ถึงหน้าตาจะดูแปลกๆ แต่ “หอยทาก” ก็เป็นอาหารจานอร่อยในฝรั่งเศส

เอสคาโก้ (escargot) เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยจนหรูของฝรั่งเศส ที่อาจจะเป็นของแปลกในสายตาของชาวต่างชาติ เพราะวัตถุดับในการทำอาหารจานนี้คือหอยทากที่คลานไปมาตามพื้น แต่สำหรับผู้คนในฝรั่งเศสแล้ว นี่คืออาหารยอดฮิตที่มีการบริโภคกันมากถึงสี่หมื่นตันต่อปีเลยทีเดียว และทำให้มีการการออกหอยทากป่ามาประกอบอาหารเป็นจำนวนมหาศาล ก่อนที่ภายหลังจะเริ่มมีคนหันมาทำฟาร์มเพื่อผลิตหอยทากออกสู่ท้องตลาด แต่นั่นก็ยังถูกว่าเป็นจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับหอยที่จับจากธรรมชาติมาขาย แต่จะบอกว่าหอยทากสามารถเปลี่ยนเป็นอาหารจานอร่อยได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าหอยทุกชนิดจะได้รับสิทธิ์ในการถูกมนุษย์นำมากินแบบนี้ เพราะนอกจากจะต้องพิจารณาในเรื่องของขนาดและปริมาณเนื้อแล้ว หอยแต่ละชนิดยังมีรถชาติที่แตกต่างกันไปอีกด้วย จึงทำให้มีหอยเพียงบางสายพันธุ์เท่านั้นที่นิยมนำมาทำอาหาร เช่นในฝรั่งเศสจะนิยมใช้ Helix pomatia มาทำเป็นเอสคาโก้มากที่สุด แต่ในหลายประเทศแถบยุโรปจะชื่นชอบพันธุ์ Elona quimperiana มากกว่า ส่วนแอฟริกาและเอเชียจะชอบหอยทากพันธุ์ Pila Polita (Apple snails) เป็นพิเศษ เพราะมีเนื้อค่อนข้างเยอะ และเปลือกบาง สำหรับการเตรียมหอยทางเพื่อนำมาทำอาหารนั้น ไม่ว่าจะเป็นหอยที่ได้จากฟาร์มเพาะเลี้ยง หรือผลผลิตที่จับมาจากธรรมชาติ ส่วนใหญ่แล้วคนทำอาหารมักนำหอยทากตัวเป็นๆ มาขังเพื่ออดอาหาร และปล่อยให้หอยทากขับของเสียในร่างกายออกมาจนหมดเสียก่อน แล้วจึงนำมาปรุงอาหารทั้งเปลือก และแม้ว่าทุกวันนี้จะมีเนื้อหอยสำเร็จพร้อมปรุงวางจำหน่ายแล้ว แต่หอยที่เสิร์ฟทั้งเปลือกให้ลูกค้างัดเนื้อออกมากินเอง ก็ยังเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย

“Parasite” ทุบสถิติ “TRAIN TO BUSAN” คว้าแชมป์หนังเกาหลีทำเงินสูงสุดในฝรั่งเศส-เวียดนาม

Parasite ฮิตแรง! ทำรายได้ชนะ TRAIN TO BUSAN คว้าแชมป์หนังเกาหลีที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาล ในฝรั่งเศสและเวียดนาม หลังคว้ารางวัลสูงสุดจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ยังคงเดินหน้า ทำรายได้ถล่มทลายไปทั่วโลก สำหรับ PARASITE ชนชั้นปรสิต ที่สร้างปรากฏการณ์ ความฮิตแรง ด้วยการเดินหน้ากวาดรายได้ไปทั้วโลก และ ล่าสุด สร้างสถิติใหม่คว้าแชมป์ภาพยนตร์เกาหลีที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาล ใน ฝรั่งเศส และเวียดนาม ชนะแชมป์เก่า TRAIN TO BUSAN ไปได้ โดยใน ฝรั่งเศส PARASITE ทำรายได้ไป 230 ล้านบาท เวียดนาม ทำรายได้ไป 84 ล้านบาท รวมถึงยังทำรายได้เปิดตัวชนะ TRAIN TO BUSAN ในออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์ อีกด้วย Parasite คือหนังขนาดยาวเรื่องที่ 7 ของบงจุนโฮ ตามหลังผลงานอย่าง Barking Dogs Never Bite […]

