ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ : การติดตั้งตู้เกมส์หยอดเหรียญและผู้เล่น มีความผิดหรือไม่ ?

พบกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต กับเรื่องราวไขปมข้อกฎหมายที่จะช่วยให้คุณได้รู้ข้อมูลก่อนที่จะทำความผิดกันอีกครั้ง สำหรับครั้งนี้ จะมาพูดคุยกันในเรื่องของปัญหา “การติดตั้งตู้เกมส์หยอดเหรียญและผู้เล่น มีความผิดหรือไม่ ?” วันนี้เรามาหาคำตอบกันครับ ยามที่เราออกไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะห้างสรรพสินค้า ตลาด หรือว่าห้างร้านต่างๆ ก็อาจจะพบเจอเจ้าเครื่องตู้เกมส์หยอดเหรียญตั้งอยู่ในบริเวณนั้น ทำให้เด็กและเยาวชนเข้าไปใช้บริการเล่นเกมส์กันเป็นจำนวนมาก จนทำให้เกิดเป็นข้อสงสัยของใครหลายคนขึ้นมาว่า การติดตั้งตู้เกมส์เหล่านั้นมีความผิดตามกฎหมายหรือไม่อย่างไรนั่นเอง การติดตั้งตู้เกมส์ ไม่ว่าจะเป็นตู้เกมส์หยอดเหรียญหรือว่าจะเป็นตู้คีบตุ๊กตาหยอดเหรียญ จะต้องขออนุญาตกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจะต้องอนุญาตก่อน จึงจะมีสิทธิ์นำตู้มาติดตั้ง กรณีที่มีการติดตั้งตู้คีบตุ๊กตาหรือตู้เกมส์หยอดเหรียญโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการลักลอบติดตั้ง ในกรณีแบบนี้เจ้าของตู้ ผู้ติดตั้ง และเจ้าของสถานที่ที่อนุญาตให้ตู้ซึ่งผิดกฎหมายมาตั้งอยู่ในสถานที่ของตัวเอง มีความผิดตามกฎหมาย มีโทษทั้งจำทั้งปรับครับ ในส่วนของผู้ที่เข้าไปใช้บริการมีอยู่ 2 กรณีครับ กรณีแรกคือผู้ใช้บริการ “รับทราบ” ว่าตู้ดังกล่าวมีการลักลอบติดตั้งแบบผิดกฎหมาย กรณีนี้ผู้ใช้บริการจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน แต่ในส่วนของผู้ที่ใช้บริการโดยไม่รู้ว่าตู้ดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากเครื่องติดตั้งไว้ในที่สาธารณะ ในกรณีเช่นนี้อาจจะไม่ต้องรับผิดทางกฎหมายครับ แต่จะต้องเสียเวลาไปให้การกับเจ้าพนักงาน ถ้าหากว่าถูกจับกุมขึ้นมาครับ ส่วนจุดสังเกตง่ายๆ สำหรับตู้เกมส์ที่ได้รับอนุญาตแล้วนั้น ด้านข้างหรือด้านหน้าของตู้จะต้องมีป้ายได้รับอนุญาตบอกไว้อย่างชัดเจนนั่นเอง   ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดี ๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันจันทร์และอังคาร เวลา 12.30 น. […]

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ : การขอใบอนุญาตขับขี่ สามารถทำได้ตั้งแต่อายุกี่ปี ?

พบกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต กับเรื่องราวไขปมข้อกฎหมายที่จะช่วยให้คุณได้รู้ข้อมูลก่อนที่จะทำความผิดกันอีกครั้ง สำหรับครั้งนี้ จะมาพูดคุยกันในเรื่องของปัญหา “การขอใบอนุญาตขับขี่ สามารถทำได้ตั้งแต่อายุกี่ปี ?” วันนี้เรามาหาคำตอบกันครับ ตามกฎหมายได้มีกำหนดกฎเกณฑ์ไว้ว่า การที่คุณจะขับรถบนถนนหลวงได้นั้น คุณจะต้องมีใบขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ก็ตาม แต่คุณจะต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปเท่านั้น จึงจะขอใบอนุญาตขับขี่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ได้ นั่นเองครับ แต่ก็มีข้อยกเว้นไว้เช่นกัน ในกรณีที่เป็นเด็กอายุ 15 ปีขึ้นไป แต่ไม่ถึง 18 ปี จะสามารถขอใบอนุญาตขับขี่ชั่วคราวได้ครับ แต่ขับได้เฉพาะรถจักรยานยนต์ที่มีซ๊ซ๊ไม่เกิน 110 ซีซี เท่านั้น ส่วนเด็กที่อายุยังไม่ถึงข้อกำหนด แต่อยากแสดงความสามารถการขับขี่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ควรไปขับขี่ในสนามแข่งที่มีผู้ใหญ่ดูแลอย่างใกล้ชิดเท่านั้น เพื่อไม่ให้การขับขี่รถของเด็กส่งผลกระทบต่อผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกันนั่นเองครับ สำหรับในกรณีที่เราไม่มีใบขับขี่แต่เจตนาขับขี่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์บนท้องถนน เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้และอาจถูกยึดรถ ไม่สามารถขับออกไปจากที่เกิดเหตุ วิธีแก้ไขก็คือเราอาจจะต้องไปตามผู้มีใบอนุญาตขับขี่มานำรถคันนั้นกลับไปแทน ที่กฎหมายต้องมีการกำหนดอายุผู้ขอใบอนุญาตขับขี่เนื่องจากว่าเด็กอาจจะยังมีวุฒิภาวะไม่เพียงพอ รวมถึงอาจจะยังไม่สามารถตัดสินใจในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ดีเท่าผู้ใหญ่นั่นเองครับ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดี ๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันจันทร์และอังคาร เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง […]

