ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช.

วันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. โดยมีความว่า… มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 4 ราย ดังนี้ 1. นายประจวบ สวัสดิประสงค์ ตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 5 ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ช. 2. นายอุทิศ บัวศรี ตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ช. 3. นายกิตติ ลิ้มพงษ์ ตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการสำนักงาน ป.ป.ช. 4. นายทินกร เขมะวิชานุรัตน์ ตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. […]

“บิ๊กป้อม” โต้ร่ำรวยติดอันดับเศรษฐีเอเชีย ปัดซุกทรัพย์สิน ตปท.

พล.อ.ประวิตร ท้า “เสรีพิสุทธิ์” ยื่นร้อง ป.ป.ช.สอบได้เลย ปมร่ำรวยติดอันดับเศรษฐีเอเชีย ยืนยัน ไม่ใช่เรื่องจริง และไม่มีทรัพย์สินอยู่ที่อื่น นอกจากยื่นต่อ ป.ป.ช.ไปแล้ว พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีที่เว็บไซต์ อินเวสติ้ง เผยแพร่ข้อมูลการจัดลำดับความร่ำรวยที่มีชื่อพลเอกประวิตร ติด 1 ใน 45 รายชื่อเศรษฐีของเอเชียนั้น พลเอกประวิตร ยืนยันว่า มันไม่ใช่เรื่องจริง แล้วจะไปทำอะไร และหากเรื่องนี้ พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย จะไปยื่นร้องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบตนเองนั้น พลเอกประวิตร ระบุว่า “ก็สอบได้เลย เพราะมันก็มีเท่าที่อยู่ใน ป.ป.ช.ไปหมดแล้ว” สื่อมวลชน ถามย้ำอีกว่า แล้วทรัพย์สินมีไปฝากไว้ที่อื่นในต่างประเทศอีกหรือไม่ เพราะข้อมูลที่เผยแพร่ออกมา เป็นของต่างประเทศ ทำให้พลเอกประวิตร พูดด้วยอารมณ์เบื่อหน่าย ว่า “โธ่เอ๊ย” ก่อนจะทำท่าชกผู้สื่อข่าวที่ถามคำถามเป็นการหยอกล้อ แล้วเดินขึ้นรถกลับทันที

ศรีสุวรรณ จี้ ป.ป.ช. ลาออก หลังดัชนีคอร์รัปชันภาครัฐไทยร่วงอันดับที่ 99

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ออกแถลงการณ์ในนามสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เรื่อง “ดัชนีความโปร่งใสไทยแย่ลง ป.ป.ช. ต้องพิจารณาตัวเอง” โดยระบุว่า ตามที่องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International หรือ ทีไอ) เผยแพร่ดัชนีการคอร์รัปชันภาครัฐทั่วโลก (ซีพีไอ) ประจำปี 2561 โดยระบุว่าประเทศไทยได้ 36 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน ลดลงจากเมื่อปี 2560 ที่อยู่อันดับที่ 96 ที่ได้คะแนน 37 คะแนน ลงมาเป็นอันดับที่ 99 จาก 180 ประเทศทั่วโลกนั้น รายงานดัชนีดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงข้อด้อยของระบบการถ่วงดุลของฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ตลอดจนการทุจริตของเจ้าหน้าที่ในฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ที่ยังไม่เป็นสากล ยังอยู่ในวังวนของระบบอุปถัมภ์มากกว่าระบบคุณธรรม โดยเฉพาะกรณีตัวอย่างที่น่าอับอายไปทั่วโลก คือ มาตรฐานการตรวจสอบนาฬิกาหรูของผู้มีอำนาจรัฐ ที่ค้านสายตาประชาชนทั้งประเทศ แต่เลขาธิการ […]

