“เกาหลีเหนือ” ยิงจรวดรอบใหม่! ขู่ล้มเลิกเจรจานิวเคลียร์ “สหรัฐฯ-เกาหลีใต้”

มาคุ! เกาหลีเหนือยิงจรวดรอบใหม่ ตอบโต้การซ้อมรบร่วมกันระหว่างกองทัพสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ พร้อมขู่ล้มเลิกเจรจาโครงการนิวเคลียร์ มีรายงานว่า เกาหลีเหนือยิงจรวดรอบใหม่ในช่วงเช้าของวันนี้ (6 ส.ค.62) ซึ่งเชื่อว่าเป็นการตอบโต้การซ้อมรบร่วมกันระหว่างกองทัพสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ที่เริ่มขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยผู้บัญชาการเหล่าทัพร่วมของเกาหลีใต้ มีแถลงการณ์ว่า เกาหลีเหนือได้ยิงจรวดไม่ระบุประเภทออกจากจังหวัดฮวางแฮ ทางภาคตะวันตกของเกาหลีเหนือ ขณะเดียวกันเกาหลีใต้ก็กำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าจะมีการยิงจรวดเพิ่มอีกหรือไม่ โดยกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีเหนือ ได้มีแถลงการณ์โจมตีการซ้อมรบระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ พร้อมขู่ว่า เกาหลีเหนือจะล้มเลิกแผนการเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์ และหาแนวทางอื่น ซึ่งก่อนหน้านี้ เกาหลีเหนือเตือนสหรัฐฯ และเกาหลีใต้หลายครั้งว่า ให้ยกเลิกการซ้อมรบที่กรุงเปียงยาง โดยให้เหตุผลว่าเป็นการยั่วยุและข่มขู่ และไม่ช่วยให้สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีดีขึ้น

‘คิม จองอึน – ปูติน’ เปิดฉากประชุมเกาหลีเหนือ-รัสเซีย มุ่งหารือปัญหานิวเคลียร์

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เปิดฉากการประชุมสุดยอดครั้งแรกในวันนี้ (25 เม.ย.) ที่ห้องประชุมภายในมหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทิร์น เฟเดอรัล บนเกาะรุสสกี้ ที่เมืองวลาดิวอสต็อค ทางภาคตะวันออกไกลของรัสเซีย รายงานข่าวระบุว่า ประธานาธิบดีปูติน ผู้นำรัสเซีย ซึ่งเดินทางมาถึงสถานที่จัดประชุมก่อน ได้ยืนรอต้อนรับ คิม จอง-อึน ด้วยตัวเองก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้น ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด ประเด็นสำคัญของการประชุมสุดยอดครั้งแรกนี้ระหว่างปูตินกับคิม จอง-อึน จะเน้นไปที่ประเด็นการแก้ปัญหานิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี รวมถึงการลดทอนผลกระทบจากการที่รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังไม่ยอมยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อเกาหลีเหนือ ประธานาธิบดีปูติน ผู้นำรัสเซีย เผยว่าการประชุมสุดยอดกับผู้นำเกาหลีเหนือในวันนี้จะช่วยให้รัสเซียเข้าใจและหาทางแก้ปัญหาความขัดแย้งบนคาบสมุทรเกาหลี โดยย้ำว่ารัสเซียพร้อมสนับสนุนให้เกิดกระบวนการดังกล่าวที่จะนำไปสู่สันติภาพที่แท้จริงบนคาบสมุทรเกาหลีในอนาคต ขณะที่คิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ยอมรับว่า เขามีความคาดหวังว่าการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีปูตินในครั้งนี้จะช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง 2 ประเทศ ทั้งด้านความมั่นคง และความร่วมมือด้านอื่น ๆ ในอนาคต ด้านนักวิเคราะห์มองว่า ผู้นำเกาหลีเหนือ ต้องการใช้การประชุมสุดยอดกับผู้นำรัสเซียในครั้งนี้ เป็นเวทีที่แสดงให้เห็นว่า เกาหลีเหนือยังมีรัสเซียเป็นประเทศพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่ยืนหยัดอยู่เคียงข้าง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ การประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 ระหว่างคิม จอง-อึน และประธานาธิบดีโดนัลด์ […]

