ไม่ได้มีแค่ที่เขากะลา…รวมภาพที่เขาว่าถ่ายติด UFO จากทั่วโลก

กลับมาเป็นกระแสที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในบ้านเราอีกครั้ง สำหรับการมาเยือนของเอเลี่ยนที่เขากะลา จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อร่างทรงดาวพลูโตได้จัดพิธีถ่ายทดสดทางเฟซบุ๊ก โดยมีอาจารย์นักพูดชื่อดังเป็นคนช่วยแปล เนื่องจากร่างทรงดังกล่าวสื่อสารด้วยภาษาต่างดาว และได้มีการนัดรวมตัวกันระหว่างผู้ที่เชื่อและอยากพิสูจน์ เพื่อจะติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวที่เดินทางมาจากดาวพลูโต ว่ามีจริงอีกไม่ ทั้งยังมีภาพถ่ายจากผู้คนมากมายที่อ้างว่าถ่ายติด UFO ในพื้นที่ละแวกนั้นมาแล้ว แม้จะมีภาพถ่ายและคำให้สัมภาษณ์ แต่ UFO ก็ยังคงเป็นปริศนาดำมืดเหลือเกิน ที่จะมีใครกล้าฟันธงว่าตกลงแล้วโลกของเราเคยมีการมาเยือน หรือเคยมีใครในโลกได้พบกับยานเหล่านั้นและมีผู้โดยสารมากับมันหรือไม่ ยิ่งในยุคที่การสร้างภาพและเรื่องราวปลอมๆ สามารถทำได้ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ จึงทำให้คนส่วนใหญ่หวั่นใจเหลือเกินที่จะเชื่อข้อมูลเหล่านั้น ถึงจะไม่มีใครเชื่อ และยากที่จะทำให้คนเชื่อเรื่องแบบนี้ได้ แต่ก็ยังมีกลุ่มคนจากทั่วโลกที่มั่นใจว่าครั้งหนึ่งในอดีต มนุษย์เราต้องเคยเผชิญหน้าและถูกสอดส่องโดยเหล่ามนุษย์ต่างดาวและจานบินอยู่นับครั้งไม่ถ้วน แถมยังมีหลายครั้งที่มีคนสามารถบันทึกเหตุการณ์นั้นไว้ได้ ตัวอย่างเช่นภาพข้างล่างนี้ ในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ ปี ค.ศ.1870 ในฝรั่งเศส ปี ค.ศ. 1910 ไม่ระบุสถานที่ ปี ค.ศ. 1920 ในรัฐออริกอน ปี ค.ศ. 1927 ในประเทศเม็กซิโก ปี ค.ศ. 1927 ในรัฐโคโลราโด ปี ค.ศ. 1929 ในรัฐโอไฮโอ ปี ค.ศ. 1932 ในรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย […]

อะไรคือ “บุหรี่ไฟฟ้า” ผลิตภัณฑ์ยาสูบอิเล็กทรอนิกส์ ที่ถูก “อนุทิน” สั่งห้ามนำเข้า 100%

จากกรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่า บุหรี่ไฟฟ้า ยังเป็นสินค้าผิดกฎหมายและไม่คิดยกเลิกแบน เพราะบุหรี่ไฟฟ้าทำให้เกิดการเสพติดและมีพิษภัย และทางเพจเฟซบุ๊ก กองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ กรมควบคุมโรค ยังได้โพสต์ข้อความขานรับนโยบายดังกล่าว โดยระบุว่า…ห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า 100% เพื่อปกป้องเยาวชน ตามนโยบายท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ขานรับนโยบาย ห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า 100% เพื่อปกป้องเยาวชน ตามนโยบายท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โพสต์โดย กองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ กรมควบคุมโรค เมื่อ วันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2019 ทั้งนี้ ยาสูบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ บุหรี่ไฟฟ้า (electronic cigarette) หรือ บุหรี่ไอน้ำ (vapor cigarette) คือผลิตภัณฑ์ยาสูบจำพวกบุหรี่ บุหรี่ซิการ์ และบุหรี่แบบกล้องสูบ ซึ่งทำขึ้นจากอุปกรณ์ประจุแบตเตอรีที่จะส่งผ่านนิโคตินไปยังผู้สูบ โดยมีลักษณะคล้ายคลึงกับยาสูบจริง โดยทั่วไปจะมีอยู่ 2 แบบคือ […]

เกลือนั้นดีและมีประโยชน์ แต่อย่ารับประทานเกินวันละ 5 กรัม

เกลือนั้นเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่บนโลก และความเค็มเองก็เป็นรสชาติพื้นฐานของมนุษย์ และยังเป็นหนึ่งในเครื่องปรุงรสที่เก่าแก่ที่สุดและหาได้ง่ายที่สุดของมนุษย์ด้วย จึงไม่แปลกที่ในหลายๆ วัฒนธรรมจะมีการนำเกลือมาใช้ในการถนอมอาหารให้สามารถเก็บได้นานขึ้น อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารที่มีเกลือเป็นส่วนประกอบมากเกินไป อาจทำให้เสี่ยงต่อโรคต่อๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง และเพิ่มความเสี่ยงของกล้ามเนื้อหัวใจตายเหตุขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง ดังนั้นองค์การอนามัยโลกจึงแนะนำว่าผู้ใหญ่ควรบริโภคเกลือไม่เกิน 5 กรัมต่อวัน เพื่อสุขภาพที่ดี และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ

“ชิมแปนซี” ลิงไร้หางที่มีความใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุด

ชิมแปนซี (Chimpanzee) เป็นลิงไร้หางที่กระจายพันธุ์อยู่ในทวีปแอฟริกา อาศัยอยู่รวมกันเป็นครอบครัวที่มีความสัมพันธ์กันแบบเครือญาติ โดยมีจ่าฝูงเพศผู้เพียงตัวเดียว กับสมาชิกเพศผู้และเมียในช่วงวัยต่างๆ โดยมากมักจะออกหากินบนพื้นดินมากกว่าต้นไม้ โดยหากินในเวลากลางวัน ซึ่งอาหารได้แก่ ผลไม้และใบไม้ต่าง ๆ รวมถึงสัตว์ขนาดเล็กต่าง ๆ เช่น แมลง เป็นต้น ลิงชิมแปนซีมีพฤติกรรมที่จะประดิษฐ์เครื่องมือต่างๆ ในการหาอาหารเช่นเดียวกับมนุษย์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ และมีเสียงร้องหลากหลายถึง 32 แบบ โดยถือเป็นภาษาสำหรับการสื่อสารระหว่างกัน นอกจากนี้ ชิมแปนซียังมีความจำดีมาก ทั้งยังมีอารมณ์ความรู้สึกเช่นเดียวกับมนุษย์ มีความฉลาดสูงกว่าอุรังอุตังและกอริลล่า ซึ่งเป็นลิงไม่มีหางเช่นเดียวกัน โดยสถาบันวิจัยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มหาวิทยาลัยเกียวโตของญี่ปุ่นระบุว่า ลูกชิมแปนซีมีความจำดีกว่ามนุษย์ที่เป็นผู้ใหญ่เสียอีก แต่ถึงอย่างนั้น ลิงชิมแปนซียังถูกขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณของสัตว์มากกว่าสติปัญญา จึงทำให้พวกมันมีพฤติกรรมก้าวร้าว โดยเฉพาะในกลุ่มตัวผู้ที่บางครั้งจะยกพวกเข้าตีกันจนถึงขั้นฆ่ากันตายได้ รวมถึงมีการรวมตัวกันเพื่อล่าลิงโลกเก่าบางชนิด เช่น ลิงโคโลบัส กินเป็นอาหาร โดยจะแจกจ่ายให้ชิมแปนซีตัวผู้ได้กินก่อน ขณะที่ตัวเมียก็จะได้รับส่วนแบ่งที่เหลือจากการล่าด้วย นอกจากนี้ยังพบว่าในฝูงลิงชิมแปนซี ยังมีการละเว้นโทษให้กับลูกลิงที่อยู่ในช่วง 3 ขวบปีแรก ซึ่งมีกระจุกขนสีขาวบริเวณก้นเป็นเครื่องหมายบอกถึงวุฒิภาวะที่ยังไม่สมบูรณ์ จนกระทั่งพวกมันอายุเลย 3 ขวบ ลูกลิงจะเริ่มเข้าสู่กฏเกณฑ์ภายในฝูง เช่นเดียวกับมนุษย์ ที่มีกฎหมายยกเว้นโทษบางข้อให้กับเด็กด้วย

“แมลงสามง่าม” ตัวแทะกระดาษและเสื้อผ้า ที่ซ่อนอยู่ในบ้านของคุณ

แมลงสามง่าม (Silverfish) มีเป็นแมลงที่มีขนาดเล็ก ไม่มีปีก แต่มีหนวด ลำตัวสีเงินหรือสีเทา ส่วนหัวกว้างกว่าส่วนปลายและมีแพนหาง 3 เส้น ขา 3 คู่ และหลายบ้านก็มีพวกมันอาศัยอยู่ เพียงแต่ไม่ค่อยเป็นที่สังเกตนัก จนกระทั่งมีคนไปรื้อชั้นหนังสือเก่าๆ หรือตู้เสื้อผ้าที่ไม่ค่อยมีใครไปเปิด เพราะสิ่งเหล่านั้นคือแหล่งอาหารและที่ซ่อนตัวของพวกมัน แม้จะไม่มีพิษภัย หรือเป็นพาหนะนำโรคในๆ สู่มนุษย์ แต่เพราะคราบเหลืองและรูที่ทิ้งไว้จากการกัดแทะ ก็อาจสร้างความรำคาญให้ใครหลายๆ คนได้ ซึ่งเราก็สามารถจัดการกับพวกมันได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้สารเคมีใดๆ เพียงแค่หมั่นทำความสะอาดชั้นหนังสือ ตู้เสื้อผ้า รวมถึงพยายามหยิบจับหนังสือและเสื้อเหล่านั้นมาใช้บ้าง เพื่อไม่ให้บริเวณเหล่านั้นปลอดภัยเกินไปจนกลายเป็นที่ซ่อนตัวสำหรับพวกมัน หรือหากไม่มีเวลาทำความสะอาดจริงๆ การนำลูกเหม็น และน้ำมันหอมระเหยกลิ่นต่างๆ ไปตั้งไว้ตามจุดที่คิดว่าจะมีพวกมันอยู่ รวมถึงการทำห้องให้มีแสงสว่างไว้ ก็เพียงพอจะช่วยไล่แมลงรบกวนชนิดนี้ออกไปจากบ้านของคุณได้เหมือนกัน

