เจ็บหนัก!! คนไทยถูกลูกหลง หลังปาเลสไตน์ยิงจรวดถล่มอิสราเอล

วันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก T I C นักสู้ ภาคอีสานเพื่อนไทยในอิสราเอล ที่รายงานความเป็นอยู่และความเคลื่อนไหวต่างๆ ของกลุ่มคนไทยในอิสราเอล ได้โพสต์ภาพชายไทยได้รับบาดเจ็บและคลิปช่วงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองโอฮาด (Ohad) ทางตอนใต้ของประเทศอิสราเอล โดนลูกหลงจากสะเก็ดระเบิดจนได้รับบาดเจ็บ และตอนนี้คนเจ็บอาการปลอดภัยแล้ว

แรงงานไทยเผยคลิปนาทียิงปะทะ หลังติดกลางสงคราม ‘อิสราเอล-ปาเลสไตน์’

สืบเนื่องจากการความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสพุ่งสูงขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยทั้ง 2 ฝ่ายต่างโจมตีทางอากาศตอบโต้กันหลายครั้ง และชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาถูกสังหารไปมากกว่า 200 คน นับตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยส่วนใหญ่เสียชีวิตในการประท้วงบริเวณชายแดนที่เกิดขึ้นแทบทุกสัปดาห์ ขณะที่มีทหารอิสราเอลถูกพลซุ่มยิงปาเลสไตน์ยิงเสียชีวิต 1 นาย ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งล่าสุดวันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Somsak Jhantaramanee ซึ่งเป็นแรงงานไทยได้โพสต์คลิปเหตุการณ์การโจมตีระหว่าง อิสราเอล กับ กลุ่มปาเลสไตน์ โดยมีภาพการยิงปืนและจรวดเสียงดังตลอดเวลา ทำให้เจ้าตัวและกลุ่มเพื่อนต้องวิ่งหนีตาย โดยมีชาวไทยเข้ามาให้กำลังใจและขอให้ปลอดภัยจากภัยสงครามนี้

ปาเลสไตน์เตรียมประท้วงสถานทูตสหรัฐฯ ในเยรูซาเล็มรอบใหม่ หลังเหตุปะทะดับ 57 ราย

วันนี้ (15 พ.ค. 61) ชาวปาเลสไตน์ยังคงวางแผนชุมนุมต่อเนื่องตามบริเวณฉนวนกาซ่า เพื่อประท้วงการเปิดสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในนครเยรูซาเล็มของอิสราเอล โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่พิพาทระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ ที่ต่างอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ดังกล่าว โดยการประท้วงในวันนี้ยังตรงกับวันครบรอบ 70 ปีของวันแห่งความหายนะ ซึ่งเป็นวันที่อิสราเอลก่อตั้งประเทศ และทำให้ชาวปาเลสไตน์นับแสนคนต้องอพยออกจากแผ่นดินของตัวเอง ซึ่งทำให้เกรงว่าจะเกิดเหตุความรุนแรงจากการประท้วงขึ้นมาอีกระลอก ทั้งนี้ การประท้วงต่อต้านการเปิดสถานทูตสหรัฐฯ ในนครเยรูซาเล็มได้ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อวานนี้(14 พ.ค. 61) จนเกิดการปะทะระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงและตำรวจอิสราเอล ซึ่งมีรายงานว่าตำรวจอิสราเอลได้ใช้แก๊สน้ำตาและและกระสุนจริงปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 57 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 2,700 คน ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลอ้างว่ากลุ่มฮามาส ซึ่งเป็นกลุ่มมุสลิมที่ต้องการทำลายอิสราเอลเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุประท้วงดังกล่าว และบอกด้วยว่าอิสราเอลมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะปกป้องประเทศของตนเอง ขณะเดียวกันชาวมุสลิมในตุรกี จอร์แดน และคูเวตต่างรวมตัวชุมนุมหน้าสถานทูตสหรัฐฯ เพื่อประท้วงการเปิดสถานทูตสหรัฐฯในนครเยรูซาเล็ม โดยมองว่าสหรัฐฯ กำลังวางตัวไม่เป็นกลาง และถือเป็นการสิ้นสุดบทบาทของสหรัฐฯ ในฐานะคนกลางในการสร้างสันติภาพในตะวันออกกลาง

ลูกจ้าง ‘ยูเอ็น’ หยุดงานประท้วงสหรัฐฯ เหตุตัดเงินช่วยเหลือ ทำ รร.-รพ. ต้องหยุดทำการ