ประชุม ‘ทรัมป์-คิม’ ปิดฉากก่อนกำหนดแบบไร้ข้อตกลง

การประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือได้ปิดฉากลงแล้วในวันนี้(28 ก.พ.)  โดยไม่มีการลงนาม หรือบรรลุข้อตกลงใด ๆ จากผู้นำทั้งสอง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯเปิดการแถลงข่าวเมื่อเวลา 14.00 น.ที่ผ่านมา หลังเสร็จสิ้นประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 กับนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือในกรุงฮานอยของเวียดนาม โดยประธานาธิบดีประทรัมป์และนายคิม จองอึนได้หารือกันในช่วงเช้า แต่ได้ยกเลิกการรับประทานอาหารมื้อเที่ยงแบบกะทันหัน ทั้งยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลง หรือลงนามในข้อตกลงใด ๆ ร่วมกันในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งทำให้การประชุมเสร็จสิ้นก่อนกำหนดเดิมถึง 2 ชั่วโมง แม้ว่าก่อนหน้าการประชุมผู้นำทั้งสองแสดงความมั่นใจว่าผลการประชุมจะออกมาดีและเป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่ายก็ตาม ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าได้หารือในประเด็นเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจกับผู้นำเกาหลีเหนือ และการหารือประเด็นปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีก็มีความคืบหน้า แต่เกาหลีเหนือกลับต้องการให้สหรัฐฯยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือทั้งหมดถึงจะยอมยุติการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ แต่สหรัฐฯ ไม่เห็นด้วยที่จะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าว ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุด้วยว่ายังไม่มีแผนที่จะประชุมหารือกับนายคิม จองอึนในรอบที่ 3 ในเร็ววันนี้ และบอกว่าการประชุมครั้งนี้ถือเป็นการปูทางไปสู่การเจจราหารือที่ดีระหว่างทั้งสองประเทศในอนาคต ทั้งยังยืนยันว่าความสัมพันธ์ของเขากับนายคิม จองอึนยังคงเหนียวแน่น ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

สองผู้นำเกาหลี หารือรอบ 3 ประเด็นร่วมมือภาคธุรกิจ-คืบหน้าปลดอาวุธนิวเคลียร์

สองผู้นำเกาหลี ได้จัดการประชุมหารือร่วมกันเป็นครั้งที่ 3 เพื่อหารือในประเด็นการปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ และความร่วมมือภาคธุรกิจระหว่างทั้งสองประเทศ ประธานาธิบดีมุน แจอิน ผู้นำเกาหลีใต้พร้อมนางคิม จุงซุก ภริยาได้เดินทางถึงสนามบินในกรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือเมื่อช่วงเช้าวันนี้( 18 ก.ย.)โดยมีนายคิม จองอึน และนางรี ซองจู ภริยาจัดพิธีต้อนรับอย่างอบอุ่น ซึ่งประธานาธิบดีมุน แจอินก็ถือเป็นผู้นำเกาหลีใต้คนแรกที่เดินทางเยือนกรุงเปียงยางในรอบ 11 ปี โดยผู้นำเกาหลีใต้จะมีกำหนดปฏิบัติภารกิจในเกาหลีเหนือเป็นเวลา 3 วัน การประชุมหารือระหว่างประธานาธิบดีมุน แจอิน และนายคิม จองอึนในครั้งนี้ถือเป็นการประชุมครั้งที่ 3 ในรอบปีนี้ หลังจากที่ผู้นำทั้งสองได้ประชุมหารือร่วมกันครั้งแรกไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริเวณพรมแดนระหว่างทั้งสองประเทศ ส่วนประเด็นสำคัญของการหารือครั้งนี้จะมุ่งเน้นไปที่เรื่องมาตรการเพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี การลดความตึงเครียดทางทหารระหว่างทั้งสองประเทศ รวมทั้งความร่วมมือทางภาคธุรกิจ โดยในการเดินทางเยือนเกาหลีเหนือครั้งนี้ ประธานาธิบดีมุน แจอินยังได้นำกลุ่มนักธุรกิจและผู้บริหารจากบริษัทยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ ทั้งบริษัทซัมซุง, แอลจี, ฮุนได มอเตอร์ และเอสเคร่วมเดินทางในการประชุมครั้งนี้ด้วยเพื่อหวังปูทางไปสู่ความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างทั้งสองประเทศในอนาคต หากผลการหารือของผู้นำทั้งสองเกาหลีเป็นไปในทางที่น่าพอใจ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

