เปิดหน้าท้าชน | ศึกล้มแชมป์ ชิงเก้าอี้ ส.ส.สมุทรสาคร เขต 2

เปิดหน้าท้าชน คอลัมภ์พิเศษสำหรับคอการเมืองที่จะพาไปดูผู้สมัครในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะคู่ที่สูสี เป็นเขตช้างชนช้าง และวิเคราะห์จุดแข็งแต่ละผู้สมัคร ระหว่างคนที่เปิดหน้าลงพื้นที่ กับฝ่ายที่ท้าชนลงชิงพื้นที่ ส.ส. จะมีความสูสีกันขนาดไหน วันนี้ (13 ก.พ.62) ไปกันที่ จ.สมุทรสาคร เขต 2 การเลือกตั้งครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงเขตเล็กน้อย เดิมปี 2554 เป็นเขต 2 : อ.เมืองสมุทรสาคร และอ.กระทุ่มแบน (ยกเว้น ต.หนองนกไข่, ต.บางยาง, ต.ท่าเสา) ส่วนในปี 2562 เป็นเขต 2 : อ.เมืองสมุทรสาคร และอ.กระทุ่มแบน (ยกเว้น ต.หนองนกไข่, ต.บางยาง) โดยเพิ่ม ต.ท่าเสาเข้าไปในเขต 2 เจ้าของพื้นที่ : เพื่อไทย  นายบุญชู นิลถนอม เพื่อไทย (42,475 คะแนน) แต่ทิ้งห่างจากที่ 2 พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) แค่ 2,000 กว่าคะแนนเท่านั้น และในการเลือกตั้ง 2562 […]

‘อภิสิทธิ์’ เหน็บไม่มีใครพูดมากเท่า ‘บิ๊กตู่’ – ติงฝ่ายการเมืองอย่ากดดัน กกต.-ศาล กรณีทษช.

เช้านี้(13 ก.พ.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) พา นางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ หรือ คุณนาถยา เเดงบุหงา ผู้สมัคร ส.ส.เขต 19 สะพานสูง – เขตประเวศน์ ลงพื้นที่ย่านรามคำแหง 112 หมู่บ้านสัมมากร ไปเดินทักทายประชาชนที่สัญจรผ่านไป – มา ตั้งแต่หน้าปากซอย เข้าไปจนถึงในหมู่บ้าน เพื่อขอคะแนนเสียงให้พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งก็มีประชาชนมามอบดอกไม้ เเละขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังพูดถึง พล.อ.ประยุทธ์ ที่ให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อวาน บอกประชาชนว่า อย่าไปเชื่อนักการเมืองที่พูดเก่ง เพราะพูดได้ แต่ทำจริงไม่ได้ โดยหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มองว่า ตลอด 4 – 5 ปี ที่ผ่านมา ไม่มีใครพูดมากเท่า พล.อ.ประยุทธ์ และคนที่พูดไม่เก่ง – พูดไม่ดี ก็ไม่ได้เเปลว่า จะทำงานดี และตนอยากให้คนที่อาสาเข้ามาเป็นผู้นำประเทศ ต้องกล้ามาแสดงวิสัยทัศน์ มาดีเบต เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ ส่วนปัญหาของพรรคไทยรักษาชาตินั้น […]

‘อภิสิทธิ์’ อาจต้องลาออก แม้ได้ส.ส. มากกว่า 100 ที่นั่ง

จากกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวไว้ว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ได้ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ต่ำกว่า 100 คน จะลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค และจะไม่ร่วมกับทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคพลังประชารัฐนั้น อ.สุขุม นวลสกุล นักวิชาการทางรัฐศาสตร์ และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง วิเคราะห์ประเด็นดังกล่าวว่า แม้ว่าประชาธิปัตย์จะได้ ส.ส. มากกว่า 100 คนแต่ก็มีโอกาสที่นายอภิสิทธิ์ต้องลาออก หากพรรคไม่ได้เป็นแกนหลักในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งขณะนี้พรรคการเมืองที่ลงสมัครในการเลือกตั้งสามารถแบ่งออกเป็น 2 พวกใหญ่ ๆ คือพรรคที่สนับสนุน คสช. และไม่สนับสนุน คสช. โดยประชาธิปัตย์เองยังไม่ชัดเจนในจุดยืนนี้ และพยายามแสดงตัวว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ไม่ฝักใฝ่ทั้ง 2 ฝ่าย และหากผลการเลือกตั้งออกมาแล้วประชาธิปัตย์จำเป็นต้องเลือกเข้ากับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง มั่นใจว่าจะไม่เลือกเข้ากับฝ่ายที่มีพรรคเพื่อไทย แน่นอน  ซึ่งหมายความว่า ประชาธิปัตย์ต้องได้คะแนนเสียงเป็นอันดับ 1 ในบรรดาพรรคการเมืองที่ไม่ร่วมกับพรรคเพื่อไทยเพื่อจัดตั้งรัฐบาลเท่านั้น หากทำไม่ได้อาจมีการเปลี่ยนหัวหน้าพรรคเพื่อล้มล้างที่นายอภิสิทธิ์เคยพูดไว้ อ.สุขุม กล่าวต่ออีกว่า สำหรับ ผู้ที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคคนต่อไปนั้น เชื่อว่าหาได้ไม่ยาก โดยปกติแต่ละพรรคมักมีผู้ต้องการขึ้นมาเป็นหัวหน้าอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพรรคเก่าแก่ที่มีบารมีและความน่าเชื่อถืออย่างพรรคประชาธิปัตย์ ติดตามช่วงผ่าอนาคตประเทศไทย กับอ.สุขุม นวลสกุล ข่าวอรุณอมรินทร์ วันจันทร์-ศุกร์ 05.30 – […]

keyboard_arrow_up