รมว.ฝรั่งเศสโดนจวกหนัก หลังถูกแฉใช้เงินภาษีจัดงานเลี้ยงหรู

เว็บไซต์ข่าวเชิงสืบสวน Mediapart ของฝรั่งเศส ระบุในรายงานที่เผยแพร่สัปดาห์นี้ว่า ฟรังซัวส์ เดอ รูกี รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของฝรั่งเศส และภรรยา จัดงานเลี้ยงสุดหรูนับ 10 ครั้ง ที่บ้านพักประจำตำแหน่งใจกลางกรุงปารีส เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภา ระหว่างเดือนมิถุนายน 2560 ถึงตุลาคม 2561 โดยแขกที่มาร่วมงานส่วนใหญ่คือเพื่อนและคนสนิท แม้จะไม่มีความผิดชี้ชัดทางกฎหมาย แต่ภาพที่ปรากฏทำให้ประชาชนมีความเข้าใจว่ารัฐบาลพูดจาสับปลับ เนื่องจากประธานาธิบดี เอมานูเอล มาครง กำลังพยายามลบล้างภาพลักษณ์ของการเป็นผู้นำเพื่อกลุ่มคนรวย จากนโยบายที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มธุรกิจ และการลด ภาษี คนรวย ปัญหาที่ เดอ รูกี เผชิญ ทวีความรุนแรงขึ้น หลังเว็บไซต์ Mediapart รายงานว่า ภาษีของประชาชนกว่า 2 ล้านบาท หมดไปกับการบูรณะอพาร์ทเมนท์ประจำตำแหน่งของเขาที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแซน และภาพของกุ้งมังกรขนาดใหญ่ บนโต๊ะอาหารประดับเทียน และ เดอ รูกี ที่กำลังเพลิดเพลินกับมื้อค่ำวันวาเลนไทน์ บนโต๊ะอาหารโรยกลีบกุหลาบ ทำให้ประชาชนชาวฝรั่งเศสจำนวนมากขุ่นเคือง ทั้งนี้ เดอ รูกี วัย 45 ปี ไม่ได้ออกมากล่าวขอโทษ และบอกว่าตัวเองถูกใส่ร้าย […]

ฝรั่งเศสเผชิญคลื่นความร้อนอย่างหนัก อุณหภูมิทะลุ 40 องศา

อุณหภูมิในหลายพื้นที่ของฝรั่งเศสพุ่งทะลุ 40 องศาเซลเซียสเมื่อวานนี้(27 มิ.ย.) หลัง คลื่นความร้อน เดือนมิถุนายนแผ่ปกคลุมหลายประเทศในยุโรปอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในเมือง ลิโมช ซึ่งตั้งอยู่กึ่งกลางของฝรั่งเศส เทอร์โมมิเตอร์ที่ติดตั้งไว้หน้าร้านขายยาแห่งหนึ่ง วัดอุณหภูมิได้ 41 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจเป็นอุณหภูมิสูงสุดที่เมืองนี้เคยบันทึกไว้  สำนักงานอุตุนิยมวิทยาฝรั่งเศส ยืนยันว่าอุณหภูมิช่วงกลางคืนที่วัดได้ 25.7 องศาเซลเซียส ได้ทำลายสถิติเดิมที่เคยบันทึกไว้ ล่าสุด ฝรั่งเศสประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนขั้นสูงสุดเมื่อวานนี้(27 มิ.ย.) หลังอุณหภูมิทั่วประเทศพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่าอุณหภูมิในวันนี้(28 มิ.ย.) จะสูงขึ้นอีก ด้านหน่วยฉุกเฉินแสดงความกังวลว่าอาจมีผู้ป่วยจากคลื่นความร้อนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่รัฐมนตรีสาธารณสุข ยืนยันว่ายังคงรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ส่วนในพื้นที่ที่มีการประกาศเตือนภัยขั้นสูงสุด มีการยกเลิกการทัศนศึกษานอกโรงเรียน และกิจกรรมต่าง ๆ หรือให้จัดขึ้นได้ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวด แต่สั่งให้มีการระงับกิจกรรมที่ต้องใช้ร่างกายภายในโรงเรียน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

คลื่นความร้อนแผ่ปกคลุมทั่วยุโรป ชาวเมืองแห่คลายร้อน

คลื่นความร้อนแผ่ปกคลุมหลายประเทศในยุโรป ซึ่งรวมถึง เบลเยียม ฝรั่งเศส และเยอรมนี ส่งผลให้อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นจนชาวเมืองต้องออกมาคลายร้อน ที่กรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นวานนี้(24 ม.ย.) โดยในวันนี้(25 มิ.ย.) คาดว่าจะแตะ 32 องศาเซลเซียส โดยทางการออกประกาศคำแนะนำให้ประชาชน ดื่มน้ำมากกว่า 1 ลิตรต่อวัน และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ปิดหน้าต่าง และม่านในห้องที่หันหน้าหาดวงอาทิตย์ และสวมเสื้อผ้าบาง ๆ และหมวก และยังเตือนด้วยว่า ระดับมลภาวะจะเพิ่มขึ้น จึงเตือนให้ประชาชนระวังความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ส่วนในกรุงปารีสของฝรั่งเศส มีการติดตั้งห้องเย็นในอาคารเทศบาล เปิดสระว่ายน้ำจนถึงช่วงดึก และติดตัั้งน้ำพุดื่มได้เพิ่มเติม หลังคลื่นความร้อนปกคลุมฝรั่งเศส ซึ่งอาจส่งผลให้อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในเดือนมิถุนายน ขณะที่บรรดาชาวกรุงปารีส พากันไปซื้อเครื่องระบายอากาศ หลังอุณหภูมิใกล้แตะ 34 องศาเซลเซียสวานนี้ และคาดว่าจะสูงขึ้นอีกในช่วงสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจพุ่งทะลุ 40 องศาเซลเซียส เช่นเดียวกับชาวเยอรมนี ที่พากันออกมาคลายร้อนตามจุดที่มีการติดตั้งน้ำพุสาธารณะเมื่อวานนี้ โดยอุณหภูมิจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นกว่า 30 องศาเซลเซียสในช่วงสัปดาห์นี้ หลังคาดการณ์ว่าความร้อนจากทะเลทรายสะฮาราจะพัดขึ้นมาจากทางตอนใต้ของยุโรปนั่นเอง ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