“ไข่ดาวน้ำ” เมนูคลีนๆ ง่ายๆ สำหรับคนที่อยากเลี่ยงอาหารมีน้ำมัน

ไข่ดาวน้ำ (Poached egg) คือไข่ที่ต้มในน้ำที่ทำให้เดือด เป็นอีกหนึ่งเมนูไข่ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากได้ไข่ที่สุกพอดี โดยที่ไข่แดงยังมีความข้นเยิ้ม และไข่ขาวสุกทั้งหมดไม่มีส่วนดิบเหลืออยู่เลย ดังนั้นจึงนิยมใช้ไข่ที่พึ่งออกมาใหม่ๆ ภายใน 24 ชั่วโมง เพราะไข่ขาวจะเกาะกับไข่แดงดีกว่าไข่ที่เก็บเอาไว้นานแล้ว นอกจากนี้ยังมีเทคนิคเพื่อป้องกันการแตกตัวของไข่ขาวแตกตัวเมื่อใส่ลงในน้ำร้อน เช่นการคนน้ำให้เป็นน้ำวนเพื่อลดการแตกตัวของไข่ หรือการเติมน้ำส้มสายชูลงไปเพื่อให้ไข่ขาวรัดตัว แต่ก็ควรระวังการใส่มากเกินไป เพราะจะทำให้ไข่ขาวกระด้างและมีรสเปรี้ยว ไข่ดาวน้ำมักจะถูกนำมาใส่ในเมนูอาหารเช้า หรือของว่างก่อนเที่ยงอย่าง Eggs Benedict และ Eggs Florentine ทั้งยังมีอาหารบางประเภทก็มีส่วนผสมของไข่ดาวน้ำ ในซุปหรือใส่ในน้ำแกงและเสิร์ฟพร้อมกับซุปในบางพื้นที่ตอนกลางของโคลัมเบีย ส่วนในอาหารของชาวลิเบียจะนำมาทำเป็นอาหารชื่อ Shakshouka ซึ่งประกอบด้วยไข่ดาวน้ำในซอสมะเขือเทศรสเผ็ด ในอินเดีย ไข่ทอด มักเรียกว่า”ต้ม” แต่บ้างก็เรียกว่าการทอด ซึ่งหมายถึงการคงรูปไข่แดงให้เหมือน “จุดกลางเป้า” เอาไว้ หรือ “ต้มสุกเพียงครึ่ง” ในทางใต้ของอินเดีย ซึ่งหมายถึงการทำให้สุกเพียงบางส่วน และมักจะเสิร์ฟเดี่ยวๆ หรือเสิร์ฟเป็นจานเสริมกับแป้งโรตี แผ่นขนมเบื้องหรือแป้งพาราตะ (แป้งมะตะบะ) การทำจุดกลางเป้ามักจะปรุงในกระทะที่ละเลงด้วยน้ำมัน เช่น น้ำมันมัสตาร์ดหรือน้ำมันพืช ระหว่างหรือทอดบนเตาก็มักจะโรยด้วยเครื่องปรุง เช่น พริกไทยดำ ผงพริกป่น พริกเขียวและเกลือเล็กน้อย ยังเป็นอาหารที่ขายโดยทั่วไปตามริมทางในอินเดียใต้อีกด้วย

รู้หรือไม่…แถบสีขาวดำบนตัว “ม้าลาย” ก็คล้ายๆ กับลายนิ้วมือของมนุษย์

ไม่เพียงจะใช้เพื่อจำแนกชนิดของม้าลายสายพันธุ์ต่างๆ แล้ว ลายแถบสีขาวดำบนตัวม้าลายนั้น ยังเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของม้าลายแต่ละตัวอีกด้วย ดังนั้นไม่ว่าม้าลายในฝูงนั้นจะมีมากสักแค่นั้น พวกมันก็จะมีลวดลายที่ไม่เหมือนกันเลยแม้แต่ตัวเดียว ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดในการที่ม้าลายมีลายแถบสีขาวเหล่านี้ไว้เพื่ออะไรกันแน่ แต่ก็มีหลายทฤษฎีที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่นใช้ในการพรางตัวจากศัตรู ทำให้นักล่าตาลายเมื่อพบเจอม้าลายที่อยู่รวมกันเป็นฝูง และจับระยะทางที่จะโจมตีผิดพลาดไป นอกจากนี้ ชาร์ลส์ ดาร์วิน ยังเคยตั้งข้อสังเกตว่า ม้าลายมีลายเพื่อจดจำกันได้ และตัวผู้ใช้เกี้ยวพาตัวเมีย รวมทั้งเชื่อว่ามีไว้ป้องกันแมลง โดยเฉพาะแมลงวัน มีหลักฐานว่าม้าลายดึงดูดแมลงน้อยกว่าสัตว์กินพืชชนิดอื่นๆ ในแอฟริกา โดยปกติแล้ว ม้าลายจะไม่ใช้เป็นม้าใช้งานเหมือนกับม้าหรือลาชนิดอื่น ๆ เนื่องจากเป็นสัตว์ป่าที่ฝึกให้เชื่องได้ยาก ม้าลายมีอารมณ์ฉุนเฉียวไม่แน่ไม่นอน อีกทั้งมีขนาดเล็ก จึงไม่เหมาะแก่การใช้งาน แต่ทว่าก็มีผู้ที่สามารถฝึกม้าลายได้บ้าง เช่น ฝึกให้เป็นม้าลากรถในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นต้น ส่วนมากม้าลายจะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงแสดงกันตามสวนสัตว์ ม้าลายในธรรมชาติจะถูกล่าเพื่อเอาเนื้อบริโภคเป็นอาหารและหนังเพื่อทำเป็นเครื่องประดับ และเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งทำให้ม้าลายบางชนิดสูญพันธุ์ไปแล้ว อีกทั้งลวดลายอันโดดเด่นของม้าลาย จึงทำให้ลายของม้าใช้เป็นสัญลักษณ์หรือตราสัญลักษณ์ต่าง ๆ เช่น ทางม้าลาย บนพื้นถนนสำหรับการข้ามถนนของผู้คนที่เดินสัญจรปกติ และเป็นสัญลักษณ์หรือฉายาขององค์กรหรือสโมสรต่าง ๆ เช่น สโมสรฟุตบอลยูเวนตุส ในกัลโช่เซเรียอา ของอิตาลี ก็มีฉายาว่า “ม้าลาย” ตามสีของชุดแข่งขันและสัญลักษณ์ประจำสโมสร เป็นต้น