เปิดข้อตกลง ‘ทรัมป์-คิม’ มุ่งปลดอาวุธนิวเคลียร์-สร้างสันติในคาบสมุทรเกาหลี

วันนี้(12 มิ.ย. 61) กับการหารือครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยการหารือดังกล่าวเป็นไปอย่างราบรื่น ประธานาธิบดีทรัมป์เผยว่า ผลการหารือที่ออกมาน่าจะเป็นที่น่าพอใจสำหรับทั้งสองฝ่าย (อ่านเพิ่มเติม ‘ทรัมป์-คิม’ ร่วมลงนามข้อตกลง เผยโลกเตรียมเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่) ผู้นำทั้ง 2 ประเทศ ได้ลงนามในข้อตกลงร่วมกัน โดยมีประเด็นหลัก ๆ 4 ข้อ ด้วยกัน คือ สหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ จะร่วมสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ตามความปรารถนาของประชาชนของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ เพื่อสันติภาพและความรุ่งเรือง สหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ จะร่วมมือสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนและมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลี เกาหลีเหนือจะเดินหน้าในการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์ ตาม ‘ปฏิญญาปันมุนจอม’ เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 61 สหรัฐฯ และ เกาหลีเหนือ จะรือฟื้นข้อตกลง POW/MIA ว่าด้วยทหารหรือเชลยศึกชาวอเมริกันที่สูญหายระหว่างปฏิบัติหน้าที่ โดยให้ส่งกลับกระดูกผู้เสียชีวิตที่สามารถระบุตัวตนได้แล้วกลับประเทศทันที นอกจากนี้ในหนังสือสัญญาระบุว่าทั้ง 2 ประเทศได้มีการเปิดใจหารือกันอย่างครอบคลุม ลงลึกและจริงใจ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความสงบสุขในคาบสมุทรเกาหลี […]

‘คิม จองอึน’ ส่งจม.ถึง ‘ทรัมป์’ ย้ำเกาหลีเหนือจริงใจ ยุติทดสอบนิวเคลียร์

นายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือได้ฝากจดหมายส่งให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมกับแสดงความจริงใจในการยุติโครงการอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่สหรัฐฯ มั่นใจว่าประชุมหารือระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์ และนายคิม จองอึนจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่านายพลคิม ยองชอล เจ้าหน้าที่ระดับสูงและมือขวาของนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่อยู่ระหว่างการเดินทางเยือนนครนิวยอร์กกำลังเตรียมเดินทางต่อไปยังกรุงวอชิงตันดี.ซี. เพื่อส่งจดหมายของนายคิม จองอึนให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ด้วยตนเอง เป็นที่คาดว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะได้รับจดหมายฉบับดังกล่าวในวันนี้(1 มิ.ย. 61) โดยนายปอมเปโอระบุว่าการที่นายคิมต้องการจะมอบจดหมายให้กับประธานาธิบดีทรัมป์ถือเป็นสัญญาณที่ดี ซึ่งชี้ว่าการประชุมหารือระหว่างผู้นำทั้งสองจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน หลังการหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีเหนือเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมมีความคืบหน้าอย่างมาก และกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ มั่นใจว่าการเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้อง ขณะที่สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของเกาหลีเหนือได้ออกแถลงการณ์ของนายคิม จองอึนที่ระบุว่า เกาหลีเหนือจะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้ายุติการปลดอาวุธนิวเคลียร์ โดยคำกล่าวนี้ก็มีขึ้นตรงกับช่วงที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีเหนือเดินทางเยือนนครนิวยอร์กเพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมหารือครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และนายคิม จองอึน ที่จะมีขึ้นที่สิงคโปร์ ในวันที่ 12 มิ.ย. 61 นี้