คนงาน “นูเทลล่า” ปิดโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประท้วงขอขึ้นค่าแรง

สื่อนอกรายงาน คนงานกว่าร้อยคนของ “นูเทลลา” ปิดโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในแคว้นนอร์มังดี เป็นเวลาเกือบ 1 สัปดาห์ เพื่อกดดันให้มีการเจรจาเรื่องเงินเดือน วอยซ์ ออฟ อเมริกา เปิดเผยว่า ทางสหภาพแรงงานของนูเทลลาในฝรั่งเศส ระบุ มีคนงาน 160 คน รวมตัวกันประท้วงเพื่อเรียกร้องให้บริษัทเฟอร์เรโรของอิตาลี ที่เป็นเจ้าของแบรนด์ดังกล่าว ให้ปรับขึ้นเงินเดือนร้อยละ 4.5 และให้โบนัส 900 ยูโร รวมทั้งเรียกร้องสวัสดิภาพในการทำงานที่ดีขึ้น แต่ทางบริษัทเฟอร์เรโร ยินยอมที่จะขึ้นเงินเดือนให้ร้อยละ 1.7 ให้โบนัสสูงสุด 400 ยูโร ซึ่งสหภาพแรงงานมองว่าไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทเฟอร์เรโร ออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ ขู่ว่าจะปรับเงินพนักงานที่ออกมาปิดโรงงานประท้วง หลังการเจรจาที่ล่วงเลยมากว่า 6 วันนั้นยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ขณะที่การหารือระหว่างสหภาพแรงงานและบริษัทเฟอร์เรโรจะมีขึ้นอีกครั้งในวันที่ 13 มิถุนายนนี้

‘ไข้เลือดออก’ ระบาดหนัก บนเกาะเรอูนียงของฝรั่งเศส

ที่เกาะเรอูนียง ซึ่งเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ทางตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย กำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรค ไข้เลือดออก หลังจากพบผู้ที่ล้มป่วยด้วยโรคชนิดนี้ ที่มียุงเป็นพาหะแล้วมากกว่า 24,000 ราย ในปีนี้ โดยรายงานข่าวระบุว่านับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา มีการพบผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกบนเกาะเรอูนียงแห่งนี้มากกว่า 1,500 ราย และผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขกังวลว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้เลือดออกอาจทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า หนึ่งในพื้นที่ที่พบการแพร่ระบาดของไข้เลือดออกมากที่สุด คือ พื้นที่ทางตอนใต้ของเกาะเรอูนียง ซึ่งพบผู้ป่วยรายใหม่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลโดยเฉลี่ย 30-40 รายในทุก ๆ 24 ชั่วโมง สถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้เลือดออกบนเกาะแห่งนี้ ส่งผลให้รัฐบาลฝรั่งเศส ต้องส่งผู้เชี่ยวชาญจากหลายหน่วยงานเข้ามาปฏิบัติการฉีดพ่นสารจำกัดยุง และดำเนินมาตรการรณรงค์ให้ความรู้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ ในการจำกัดลูกน้ำยุงลายรอบ ๆ บ้านเรือนของตน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

จะข้ามให้รีบข้าม!! เผยภาพถนนสุดแปลกในฝรั่งเศส ที่จะต้องจมทะเลวันละ 2 ครั้ง

หากไม่ใช่ช่วงน้ำหลากก็คงยากที่จะได้เห็นภาพถนนหนทางเส้นหลักๆ จมน้ำได้ แต่สำหรับถนนที่มีชื่อว่า Passage du Gois ซึ่งเป็นเส้นทางที่เชื่อมระหว่างเมือง Gulf of Burnёf และเกาะ Noirmoutier ของประเทศฝรั่งเศส ดูเหมือนผู้ใช้ถนนคงต้องพยายามเข้าใจถนนเส้นนี้เป็นพิเศษ เพราะในแต่ละวันถนนเส้นนี้จะโดนน้ำขึ้นน้ำลงท่วมถึงวันละ 2 ครั้ง แถมระดับน้ำยังสูงถึง 4 เมตรเลยทีเดียว ฉะนั้นปากทางก่อนที่เข้าสู่ถนนเส้นนี้จึงต้องมีป้ายเตือนเพื่อความปลอดภัยในการใช้งานตลอดเวลา แถมยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจแห่งหนึ่งอีกด้วย ถึงจะมีทั้งคำเตือนถึงเวลาการขึ้นลงของน้ำ แต่ก็ยังมีคนจำนวนมากที่เผลอไปติดอยู่ระหว่างทางข้ามเกาะจนน้ำขึ้นซะก่อน ต้องรอการช่วยเหลือจากหน่วยกู้ภัยที่จะแล่นเรือตรวจตราเวลาน้ำขึ้นทุกครั้ง แต่สำหรับรถที่จอดแช่น้ำทะเลเค็มๆ นั้น งานนี้เตรียมบอกลากันได้เลย ที่มา : drive2.ru