“กวางชะมด” สัตว์กินพืชที่มีเขี้ยวเหมือนแวมไพร์ และถูกมนุษย์ใช้เป็นเครื่องหอม

กวางชะมด (Musk deer) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำพวกสัตว์เคี้ยวเอื้อง มีขนหยาบและมีสีสันที่หลากหลาย มีความยาวประมาณ 1 เมตร มีความสูงถึงหัวไหล่ประมาณ 50-60 เซนติเมตร แต่บริเวณสะโพกจะสูงกว่าหัวไหล่อีกประมาณ 5 เซนติเมตร น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 9-11 กิโลกรัม มีจุดเด่นคือ มีเขี้ยวออกมาจากริมฝีปากประมาณ 7.5 เซนติเมตร ซึ่งตัวเมียจะมีขนาดสั้นกว่า ตัวผู้มีต่อมผลิตสารคล้ายขี้ผึ้งที่มีกลิ่นคล้ายกับกลิ่นของชะมด (Viverridae) ซึ่งมีไว้เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารกับตัวเมียและประกาศอาณาเขต โดยมาก กวางชะมดมักอาศัยอยู่ลำพังตัวเดียวในป่าที่ราบสูงในระดับ 2,600-3,600 เมตร จากระดับน้ำทะเล ในทวีปเอเชียตอนกลางและเอเชียตะวันออก ออกหากินในเวลาเช้าและเย็น นอนหลับพักผ่อนในเวลากลางวัน ตกลูกครั้งละ 1 ตัว เมื่อสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุได้ 1 ปี ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน กวางชะมดถูกใช้เป็นเครื่องสำหรับผลิตเครื่องหอมมาแต่โบราณ โดยมีสูตรว่า ให้ทุบกวางชะมดตัวผู้ให้ตาย โดยอย่าให้เลือดออก แล้วเลาะกระดูกออก และนำเนื้อไปตากแดดให้แห้งแล้วป่นทำเป็นผงหอม หรือให้ผ่าท้องตัวผู้แล้วนำไข่ดันออกมาป่นให้เป็นผงแล้วนำใส่ถุง จะเป็นเครื่องหอมที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม ยังมีกลิ่นธรรมชาติที่ผลิตจากการป้ายกลิ่นของกวางตัวผู้ที่เรียกว่า “ชะมดเชียง” ในเชิงสมุนไพรและผลิตเครื่องหอม บางชนิดมีการเลี้ยงเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ซึ่งตัวผู้จะผลิตสารนี้ได้ตัวประมาณ 28 […]

หากสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกมีจริง มันอาจเหมือนกับสิ่งที่ติดมาในอุกกาบาตชิ้นนี้

อีกหนึ่งความฝันของนักดาราศาสตร์และคนธรรมดาอีกหลายท่าน คงจะหนีไม่พ้นการค้นพบสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกสักครั้งในชีวิต แต่ถ้าการหาเศษกรวดสวยๆ สักอัน ท่ามกลางเม็ดทรายในกำมือนั้นเป็นเรื่องยาก การค้นหาคำตอบในคำถามนี้ก็เป็นเรื่องยากยิ่งกว่าหลายเท่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีหลักฐานที่ ดูเหมือนจะมีความน่าเชื่อถือมากที่สุดชิ้นหนึ่งปรากฎอยู่ และสร้างความตื่นเต้นให้กับนักวิทยาศาสตร์ที่พยายามค้นหาสัญญาณของชีวิต (biosignatures) ภายในระบบสุริยะ ซึ่งติดมากับอุกกาบาตจากดาวอังคาร เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1984 โดยคุณ Roberta Score นักวิจัยในโครงการแอนตาร์กติกา ที่ได้นำก้อนหินหนัก 2 กิโลกรัมที่เธอเจอบนพื้นน้ำแข็งกลับมายังศูนย์วิจัย โดยไม่รู้มาก่อนเลยว่าหินที่เธอหยิบมานั้นมาเคยเป็นส่วนหนึ่งของจากดาวอังคาร และได้ตั้งชื่อให้มันว่า ALH84001 หลังจากที่ได้ทำการตรวจสอบพบว่า หินของมันไม่ตรงกับหินชนิดใดบนโลกค่อนข้างเป็นที่ชัดเจนว่ามันไม่ได้มาจากโลกนี้แน่นอน สุดท้ายแล้วในปี ค.ศ. 1996 องค์การนาซ่าได้ออกมาประกาศว่าหินก้อนนี้มาจากดาวอังคาร และอาจเดินทางมายังโลกจากการที่ดาวอังคารถูกชนด้วยดาวเคราะห์น้อยเมื่อหนึ่ง 16 ล้านปีที่แล้ว และจากการวัดอายุคาร์บอนพบว่าตกมาบนโลกเมื่อเวลาประมาณหนึงหมื่นปีก่อนคริสตกาล ความประหลาดใจไม่ได้มีเพียงเท่านั้น เพราะหลังจากที่พวกเขาได้ทำการส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ก็ได้พบกับสิ่งที่เหมือนจะเป็นฟอสซิลของแบคทีเรีย หรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมากๆ ไม่ว่าสิ่งนี้จะเกิดจากการปนเปื้อนบนโลก หรือมาจากดาวอังคารจริงๆ แต่การค้นพบนี้ก็ได้เปลี่ยนการศึกษาระหว่างดาวไปตลอดกาล และทำให้เกิดศาสตร์ที่ถูกเรียกว่า Astrobiology หรือ ดาราศาสตร์ชีววิทยา ขึ้นบนโลก เพราะค้นหาสิ่งมีชีวิตรูปแบบต่างๆ ที่อาศัยนอกดวงดาวของเรา

เปิดข้อเท็จจริงของ Starchild skull หัวกะโหลกเด็กที่เชื่อว่าเป็นลูกผสม “มนุษย์ – เอเลี่ยน”