เปิดภาพ ‘เกาหลีเหนือ’ ทำลายฐานทดสอบนิวเคลียร์-เผยพร้อมหารือ ‘ทรัมป์’ ทุกเมื่อ

สื่อเกาหลีใต้ได้เผยภาพขณะที่ฐานทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือถูกทำลาย หลังเกาหลีเหนือยืนยันว่าได้รื้อทำลายห้องทดสอบอาวุธนิวเคลียร์เพื่อหวังสร้างสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี โดยได้ระเบิดทำลายฐานทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ปุงเก-รี ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งภายในฐานทดสอบนิวเคลียร์ดังกล่าวประกอบไปด้วยอุโมงค์และห้องปฏิบัติการโดยทางการเกาหลีเหนือก็ได้อนุญาตให้บรรดาสื่อมวลชนต่างประเทศเดินทางเข้าชมและรายงานข่าวการรื้อทำลายห้องทดสอบอาวุธนิวเคลียร์เพื่อแสดงความโปร่งใส แต่กลับไม่ได้เชิญให้คณะผู้ตรวจสอบร่วมสังเกตการณ์  ด้านสำนักข่าวเคซีเอ็นเอของทางการเกาหลีเหนือยืนยันกับบรรดาผู้สื่อข่าวว่าการรื้อทำลายฐานทดสอบอาวุธนิวเคลียร์นี้จะไม่มีสารกัมมันตรังสีรั่วไหล และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในบริเวณฐานทดสอบดังกล่าว พร้อมกับระบุว่าการยุติการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการปลดอาวุธนิวเคลียร์ให้หมดไปจากคาบสมุทรเกาหลี ทั้งนี้การรื้อทำลายฐานทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ดังกล่าวมีขึ้นก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯประกาศยกเลิกการประชุมหารือกับนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งเดิมทีการประชุมดังกล่าวมีกำหนดหารือที่สิงคโปร์ ในวันที่ 12 มิ.ย. 61 นี้ โดยประธานานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าสาเหตุที่ต้องยกเลิกการประชุมหารือเป็นเพราะเกาหลีเหนือแสดงท่าทีที่เป็นปรปักษ์ต่อสหรัฐฯ อย่างชัดเจน ขณะที่กระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือได้แสดงความเสียใจที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศยกเลิกการประชุม และเกาหลีเหนือยังคงเต็มใจที่ใจประชุมหารือกับสหรัฐฯ ในทุกรูปแบบและทุกเมื่อ

โสมแดงเตรียมปลดนิวเคลียร์-เจรจาสนธิสัญญาสันติภาพ ยุติภาวะสงคราม 2 เกาหลี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้อาจมีการประกาศทำสนธิสัญญาสันติภาพ ในช่วงการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำของทั้งสองเกาหลี ที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 เม.ย. 61 นี้ ที่เขตปลอดทหารในหมู่บ้านปันมุนจอมบริเวณพรมแดนระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ หลังทั้งสองประเทศอยู่ในภาวะสงครามมายาวนานกว่า 68 ปี โดยที่ผ่านมาเป็นเพียงข้อตกลงสงบศึกชั่วคราวเท่านั้น นอกจากนี้นายอิม จองซก หัวหน้าคณะทำงานของประธานาธิบดีมุน แจอินของเกาหลีใต้ได้เปิดเผยว่านายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือเตรียมประกาศปลดอาวุธนิวเคลียร์ โดยในเวลานี้คณะผู้เจรจาทั้งจากเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ได้เริ่มทำงาน และตกลงเรื่องโครงร่างของแถลงการณ์ร่วมกันแล้วเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการประชุม ทั้งนี้ภายหลังการประชุมหารือกับผู้นำเกาหลีใต้ นายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือก็ยังมีกำหนดหารือครั้งประวัติศาสตร์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ในเดือนพฤษภาคม ที่จะถึงนี้ด้วย โดยคาดว่าประเด็นสำคัญของการหารือจะมุ่งเน้นไปที่การให้เกาหลีเหนือยุติโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ขอบคุณ bloomberg  

