขอมีเพศสัมพันธ์ ทุกวันที่ 5,15 และ 25 ของทุกเดือน พร้อมระบุว่าหากตนเองไม่พอใจจำนวนเงินที่เสนอให้ สามารถขอเรียกเพิ่มได้ นอกจากนี้ยังมีการส่งภาพหญิงสาวรายอื่นๆ ในลักษณะอนาจารทางเพศ และรูปตัวเองสำเร็จความใคร่มาให้ดู โดยนางสาวกาลเวลา กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พร้อมระบุว่าที่ผ่านมาไม่ได้รับชายคนดังกล่าวเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก ตอนแรกคิดว่าถูกอำ เพราะในโปรไฟล์เฟซบุ๊กก็มีข้อมูล ระบุว่าตนเป็นนักข่าว แต่ชายคนดังกล่าวก็ยังยื่นข้อเสนอเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และยังได้วีดิโอคอลผ่านเฟซบุ๊กมา ตอนแรกตนไม่กล้ารับสาย แต่เมื่อปรึกษาผู้ใหญ่แล้ว ก็บอกให้ลองรับ เพื่อดูว่าเป็นบุคคลเดียวกับรูปโปรไฟล์หรือไม่ แต่เมื่อลองรับสาย ชายคนดังกล่าวกลับไม่เปิดกล้องให้เห็นใบหน้า และคิดว่าเริ่มถูกคุกคามจนทนไม่ไหว จึงบล็อคเฟซบุ๊กชายดังกล่าวไป และได้ตัดสินใจเข้าแจ้งความเพราะอยากเป็นกระบอกเสียง และเรียกร้องให้ผู้เสียรายอื่นได้รับความยุติธรรม นางสาวกาลเวลายังบอกอีกว่า หากมีผู้เสียหายรายอื่นที่โดนลักษณะดังกล่าว อยากให้ออกมาแจ้งความเพื่อดำเนินคดี และอยากให้ตำรวจจับกุมชายคนดังกล่าวดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ตำรวจ ปอท. ได้สอบปากคำนางสาวกาลเวลา […]

ฟังความอีกด้าน! ร้านเพชรดังยันไม่ได้ส่งข้อมูลช้า จนลูกค้าตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพปลอมเฟซ

จากกรณีที่ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้นำเสนอเรื่องราวของนายกิตติเชษฐ์ พิพัฒน์เดชอุดม หรือ นายภูมินันท์ อ่าวสกุล (ผู้เสียหาย) จากการเข้าร่วมการประมูลเพชรออนไลน์ ผ่านทางเฟซบุ๊ก ขายส่งเพชรแท้ WCG Diamond โดยนายกิตติเชษฐ์ เป็นผู้ชนะการประมูลแหวนเพชร 1 กะรัต และได้มีการติดต่อพูดคุยกันผ่านทางกล่องข้อความ เพื่อจะได้โอนเงินจ่ายค่าสินค้า โดยนายกิตติเชษฐ์ จึงโอนเงิน 120,000 บาท เข้าบัญชีมิจฉาชีพไปจนเกิดความเสียหายขึ้น โดยที่นายกิตติเชษฐ์ ได้ให้ข้อมูลว่า กว่าเฟซบุ๊ซของผู้ขายเพชรตัวจริง จะส่งหมายเลขบัญชีมาให้ใช้เวลากว่า 2 ชม. ล่าสุด ทางบริษัท WCG Diamond จำกัด ได้ติดต่อมายังสำนักข่าวอมรินทร์ทีวี เพื่อชี้แจงและแจ้งข้อเท็จจริงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากมีการให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงหลายประการ ซึ่งทางบริษัทได้เปิดเผยว่า… ภายหลังจากที่นายกิตติเชษฐ์ พิพัฒน์เดชอุดม ได้เป็นผู้ชนะการประมูลแหวนเพชร 1 กะรัต มูลค่า 120,000 บาท จากทางบริษัท WCG Diamond จำกัด โดยมีนางสาวกุลชญา ศรีบัวรอด พนักงานของบริษัท ที่ใช้ชื่อสมมติทางการตลาดว่า ‘มาดาม’ […]