ชัชชาติ ขอบคุณทุกกำลังใจ หลัง ป.ป.ช. เร่งจ่อเชือด วอนตรวจสอบปราศจากอคติ

สืบเนื่องจากกรณีที่ ป.ป.ช. เตรียมเร่งที่จะหยิบคดีอนุมัติและจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองปี 2548-2553 โดยไม่มีอำนาจ และไม่มีกฎหมายรองรับ ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เฟชบุ๊ก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ โดยระบุว่า… ขอบพระคุณหลายท่านที่เป็นห่วงเรื่อง ป.ป.ช. ที่เป็นข่าว ผมเองก็ทราบข่าวจากทางสื่อเหมือนกัน ยังไม่ทราบรายละเอียดครับ ทั้งสองเรื่องเป็นเรื่องที่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะคณะรัฐมนตรีไม่ใช่เรื่องของกระทรวงคมนาคมโดยตรงครับ เรื่องเยียวยาผมส่งรายละเอียดชี้แจงหนล่าสุดไปน่าจะสองปีกว่าแล้ว ส่วนเรื่องบริหารจัดการน้ำ น่าจะอยู่ชั้นหาข้อมูลครับ ยังไม่ได้ให้ชี้แจง การตรวจสอบของ ป.ป.ช. เป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น ที่จะช่วยให้การทำงานของภาครัฐโปร่งใสขึ้น แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรม ปราศจากอคติ ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งครับ

หวังสร้างความเชื่อมั่น! ป.ป.ช.ยัน คดีนาฬิกาหรู ‘บิ๊กป้อม’ เสร็จก่อนเลือกตั้ง

ป.ป.ช.จัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล ประกาศชัดเจน คดีนาฬิกาหรู สรุปผลสอบก่อนเลือกตั้งแน่นอน หวังสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนก่อนการเลือกตั้ง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มั่นใจว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของ คสช. ซึ่งเป็นฉบับปราบโกง และ ข้อกฎหมายต่างๆ ที่ออกมายุคนี้ ทำให้การตรวจสอบการทุจริตได้เร็วและดีขึ้น ส่วนเรื่องการตรวจสอบนาฬิกาหรู ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นั้น เลขาธิการ ป.ป.ช. ยืนยันมาแล้วว่า จะมีความชัดเจนภายในเดือนนี้ (ธ.ค. 61) และจะสรุปให้ได้ก่อนการเลือกตั้ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน แต่ถ้าจะต้องเลื่อนออกไปก็ต้องตอบคำถามสังคมให้ได้  

เปิดใจแท็กซี่ ถูกบิ๊ก ป.ป.ช. ชักปืนขู่ ถามถ้าลั่นแล้วตายทำไง – เจ้าตัวโต้ นิ้วไม่เหนี่ยวไก (คลิป)

วันที่ 18 ต.ค. 61 ภายหลังจากมีภาพคลิปกล้องหน้ารถ ขณะนายพิเศษ นาคะพันธุ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชักปืนขู่คนขับรถแท็กซี่คู่กรณี บริเวณถนนในศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ พ.ต.ท.สุบรรณ์ อธิเศรษฐ์ รองผกก.(สอบสวน) สน.ทุ่งสองห้อง เปิดเผยว่า นายพิเศษเดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติมพร้อมนำอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 ซึ่งเป็นปืนที่ปรากฎภายในคลิปดังกล่าว มามอบให้กับเจ้าหน้าที่ โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าปืนกระบอกดังกล่าว มีเอกสารครบถ้วน ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (19 ต.ค. 61) จะนำอาวุธปืนส่งกองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนประเด็นที่แจ้งข้อหาพยายามฆ่า ขณะนี้ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากยังไม่มีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามตัวคนขับแท็กซี่คู่กรณี นายเลิศ (นามสมมติ) คนขับแท็กซี่คู่กรณีนายพิเศษ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ตนขับรถมาจากคลองประปาเพื่อมุ่งหน้าเพื่อไปศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เนื่องจาก ช่วงเวลาดังกล่าวที่ศูนย์ราชการจะมีผู้โดยสารจำนวนมาก เมื่อตนขับรถเพื่อจะเลี้ยวขวาเข้าศูนย์ราชการ ถนนเส้นดังกล่าวจะมีสัญญาณไฟกะพริบอยู่ ตนจึงชะลอรถเพื่อดูรถฝั่งซ้ายและขวา ในระหว่างนั้นคู่กรณีก็ขังรถยนต์ตามหลังมาบีบแตรใส่ตน 1 ครั้ง เมื่อข้ามแยกมาตนจึงไปอยู่เลนขวา เพื่อให้รถคู่กรณีขับแซงไป โด […]