เก่าไป…ใหม่มา!! สถาปนิกฝรั่งเศสร่วมเสนอดีไซน์ใหม่ของ “มหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม”

หลังจากกลายเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสลดใจไปทั่วโลก เมื่อมหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ในช่วงเย็นของวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ในขณะที่มีการซ่อมแซมปรับปรุงตัวอาคารของมหาวิวหารอายุกว่า 850 ปี ทำให้เห็นกลุ่มควันพวยพุ่งเหนืออาคารสไตล์กอทิกเก่าแก่ ล่าสุดทางฝรั่งเศสได้มีการประกาศแผนฟื้นฟูมหาวิหารนอเทรอดาม โดยให้สถาปนิกทั่วทั้งประเทศเสนอไอเดียการปรับปรุงซ่อมแซมมหาวิหารขึ้นมาใหม่ โดยไม่ยึดติดกับรูปแบบเก่า ซึ่ง เอดูอาร์ ฟิลลิป นายกรัฐมนตรีของฝรั่งเศส ได้กล่าวว่า ทางรัฐบาลกำลังมองหารูปแบบที่สดใหม่เพื่อปรับเข้ากับยุคสมัย และกลายเป็นการท้าทายความคิดสร้างสรรค์ของสถาปนิกทั่วประเทศ ที่ได้มีส่วนร่วมในการเสนอดีไซน์ใหม่ของมหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม ในครั้งนี้

จนท.ฝ่ายข่าวสถานทูตฝรั่งเศส ตกสถานี BTS ตากสิน ดับสลด

วันที่​ 29​ เม.ย. 62 เมื่อเวลา​ 17.00 น.​ พ.ต.ท.อินศร​ อุดติ๊บ​ สว.(สอบสวน) ​สน.ยานนาวา​ รับแจ้งมีชาวต่างชาติกระโดด​มาจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส​ สะพานตากสิน​ แขวงยานนาวา​ เขตสาทร​ กรุงเทพ​ จึงรายงาน​ พ.ต.อ.พรณรงค์​ สุริยชัยวงวงศ์​ ผกก.สน.ยานนาวา​ เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและปราบปราม​ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน​ สน.ยานนาวา​ แพทย์นิติเวช​ รพ.ตร.​ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน​ เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าตรวจสอบเหตุ โดยที่เกิดเหตุอยู่ใต้สะพานสาทรใกล้ท่าเรือสาทร​ พบร่าง​นายอาร์โนด์ ดูบูส (Mr.Arnaud, Jean-Claude Dubus) อายุ​ 56​ ปี​ ชาวฝรั่งเศส​ และพบนามบัตรของสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย​ ระบุตำแหน่งรองหัวหน้าฝ่ายข่าว​อยู่ในตัว พร้อมพาสปอร์ต​ สวมเสื้อเชิร์ตสีฟ้า​ ใส่กางเกงยีนส์สีน้ำตาล​ มีบาดแผลที่ศีรษะ​ ก่อนเจ้าหน้าที่จะเร่งให้การช่วยเหลือ​ แต่ไม่เป็นผล​ เสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ จากการสอบสวนพยานในเบื้องต้น​ มีผู้พบเห็นนายอาโนลด์​ เดินขึ้นไปบนชานชาลารถไฟฟ้า​ เดินไปมาหลายรอบ​ ก่อนจะมาที่ริมระเบียงและกระโดดลงมา​ ศีรษะกระแทกพื้นจนเสียชีวิต​ ส่วนสาเหตุการก่อเหตุ ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนว่ามาจากประเด็นใด​ ก่อนส่งศพไปผ่าพิสูจน์และประสานทางสถานทูตให้รับทราบต่อไป

ฝรั่งเศสหวานมาก ภาค2 “ณเดชน์” ลั่นช็อตมุ้งมิ้งคู่ “ญาญ่า” ชิงลบอย่างไวแต่ช้ากว่าทีมแคป

สงสัยจะติดใจบรรยากาศโรแมนติ๊ก..โรแมนติกของฝรั่งเศสซะแล้วล่ะมั้ง ทริปสวีตรอบ 2 ของ ณเดชน์-ญาญ่า เลยย้ำหวานกันอีกรอบที่เมืองน้ำหอม ซึ่งก็ต้องบอกว่าแฟนคลับชาว NY ยกด้อมฟินแบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อจู่ๆ แอคเคาต์ @wishforthaikids ซึ่งเป็นแอคเคาต์ไอจีส่วนตัวของ ณเดชน์ คูกิมิยะ ได้เผยช็อตหวานมากอะไรมากคู่กับ “ญาญ่า อุรัสยา” ก่อนภาพมุ้งมิ้งดังกล่าวจะวาร์ปหายไปจากไอจี ไล่หลังกับสตอรี่ไอจีที่มีคำว่า Oops! ขึ้นมาแก้เก้อ ส่วนทางด้านไอจีของญาญ่า ก็ลงภาพนั่งปิกนิกชมวิว โดยมีจุดสังเกตให้ได้จิกหมอนต่อเนื่องกันที่มีดและช้อนส้อม 2 ชุดที่วางไว้เคียงคู่กัน ภาพ : IG wishforthaikids / IG urassayas