ท่ามกลางหลักฐานที่มีทั้งจริงและเท็จ เกี่ยวกับการมีอยู่ของมนุษย์ต่างดาวในรูปแบบต่างๆ ที่มีผู้คนเคยพยายามจดบันทึกไว้ หนึ่งในหลักฐานที่ดูเหมือนจะได้รับความสนใจ และมักถูกหยิบยกมาเอ่ยถึงในเรื่องราวของมนุษย์ต่างดาวมากที่สุด คงจะหนีไม่พ้น The Starchild skull หรือ หัวกะโหลกของเด็กจากดวงดาว ที่นักจานบินวิทยา รวมทั้งผู้คลั่งไคล้ในเรื่องลี้ลับเชื่อว่า มันคือหลักฐานการมีปฏิสัมพันธ์กันระหว่าง “มนุษย์” และ “สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา” จุดเริ่มต้นทั้งหมดเกิดขึ้นที่เหมืองเก่าแห่งหนึ่งในประเทศเม็กซิโก เมื่อคนงานและทีมนักสำรวจได้พบกับกะโหลกศีรษะรูปร่างคล้ายของมนุษย์ที่รูปร่างผิดปกติ ซึ่งถูกฝังรวมกับโครงกระดูกมนุษย์ธรรมดา จนมีการตั้งชื่อเล่นให้กับชิ้นส่วนปริศนานี้ว่า The Starchild skull และมีการอ้างอิงข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์รายละเอียดต่างๆ โดยนักมานุษยวิทยาและศัลยแพทย์ ซึ่งพบว่าดีเอ็นเอที่พบบนกะโหลกดังกล่าวไม่ใช่ดีเอ็นเอของมนุษย์ทั้งหมด และมีส่วนประกอบสิ่งมีชีวิตอื่นที่ไม่สามารถจำแนกประเภทได้ ทั้งมีรายงานบางชิ้นที่ระบุว่าเจ้าของกะโหลกศีรษะนี้อาจมีฟันถึง 3 ชุด แทนที่จะเป็นสองชุดแบบมนุษย์ทั่วไป รวมทั้งเรื่องเล่าพื้นเมืองในแถบนั้นที่อ้างถึงการลงมาเยือนจาก “คนบนฟ้า” ที่สมสู่กับหญิงสาวในหมู่บ้านหลายแห่ง และทำให้เกิดเด็กที่มีรูปร่างแบบนี้ขึ้นมา ซึ่งมีบางครั้งที่ผู้เป็นแม่มักไม่ยอมมอบลูกที่เกิดจากสายเลือดผสมนี้คืนให้กับพ่อ และทำให้ชาวบ้านต้องจำใจฝังพวกเขาทั้งเป็น เพื่อป้องกันภัยพิบัติที่จะตามมา อย่างไรก็ตาม มีรายงานอีกด้านหนึ่งที่ระบุว่าลักษณะกะโหลกดังกล่าวนั้นเป็นของชาวอเมริกันพื้นเมืองที่ป่วยเป็น โรคหัวบาตร หรือ โรคน้ำในสมอง (Hydrocephalus) ซึ่งเป็นความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดที่มีของเหลวมากเกินไปในกะโหลกศีรษะ และทำให้เจ้าของศีรษะมีกะโหลกขนาดใหญ่กว่าคนทั่วไปเท่านั้นเอง แล้วคุณล่ะ…คิดว่ากะโหลกนี้เป็นของใคร แค่เด็กที่ป่วยเป็นโรค หรือ เด็กลูกผสมจากคนที่มาจากบนฟ้า

พบกับชายชราผู้เชื่อว่าตนเคย “ถูกลักพาตัว – เสียซิง” ให้กับมนุษย์ต่างดาว

ถึงจะยังเป็นข้อถกเถียงถึงการมีตัวตนของสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกที่เราเรียกว่า มนุษย์ต่างดาว เพราะจนตอนนี้ยังไม่มีใครสามารถฟันธงได้ว่าสิ่งมีชีวิตที่ว่านั้นมีตัวตนหรือไม่ แต่ก็มีผู้คนอีกจำนวนไม่น้อยที่เชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวนั้นมีตัวตนอยู่จริง และบางคนเชื่อว่าพวกเขาเคยมีประสบการณ์การเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตนอกโลกนี้แบบตัวต่อตัวมาแล้ว อย่างเช่นกรณีของชายชราชาวนิวเจอร์ซีที่ชื่อว่า David Huggins อาจฟังดูเหมือนเรื่องเล่าจากทฤษฎีสมคบคิด แต่ชายผู้นี้ยืนยันว่าตัวเองเคยถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวตั้งแต่อายุ 8 ขวบ และยังคงเผชิญหน้ากับเหตุการณ์นั้นซ้ำๆ ซากๆ นั้นจนถึงทุกวันนี้ และมีครั้งหนึ่งเขาเคยถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับมนุษย์ต่างดาวที่ชื่อว่า Crescent ซึ่งนั่นนับเป็นการเสียซิงครั้งแรกของเขาด้วย และเป็นเหตุการณ์นี้สร้างความอึดอัดให้กับ David อย่างมาก จนทำให้เขาระบายมันออกมาผ่านภาพวาดต่างๆ ซึ่งเขาอ้างว่านี่คือโฉมหน้าของผู้มาเยือนจากต่างดาว แน่นอนว่าทุกคนที่ได้ยินเรื่องนี้ ล้วนรู้สึกว่าชายผู้นี้ต้องเพี้ยนสุดขีด และทั้งหมดนี้เป็นแค่เรื่องโกหกที่เขาแต่งขึ้นมาเพื่อสร้างสีสันให้กับตัวเองเท่านั้น แต่ David ยังคงยืนยันว่าเรื่องทั้งหมดนี้คือความจริง และเขาเป็นแค่คนปกติคนหนึ่งเท่านั้น

5 สมมติฐาน ว่าทำไมเราถึงไม่พบ “มนุษย์ต่างดาว” สักที!?

