จะไม่เกิดน้ำท่วมขังกรุงเทพฯ ซ้ำ! ‘กรมชลประทาน’ ยืนยัน สามารถบริหารจัดการน้ำได้

พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภูมิภาค ยังเหลือเพียงที่จังหวัดขอนแก่น อำเภออุบลรัตน์ อำเภอน้ำพอง และอำเภอเมือง ที่ยังมีผลกระทบเรื่องการปล่อยน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ที่เกินความจุที่ต้องเร่งระบาย โดยต้องใช้ระยะเวลา ส่วนในพื้นที่ลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูลไม่มีปัญหาอะไร แม้ว่าฝนตกมากยังมีทุ่งรับน้ำที่มีความจุร้อยละ 12 ของพื้นที่ และแก้มลิงที่รองรับน้ำได้อีกร้อยละ 30 จะไม่ส่งผลกระทบถึงกรุงเทพมหานคร พร้อมยืนยันว่าที่เขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนชัยนาท กรมชลประทานสามารถบริหารจัดการน้ำได้ และย้ำว่ากรุงเทพมหานครไม่ต้องกังวลในเรื่องน้ำจากภาคเหนือ แต่ต้องบริหารปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ กทม.เท่านั้น ซึ่งได้เตรียมการระบายน้ำและอุปกรณ์ โดยศูนย์ปฏิบัติการอยู่ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยมีเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายบูรณาการงานเฝ้าระวังน้ำจากปริมาณฝน ในส่วนกรุงเทพมหานคร ที่มีศูนย์ที่ดินแดงต้องประเมินติดตามระบบการระบายน้ำเตรียมรับมือในวันหรือสองวันนี้ มั่นใจว่าจะไม่เกิดความเดือนร้อนต่อประชาชนมากนัก ขณะที่ นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานมีแผนบริหารจัดการน้ำ แม้ปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์จะลดลง แต่ยังต้องเตรียมแผนรองรับในช่วงสัปดาห์หน้า ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากลมมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทยและเกิดฝนตก โดยจะเพิ่มอัตราการระบายน้ำ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อลดผลกระทบจากปริมาณน้ำที่คาดว่าอาจเพิ่มขึ้นสูง ส่วนเขื่อนเจ้าพระยายังต้องควบคุมปริมาณน้ำที่ไหลผ่านท้ายเขื่อน โดยยังมีความสามารถรองรับน้ำได้ไปจนถึงสิ้นเดือนนี้ ยืนยันว่า จะไม่เกิดน้ำท่วมขังกรุงเทพฯเช่นเดียวกับช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานจะติดตามผลกระทบจากลมมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทย ในวัน 17-19 ตุลาคมนี้ ที่อาจทำให้เกิดฝนตก โดยประเมินว่ามรสุมจะเริ่มอ่อนตัวลง เพราะเป็นช่วงปรับเปลี่ยนฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว

เฝ้าระวังน้ำเหนือ-น้ำทะเลหนุนสูง 4-8 ก.ย. เตือน 500 ครัวเรือนในกรุงเทพฯ เสี่ยงน้ำท่วม!

มีการเปิดเผยจากทาง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่า กรุงเทพมหานครได้รับหนังสือแจ้งสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาจากอธิบดีกรมชลประทานว่าปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และในช่วงระหว่างวันที่ 4-8 ก.ย. 60 จะเป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง มีผลทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงตั้งแต่จังหวัดอ่างทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดปทุมธานี เพิ่มสูงขึ้น 10-15 ซม. ซึ่งจากการคาดการณ์ดังกล่าว หากมีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคกลาง ประกอบกับมีน้ำทะเลหนุนในช่วงเวลานั้น บ้านเรือนที่อาศัยอยู่นอกแนวคันป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ อาจจะได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนจากน้ำที่เอ่อล้นตลิ่ง จากการสำรวจพบว่ามีจำนวน 496 ครัวเรือน ในพื้นที่ 10 เขต ได้แก่ เขตบางซื่อ ดุสิต พระนคร สัมพันธวงศ์ บางคอแหลม ยานนาวา คลองเตย บางกอกน้อย คลองสาน และเขตราษฎร์บูรณะ จึงขอให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมขนย้ายสิ่งของให้อยู่ในที่สูง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนหากเกิดปัญหาระดับน้ำขึ้นสูง นอกจากนี้ยังได้มีการสำรวจพื้นที่บ้านเรือนของประชาชน พร้อมจัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนในกรณีฉุกเฉิน จัดเตรียมไม้สำรองไว้หากต้องมีการเสริมทางเดินเข้าสู่ชุมชน รวมถึงจัดเตรียมยา เครื่องเวชภัณฑ์ และเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ กทม. ได้ก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย […]

วิกฤตคนกรุง! น้ำท่วมรอระบายเกือบ10จุด พิษฝนถล่ม ผู้ว่าฯลงพื้นที่สั่งเร่งระบายด่วน (คลิป)

25 พ.ค.60 บรรยากาศเช้านี้ในกทม.หลายจุด เกิดน้ำท่วมขัง รอการระบาย หลังจากตลออดคืนที่ผ่านมา มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ล่าสุด เช้านี้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำเร่งระบาย บริเวณ ถ.งามวงศ์วาน ตลาดพงษ์เพชร และซอยชินเขต เขตหลักสี่ ทั้งนี้ ศูนย์ป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้รายการสถานการณ์ฝนตกวัดปริมาณฝน สูงสุดวัดได้ที่ 169 มิลลิเมตร โดยปริมาณฝนจำนวนมาก และตกต่อเนื่อง ส่งให้เกิดน้ำท่วมขังสูง 25 จุด อาทิ ถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณหน้าโลตัส เขตหลักสี่ ถนนงามวงศ์วาน บริเวณหน้าตลาดพงษ์เพชร เขตหลักสี่ ถนนพหลโยธินบริเวณวงเวียนบางเขน เขตบางเขน ถนนลาดพร้าว บริเวณซอยลาดพร้าว 122 เขตวังทองหลาง ถนนศรีนครินทร์ บริเวณแยกลำสาลี เขตบางกะปิ เป็นต้น โดยขณะนี้จำหน้าที่ กทม.เร่งทำการระบายน้ำ จนเหลือเพียง 8 จุด เท่านั้นที่ยังคงมีปัญหาน้ำท่วมขัง ต้องเร่งการระบายอาทิ […]

keyboard_arrow_up