ผู้นำฝรั่งเศสประกาศฟื้นฟู “นอเทรอดาม” ภายใน 5 ปี

ประธานาธิบดี เอมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ประกาศวานนี้ว่า จะฟื้นฟูมหาวิหาร นอเทรอดาม ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ โดยตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปี และจะเป็นความร่วมไม้ร่วมมือของชาวฝรั่งเศสทุกคน ในการฟื้นฟูสัญลักษณ์ประชาติอันเป็นจิตวิญญาณของชาวฝรั่งเศสแห่งนี้ ประธานาธิบดี มาครง แถลงผ่านโทรทัศน์ในช่วงเวลาสั้นๆ เรื่องเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ใจกลางกรุงปารีส โดยผู้นำฝรั่งเศส ได้ลงพื้นที่ไปยังที่เกิดเหตุเมื่อวันจันทร์ และให้คำมั่นว่าจะฟื้นฟูมหาวิหารเก่าแก่ที่โครงสร้างบางส่วนมีอายุย้อนไปไกลถึงศตวรรษที่ 12 ยอดแหลมของหอคอยมหาวิหาร ถูกทำลายจากเหตุเพลิงไหม้ และหลังคาได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่หอระฆังรอดจากเหตุการณ์ครั้งนี้ รวมทั้งศิลปวัตถุล้ำค่า ได้รับการรักษาไว้ได้ทัน หลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 400 นาย เร่งควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยใช้เวลาทั้งสิ้นราว 14 ชั่วโมงหลังเพลิงปะทุขึ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันภัยในยุโรป เผยว่า อาจต้องใช้เวลาราว 1 ปี ในการประเมินค่าใช้จ่ายที่แน่ชัด ในการฟื้นฟูมหาวิหารอายุกว่า 850 ปี และคาดว่า รัฐบาลฝรั่งเศสจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม ล่าสุด กลุ่มธุรกิจใหญ่ของรั่งเศส ประกาศให้การช่วยเหลือทางการเงิน โดยนักธุรกิจใหญ่ 2 คน สนับสนุนเงินบริจาครวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท ขณะที่รัฐมนตรีมหาดไทยของฝรั่งเศส […]

เปิดกรุสมบัติล้ำค่าในมหาวิหาร “นอเทรอดาม”

ภายในมหาวิหารนอเทรอดามถือเป็นสถานที่ ซึ่งเก็บรักษาสมบัติอันล้ำค่า ที่มีความสำคัญทางศาสนาและประวัติศาสตร์ไว้มากมาย เราจะไปดูกันว่าสมบัติ ที่รอดพ้นจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่นี้มีอะไรบ้าง สมบัติสำคัญชิ้นแรกภายในมหาวิหารนอเทรอดาม ที่รอดพ้นจากการถูกเพลิงเผาทำลายคือมงกุฎหนาม ที่เชื่อว่าพระเยซูทรงสวมใส่ก่อนถูกตรึงแขน หลังจากที่พระเยซูสิ้นพระชนม์ มงกุฎหนามดังกล่าวก็ยังคงอยู่ในกรุงเยรูซาเล็มของอิสราเอล โดยเชื่อกันว่าหนามจากมงกุฎนี้มีอิทธิฤทธิ์ช่วยคุ้มกันอันตราย ไม่ให้เสียเลือดในยามออกศึก ซึ่งในเวลาต่อมงกุฎหนามดังกล่าวได้ถูกแย่งชิงและเก็บไว้ในหลายประเทศ จนกระทั่งมาตกอยู่ในมือของพระเจ้าหลุยส์ที่ 19 ของฝรั่งเศส หลังการปฏิวัติฝรั่งเศสก็ได้มีการเก็บมงกุฎนี้ไว้ในมหาวิหารนอเทรอดามดามจนถึงปัจจุบัน โดยในเหตุเพลิงไหม้มหาวิหารได้มีบาทหลวงฌ็อง-มาร์ก ฟูร์นิเย่ร์เสี่ยงชีวิตเข้าไปเข้าไปในมหาวิหารที่ถูกเพลิงไหม้เพื่อนำสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้ออกมาอย่างปลอดภัย สิ่งของสำคัญอีกชิ้นที่เก็บรักษาในมหาวิหารน็อตเทรอดามคือเสื้อคุลม ที่สวมใส่โดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 ในสมัยศตวรรษที่ 13 ซึ่งเชื่อกันว่าพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 ทรงใส่เสื้อคลุมตัวนี้ขณะที่ทรงอันเชิญมงกุฎหนามของพระเยซูมายังฝรั่งเศส โดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 ยังทรงเป็นกษัตริย์พระองค์เดียวของฝรั่งเศส ที่ได้รับการประกาศให้เป็นนักบุญด้วย ซึ่งขณะนี้เสื้อคลุมดังกล่าวก็รอดพ้นจากการถูกเพลิงไหม้ในครั้งนี้เช่นกัน ส่วนสมบัติอีกชิ้นที่อยู่คู่กับมหาวิหารนอเทรอดาม และรอดพ้นจากเหตุเพลิงไหม้คือระฆัง ที่มีทั้งหมด 10 ใบ ซึ่งระฆังแต่ละใบจะตั้งชื่อตามนักบุญ โดยระฆังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมีชื่อว่าเอ็มมานูเอล มีน้ำหนักกว่า 23 ตัน และติดตั้งบริเวณหอคอยทางทิศใต้ของมหาวิหารในปี 1685 ทั้งนี้ วิตอร์ อูโก นักเขียนชื่อดังชาวฝรั่งเศสก็ยังใช้ระฆังของมหาวิหานอเทรอดามเป็นฉากหลังของนวนิยายสุดคลาสสิคเรื่อง The Hunchback of Notre-Dame หรือ คนค่อมแห่งนอเทรอดามเมื่อปี 1831 […]