เปิดใจ บิ๊ก ป.ป.ช.จ่อปืนไล่แท็กซี่คุกคาม ไม่คิดยิง ชีวิตจริง ยกมือไหว้คงไม่จบ (คลิป)

จากกรณีนายพิเศษ นาคะพันธ์ อายุ 52 ปี ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ปรากฏอยู่ในคลิปขับรถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ด สีดำ ชักปืนเล็งใส่เจ้าของคลิปที่ขับรถยนต์แท็กซี่ตามหลังมา เหตุเกิดภายในศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ และเข้ามอบตัวกับพนังงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เมื่อวานนี้ (16 ต.ค. 61) โดยตำรวจแจ้งข้อหา พกพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้าน เมืองสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร และทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว ซึ่งเป็นความผิดตาม ป.อาญา และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ศ 2490 มาตรา 8 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท (อ่าน : ป.ป.ช. แถลงผู้ช่วยเลขาฯ ชักปืนขู่แท็กซี่ เป็นเรื่องส่วนบุคคล สั่งสอบภายใน 15 วัน ) วันที่ 17 ต.ค. 61 พันตำรวจโทสุบรรณ์ อธิเศรษฐ์ รอง […]

พ่อป้องลูก บิ๊ก ป.ป.ช. ชักปืนขู่แท็กซี่ ถูกป่วนก่อน ชี้ถึงยศใหญ่ แต่ไม่รังแกใครก่อน (คลิป)

วันที่ 16 ต.ค. 61 เพจเฟซบุ๊ก เฮียขับรถ โพสต์คลิปวิดีโอจากกล้องติดหน้ารถยนต์ โดยระข้อความว่า “ชักปืน เล็งใส่ ฝากลุงไว้ในอ้อมใจสักคน เก่งจังเลยครับลุง ทะเบียนลุงก็ชัดอยู่นะ หงายการ์ดอะไรดีน๊า…” โดยในคลิปวิดีโอดังกล่าว เผยให้พฤติกรรมชายรายหนึ่งลงจากรถ พร้อมยกปืนหันปลายกระบอกมาทางรถแท็กซี่ ต่อมา พ.ต.อ.ปริญญา เหลืองอุทัย ผู้กำกับการ สน.ทุ่งสองห้อง เปิดเผยว่า นายพิเศษ นาคะพันธุ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง พร้อมกับยอมรับว่าตัวเองนั้นเป็นบุคคลในคลิปวิดีโอ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหามีอาวุธปืน พกพาอาวุธปืน และใช้อาวุธปืนในที่สาธารณะ (อ่าน : ตร.เผย ผู้ช่วยเลขา ป.ป.ช. รับขับเก๋งปาด-ชักปืนขู่ กลางศูนย์ราชการ ไม่รอดถูกแจ้งข้อหา) ด้าน พ.ต.ท.สุบรรณ์ อธิเศรษฐ์ รองผู้กำกับ สอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวว่า นายพิเศษยังไม่ขอให้การในชั้นพนักงานสอบสวน โดยขอไปให้การในชั้นศาล ซึ่งตำรวจได้สอบปากคำและปล่อยตัว เนื่องจากไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า ทั้งนี้ ยังไม่ทราบว่าคู่กรณีเป็นใคร ขณะนี้ให้ฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามหาตัว เพื่อมาสอบปากคำว่าได้รับความเสียหายหรือไม่อย่างไร ส่วนแท็กซี่หากได้รับความเสียหาย สามารถมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนได้ […]