อีกหนึ่งคำตอบที่เชื่อว่าหลายคนคงอยากได้คำตอบเป็นอย่างมาก นั่นคือแท้จริงแล้วโลกเรานั้นอยู่อย่างโดดเดี่ยวในจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้หรือไม่ เพราะถึงจะมีคนจำนวนไม่น้อยที่เชื่อว่าบนท้องฟ้าอันมืดมิดนั้น ยังมีใครบางคนจ้องมองเราอยู่ แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานชัดๆ แม้แต่ชิ้นเดียวที่ยืนยันว่า มี มนุษย์ต่างดาว อยู่จริงๆ ปัญหาที่ว่านี้ แม้แต่นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์ที่ครุ่นคิดและสงสัยในเรื่องนี้มานานหลายปีก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนได้ แต่ท่ามกลางความสนใจที่จะค้นหาชีวิตจากดาวดวงอื่นให้ได้ ทำให้เกิดสมมติฐานที่น่าสนใจที่พยายามให้คำตอบว่า…ทำไมเราจึงยังไม่เจอสิ่งมีชีวิตที่เราเชื่อว่ามีอยู่จริงสักที!? เอกภพนั้นกว้างใหญ่เกินไป นักวิทยาศาสตร์เคยประมาณการว่ามีดาวเคราะห์มากกว่า 100 ล้านดวงในทางช้างเผือก และทางช้างเผือกเองก็เป็นเพียงหนึ่งในแสนล้านกาแลคซีของเอกภพ ฉะนั้นมันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะสามารถสแกนดาวทุกดวงได้อย่างครบถ้วน หรือต่อให้มนุษย์สามารถสำรวจทางช้างเผือกจนทะลุปรุโปร่ง แต่ไม่พบสัญญาณของสิ่งมีชีวิต นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าในอีกแสนล้านกาแลคซีที่เหลือจะไม่มี เราไม่ได้จริงจังกับการค้นหาพวกมันมากอย่างที่ควรจะเป็น ถ้าไม่นับอุปกรณ์ของนักล่ามนุษย์ต่างดาวมือสมัครเล่นที่มีอยู่ทั่วโลก อุปกรณ์ที่ดูจะทรงประสิทธิภาพที่สุดและออกแบบมาเพื่อค้นหาชีวิตบนดาวดวงอื่นโดยเฉพาะ ก็มีแค่กล้องโทรทัศน์ของ สถาบันที่ค้นหาสิ่งมีชีวิตที่มีปัญญาความฉลาดที่อยู่นอกโลก หรือ สถาบัน SETI เท่านั้น และมันก็มีโอกาสสำเร็จน้อยมากที่จะใช้กล้องที่ว่านี้กวาดหาดาวฤกษ์กว่าล้านดวง และอีกกว่าร้อยกาแลคซีที่อยู่ใกล้เราที่สุด เพื่อหาสัญญาณการมีชีวิตจากนอกโลก เทคโนโลยีของเรามันล้าสมัยเกินกว่าจะเจอพวกเขา หากมนุษย์ต่างดาวมีตัวตนอยู่จริง และสามารถเดินทางมายังโลกของเราโดยข้ามผ่านกาแลคซีหรือดาวดวงอื่นในเวลาเพียงพริบตา อย่างที่หลายๆ คนเคยอธิบายไว้ นั่นก็แปลว่าเทคโนโลยีของพวกเขาจะต้องก้าวล้ำนำสมัยมนุษย์ไปหลายขุม และอาจรวมถึงรูปแบบการสื่อสารและการซ่อนตัวเองจากเราด้วย ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่เทคโนโลยีที่ว่าก้าวหน้าที่สุดของมนุษย์ จะหาพวกนั้นไม่เจอ เราอยู่เพียงลำพังจริงๆ จากคำอธิบายในสมมติฐาน Fermi Paradox ถ้าคุณเชื่อในเรื่องของความบังเอิญ ก็จงเชื่อเถอะว่าการกำเนิดมนุษย์นั้นก็ไม่ต่างกัน เพราะจากความเปลี่ยนแปลง และการทำลายล้างในแต่ละช่วงอายุของโลกที่เพิ่งสร้างอารยธรรมมนุษย์ขึ้นมาเมื่อไม่กี่พันปีก่อน เมื่อเทียบกับอายุของเอกภพที่มีอยู่มานานกว่า 13.8 พันล้านปี เราอาจเรียกว่าเป็นผลผลิตจากความบังเอิญในห้วงอวกาศนี้ก็เป็นได้ […]

“ขนมโตเกียว” ของกินเล่นแบบไทยๆ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากญี่ปุ่น