รายงานข่าวระบุว่า มีการประท้วงของเหล่าลูกจ้างองค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) ที่เมืองกาซ่า ซิตี้ ที่เป็นเมืองเอกของฉนวนกาซ่า สาเหตุมาจากที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศระงับแผนจ่ายเงินช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ผ่านองค์การสหประชาชาติประจำปีนี้จำนวน 65 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2,000 ล้านบาท โดยการหยุดงานประท้วงที่เกิดขึ้นส่งผลให้โรงเรียนจำนวน 278 แห่งต้องปิดการเรียนการสอน และเด็กนักเรียนชาวปาเลสไตน์กว่า 300,000 คนต้องหยุดเรียน เช่นเดียวกับคลีนิก และโรงพยาบาลสนามอีกหลายแห่ง ตลอดหลายปีมานี้ พื้นที่ฉนวนกาซ่าซึ่งเป็นบ้านของชาวปาเลสไตน์กว่า 2 ล้านคนถูกปิดล้อมจากอิสราเอล ทำให้ประชาชนในพื้นที่ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ท่ามกลางอัตราว่างงานที่พุ่งสูงถึงร้อยละ 46 ขณะที่เงินช่วยเหลือจากสหรัฐฯ และรัฐบาลอีกหลายประเทศถือเป็นเงินทุนที่มีความจำเป็นที่ช่วยให้โรงเรียนและสถานพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่สามารถเปิดดำเนินการต่อไปได้

สมัชชาใหญ่ยูเอ็นลงคะแนนล้นหลาม โหวตคว่ำวาระ ‘เยรูซาเล็ม’ ให้คำประกาศมะกันเป็นโมฆะ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สมัชชาใหญ่สหประชาชาติลงคะแนนเสียงอย่างล้นหลาม 128 ต่อ 9 เสียง คว่ำวาระ “เยรูซาเล็ม” ด้านปาเลสไลน์ขอบคุณผู้ไม่สนับสนุนจุดยืนของสหรัฐฯ ส่วนสหรัฐฯ เองก็เตรียมเชิญประเทศพันธมิตรที่ลงคะแนนเข้าข้าง ให้มาร่วมงานเลี้ยงพิเศษที่จะจัดช่วงหลังปีใหม่ หลังจากที่สหรัฐฯ ออกมาประกาศรับรองให้ “นครเยรูซาเล็ม” เป็นเมืองหลวงของอิสราเอล จนเกิดกระแสต่อต้านไปทั่วโลก เพราะว่าเยรูซาเล็มถือเป็นพื้นที่พิพาทระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ซึ่งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา “อียิปต์” สมาชิกหมุนเวียนได้นำวาระดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ แต่ถูกสหรัฐฯ วีโต้จนตกไป ถึงแม้ประเทศที่เหลือทั้งหมดอีก 14 ประเทศจะลงคะแนนสู้ก็ตาม ต่อมาตุรกีได้เป็นตัวตั้งตัวตีนำวาระนี้เข้าสู่สมัชชาใหญ่ สุดท้ายที่ประชุมก็ลงคะแนน 128 ต่อ 9 เสียง เห็นชอบให้คำประกาศรับรองของสหรัฐฯ เป็นโมฆะ และยังมีอีก 35 เสียงที่ของดออกเสียง ทั้งนี้ เสียงที่ไม่เห็นด้วยและงดออกเสียงส่วนหนึ่งมาจากคำขู่ของสหรัฐฯ ก่อนการลงคะแนน ที่ว่าจะตัดความช่วยเหลือด้านการเงินกับประเทศที่ขัดจุดยืนสหรัฐฯ สำหรับไทยนั้นก็อยู่ใน 128 เสียงที่โหวตคว่ำวาระเช่นกัน รายงานข่าวระบุว่า หลังผลออกมาปาเลสไตน์ก็ออกมาขอบคุณนานาประเทศที่ช่วยกันลงคะแนนเสียงสู้กับสหรัฐฯ ส่วนอิสราเอลก็ประกาศไม่ยอมรับมติของยูเอ็น ส่วนสหรัฐฯ ได้เชิญพันธมิตร 64 ประเทศที่ลงคะแนนเสียงไม่เห็นด้วย งดออกเสียง และประเทศที่ไม่มาร่วมประชุม เข้าร่วมงานเลี้ยงขอบคุณที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3 […]

ปาเลสไตน์ประท้วงเดือดไม่รับ ‘เยรูซาเล็ม’ เป็นเมืองหลวงอิสราเอล บาดเจ็บระนาว 31 ราย