เหยื่อหลายสิบถูกหลอกยืมเงิน เสียหายหลายสิบล้าน บางรายเครียดจัด! คิดฆ่าตัวตาย

มิจฉาชีพหลอกยืมเงิน อ้างชื่อบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ว่าจะร่วมลงทุนในการส่งออกเครื่องจักรข้ามชาติ แต่สุดท้ายก็ไม่คืนและหายหน้าหายตาไปแล้วร่วม 8 เดือน มีผู้เสียหายเกือบ 30 คน รวมมูลค่าวามเสียหายหลายสิบล้านบาท โดยเฉพาะกับหญิงสาวผู้เสียหายรายหนึ่ง ซึ่งถูกหลอกจากความไว้ใจเนื่องจากรู้จักกันมากกว่า 30 ปี ที่นอกจากจะนำเงินส่วนของตัวเองให้ยืมไปกว่า 8.8 แสนบาทแล้ว ยังเป็นตัวกลางในการยิบยืมเงินคนอื่นๆ มาให้ ซึ่งเมื่อผู้ก่อเหตุหายตัวไปไม่ชดใช้เงินคืน เธอจึงต้องรับภาระหาเงินมาใช้หนี้ หรือจ่ายดอกแทน ทั้งที่ภาระทางครอบครัวก็มากอยู่แล้ว ทั้งเธอ สามี และลูกชายต่างป่วยหนัก มีค่ารักษาพยาบาลหลักล้าน โดยเฉพาะสามีของเธอซึ่งเครียดมาก ถึงขั้นพยายามจะฆ่าตัวตาย ซ้ำร้ายคือเมื่อไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่รับดำเนินคดี แม้จะมีหลักฐานการโอนเงิน และสัญญาการกู้ยืมที่ชัดเจน ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า ผู้ก่อเหตุรายนี้มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนต้องได้รับโทษตามกฎหมาย มีผู้เดือดร้อนจำนวนมากซึ่งตอนนี้ยังกระจายตัวอยู่ อยากให้รวมกลุ่มกันไปแจ้งความอย่างจริงจังและตำรวจก็ควรให้ความร่วมมือในการช่วยเหลือดำเนินคดีด้วย ทั้งนี้บริษัทชิ่อดังที่โดนนำชื่อมาแอบอ้าง สามารถดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุได้ด้วยเช่นกัน ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

‘แก๊งคอลเซ็นเตอร์’ ระบาดอีก! อ้างเป็นนายตำรวจใหญ่ หลอกหากไม่โอนเงินจะจับกุม (คลิป)

วันนี้(5 ธ.ค. 60) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ พบนางเอ(นามสมมุติ) อายุ 28 ปี ชาวบ้านในพื้นที่อ.เมือง จ.ลำปาง หลังทราบว่านางเอ ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรมาหลอกและสวมรอยเป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เพื่อหวังหลอกเอาเงินแต่ผู้เสียหายไหวตัวทันเลยโอนเงินให้แค่ 1 บาทกว่าๆ พร้อมออกมาเตือนชาวบ้านหลังช่วงนี้แก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้กำลังระบาด นางเอ ได้นำคลิปเสียงที่บันทึกไว้ขณะที่กำลังสนทนากับแก้งค์คอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวซึ่งมีความยาวกว่า 40 นาที มาให้ผู้สื่อข่าวฟัง พร้อมเปิดเผยว่าการที่ตนเองออกมาเปิดเผยในครั้งนี้ไม่ได้อยากเป็นข่าว แต่ต้องการเตือนชาวบ้านให้ระวังแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้ซึ่งกำลังระบาดไปทุกพื้นที่ และงัดเล่ห์เหลี่ยมต่างๆ นานาเพื่อมาหลอกชาวบ้าน ทั้งนี้กรณีของตนเองเกิดขึ้นเมื่อช่วงเมื่อประมาณวันที่ 30 พ.ย. 60 ที่ผ่านมา ได้รับการติดต่อจากชายหญิงคู่หนึ่งโดยฝ่ายชายอ้างเป็นร.ต.อ.อนันต์ คำมี ติดต่อมาทางโทรศัพท์ พร้อมขอ ID LINE ตนเอง บอกว่าเป็นตำรวจ ปปส.จังหวัดเชียงราย และระบุว่า ตนได้มีการส่งพัสดุส่งไปที่ไปรษณีย์จังหวัดเชียงราย และจากการตรวจสอบพบว่ามียาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงได้ออกหมายจับตนไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วพร้อมทั้งส่งหมายจับมาทางไลน์ให้ดู ซึ่งตนเองก็พยายามอธิบายว่าไม่ส่งพัสดุใดๆ หรือเดินทางไปจังหวัดเชียงรายเลย แต่ชายที่อ้างตัวเป็นนายตำรวจก็บอกให้ใจเย็นๆ เดี๋ยวจะช่วยเหลือ และให้ตนเองคุยกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงระดับผู้การตำรวจ และให้ตนเองพยายามอ้อนวอนคุยกับท่านดูเผื่อท่านจะให้การช่วยเหลือ จากนั้นก็ได้โอนสายให้ตนเองคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งอ้างตัวว่าชื่อ ผู้การอิทธิรัตน์ ภัทรกิ่ง หรือให้เรียกว่าผู้การกิ่ง และหญิงคนดังกล่าวก็พยายามพูดจาข่มขู่ต่างๆ ขณะนั้นตนเองซึ่งกำลังก็ตกใจกลัว เพราะเห็นว่าตำรวจมีหมายจับและไม่รู้จะปรึกษาใครจึงให้ข้อมูลไปทั้งหมด โดยผู้หญิงคนนั้นก็ให้ตนไปที่ตู้เอทีเอ็มที่ใกล้ที่สุดและให้กดตามที่เขาบอก แต่โชคดีที่ขณะที่กำลังทำรายการอยู่นั้นมีนายตำรวจยศร้อยเอก […]