หากใครไปญี่ปุ่น และพยายามเดินตามหา “ขนมโตเกียว” มาลองชิมล่ะก็ งานนี้คงจะต้องผิดหวังอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะขนมที่ว่านี้เป็นไอเดียไทยประดิษฐ์โดยแท้ เพียงแต่ได้แรงบันดาลใจมาจากขนมญี่ปุ่นที่หน้าตาคล้ายๆ กันอย่าง ขนมโดะระยะกิ (บ้างก็ว่าเป็นขนมยะสึฮะชิ) นั่นคือการใช้แป้งแพนเค้กบางๆ ที่ผ่านการทำให้สุกบนเตาร้อนๆ แล้วม้วนห่อไส้ซึ่งมีด้วยกันหลากหลายไส้ เช่น ไส้กรอก, ไข่นกกระทา, ไส้ครีมรสหวานต่าง ๆ รวมถึงอาจจะมีไส้พิเศษในบางร้าน เช่น ชีส, บิ๊กไบค์, ไก่ยอ หรือแม้กระทั่งเนื้อปลาแซลมอนก็มี แม้จะยังไม่ทราบที่มาแน่ชัดของขนมชนิดนี้ (แม้กระทั่งขนมที่เป็นแรงบันดาลใจก็ยังมีข้อมูลไม่ตรงกัน) แต่จากข้อมูลในนิตยสาร HEALTH & CUISINE ปีที่ 16 Vol. 188 ได้ระบุว่า ขนมโตเกียวนั้นมีการนำขายในประเทศไทยเมื่อราวๆ ปี พ.ศ. 2510 ที่ห้างสรรพสินค้าไทยไดมารู ซึ่งเป็นกิจการห้างสรรพสินค้าของญี่ปุ่นมาเปิดดำเนินกิจการครั้งแรกในประเทศไทย และได้รับความนิยมเป็นมาก เพราะเป็นสถานที่แห่งแรกในประเทศไทยที่มีบันไดเลื่อนและเครื่องปรับอากาศ เชื่อว่าจุดกำเนิดของขนมโตเกียวมาจากการที่มีผู้ขายอยู่ที่ห้างแห่งนี้ โดยดัดแปลงมาจากขนมโดะระยะกิของญี่ปุ่น แล้วตั้งชื่อขนมของตนเองที่ทำขึ้นใหม่นี้ว่า “ขนมโตเกียว” เนื่องจากไทยไดมารูนำเข้าสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นรวมถึงอาหารด้วย ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับกรุงโตเกียว เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นแต่อย่างใด ปัจจุบัน ขนมโตเกียวกลายเป็นของกินเล่นที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป ทั้งในแบบของร้านที่มีการตั้งขายเป็นหลักแหล่ง และในแบบในร้านรถเข็นตามชุมชน และมีการพัฒนารูปแบบการทำไปอีกหลายรูปแบบ […]

“ช่อนทะเล” ปลาทะเลรสชาติอร่อย ที่ถูก “ดีเจภูมิ” ลักลอบตกในเขตอุทยานแห่งชาติ

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (พญาเสือ) เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบข้อมูลตามที่ได้รับการร้องเรียน ว่ามีการโพสต์คลิปวิดีโอการตกปลาใกล้เกาะภายในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ลงบนสื่อออนไลน์ (YouTube) โดยมีนายภูมิใจ ตั้งสง่า หรือดีเจภูมิ เป็นผู้นำเสนอข้อมูลดังกล่าวลงสื่อออนไลน์ช่องทาง DJPOOM CHANNEL (อ่านเพิ่มเติม : ชุดพญาเสือ แจ้งความ “ดีเจภูมิ” กับพวก 6 คน ลักลอบตกปลาหมู่เกาะชุมพร) ซึ่งภายในคลิปดังกล่าวได้เผยให้เห็นปลาของปลาขนาดใหญ่ตัวหนึ่งนั่นคือ ปลาช่อนทะเล ปลาช่อนทะเล (Cobia) เป็นปลาทะเลขนาดใหญ่ชนิดหนึ่งที่อยู่ในวงศ์ Rachycentridae และเป็นปลาเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในวงศ์นี้ มีความยาวได้เต็มที่ถึง 2 เมตร มีน้ำหนักได้ถึง 68 กิโลกรัม มีลักษณะคล้ายปลาเหาฉลาม (Echeneidae) แต่ไม่มีแผ่นเกาะด้านหลัง มีลำตัวที่แข็งแรง และมีส่วนหางที่พัฒนาดีกว่า โดยส่วนหางพัฒนาจากกลมมนเป็นเว้าลึกในตัวเต็มวัย ในปลาช่วงวัยรุ่นมีแถบสีขาวและดำชัดเจน เป็นมีพฤติกรรมชอบอาศัยอยู่บริเวณผิวน้ำ ชอบอยู่เดี่ยวๆ ยกเว้นในช่วงผสมพันธุ์จะมารวมกันตามแนวหิน ซากปรักหักพัง ท่าเรือ แนวก่อสร้าง บางครั้งยังอพยพไปปากแม่น้ำและป่าชายเลนเพื่อหาสัตว์น้ำขนาดเล็กต่างๆ กินเป็นอาหาร การวางไข่ของปลาช่อนทะเลมักเกิดขึ้นในบริเวณผิวน้ำของเขตอบอุ่นและเขตร้อนทั่วโลก โดยจะปล่อยไข่ลอยขนาดเล็ก 0.12 มิลลิเมตร ล่องลอยเป็นอิสระตามกระแสน้ำจนกว่าจะฟักเป็นตัว […]

เป็นใครก็ไม่ชอบ!! หนุ่มอินเดียหายซ่า หลังชูนิ้วกลางใส่ลิง จนโดนถีบขาคู่

ไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่จะไม่ชอบให้ใครมารชูนิ้วกลางใส่หน้าแบบมั่วๆ เพราะแม้แต่สัตว์เองก็ดูเหมือนจะไม่โอเคกับท่าทีท้าทายของมนุษย์นี้เหมือนกัน เช่นเดียวกับในคลิปฮาชื่อ “Monkey Drop Kicks A Guy Who Gave It The Finger” ที่เผยให้เห็นเหตุการณ์ขณะหนุ่มน้อยในอินเดียรายหนึ่งได้ชูนิ้วกลางใส่เจ้าลิงที่กำลังนั่งข้างทาง แม้มันจะไม้เข้าใจความหมายของนิ้วที่ชูขึ้นมา แต่ด้วยความโมโหต่อท่าทีที่คุกคามของฝ่ายตรงข้าม ทำให้เจ้าลิงกระโดดถีบขาคู่ในหนุ่มคนดังกล่าว จนล้มลงไปนอนกลิ้งอยู่กับพื้น ก่อนจะลุกขึ้นเดินจากไปแบบจ๋อยๆ