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวปาเลสไตน์เกิดปะทะรุนแรงกับทหารอิสราเอล ระหว่างเหตุประท้วงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่ประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มให้เป็นเมืองหลวงของประเทศอิสราเอล โดยมีภาพขณะที่ทหารอิสราเอลยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ประท้วงชาวปาเลสไตน์นับหมื่นคนบริเวณเขตเวสต์แบงค์ และฉนวนกาซ่า ซึ่งเหตุประท้วงได้บานปลายจนเป็นเหตุปะทะเมื่อกลุ่มประท้วงเริ่มเผายางรถยนต์ และขว้างปาก้อนหินใส่ทหาร ทำให้ทหารอิสราเอลต้องยิงทั้งกระสุนยางและกระสุนจริง รวมทั้งฉีดแก๊สน้ำตาใส่ผู้ประท้วงเป็นการตอบโต้ โดยขณะนี้มีรายงานผู้บาดเจ็บจากเหตุประท้วงแล้ว 31 ราย ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย การประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มของประธานาธิบดีทรัมป์ จะส่งผลกระทบต่อการเจรจาสันติภาพระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ ที่ต่างอ้างว่ากรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของตน ทั้งยังส่งผลกระทบต่อฐานะของสหรัฐฯ ที่วางตัวเป็นกลางในเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลางมาตลอด นอกจากนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ยังเตรียมการย้ายสถานทูตสหรัฐฯประจำอิสราเอล จากกรุงเทลอาวีฟ ไปยังเยรูซาเล็มด้วย รายงานข่าวระบุว่า คำประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มของประธานาธิบดีทรัมป์ไม่เพียงแต่จะทำให้ชาวปาเลสไตน์ไม่ใจเท่านั้น แต่ยังมีบรรดาชาติอาหรับ และมุสลิมจากหลายประเทศทั้งอินโดนีเซีย ซาอุดีอาระเบีย จอร์แดน และตุรกี ออกมาประณามประธานาธิบดีทรัมป์ โดยส่วนใหญ่เห็นว่าการประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคง และเสถียรภาพของโลก พร้อมทั้งเรียกร้องให้สหรัฐฯ ทบทวนการตัดสินใจอีกครั้ง ส่วนประเทศพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯอย่างอังกฤษ เยอรมนีและฝรั่งเศส ต่างก็แสดงความไม่เห็นด้วยกับการประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มของประธานาธิบดีทรัมป์เช่นกัน ขณะที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและสันนิบาตรอาหรับก็เตรียมนัดประชุมในเร็ววันนี้เพื่อหารือประเด็นนี้อีกด้วย.

สงครามประสาท!! กลุ่มยิวชาติจัดปาร์ตี้บาร์บีคิว ส่งกลิ่นหอมยั่วนักโทษปาเลสไตน์ที่อยู่ในคุก

กลุ่มชาวยิวชาตินิยม จัดมหกรรมปิ้งย่าง “บาร์บีคิว” ครั้งใหญ่ ที่ด้านนอกเรือนจำโอเฟอร์ เมืองรามัลเลาะห์ ในเขตเวสต์แบงก์  โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญในการทำ “สงครามประสาท” กับเหล่านักโทษชาวปาเลสไตน์ที่ก่อการอดอาหารประท้วงอยู่ภายในเรือนจำแห่งนี้ ให้ต้องทนทุกข์ทรมานเพราะ “กลิ่นหอม” จากบาร์บีคิวที่ปรุงจากเนื้อสัตว์นานาชนิด กลุ่มนักโทษชาวปาเลสไตน์จำนวนมากกว่า 1,500 คนได้เริ่มอดอาหารประท้วงต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้ทางเรือนจำโอเฟอร์ปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ภายในเรือนจำให้ดีขึ้น   อย่างไรก็ดี  กลุ่มชาวยิวขวาจัดที่เป็นสมาชิกของพรรคการเมืองเนชันแนล ยูเนียน ปาร์ตี้  มองว่า  พวกนักโทษปาเลสไตน์เหล่านี้เป็นพวกผู้ก่อการร้ายที่ก่ออาชญากรรมต่อชีวิตและทรัพย์สินของชาวยิว จึงไม่สมควรก่อการอดอาหารประท้วงเพื่อเรียกร้องสิทธิพิเศษใดๆ  และนี่จึงเป็นที่มาของการจัดมหกรรมปิ้งย่างบาร์บีคิวครั้งใหญ่จากไก่และเนื้อสัตว์นานาชนิดที่ด้านนอกเรือนจำดังกล่าว “พวกเราหวังว่า เหล่านักโทษปาเลสไตน์ที่กำลังอดอาหารประท้วงอยู่ข้างในเรือนจำ  จะมีความสุขกับการสูดหายใจเอากลิ่นหอมของบาร์บีคิวเนื้อสัตว์นานาชนิดเข้าไป ถ้าพวกผู้ก่อการร้ายเหล่านี้ปรารถนาจะอดอาหารประท้วงต่อไป พวกเราก็ไม่ขัดข้อง” อาวิไฮ  กรีนวาลด์  แกนนำกลุ่มชาวยิวขวาจัดที่จัดมหกรรมย่างบาร์บีคิวนี้ กล่าวต่อสื่อมวลชน รายงานข่าวระบุว่า  มาร์วาน บาร์กูติ ผู้นำกลุ่มเคลื่อนไหวฟาตาห์ขององค์กรปลดปล่อยปาเลสไตน์ (พีแอลโอ) ซึ่งถูกศาลอิสราเอลตัดสินให้รับโทษจำคุกตลอดชีวิตในเรือนจำโอเฟอร์จากความผิดฐานฆ่าชาวยิวหลายรายในระหว่างปี ค.ศ.2000 – 2005 เป็นแกนนำในการประท้วงอดอาหารครั้งนี้ โดยอ้างว่า รับไม่ได้กับสภาพความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่ของนักโทษปาเลสไตน์ในเรือนจำแห่งนี้ คลิปวิดีโอขอบคุณ TRT World

keyboard_arrow_up