สนั่นโซเชียล! วงจรปิดแฉสาวใหญ่ทำเนียนขโมยเครื่องสำอาง เจ้าของร้านตั้งค่าหัว 1,000 บาท (คลิป)

เจ้าของร้านเครื่องสำอางย่านตลาดบางใหญ่ เล่าวินาทีสาวใหญ่ขโมยเครื่องสำอางในร้านมูลค่านับพันบาท แต่ทำเนียนซื้อของราคาไม่ถึง 200 บาท บังหน้า ซึ่งหลังเกิดเหตุยังไม่ได้แจ้งความ แต่ได้ตั้งรางวัลนำจับ 1 พันบาท เพราะอยากเจอตัวผู้ก่อเหตุและพูดคุยเจรจากัน  กรณีเพจเฟซบุ๊ก (Youlike คลิปเด็ด) แชร์ภาพภาพกล้องวงจรปิดเหตุการณ์ที่มีหญิงอายุประมาณ 40 ปี แต่งตัวดี เข้ามาขโมยของภายในร้านค้าปลีกเครื่องสำอาง ตลาดบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี และยังจับตัวไม่ได้ ทางเจ้าของร้านเผยว่ายังไม่ได้แจ้งความ เพราะอยากเจอตัวผู้ก่อเหตุและพูดคุยเจรจากันก่อน คุณสิริสกุล มยุรีสวรรค์ ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ได้ลงพื้นที่ไปยังที่เกิดเหตุ (ร้านJ&M) เพื่อพูดคุยกับน้องชายเจ้าของร้าน ชื่อคุณสรวิชญ์ บัวทอง อายุ 25 ปี หรือ คุณไอซ์ คุณไอซ์ เล่าให้ฟังว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 พ.ย.60 ช่วงเวลาประมาณ 18.25 น. โดยวันเกิดเหตุตนเองติดธุระ จึงเหลือแค่ลูกน้องที่เป็นพนักงานเฝ้าร้านแค่คนเดียว ซึ่งเวลานั้นมีลูกค้าเข้าร้านจำนวนมาก หนึ่งในนั้นมีผู้หญิงอายุประมาณ 40 ปี ลักษณะผิวขาว ผมยาวประบ่า ใส่เสื้อยืดสีขาว กระโปรงยาว […]

เตือนภัย! มิจฉาชีพแฮกเฟซบุ๊กไปหลอกยืมเงินญาติ-เพื่อนสนิท เสียหายนับสิบ

ภัยออนไลน์อีกรูปแบบ เมื่อมิจฉาชีพแฮกเฟซบุ๊กสวมเป็นรอยเจ้าของบัญชี ไปยืมเงินผู้อื่นที่เป็นญาติ หรือเพื่อนสนิท จนมีผู้เสียหายมากกว่า 10 ราย ผู้ที่ถูกแฮกรายหนึ่ง มีอาชีพทำธุรกิจติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ทำให้ต้องมีการโอนเงินไปยังแหล่งต่างๆ อยู่ตลอดเวลา  โดยมิจฉาชีพแฮกเฟซบุ๊กไปทักญาติสนิท บอกให้โอนเงินค่าวัสดุให้จำนวน 40,000 แล้วจะโอนคืนให้ซึ่งญาติก็ไม่ได้คิดอะไรเนื่องจากก็เคยทำธุรกรรมการเงินให้จึงโอนเงินไปให้ ซึ่งกว่าที่ผูู้กแฮกจะรู้ตัวก็เมื่อมีญาติโทรมาแจ้งว่าจะโอนเงินไปให้ช้าหน่อย จึงเกิดเป็นความสงสัยเนื่องจากตนไม่ได้ไปยืมเงินใคร ตรวจสอบเฟซบุ๊กก็ไม่สามารถเข้าใช้ได้ จึงต้องรีบกระจายข่าวผ่านโซเชียลมีเดียอื่นๆ แต่กว่าที่ข่าวจะถูกกระจายไป ก็มีญาติบางคนที่ได้โอนเงินไปยังมิจฉาชีพคนดังกล่าวแล้ว เมื่อกลุ่มของผู้เสียหายรวมตัวกันและติดต่อไปยังบุคลลที่มีชื่อระบุเป็นเจ้าของบัญชีปลายทาง ก็พบว่าเป็นหญิงสาวคนหนึ่งที่อ้างว่าไม่รู้เห็นในการกระทำนี้ตนมีหน้าที่เพียงรับจ้างรับโอนเงินเท่านั้น โดยเมื่อมีเงินเข้ามาก็จะโอนไปให้มิจฉาชีพผ่านทางระบบทรูมันนี่ ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า ให้ผู้เสียหายไปร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนในพื้นที่ที่เปิดบัญชี หรือบัญชีผู้ต้องหา ซึ่งกรณีนี้ มิจฉาชีพมีมีความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 9 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลคอมพิวเตอร์ ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น โดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และเป็นความผิดยอมความไม่ได้ ทั้งนี้สามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้เลย โดยให้พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนคดีทำความเห็นเสนอพนักงานอัยการให้สั่งฟ้อง ถ้าอัยการดูสำนวนคดีและเห็นว่าหลักฐานเพียงพอต่อการฟ้องร้องก็นำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องศาล เมื่อศาลนัดสอบจำเลยผู้เสียหายสามารถเขียนคำร้องเข้าไปเป็นโจทก์ร่วม และเขียนคำร้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาในส่วนของคดีแพ่งเรียกทรัพย์คืนได้เลย ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ […]