สาวใหญ่เปลือยอก! ประชด ‘ทรัมป์’ หลังอวดปุ่มกดนิวเคลียร์ข่มเกาหลีเหนือ

ที่ประเทศยูเครน มีนักเคลื่อนไหวหญิงรายหนึ่งออกมาประท้วงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ด้วยการเปลือยอก และแต่งหน้าทำผมเลียนแบบผู้นำสหรัฐฯ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ด้านหน้าสถานทูตอเมริกาในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน โดยผู้หญิงคนนี้ได้ปีนขึ้นไปนั่งบนป้ายสถานทูต โดยที่ช่วงบนไม่ได้สวมใส่อะไรเลย มีแต่ปากกาเขียนว่า “มิสเตอร์ บิ๊ก บัททัน” (Mr. Big Button) โดยเธอสวมวิกผม และแต่งหน้าที่ดูแล้วคล้ายกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อขึ้นไปนั่งได้ทำท่าทางเลียนแบบทรัมป์ และที่ข้างตัวยังมีกระเป๋าเอกสารเขียนว่า “นิวเคลียร์ฟุตบอล” วางอยู่ด้วย พอให้นักข่าวถ่ายรูปได้ซักพัก จึงสวมเสื้อผ้าและหิ้วกระเป๋าเดินจากไป สื่อท้องถิ่นคาดว่าที่เธอออกมาทำแบบนี้ เพื่อประชดผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประเด็นที่ทรัมป์ทวีตโต้ตอบกับเกาหลีเหนือว่าใครมีปุ่มยิงนิวเคลียร์ใหญ่กว่า ซึ่งประชาคมโลกมองว่าการคุกคามกันไปมาไม่ได้เป็นประโยชน์อะไรต่อโลกเลย ทั้งนี้ คำว่า “นิวเคลียร์ฟุตบอล” จริงๆ แล้วเป็นรหัสลับที่หมายถึงเอกสารเกี่ยวกับการสั่งยิงนิวเคลียร์ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่ากันว่า ผู้นำสหรัฐฯ จะพกกระเป๋าใบนี้ติดตัวไปด้วยเสมอ

นายมี…เราก็มี!! ทรัมป์ โพสต์เย้ย ‘คิม จองอึน’ หลังแถลงมีปุ่มกดนิวเคลียร์บนโต๊ะทำงาน

จากกรณีที่สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดประเทศเกาหลีเหนือ ได้ออกแถลงการณ์ประจำปีเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ที่ระบุว่าเกาหลีเหนื่อกำลังเร่งพัฒนาโครงการขีปนาวุธและนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังย้ำว่าเกาหลีเหนือเป็นรัฐนิวเคลียร์ที่สมบูรณ์แบบตามเป้าหมายตั้งแต่ปีก่อน และขอให้สหรัฐอเมริกาตระหนักว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การขู่ แต่เป็นเรื่องจริง และตนมีปุ่มกดนิวเคลียร์อยู่บนโต๊ะทำงานแล้ว ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 มกราคม นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนปัจจุบัน ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก พร้อมระบุตำแหน่งว่ากำลังอยู่ที่ทำเนียบขาว (The White House) โดยมีเนื้อหา ตามที่ผู้นำเกาหลีเหนือที่แถลงว่ามีปุ่มกดนิวเคลียร์บนโต๊ะทำงานนั้น ตนอยากฝากให้ใครสักคนในประเทศที่ขาดแคลนอาหารนั้นไปบอกกับคิม จองอึน ทีว่า บนโต๊ะทำงานของตนก็มีปุ่มยิงนิวเคลียร์เช่นกัน แถมยังมีอานุภาพทำลายล้างสูงกว่าด้วย ทั้งยังบอกอีกว่า…ปุ่มของตนสามารถใช้งานได้จริง (My Botton work!)

‘ญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้เราอีกต่อไป..’ โสมแดงเล่นบทนักเลงโต ขู่ใช้นิวเคลียร์จมญี่ปุ่นทั้งประเทศ!

สถานการณ์ในแถบคาบสมุทรเกาหลียังตึงเครียด ล่าสุดเกาหลีเหนือขู่จมประเทศญี่ปุ่นด้วยอาวุธนิวเคลียร์ ด้านญี่ปุ่นออกมาประณามว่าเป็นพฤติกรรมที่ยั่วยุและอุกอาจ เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 60 สำนักข่าวเคซีเอ็นเอ กระบอกเสียงของรัฐบาลเกาหลีเหนือเผยคำขู่ที่เจาะจงถึงญี่ปุ่นว่า “เกาะทั้งสี่ของประเทศหมู่เกาะควรจะถูกจมด้วยระเบิดนิวเคลียร์ ญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่ใกล้ ๆ เราอีกต่อไป” หลังจากนั้นไม่นาน โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นได้ออกมาตอบโต้ว่า คำขู่ของเกาหลีเหนือเป็นการยั่วยุที่รุนแรงและอุกอาจ และเป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ ทั้งนี้ เมื่อปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือได้ทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามเกาะฮอกไกโดมาแล้ว