คนค่อมแห่งน็อทร์-ดาม…ผู้ปลุกจิตสำนึกแห่งการอนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรม

หากจะกล่าวถึง อาสนวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส นอกจากมุมของศาสนสถานที่มีชื่อเสียง รวมถึงเป็นวิหารที่รวมไว้ซึ่งศิลปะปละประวัติศาสตร์ของยุโรป อีกมุมที่เราคุ้นเคยกันดีก็น่าจะเป็นจากภาพยนตร์อนิเมชั่น The Hunchback of Notre Dame จากค่ายดัง Walt Disney ที่มีฉากหลังเป็นวิหารน็อทร์-ดามในการดำเนินเรื่อง เข้าฉายเมื่อปี ค.ศ. 1996 เรื่องราวความรักของ กาซีโมโด คนตีระฆังวิหารน็อทร์-ดาม ซึ่งมีรูปกายอันพิกลพิการอัปลักษณ์หลังค่อม กับยิบซีสาว แอสเมรัลดา ที่ต้องเผชิญปัญหาหลากหลายทั้งเรื่องของศรัทธา ความแตกต่างของชนชั้น รวมถึงปัญหาหัวใจที่มีบรรดาชายหนุ่มหลายคนที่อยากจะเป็นคู่ครองกับยิปซีสาว แต่ก็ได้ความช่วยเหลือของสหายรูปปั้นการ์กอยล์ที่ประดับอยู่ภายในวิหาร จนท้ายที่สุดคนค่อมก้ได้ปกป้องทั้งหญิงสาวและวิหารที่กำลังจะถูกยุคสมัยกลืนกินไว้ได้ในที่สุด อนิเมชั่นเรื่องนี้สร้างขึ้นจากนวนิยายชื่อเดียวกัน ประพันธ์โดย วิกเตอร์ อูโก นักเขียนชื่อดังชาวฝรั่งเศส ออกจำหน่ายในปี ค.ศ. 1831 ซึ่งหลังจากนิยายออกสู่สายตาประชาชน ด้วยแก่นของเรื่องที่อยากให้ชาวปารีสช่วยกันอนุรักษ์ศาสนสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศิลปะแห่งนี้ไว้ เนื่องจากในขณะที่ อูโก กำลังปั่นต้นฉบับอยู่นั้น อาสนวิหารน็อทร์-ดามกำลังอยู่ในภาวะทรุกโทรม ขาดคนบูรณะ และในที่สุดความคาดหวังก็ประสบผล ในปี ค.ศ. 1844 ทางการฝรั่งเศสก็ได้มีการลงทุนครั้งใหญ่เพื่อบูรณะ อาสนวิหารน็อทร์-ดาม รวมถึงมีการเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งสำหรับใครก็ตามไปเยือนปารีสจะต้องแวะสักครั้ง จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้เมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา แต่ถึงแม้ว่าเพลิงจะดับสนิทแล้ว สิ่งที่หลงเหลือไว้นั่นคือการที่ชาวเมืองและชาวโลกจะทำอย่างไรในการร่วมบูรณะศาสนสถานแสนสำคัญแห่งนี้ให้กลับคืนมามีชีวิตดังเดิมอีกครั้งนั่นเอง

เปิดความสัมพันธ์ “ไทย-ฝรั่งเศส” เมื่อ “คนไทยบางกลุ่ม” จวกเหตุไฟไหม้เพราะ “บาปกรรม”

กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สร้างความสลดใจไปทั่วโลก เมื่อ มหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ในช่วงเย็นของวันจันทร์ (ที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ในขณะที่มีการซ่อมแซมปรับปรุงตัวอาคารของมหาวิวหารอายุกว่า 850 ปี ทำให้เห็นกลุ่มควันพวยพุ่งเหนืออาคารสไตล์กอทิกเก่าแก่ และมีรายงานว่ารัฐบาลและเอกชน เพิ่งระดมทุนเมื่อปีที่แล้ว เพื่อปรับปรุงตัวโบสถ์ที่ทรุดโทรมหนัก ซึ่งอาจต้องมีการระดมทุนจากทั่วโลกอีกครั้งเพื่อสร้างและซ่อมแซมมหาวิหารแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ (อ่านเพิ่มเติม : เปิดประวัติ “มหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม” แห่งกรุงปารีส ก่อนจะลุกไหม้ในกองเพลิง / ย้อนชมความงาม “มหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม” ก่อนจะลุกไหม้ในกองเพลิง) อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความเสียใจและข้อความให้กำลังใจมากมายจากทั่วโลก พบว่าหลังเหตุการณ์ดังกล่าวยังมีคนไทยจำนวนมากที่แสดงความเห็นในโลกออนไลน์ที่ชวนหดหู่ ต่อการสูญเสียมหาวิหารแห่งนี้ ไม่ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นจากความคึกคะนอง หรือด้วยทัศนคติที่มีต่อประเทศและสถานนี้แห่งนี้จริงๆ แต่ความสัมพันธ์ของไทยกับฝรั่งเศสนั้นมีมากยาวนานเกินกว่าที่คอมเมนท์ และความเห็นของชาวเน็ตบางส่วนแสดงออกมาเป็นอย่างมาก และจากข้อมูลของ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ได้อธิบายความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศเอาไว้ดังนี้… ไทยกับฝรั่งเศสเริ่มมีความสัมพันธ์ระหว่างกันตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยของสมเด็จ พระนารายณ์มหาราช และพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ซึ่งได้ส่งราชทูตมาเจริญสัมพันธไมตรีกับสยามเมื่อปี พ.ศ. 2228 ต่อมา ราชทูตสยาม (โกษาปาน) ได้เดินทางไปเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ณ พระราชวังแวร์ซายส์ […]

เปิดประวัติ “มหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม” แห่งกรุงปารีส ก่อนจะลุกไหม้ในกองเพลิง

กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สร้างความสลดใจไปทั่วโลก เมื่อ มหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ในช่วงเย็นของวันจันทร์ (ที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ในขณะที่มีการซ่อมแซมปรับปรุงตัวอาคารของมหาวิวหารอายุกว่า 850 ปี ทำให้เห็นกลุ่มควันพวยพุ่งเหนืออาคารสไตล์กอทิกเก่าแก่ และมีรายงานว่ารัฐบาลและเอกชน เพิ่งระดมทุนเมื่อปีที่แล้ว เพื่อปรับปรุงตัวโบสถ์ที่ทรุดโทรมหนัก ซึ่งอาจต้องมีการระดมทุนจากทั่วโลกอีกครั้งเพื่อสร้างและซ่อมแซมมหาวิหารแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ อาสนวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส (Cathédrale Notre-Dame de Paris) เป็นอาสนวิหารประจำอัครมุขมณฑลปารีส ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส คำว่า Notre Dame แปลว่า แม่พระ (Our Lady) ซึ่งเป็นคำที่ชาวคาทอลิกใช้เรียกพระนางมารีย์พรหมจารี ปัจจุบันอาสนวิหารก็ยังใช้เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกและเป็นที่ตั้งคาเทดราของอาร์ชบิชอปแห่งปารีส อาสนวิหารน็อทร์-ดามถือกันว่าเป็นโบสถ์ที่สวยงามที่สุดในลักษณะกอทิกแบบฝรั่งเศส โบสถ์นี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์โดยเออแฌน วียอแล-เลอ-ดุก ผู้เป็นสถาปนิกคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งของฝรั่งเศส การก่อสร้างเป็นแบบกอทิก นับเป็นอาสนวิหารแรกที่สร้างในลักษณะนี้ และการก่อสร้างก็ทำต่อเนื่องมาตลอดสมัยกอทิก ประติมากรรม และหน้าต่างประดับกระจกสี (stained glass) มีอิทธิพลจากศิลปะแบบแนทเชอราลลิสม์ ทำให้แตกต่างจากศิลปะโรมาเนสก์ที่สร้างก่อนหน้านั้น น็อทร์-ดามเป็นหนึ่งในบรรดาสิ่งก่อสร้างแรกที่ใช้ “ครีบยันลอย” ตามแบบเดิมไม่ได้บ่งถึงกำแพงค้ำยันรอบอาสนวิหาร “บริเวณร้องเพลงสวด” หรือ รอบบริเวณกลางโบสถ์ เมื่อเริ่มสร้างกำแพงโบสถ์สูงขึ้นกำแพงก็เริ่มร้าวเพราะน้ำหนักของสิ่งก่อสร้าง เพราะสถาปนิกสมัยกอทิกจะเน้นการสร้างสิ่งก่อสร้างที่สูง […]