เตือนภัย! มิจฉาชีพออนไลน์ หลอกขายของพร้อมดึงร่วมขบวนการ เสียหายหลายล้านบาท

มิจฉาชีพอีกรายที่อาศัยช่องทางของโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊ค หลอกลวงประชาชน โดยหลอกขายของประเภทต่างๆ รวมไปถึงมีการจัดหางาน ดึงผู้อื่นให้เข้ามาร่วมในขบวนการอย่างไม่รู้ตัว สุดท้ายมีผู้ตกเป็นเหยื่อมากกว่าร้อยราย มูลค่าความเสียหายรวมหลายล้านบาท ตัวแทนของผู้เสียหายเล่าให้ฟังว่า รู้จักกับมิจฉาชีพจากการเห็นการประกาศขายชุดเครื่องนอนในเฟซบุ๊ค ที่ราคา 32,000 บาท ซึ่งถูกกว่าตลาด จึงเข้าไปติดต่อซื้อขายจนตกลงกันมีการโอนเงินจ่ายค่าสินค้าเรียบร้อย แต่กลับไม่ได้สินค้า โดยหลงเชื่อเนื่องจากทางมิจฉาชีพมีความน่าเชื่อถือมาก อ้างว่าเป็นผู้ค้าจากตลาดกิมหยง อ.หาดใหญ่ มีเพจเฟซบุ๊คหน้าร้านเป็นกิจจะลักษณะ ที่หน้าเพจก็มีลูกค้าไปแสดงความคิดเห็นว่าได้รับสินค้าตามปกติ นอกจากนั้นเมื่อโอนเงินไปแล้ว ก็มีใบเสร็จไปรษณีย์การส่งของให้ตรวจสอบ แต่พอเมื่อตรวจสอบภายหลังจึงพบว่าเป็นในเสร็จปลอม นอกจากผู้เสียหายจะเป็นผู้ซื้อสินค้าแล้ว ก็ยังมีผู้เสียหายที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการนี้ด้วยการถูกหลอกใช้บัญชี โดยมิจฉาชีพลงประกาศในเว็บไซต์ประกาศหางาน อ้างว่าเป็นอาชีพสุจริต โดยผู้ที่ถูกหลอกใช้บัญชีรายหนึ่งมีเงินโอนเข้ารวมกว่าสองแสนบาท ซึ่งมีผู้ที่ถูกหลอกใช้บัญชีรวมแล้วกว่า 10 บัญชีด้วยกัน โดยมิจฉาชีพหลอกว่า เงินที่โอนเข้ามาเป็นเงินจากลูกค้าซึ่งเป็นคนไทยในต่างประเทศ เพื่อเป็นค่าโทรศัพท์ในการติดต่อกลับประเทศไทย เมื่อมีเงินเข้ามาก็ให้เจ้าของบัญชีโอนไปให้มิจฉาชีพผ่านระบบทรูมันนี่ และจะได้ค่าคอมมิชชั่นเป็นการตอบแทน ซึ่งในกรณีนี้ เจ้าของบัญชีอาจถูกดำเนินคดีในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิดได้ ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า มิจฉาชีพรายนี้ไม่ได้มีความผิดฐานฉ้อโกงโดยทั่วไป แต่ถือเป็นการฉ้อโกงประชาชน ทำให้มีผู้เสียหายจำนวนมาก มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท […]

keyboard_arrow_up