‘วีระ’ โพสต์สวด ป.ป.ช. หลังพบมติเอกฉันท์คดีที่ร้องเรียนไปเมื่อ 14 ปีที่แล้ว

เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟสบุ๊ก Veera Somkwamkid โดยกล่าวถึงหนังสือตอบกลับที่ปปช. ชี้แจงหลังสอบถามร้องเรียนปัญหาเกี่ยวกับการทุจริตไปแล้วกว่า 14 ปี โดยระบุว่า… นี่คือหลักฐานที่ชี้ให้เห็นการทำงานที่ล่าช้ามากที่สุด ของ ป.ป.ช. ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบพยานหลักฐานชัด ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. 2547 หนังสือแจ้งผลกลับมาถึง ผู้ร้องวันที่ 8 ก.ย. 2561 ใช้เวลานานกว่า14 ปี ในการตรวจสอบและแจ้งผลให้ผู้ร้องทราบ การทำงานที่ล่าช้ามากที่สุด ถึงแม้จะตรวจสอบพบว่ามีการกระทำความผิดจริง และให้ลงโทษผู้กระทำ ความผิด แต่ในความเป็นจริง ก็ไม่สามารถลงโทษผู้ใดได้เลย ทั้งทางวินัยและทางอาญา เนื่องจากคดีหมดอายุความ ส่งไปให้อัยการก็ทำอะไรไม่ได้ การทำงานของ ป.ป.ช. ที่ล่าช้าที่สุดเช่นนี้ ทำให้ผู้กระทำความผิดได้รับประโยชน์โดยมิชอบ ไม่ต้องถูกลงโทษ แต่รัฐและประชาชนได้รับความเสียหาย ดังนั้น ป.ป.ช. จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา157 ติดตามอมรินทร์ ทีวี ได้ที่ ทีวีดิจิทัล หรือ กล่องดิจิทัลทีวี […]

รับคำท้า!! ศรีสุวรรณ จ่อร้อง ป.ป.ช. กรณีลูก มท.1 บุกพบผู้ว่าฯ ภูเก็ต

หลังจากกรณีที่มีชื่อ นายยุทธพงษ์ เผ่าจินดา บุตรชายของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงไฟฟ้าขยะ รวมถึงบุกเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เมื่อ 3 พ.ค. ที่ผ่านมา และมท.1 ได้ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่าบุตรชายของตนไม่เคยไปทำธุรกิจดังกล่าว รวมถึงไม่เคยเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ทั้งแนะให้นำเรื่องบอกหน่วยงานที่มีอำนาจในการตรวจสอบ ล่าสุด นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยเตรียมร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้ว โดยได้ออกแถลงการณ์ที่มีเนื้อความดังนี้… ตามที่ปรากฏในสื่อมวลชนทั่วไปว่า บุตรชาย รมว.มหาดไทยบุกพบผู้ว่าฯภูเก็ตเมื่อ 3 พ.ค. ที่ผ่านมา ปรากฏชื่อหราในวาระงานผู้บริหารระดับสูงของจังหวัด จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันทั่วว่า มท.1 มีเอี่ยวกับโครงการบริหารจัดการขยะหรือไม่ เนื่องจากมีการออกกฎหมายลักษณะรวบอำนาจดึงการแก้ไขปัญหาขยะมาดูแล และมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาขยะโดยการให้ท้องถิ่นรวมตัวกัน(Clusters)เพื่อกำจัดขยะ แต่ทว่าท้องถิ่นส่วนใหญ่กลับมุ่งเน้นสร้างโรงเผาขยะเพื่อผลิตไฟฟ้า แทนที่จะใช้วิธีการฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล(Sanitary Landfilled) ซึ่งจะใช้งบประมาณน้อยกว่ามาก จนกลายเป็นการขัดแย้งกับประชาชนทั่วประเทศในขณะนี้นั้น กรณีดังกล่าวยังไม่มีใครหรือหน่วยงานใด จะสามารถให้คำตอบต่อสังคมไทยได้ว่า มท.1 มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวหรือไม่ เพราะการให้สัมภาษณ์ของ มท.1 ก็ปฏิเสธมาโดยตลอดว่า “กรณีที่มีการโจมตีบุคคลในครอบครัวของผม เข้าไปเกี่ยวข้องกับการสร้างโรงไฟฟ้ากำจัดขยะนั้น ยืนยันว่าครอบครัวไม่ได้ยุ่งเกี่ยวแน่นอน ลูกชายบอกว่าไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยว หรือร่วมทุนกับใคร เรื่องนี้ไม่ใช่จะมากล่าวหากันบ่อยๆได้ ถ้าคิดว่ามีข้อมูล […]

ร้องป.ป.ช. ตั้งอนุกรรมการไต่สวนคดีนาฬิกาหรู ‘บิ๊กป้อม’