“ฟัวกรา” อาหารระดับเวิลด์คลาส ที่ดูเหมือนจะล้ำเส้นวัฒนธรรมการกิน

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นเมนูสุดหรู และยังเป็นอาหารฝรั่งเศสที่จัดดีที่สุดเช่นเดียวกับทรัฟเฟิล แต่ ฟัวกรา (foie gras) ก็ยังเป็นหนึ่งในอาหารที่ถูกตั้งคำถามถึงความถูกต้องการในการได้มา ว่าขัดต่อศีลธรรมและวัฒนะรรมการกินของมนุษย์หรือไม่ ฟัวกรา หรือที่แปลว่า “ตับอ้วน” นั้นคือตับห่านหรือเป็ดที่ถูกขุนให้อ้วนเป็นพิเศษ จนมีลักษณะนุ่มนิ่ม มีไขมันสูง และมีรสชาติที่แตกต่างจากตับของทั่วไป จึงไม่แปลกที่ฟัวกราจะกลายเป็นวัตถุดิบที่มีความต้องการจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งแต่เดิมแหล่งผลิตฟัวกราที่ดีที่สุด คือ เมืองตูลูซ ทางภาคใต้ของฝรั่งเศส แต่ปัจจุบันนี้สามารถหารับประทานได้เกือบทุกที่ โดยในปี ค.ศ. 2005 ทั่วโลกมีการผลิตฟัวกราประมาณ 23,500 ตัน ในจำนวนนี้ ประเทศฝรั่งเศสเป็นผู้ผลิตมากที่สุดคือ 18,450 ตัน หรือร้อยละ 75 ของทั้งหมด โดยร้อยละ 96 ของฟัวกราจากฝรั่งเศสมาจากตับเป็ด และร้อยละ 4 มาจากตับห่าน ส่วนประเทศฮังการีผลิตฟัวกรามากเป็นอันดับสอง และส่งออกมากเป็นอันดับหนึ่ง คือ 1,920 ตันใน ค.ศ. 2005 แต่ที่น่าสนใจคือเกือบทั้งหมดส่งออกไปที่ฝรั่งเศส แม้จะมีรสชาติล้ำเลิศและเป็นที่โหยหาของนักชิมทั่วโลก แต่ในแง่ของโภชนาการ ฟัวกราจัดเป็นอาหารที่มีไขมันสูงเกินจำเป็น แถมวิธีการได้มาของตับนี้ยังถูกต่อต้านจากองค์การสิทธิสัตว์และสวัสดิการสัตว์ ที่ถือว่าขั้นตอนการผลิตฟัวกรานั้นโหดร้าย เนื่องจากเป็นการบังคับป้อนอาหารให้ห่านหรือเป็ดด้วยข้าวโพดเพื่อให้มีตับใหญ่กว่าปกติ แต่ถึงจะมีกระแสต่อต้าน […]

‘โลมา’ ถูกซัดเกยฝั่งฝรั่งเศสกว่า 1,100 ตัว เหตุบาดเจ็บจากเรือประมง

โลมา กว่า 1,100 ตัว ถูกซัดเกยชายฝั่งแอตแลนติก ของฝรั่งเศส ตั้งแต่เดือน ม.ค. 62 ที่ผ่านมา โดยองค์กรสิทธิสัตว์ กล่าวว่าเป็นผลพวงจากอุตสาหกรรมประมง ผู้เชี่ยวชาญ ระบุ ตัวเลขการตายดังกล่าวเป็นตัวเลขที่สูงมาก ทำลายสถิติของปีก่อน จะเข้าสู่ 2562 มาเพียง 3 เดือนเท่านั้น และนับเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบ 40 ปี โดย 90% ของโลมาที่ตาย มีสาเหตุจากบาดแผลที่เกิดจากเรือประมง ฟรองซัว เดอ รูจี รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของฝรั่งเศส เผยว่า ได้วางแผนเพื่อลดการตายของโลมา ซึ่งรวมไปถึงการผลักดันการใช้งานอุปกรณ์ส่งเสียงขับไล่บน 26 เรืออวนลากซึ่งได้ติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวไว้แล้ว เพื่อไล่โลมาออกไปจากพื้นที่ประมง แต่ในขณะเดียวกันกลุ่มนักเคลื่อนไหวซี เชฟเพิร์ด ออกมาโต้แย้งว่า บรรดาเรืออวนลากจะไม่เปิดอุปกรณ์นอกจากจะมีการตรวจสอบ เพราะกลัวว่าอาจจะไล่ปลาชนิดอื่นออกไปด้วย และเชื่อว่ามลพิษทางเสียงที่เกิดจากอุปกรณ์เหล่านี้จะทำให้สัตว์ทะเลอาศัยอยู่ในมหาสมุทรไม่ได้ ลาเมีย เอสซองลาลี่ ผู้อำนวนการ ซี เชฟเพิร์ด  ฝรั่งเศส กล่าวว่า นักวิทยาศาสตร์เคยทำนายไว้ว่า โลมา มีโอกาสในการสูญพันธุ์ เนื่องจากการทำประมงจำนวนมากในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อตลาดมีความต้องการปลาราคาถูก […]

keyboard_arrow_up