โสมแดงคึกจัดงานยิ่งใหญ่ ฉลองความสำเร็จทดลองนิวเคลียร์ H-Bomb โฆษกฟุ้งใกล้ถึงจุดจบอเมริกา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 60 ตามเวลาท้องถิ่น “โสมแดง” เกาหลีเหนือได้จัดงานเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ต่อความสำเร็จของเหล่านักวิทยาศาสตร์ของรัฐบาล ในการทดสอบระเบิดไฮโดรเจน หรือเอช-บอมบ์ (H-Bomb) ซึ่งถือเป็นระเบิดนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการทดลองมาในแผ่นดินโสมแดง การเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ที่จัดขึ้นกลางกรุงเปียงยางในครั้งนี้ มีทั้งการสวนสนาม การตั้งแถวรอต้อนรับขบวนรถของเหล่านักวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่ระดับสูง ตลอดจนการแสดงพลุสุดตระการตา โดยที่สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของทางการเกาหลีเหนือรายงานตัวเลขประชาชนที่เดินทางมาเข้าร่วมงานบริเวณจัตุรัสคิม อิล-ซุง กลางกรุงเปียงยาง เมื่อวันพุธ (6 ก.ย.) มีจำนวนหลายแสนคน ในระหว่างการเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่นี้ โฆษกของรัฐบาลเกาหลีเหนือออกมาแถลงว่า ความสำเร็จของประเทศตนในการทดสอบระเบิดเอช-บอมบ์ ซึ่งมีศักยภาพในการติดตั้งกับขีปนาวุธข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) จะนำมาซึ่ง “จุดจบ” ของชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ที่มีพฤติกรรมแทรกแซงประเทศต่างๆ ทั่วโลก ความเคลื่อนไหวล่าสุดของฝ่ายเกาหลีเหนือมีขึ้นท่ามกลางความพยายามเพิ่มแรงกดดันและเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ผ่านกลไกขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น)

เจาะ ‘H-Bomb’ นิวเคลียร์ที่อานุภาพรุนแรงกว่าระเบิด ที่ใช้ถล่ม ‘ฮิโรชิมา-นางาซากิ’ จนพังราบไปทั้งเมือง

การทดสอบหัวรบนิวเคลียร์ครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือทำให้ประเทศต่างๆ มีปฏิกิริยาตอบโต้ทันที สาเหตุไม่ใช่แค่เพราะว่าเกาหลีเหนือทดสอบนิวเคลียร์ธรรมดา แต่นิวเคลียร์ลูกนี้เป็นระเบิดไฮโดรเจน ซึ่งมีอานุภาพรุนแรงกว่าระเบิดชนิดอะตอมมิคที่สหรัฐฯ เคยใช้ถล่มฮิโรชิมา และนางาซากิจนพังราบหายไปทั้งเมือง ก่อนอื่น อยากให้ทำความรู้จักกับ ระเบิดไฮโดรเจน หรือ H-Bomb กันก่อน ระเบิดไฮโดรเจนมีอีกชื่อหนึ่งคือระเบิดเทอร์โมนิวเคลียร์ อานุภาพของระเบิดเกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์แบบฟิวชัน เป็นการรวมตัวกันของไฮโดรเจนและฮีเลี่ยม โดยในกระบวนการหลอมรวมต้องใช้ความร้อนมหาศาล การปลดปล่อยพลังงานความร้อนออกมาจึงเป็นลักษณะเดียวกับการปล่อยความร้อนอย่างมหาศาลของดวงอาทิตย์ ก่อนหน้านี้ มีหลายประเทศที่อ้างว่าสามารถผลิตระเบิดไฮโดรเจนได้ เจ้าแรกคือสหรัฐฯ ที่เริ่มทดสอบเมื่อปี 1952 เป็นการทดสอบเอชบอมบ์ลูกแรกของโลก ถัดมาคือสหภาพโซเวียต และอังกฤษ แต่ที่สำคัญคือปี 1961 โซเวียตสร้างระเบิดไฮโดรเจนที่ทรงอานุภาพมากที่สุดในโลก มีชื่อเรียกว่าระเบิดซาร์ บอมบา จากการทดลองทิ้งระเบิดจากระดับความสูง 10 กิโลเมตรพบว่ามีการระเบิดบนฟ้าก่อนที่จะร่วงลงพื้นดิน ทำให้เกิดลูกไฟขนาดใหญ่ มีกลุ่มควันทรงดอกเห็ดสูง 18 กิโลเมตรรู้สึกถึงคลื่นความร้อนในระยะ 1,000 กิโลเมตร เชื่อว่าถ้าระเบิดลูกนี้ตกใส่นครนิวยอร์ก ทุกอย่างก็จะหายวับไปในพริบตา ปัจจุบัน มี 8 ประเทศที่อ้างว่าตนเองมีระเบิดไฮโดรเจนในครอบครอง ได้แก่สหรัฐฯ รัสเซีย อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน อินเดีย ปากีสถาน และเกาหลีเหนือ ซึ่งในส่วนของเกาหลีเหนือทดสอบมาแล้ว […]