นักกิจกรรมทางการเมือง ร้อง เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบถามถึงความคืบหน้าคดีแหวนเพชรและนาฬิกาหรูของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และให้ตั้งคณะอนุกรรมการสอบ ไต่สวนกรณีนาฬิกาหรูของพลเอกประวิตร ด้วย นายเอกชัย หงส์กัลวาน นักกิจกรรมทางการเมือง เข้ายื่นหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อสอบถามถึงความคืบหน้าคดีแหวนเพชรและนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยมีเนื้อว่า ที่ผ่านมา คณะกรรมการ ป.ป.ช. อ้างถึงการไม่ตั้งคณะอนุกรรมการ เนื่องจากบริษัทตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาหรูในประเทศไทยบางแห่งไม่ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูล Serail Number ของนาฬิกาหรูเหล่านี้ อย่างไรก็ตามนักกฎหมายหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า พ.ร.บ. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 กำหนดให้ ป.ป.ช. มีอำนาจในการขอข้อมูล-ไต่สวนหน่วยงานเอกชนเหล่านี้ รวมทั้ง ปปช. ยังมีอำนาจตรวจสอบการเสียภาษีของนาฬิกาเหล่านี้ด้วย นอกจากนี้กฎหมายนี้มาตรา 103 ยังกำหนดห้ามมิให้เจ้าหน้าที่รัฐรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลนอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย และข้อมูลที่ว่าพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ อ้างยืมนาฬิกาหรูจำนวน 22 เรือนจากเพื่อนของเขาที่เสียชีวิตในปีที่ผ่านมาจึงถือเป็นข้อมูลที่เพียงพอต่อการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีนี้หรือไม่ นายเอกชัย หงส์กัลวาน นักกิจกรรมทางการเมือง ให้สัมภาษณ์ว่า หลังเข้าพบเจ้าหน้าที่ของ […]

ป.ป.ช. ประชุม ‘เงินทอนวัด ล็อต 3’ พร้อมเร่งตามตัว 3 ลูกศิษย์คนสนิท ‘พระพรหมเมธี’

ป.ป.ช.เตรียมประชุม เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนกรณีการตรวจสอบการทุจริตเงินอุดหนุนงบประมาณบูรณปฏิสังขรณ์วัด ล็อต 3 หลังจากที่ได้ดำเนินคดีกับพระเถระชั้นผู้ใหญ่แล้ว 5 รูป ขณะที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เร่งติดตามตัว 3 ลูกศิษย์คนสนิทพระพรหมเมธี อดีตเจ้าอาสวัดสัมพันธวงศ์ นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า วันนี้ (30 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนกรณีการตรวจสอบการทุจริตเงินอุดหนุนงบประมาณบูรณปฏิสังขรณ์วัด ล็อต 3 ซึ่งมีนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการป.ป.ช. เป็นผู้รับผิดชอบสำนวน จะบรรจุเป็นวาระเร่งด่วน เพื่อรายงานความคืบหน้า ให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาสำนวน ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินพระปริยัติธรรม ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีกับพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ส่วนในทางคดีนั้น ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบประวัติของพระชั้นผู้ใหญ่ทั้ง 3 รูป คือ พระพรหมเมธี อดีตเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์, พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ และพระพรหมดิลก อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา เพื่อประมวลข้อมูลเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสมณศักดิ์ และตำแหน่งทางการปกครองของสงฆ์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ก่อนจะส่งมอบให้กับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นำเสนอต่อมหาเถระสมาคม เพื่อเป็นข้อมูลในการประกอบการพิจารณาถึงความเหมาะสมในตำแหน่งของพระทั้ง 3 รูปด้วย นอกจากนี้ ตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อยู่ระหว่างการติดตาม การเดินทางออกนอกประเทศของ ชายไทย […]

‘หมอธี’ ย่องเงียบเข้าทำเนียบ เผยขอโทษ ‘บิ๊กป้อม’ แล้ว ‘บิ๊กตู่’ ลั่นขอโทษแล้วก็จบ