รู้หรือไม่!? ที่มาของการ “ชูนิ้วกลาง” สัญลักษณ์ที่รับรู้กันในระดับสากล

ตามหน้าข่าวที่มีบริบทเนื้อหารุนแรงต่างๆ หนึ่งในภาพที่มักต้องมีการเซ็นเซอร์ ถมดำ วางเส้นทึบ หรือทำอะไรก็ตามแต่ให้ถูกเห็นได้น้อยที่สุด นั่นคือการ “ชูนิ้วกลาง” ของคนบนหน้าสื่อ ที่เราทุกคนต่างรับรู้กันดีว่า…ความหมายของนิ้วที่ชูขึ้นมาในขณะที่นิ้วอื่นๆ ถูกพับเก็บนั้น มีความหมายว่าอย่างไร? ในวัฒนธรรมตะวันตก การชูนิ้วกลาง ที่เผยให้เห็นด้านหลังมือและเหยียดเฉพาะนิ้วกลางขึ้นนั้น เป็นกิริยามือลามกและสื่อการดูหมิ่นในระดับปานกลางถึงมาก และถือเป็นสัญลักษณ์ของดูหมิ่นในหลายวัฒนธรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศฝั่งตะวันตก ที่แสดงให้เห็นถึงความไม่เคารพที่รับรู้กันในระดับสากลอีกด้วย แม้จะฟังดูเป็นการกระทำของคนสมัยใหม่ แต่กิริยาดังกล่าวสามารถย้อนกลับไปได้ถึงสมัยกรีซโบราณ และยังมีใช้ในโรมโบราณ ในอดีตกิริยานี้เป็นสัญลักษณ์ของ “องคชาติ” ในวัฒนธรรมสมัยใหม่บางแห่งกิริยานี้เริ่มเป็นที่รู้กันว่าเป็นสัญลักษณ์การแสดงความไม่เคารพ และแม้ในปัจจุบัน การแสดงนิ้วดังกล่าวจะไม่ได้บ่งชี้ถึงการดูหมิ่นโดยตรง และมีการนำกิริยาที่ดูเป็นการดูหมิ่นนี้มาใช้ในเชิงตลกหรือหยอกกัน ตั้งแต่ในกลุ่มศิลปินดนตรี นักแสดง ผู้มีชื่อเสียง นักกีฬา และนักการเมือง ร่วมไปถึงคนทั่วไปเองก็มีการนำนิ้วดังกล่าวนี้มาหยอกล้อกัน แต่ถึงอย่างนั้น…นิ้วดังกล่าวก็ยังถูกมองว่าเป็นเครื่องหมายของความไม่สุภาพ และจะไม่นำมายกให้กันแบบมั่วๆ เพราะอาจกลายเป็นการหาเรื่องใส่ตัวโดยไม่ได้ตั้งใจได้ นอกจากการการชูนิ้วกลางแล้ว ก็ยังมีภาษานิ้วที่มีความหมายคล้ายๆ กันอยู่ด้วย เช่นในสหราชอาณาจักร ประเทศไอร์แลนด์ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ สัญลักษณ์วีหรือ “ชูสองนิ้ว” เมื่อหันหลังมือให้กับผู้รับมีความมุ่งหมายคล้ายกับการชูนิ้วกลาง ในประเทศที่พูดภาษาสเปน โปรตุเกส หรือฝรั่งเศส กิริยาที่มีการชูกำปั้นและตีกล้ามเนื้อไบเซปส์บนแขนข้างเดียวกับที่ชูกำปั้นนั้น บางทีเรียก “แขนเกียรติยศ” (bras d’honneur) แต่ในประเทศอิตาลี โปแลนด์ รัสเซีย […]

ทำไม ‘ดอกมะลิ’ จึงถูกใช้เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำวันแม่

หลายคนคงทราบแล้วว่ามันที่ 12 สิงหาคมของทุกปีนั้นเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และได้มีการกำหนดให้วันดังกล่าวเป็นวันแม่แห่งชาติเมื่อ พ.ศ. 2519 และมีดอกมะลิเป็น ดอกไม้สัญลักษณ์ประจำวันแม่ อีกด้วย แต่รู้หรือไม่ว่า…ทำไมต้องเป็นดอกมะลิล่ะ? ย้อนกลับไปในอดีต คงปฏิเสธไม่ได้ดอกไม้ชนิดนี้มีความผูกพันกับคนไทยในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะนำดอกมะลิมาลอยน้ำเย็นเพื่อดื่ม ปลูกตกแต่งบ้าน นำดอกมาร้อยเป็นมาลัยบูชาพระ และยังทำเครื่องหอมประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ดังนั้นจึงได้มีการนำดอกมะลิมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของวันแม่ เนื่องจากมีสีขาวบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมไกล และให้กลิ่นที่ทนนาน ทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี จนมีการตีความเปรียบเปรยว่า ดอกมะลินั้นเป็นตัวแทนของความรักบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่เสื่อมคลาย นอกจากนี้ มะลิเองยังเป้นไม้ดอกที่พบได้แพร่หลายในภูมิภาคเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงทำให้ดอกมะลิจึงมีความสำคัญต่อวัฒนธรรมของชนชาติต่างๆ ในประเทศแถบนี้อย่างมาก อาทิ มะลิ (melati putih) เป็นดอกไม้ประจำชาติของประเทศอินโดนีเซีย และ มะลิฉัตร หรือ มะลิลา (Arabian jasmine) เป็นดอกไม้ประจำชาติของประเทศฟิลิปปินส์ ที่มา – wikipedia.org

เปิดประวัติความเป็นมา ก่อนจะกลายมาเป็นวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม

วันแม่แห่งชาติ นั้นตรงกับวันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของไทยที่นับว่าเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และยังถือว่าวันแม่แห่งชาตินี้เป็นวันหยุดราชการอีกด้วย

keyboard_arrow_up