ปรบมือสิครับรออัลไล! ปชช.เกาหลีเหนือ ร่วมติดตามความสำเร็จ ทดสอบหัวรบนิวเคลียร์ ครั้งที่ 6

บรรยากาศภายในคาบสมุทรเกาหลีทวีความตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่เกาหลีเหนือทดสอบหัวรบนิวเคลียร์ ครั้งที่ 6 ได้สำเร็จวานนี้ ซึ่งภายในกรุงเปียงยาง ประชาชนต่างก็เฝ้าติดตามข่าวความสำเร็จในครั้งนี้ นี่เป็นภาพบรรยากาศในกรุงเปียงยาง ขณะที่ผู้คนเฝ้าติดตามการแถลงข่าวความสำเร็จของรัฐบาลเกาหลีเหนือในการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ ที่ห้องทดลองใต้ดินในเมืองพังเกรี จังหวัดฮัมคยอง ซึ่งถือเป็นการทดสอบนิวเคลียร์ ครั้งที่ 6 ห่างจากครั้งก่อนเกือบ 1 ปี แต่มีความรุนแรงกว่าถึงเกือบ 10 เท่า ประชาชนส่วนใหญ่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ยินดีที่รัฐบาลทดสอบนิวเคลียร์ได้สำเร็จ เพราะถือเป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และจะได้ปกป้องประเทศจากภัยคุกคาม สำหรับอาวุธนิวเคลียร์ที่เกาหลีเหนืออ้างว่าทดสอบสำเร็จเป็นระเบิดไฮโดรเจน หรือ H-Bomb ซึ่งมีความรุนแรงกว่าระเบิดปรมาณูที่สหรัฐฯ ใช้ถล่มฮิโรชิมา และนางาซากิเมื่อช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หลายเท่าตัว แรงระเบิดทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนขนาด 6.3 หลังจากนั้น ประมาณ 10 นาที เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นอีกครั้ง คาดว่าเป็นเหตุการณ์ที่ผนังห้องใต้ดินพังถล่มลงมา ไม่เพียงเท่านั้น เกาหลีเหนือยังยืนยันด้วยว่าสามารถติดตั้งหัวรบนี้และยิงไปไกลถึงเกาะกวมของสหรัฐฯ ได้ หลังการทดสอบนิวเคลียร์ หลายประเทศเรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อหามาตรการตอบโต้ ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความว่าพฤติกรรมของเกาหลีเหนือถือเป็นภัยคุกคามต่อนานาประเทศ และแนวทางของเกาหลีใต้ที่จะเจรจากับเกาหลีเหนือเป็นวิธีที่ไม่ได้ผล.

รมต.สหรัฐ จ่อเยือนไทย หารือด้านเศรษฐกิจ และความมั่นคง

นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เตรียมเดินทางเยือนฟิลิปปินส์ ไทย และมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 5 ถึง 9 สิงหาคมนี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านเศรฐกิจ และความมั่นคงภายในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยนายทิลเลอร์สันมีกำหนดเข้าร่วมประชุมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียนเพื่อหารือในประเด็นอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี ความมั่นคงทางทะเลและการต่อต้านก่อการร้ายร่วมกับบรรดาเจ้าหน้าที่ทางการทูต ที่กรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ สำหรับการเยือนประเทศไทย นายทิลเลอร์สันจะเข้าสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และจะร่วมหารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสหรัฐ-ไทยด้วย ในส่วนของการเยือนมาเลเซียนั้น รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐมีกำหนดหารือในระดับทวิภาคีกับเหล่าเจ้าหน้าที่ระดับสูง