จากรณีที่ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวกับนักเรียนไทยและนักธุรกิจไทยในงานเลี้ยงรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยได้พาดพิง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปมนาฬิกาหรู ว่า “ถ้าหากเป็นตนเองคงลาออกไปตั้งแต่นาฬิกาเรือนแรกแล้ว” วันนี้ (13 ก.พ.61) นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ไม่ได้เดินทางเข้าร่วมประชุม ครม. เนื่องจากเพิ่งเดินทางกลับจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ต่อมา นพ.ธีระเกียรติ ได้เดินทางเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล เป็นการส่วนตัว ก่อนให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าตนเองได้ขอโทษ พล.อ.ประวิตร แล้ว ด้าน พล.อ.ประวิตร อมยิ้มและพยักหน้า พร้อมยืนยันว่าตนไม่ลาออกจากตำแหน่ง และจะเดินหน้าทำงานต่อไป ขณะที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอ กล่าวถึงกรณี นพ.ธีระเกียรติ เข้าพบเพื่อชี้แจงกรณีแสดงความเห็นการตรวจสอบนาฬิกาหรูของพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า เมื่อทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้เข้าชี้แจงแล้ว ก็ถือว่าไม่มีปัญหาใดๆ กับตนเอง โดยยืนยันว่าไม่มีรอยร้าวใน ครม. เพราะยังคงมีความรักใคร่ […]

สตรอง! ‘บิ๊กป้อม’ กำลังใจดี พร้อมทำงานเพื่อประเทศ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เตรียมเดินทางไปร่วมประชุมรมว.กห.อาเซียน ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ในวันนี้ ยันยังเข้มแข็งและมีกำลังใจทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป วันที่ 5 ก.พ.61 พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง การแสดงความคิดเห็นกันในสังคมประชาธิปไตย ถือเป็นมุมมองที่ทุกฝ่ายต้องเคารพ เปิดกว้างรับฟังด้วยใจเป็นกลาง และพิจารณาร่วมกันอย่างสร้างสรรค์รอบด้าน เชื่อว่าทุกคนต่างมีประสบการณ์และบทเรียนร่วมกันมาแล้ว ความพยายามยับยั้งชั่งใจกันด้วยเหตุผล จะทำให้เราสามารถผ่านความยากลำบากนี้ไปด้วยกัน ขอให้เชื่อมั่นร่วมกันว่า กองทัพยังเป็นเอกภาพและมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน ที่จะทำหน้าที่หลักประกันความมั่นคงของประเทศเคียงข้างประชาชน พร้อมทั้งขอยืนยันว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ยังมีกำลังใจและสุขภาพแข็งแรงดี มีจิตใจเข้มแข็ง หนักแน่นและมั่นคง ที่จะทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่เป็นแกนหลักในการดูแลความมั่นคงของประเทศและรักษาความปลอดภัยของสังคมต่อไป โดยระหว่าง 5-7 ก.พ. 61 พล.อ.ประวิตร มีภารกิจสำคัญเดินทางไปร่วมประชุมกับ รมว.กลาโหมประเทศต่างๆ ในอาเซียน ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือกันดูแลความมั่นคงของภูมิภาคร่วมกัน และเมื่อเดินทางกลับมาถึง ใน 7 ก.พ. 61 เวลา 1400 มีกำหนดการต้อนรับการเข้าเยี่ยมคำนับของ พล.อ.โจเซ็ป ดันฟอร์ด ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม […]

ไม่อยู่ก็ได้นะ! ‘บิ๊กป้อม’ ตัดพ้อเข้ามาช่วยเหลือบ้านเมือง ถ้าไม่ต้องการพร้อมลาออก

วันที่ 31 ม.ค.61 ที่ห้องพินิจประชานาถ กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ร่วมงานเลี้ยงงานสานสัมพันธ์ สื่อสายทหาร โดยพลเอก ประวิตร ขึ้นกล่าวช่วงหนึ่งว่า เราทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ทำทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และมุ่งมั่นพัฒนาเรื่องความมั่นคง ได้รับการสนับสนุนจากสื่อมาตลอดใน 4 ปีที่ผ่านมา เพื่อให้บ้านเมืองคลี่คลายปัญหา “ผมไม่ได้มาขอร้องให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ อยากจะพูดกับผู้สื่อข่าวสายทหารว่า ผมรับราชการมาตั้งแต่ปี 2511 ถึงปัจจุบัน 50 ปี รับราชการมาโดยตลอด ก็ไม่เคยมีเรื่องอะไรต่างๆ ก็ดูเอาแล้วกัน ว่าผมได้ทำอะไรที่เสียหายต่อประเทศชาติบ้านเมืองบ้าง ผมเข้ามาเพื่อต้องการช่วยเหลือบ้านเมือง อยากจะมาทำงานให้บ้านเมืองถ้าประชาชนไม่ต้องการผมก็พร้อมที่จะไปจากตำแหน่งนี้”  