ย้อนรอยอดีต! เผยสภาพซากเมือง ‘ฮิโระชิมะ’ หลังจากถูกทิ้งบอมบ์ไปแล้ว 8 เดือน

ภาพเหล่านี้คือส่วนหนึ่งจากวิดีโอนี่ถูกถ่ายโดยทหารอากาศของสหรัฐอเมริกา ซึ่งบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเมืองฮิโระชิมะหลังจากถูกโจมตีด้วยนิวเคลียร์จนไม่เหลือชิ้นดี ซึ่งคงไม่ต้องบอกว่าความเป็นอยู่ของผู้คนในเวลานั้นยากลำบากแค่ไหน เพราะนอกจากต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีแล้ว พวกเขายังต้องเผชิญหน้ากับความอดอยากและการสูญเสียที่ฝังใจชาวญี่ปุ่นจำนวนมากมาจนถึงทุกวันนี้ และย้ำเตือนความคิดที่ว่า…สงครามนั้นไม่เคยให้ประโยชน์กับใคร ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เป็นคนเริ่มต้นมันขึ้นมา หรือแม้แต่กับผู้บริสุทธิ์ ที่มา : Cryptome1

จุดพีคที่ทำให้ “นิวเคลียร์” ขอเลิก “เพชรจ้า”

นิวเคลียร์-เพชรจ้า เจอคำถามย้อนอดีต จุดพีคที่สุดที่ทำให้ “นิวเคลียร์” ทน “เพชรจ้า” ไม่ไหว คืออะไร !!? จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคู่รักหนุ่มซ่า สาวแซ่บสุดเซ็กซี่ “นิวเคลียร์-เพชรจ้า” เจอคำถามที่ว่า “จุดพีคอะไร ??? ที่ทำให้ “นิวเคลียร์” ตัดสินใจขอเลิก “เพชรจ้า” พร้อมเปิดใจความรักรสเผ็ดเวอร์ !!!

เบื้องหลังหายนะกัมมันตภาพรังสี กลับกลายเป็นสวรรค์ของเหล่าสัตว์ป่าในเชอร์โนบิล

จากเหตุระเบิดที่โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ เชอร์โนบิล ในประเทศยูเครน เมื่อปี 1986 ที่นับว่าเป็นอุบัติเหตุด้านนิวเคลียร์ที่ร้ายแรงที่สุดในโลก และทำให้เกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตภาพรังสีจำนวนมากถูกปลดปล่อยออกมาเป็นวงกว้าง กินพื้นที่กว่า 1,000 ตารางไมล์ และทำให้พื้นที่รอบๆ โรงไฟฟ้าไม่สามารถอยู่อาศัยได้อีกกว่า 20,000 ปี แต่ถึงจะเป็นพื้นที่ที่ไม่สามารถให้มนุษย์อยู่อาศัยได้แล้ว แต่จากการติดกล้อง Camera Trap ของนักวิจัยจำนวนมาก ทำให้พบว่าสถานที่รกร้างแห่งนี้ได้กลับกลายมาเป็นสวรรค์ของเหล่าสัตว์ป่าที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมนุษย์ล่าจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ที่ตอนนี้กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งท่ามกลายสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการดำรงชีวิต แม้ฟังดูไม่น่าเป็นได้ที่สัตว์เหล่านี้จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ และจากข้อมูลของทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยเซาธ์แคโรไลนา สหรัฐอเมริกา พบว่าสัตว์ทุกตัวล้วนได้รับสารปนเปื้อนทั้งสิ้น แต่กลไกทางร่างกายทำให้ความเสี่ยงต่อที่จะถูกสารกัมมันตภาพรังสีทำลายสารพันธุกรรม จึงทำให้พวกมันสามารถอาศัยอยู่ในสถานที่แบบนี้ได้ และกระบวนการนี้เรียกว่า ‘การคัดเลือกอย่างไม่ตามธรรมชาติ’ (unnatural selection) ทั้งยังมีหลักฐานสัตว์เหล่านี้ไม่ใช้กลุ่มที่อพยพมาจากที่อื่น แต่เป็นสัตว์กลุ่มเดิมที่ค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นมาเนื่องจากการหายไปของมนุษย์ ที่มา – cnbc.com / treehugger.com

keyboard_arrow_up