อัยการปรเมศวร์ เผย ผิดหวังกับ ป.ป.ช. หลังแถลงปมนาฬิกาหรู ‘ไม่ใช่ทรัพย์สินตน ไม่ต้องแจ้ง’

จากกรณีที่เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้แจงกรณีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ว่าหากเป็นของบุคคลอื่น ก็ไม่ต้องแสดงทรัพย์สินต่อป.ป.ช. เพราะตามกฎหมายทรัพย์ที่สินที่ต้องแสดงต่อป.ป.ช. คือ ของตัวเอง ของคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เท่านั้น ล่าสุด นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด โพสต์ในเฟซบุ๊คส่วนตัว โดยตั้งคำถามว่าทำไมถึงคิดว่า หากไม่ใช่ทรัพย์สินของตนเอง ก็ไม่ต้องแสดงในบัญชีทรัพย์สิน ถ้าหากข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นักการเมือง นำข้ออ้างดังกล่าวมาใช้บ้าง แบบ ป.ป.ช. ก็ไม่ต้องตรวจสอบใครอีกแล้ว เพราะไปเปิดประเด็นให้เขาโกงได้เต็มที่

ซัดแรง!! ทิชา ณ นคร โพสต์รัว หลัง ‘บิ๊กป้อม’ แจงนาฬิกาคืนเพื่อนหมดแล้ว

จากกรณที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากากรระทรวงกลาโหม ได้ชี้แจงถึงกระแสข่าวนาฬิกาหรู ที่ถูกเพจ CSI LA เปิดเผยมาถึง 24 เรือน ว่าเป็นเรือนเก่าที่เคยสวมในอดีต และขอให้ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบ ถ้ามีความผิดจริง ตนก็พร้อมลาออก พร้อมกับบอกที่มาของนาฬิกาเหล่านั้นว่า…เพื่อนเอามาให้ผมใส่ และก็คืนเขาทั้งหมดทุกเรือนแล้ว ล่า นางทิชา ณ นคร อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฎิรูปประเทศ (สปท.) โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Thicha Nanakorn หลายข้อความติดต่อกัน โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

‘ศรีสุวรรณ’ ประกาศซื้อหมาบางแก้วบิ๊กตู่ จ่อตั้งชื่อ ‘น้องปรองดอง-น้องสมานฉันท์’

นักกฎหมายออกมาแสดงความคิดเห็นว่ากรณีการซื้อสุนัขพันธุ์บางแก้ว 3 ตัว ของนายกรัฐมนตรีไม่ได้กระทำผิดกฎหมาย และไม่ได้เข้าข่ายความผิดของระเบียบ ป.ป.ช. ขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา ประกาศซื้อสุนัขต่อจากนายกรัฐมนตรี โดยเตรียมตั้งชื่อว่า “น้องปรองดอง” และ “น้องสมานฉันท์” กรณีที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบการกระทำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เมื่อครั้งเดินทางไปประชุม ครม. สัญจรที่จังหวัดพิษณุโลก-สุโขทัย และได้ให้ความสนใจชมการเพาะเลี้ยงสุนัขพันธุ์บางแก้วของกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงในพื้นที่ พร้อมกับซื้อลูกสุนัขบางแก้ว 3 ตัว เพื่อนำไปเลี้ยงเอง 1 ตัว และซื้อให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี คนละหนึ่งตัว ในราคาตัวละ 6,000 บาท ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้จ่ายเงินจำนวน 25,000 บาท เพราะต้องการให้เป็นขวัญกำลังใจและเงินขวัญถุงแก่ผู้เพาะเลี้ยง ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการให้หรือรับของขวัญซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่มีมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาท […]

keyboard_arrow_up