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ : ใช้ภาพบัตรประชาชน-ใบขับขี่ แทนบัตรจริงได้หรือไม่ ?

พบกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต กับเรื่องราวไขปมข้อกฎหมายที่จะช่วยให้คุณได้รู้ข้อมูลก่อนที่จะทำความผิดกันอีกครั้ง สำหรับครั้งนี้ จะมาพูดคุยกันในเรื่องของปัญหา “การใช้ภาพบัตรประชาชน หรือ ใบขับขี่ สามารถใช้แทนบัตรจริงได้หรือไม่ ?” วันนี้เรามาหาคำตอบกันครับ ปัจจุบันเราอาจจะมีความจำเป็นต้องพกบัตรหลายใบ ไม่ว่าจะเป็นบัตรประจำตัวประชาชน ใบขับขี่ บัตรประจำตัวพนักงาน หรือแม้แต่บัตรกด ATM ประกอบกับสมัยนี้โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนสามารถถ่ายภาพได้ จึงเกิดเป็นข้อสงสัยขึ้นว่า ถ้าหากเราใช้สมาร์ทโฟนถ่ายภาพบัตรประชาชนหรือใบขับขี่แทนตัวจริงได้หรือไม่? ซึ่งต้องขอบอกเลยนะครับว่า ภาพถ่ายดังกล่าวไม่สามารถใช้แทนตัวจริงได้นะครับ เนื่องจากว่าบนหน้าบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงนั้นจะมีชิปที่ใช้เก็บข้อมูล ภาพ และข้อมูลส่วนบุคคลของแต่ละคน ในการติดต่อราชการจึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำการเสียบบัตรเข้ากับเครื่องอ่านข้อมูล เพื่อใช้ตรวจสอบข้อมูลของบัตรและผู้ที่ถือบัตร ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ส่วนในกรณีของใบขับขี่ ก็ไม่สามารถใช้ภาพถ่ายแทนตัวจริงได้เช่นเดียวกัน สาเหตุก็คือการตรวจสอบข้อมูลจะต้องตรวจสอบจากต้นฉบับของจริงเท่านั้น แต่ในอนาคตจะมีระบบออนไลน์ที่บรรจุข้อมูลทั้งหมดของใบขับขี่ไว้ แต่ตอนนี้ยังไม่เสถียร ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้บัตรจริงพกติดตัวไว้ก่อนนะครับ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจะเป็นการดีที่สุดครับ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดี ๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันจันทร์และอังคาร เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ : การทำงานในวันหยุด จะได้รับค่าตอบแทนหรือไม่?

พบกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต กับเรื่องราวไขปมข้อกฎหมายที่จะช่วยให้คุณได้รู้ข้อมูลก่อนที่จะทำความผิดกันอีกครั้ง สำหรับครั้งนี้ จะมาพูดคุยกันในเรื่องของปัญหา การทำงานในวันหยุด จะได้รับค่าตอบแทนหรือไม่? อย่างไร? วันนี้เรามาหาคำตอบกันครับ ก่อนที่จะพูดถึงค่าตอบแทนต่างๆ เราต้องรู้ตัวเองก่อนว่าปัจจุบันเราเป็นลูกจ้างแบบไหน ลูกจ้างรายเดือน, ลูกจ้างรายวัน หรือ ลูกจ้างรายสัปดาห์ เพราะทั้ง 3 แบบ มีกฎเกณฑ์ในการขอรับค่าทำงานล่วงเวลาได้แตกต่างกัน ในกรณีที่ถ้าหากว่าเป็นลูกจ้างรายเดือน โดยปกติแล้วจะได้รับค่าจ้างในวัยหยุดด้วย ดังนั้นถ้าหากนายจ้างได้มีคำสั่งให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุด นายจ้างจะต้องชำระค่าจ้างเป็นอัตรา 1 เท่าของค่าจ้างรายวัน ในส่วนของลูกจ้างรายวันหรือรายสัปดาห์ ลูกจ้างประเภทนี้จะได้รับค่าจ้างก็ต่อเมื่อมาทำงาน ไม่ได้รับค่าจ้างในวันหยุด ดังนั้นถ้าหากว่านายจ้างมีคำสั่งให้ลูกจ้างไปทำงานในวันหยุด นายจ้างจะต้องชำระค่าจ้างเป็นอัตรา 2 เท่าของค่าจ้างรายวัน วันหยุดในที่นี้หมายถึงวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี วันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือวันหยุดพักผ่อนประจำปีครับ และถ้าหากลูกจ้างที่ถูกนายจ้างเอาเปรียบ ไม่ยอมจ่ายค่าจ้างตามที่กฎหมายกำหนด ลูกจ้างสามารถไปร้องเรียนได้ที่สำนักงานและสวัสดิการตามภูมิลำเนาของบริษัท หรือตามสถานที่ที่คุณทำงานอยู่ก็ได้เช่นเดียวกัน ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดี ๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันจันทร์และอังคาร เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง […]

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ : ปล่อยกู้นอกระบบ มีความผิดหรือไม่?

พบกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต กับเรื่องราวไขปมข้อกฎหมายที่จะช่วยให้คุณได้รู้ข้อมูลก่อนที่จะทำความผิดกันอีกครั้ง สำหรับครั้งนี้ จะมาพูดคุยกันในเรื่องของปัญหา การกู้-ยืมเงิน ซึ่งหลายคนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการปล่อยกู้นอกจะบบ ว่าการทำแบบนั้นจะมีความผิดทางกฎหมายหรือไม่? อย่างไร? วันนี้เรามาหาคำตอบกันครับ ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกันก่อนครับว่าการให้กู้-ยืมเงินนั้น ไม่ผิดกฎหมายมาตราใดๆ แต่ส่วนที่ทำให้เกิดการผิดกฎหมายนั้นคือการที่มีการ “เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด” ทั้งนี้กฎหมายบัญญัติไว้ว่าการเรียกเก็บดอกเบี้ยต้องไม่เกินร้อยละ 15 บาท/ปี หรือ 1.25 บาท/เดือน เพราะฉะนั้นการที่เจ้าหนี้ขูดรีดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ถือเป็นความผิดทางอาญา มีโทษทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้การกู้-ยืมเงินมูลค่ามากกว่า 2000 บาท จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายผู้กู้ยืมเป็นสำคัญ ทั้งนี้เพื่อเป็นหลักฐานสำหรับการยื่นฟ้องเรียกเงินคืนจากลูกหนี้ได้ และในส่วนของลูกหนี้ที่ประสบปัญหาการต้องนำเงินไปชำระดอกเบี้ยหนี้ที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด ควรที่จะเก็บหลักฐานการชำระดอกเบี้ยไว้ เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนนั่นเอง สำหรับผู้ให้กู้ยืมก็จำเป็นจะต้องให้ลูกหนี้นำสำเนาบัตรประชาชนแนบเป็นหลักฐานควบคู่ไปกับสัญญาเงินกู้ รวมถึงหลักฐานการโอนเงิน อาจจะเพิ่มเติมการให้ลูกหนี้จัดหลักประกันเช่น ผู้ค้ำประกัน หลักค้ำประกันทรัพย์มาประกันหนี้ของท่าน เพื่อไม่ให้หนี้ที่ถูกกู้-ยืมสูญเปล่า และสำหรับผู้ที่ตั้งใจจะไปกู้ยืมก็ต้องมีการจัดการช่องทางในการชำระหนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความบาดหมางระหว่างกัน ที่สำคัญคือผู้กู้-ยืมก็ต้องเก็บหลักฐานการชำระหนี้ไว้เพื่อป้องกันกรณีที่ผู้ให้กู้-ยืมเงินฟ้องร้องคดีความด้วยนะครับ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดี ๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันจันทร์และอังคาร เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง […]

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ : สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ แต่สินค้าชำรุด-เสียหาย ใครต้องรับผิดชอบ?

พบกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต กับเรื่องราวไขปมข้อกฎหมายที่จะช่วยให้คุณได้รู้ข้อมูลก่อนที่จะทำความผิดกันอีกครั้ง สำหรับครั้งนี้ จะมาพูดคุยกันในเรื่องของปัญหา สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ แต่สินค้าชำรุด-เสียหาย ใครต้องรับผิดชอบ? ปัจจุบันนี้การสั่งสินค้าออนไลน์ถือเป็นเรื่องปกติไปแล้ว สะดวกทั้งเวลาทั้งการเดินทาง ทำให้การขนส่งสินค้ามีการตื่นตัวเปิดบริษัทให้บริการแก่ผู้บริโภคหลากหลายเจ้า ดังนั้นจึงเกิดเป็นคำถามนี้ขึ้นมาครับว่า “ถ้าหากเราสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ แต่เมื่อตอนที่รับสินค้า สินค้าดังกล่าวมีการชำรุด เสียหาย ถ้าหากเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้น ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ?” วันนี้ทนายเจมส์มีคำตอบให้ครับ ในกรณีที่ผู้ส่งมีการจัดการหีบห่อสินค้าเป็นอย่างดีแล้ว แต่สินค้าเกิดความเสียหายจากขั้นตอนการขนส่ง ในเคสนี้บริษัทผู้ที่ให้บริการขนส่งจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบครับ ดังนั้นก่อนรับสินค้าควรตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ให้ละเอียดเสียก่อน ว่ามีจุดชำรุด เสียหาย มีการเจาะ การแกะหรือไม่ เพื่อผลประโยชน์ของตัวผู้รับเอง ซึ่งในกรณีที่สินค้ามีจุดชำรุด เสียหาย ถูกเจาะ หรือถูกแกะ กรณีนี้ผู้รับจะต้องให้ผู้ที่ทำการขนส่งเป็นพยาน แล้วทำการถ่ายคลิปวิดีโอเก็บไว้เป็นหลักฐานว่าสินค้านั้นชำรุดจากการขนส่ง และถ้าหากว่าสินค้าดังกล่าวมีมูลค่าสูงก็ควรที่จะทำประกัน เพราะถ้าหากเกิดเหตุชำรุด เสียหาย ขึ้นมา ทางบริษัทประกันก็จะเยียวยาค่าเสียหายให้ครับ ส่วนวิธีปฏิบัติก็ให้ผู้รับนำสินค้ารวมถึงบรรจุภัณฑ์ไปแจ้งต่อบริษัทขนส่ง เพื่อให้ทางบริษัทขนส่งรับผิดชอบได้เลยครับ ซึ่งในส่วนของมูลค่าที่ทางบริษัทขนส่งจะรับผิดชอบนั้น แต่ละบริษัทมีกฎเกณฑ์ที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงควรศึกษารายละเอียดข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนทำการส่งสินค้าทุกครั้งนะครับ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดี ๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันจันทร์และอังคาร เวลา 12.30 น. […]

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ เคสที่ 30 ‘รถยนต์จมน้ำจากน้ำท่วม’ ใครรับผิดชอบ?

พบกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต กับเรื่องราวไขปมข้อกฎหมายที่จะช่วยให้คุณได้รู้ข้อมูลก่อนที่จะทำความผิดกันอีกครั้ง สำหรับครั้งนี้ จะมาพูดคุยกันในเรื่องของปัญหา ‘ รถยนต์ จมน้ำ เนื่องจากเกิดน้ำท่วม’ ใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ? รถยนต์จมน้ำ  สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายกรณีด้วยกัน กรณีที่ 1 เกิดจากสาเหตุที่สามารถป้องกันความเสียหายได้ หรือเกิดจากความประมาทเลินเล่อในการป้องกัน เช่น จอดรถในหน่วยงานราชการหรือพื้นที่เอกชน แต่ทางสถานที่ไม่มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ หรือไม่บำรุงรักษาจนเครื่องสูบน้ำเสีย จนทำให้น้ำท่วมขัง  ถือเป็นน้ำท่วมโดยไม่ใช่เหตุสุดวิสัย กรณีนี้เจ้าของพื้นที่ต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อเจ้าของรถที่เสียหาย กรณีที่ 2 เกิดจากเหตุสุดวิสัยหรืออุทกภัย ซึ่งเป็นกรณีที่ไม่มีผู้ใดสามารถป้องกันความเสียหายได้ กรณีเช่นนี้ให้เจ้าของรถตรวจสอบเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันรถยนต์ของตนเอง ว่าได้ยกเว้นความรับผิดชอบเรื่องเกี่ยวข้องกับเหตุอุทกภัยไว้หรือไม่ หากไม่มีเงื่อนไขยกเว้นไว้ ทางบริษัทประกันภัยต้องเป็นผู้รับผิดชอบ อย่างไรก็ดี ควรมีการติดตามพยากรณ์อากาศเป็นประจำก่อนออกจากบ้าน และหากมีความเสียหายเกิดขึ้นก็ควรใช้สิทธิเรียกร้องกับหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดี ๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34 ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ เคสที่ 29 ‘สูบบุหรี่ในที่สาธารณะ’ ผิดกฎหมายหรือไม่อย่างไร?

พบกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต กับเรื่องราวไขปมข้อกฎหมายที่จะช่วยให้คุณได้รู้ข้อมูลก่อนที่จะทำความผิดกันอีกครั้ง สำหรับครั้งนี้ จะมาพูดคุยกันในเรื่องของปัญหา ‘ สูบบุหรี่ ในที่สาธารณะ’ มีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ อย่างไร? การสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ ในยาพาหนะ หรือในสถานที่ที่มีคนอยู่เป็นจำนวนมาก  เช่น ในร้านอาหาร ตลาด ห้างร้าน พื้นที่ส่วนกลางของคอนโด หรือสถานที่ราการต่าง ๆ ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย เนื่องจากมีประกาศจากกระทรวงสาธารณสุข ไม่ให้สูบบุหรี่ในสถานที่ดังกล่าว หากผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุด 5,000 บาท เนื่องจากควันบุหรี่ที่เกิดขึ้นจะรบกวนหรืออันตรายผู้ที่อยู่รอบข้าง ถึงแม่ในสถานที่ดังกล่าวจะไม่มีป้ายเตือนห้ามสูบบุหรี่แต่หากเข้าข่ายพื้นที่สาธารณะถือว่ามีความผิด หากต้องการสูบบุหรี่ ควรสูบในพื้นที่ที่มีการจัดไว้โดยเฉพาะหรือในพื้นที่ส่วนตัว เช่น ในห้องพัก หรือบ้านของตนเอง ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดี ๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34 ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ เคสที่ 27 ‘ขับรถป้ายแดงในเวลากลางคืน’ ผิดกฎหมายหรือไม่?

พบกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต กับเรื่องราวไขปมข้อกฎหมายที่จะช่วยให้คุณได้รู้ข้อมูลก่อนที่จะทำความผิดกันอีกครั้ง สำหรับครั้งนี้ จะมาพูดคุยกันในเรื่องของปัญหา ‘การขับ รถป้ายแดง ในเวลากลางคืน’ นั้นมีความผิดตามกฎหมายหรือไม่? การขับรถป้ายแดงในเวลากลางคืน ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย เนื่องจากกฎหมายอนุโลมให้รถที่มีป้ายทะเบียนสีแดง หรือป้ายทะเบียนชั่วคราวขณะรอจดเป็นป้ายขาว สามารถขับขี่ได้ในช่วงเวลา 06.00 – 20.00 น.เท่านั้น ซึ่งหากขับขี่นอกเหนือจากเวลาดังกล่าวจะถือว่ามีความผิด โดยสาเหตุที่ต้องห้ามรถป้ายแดงขับขี่ในเวลากลางคืนเนื่องจากหากรถคันดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุหรือนำรถไปก่ออาชญากรรมจะยากแก่การติดตามของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากเป็นรถที่ยังไม่ได้จดทะเบียน ทั้งนี้แนะนำให้เจ้าขอรถป้ายแดง รีบนำรถไปจดทะเบียนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อความสะดวกแก่ตนเองและเจ้าหน้าที่ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดี ๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34 ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ เคสที่ 26 ‘รถปล่อยควันดำ’ ผิดกฎหมายหรือไม่ อย่างไร?

พบกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต กับเรื่องราวไขปมข้อกฎหมายที่จะช่วยให้คุณได้รู้ข้อมูลก่อนที่จะทำความผิดกันอีกครั้ง สำหรับครั้งนี้ จะมาพูดคุยกันในเรื่องของปัญหา ‘รถปล่อยควันดำ’ ผิดกฎหมายหรือไม่ อย่างไร ? กรณีที่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ปล่อย ควันดำ นั้น นอกจากจะสร้างฝุ่นและมลพิษทางอากาศ ยังบดบังวิสัยทัศน์การขับขี่ของผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น ๆ อีกด้วย ซึ่งกรณีเช่นนี้ หากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการตรวจพบว่ารถมีค่าควันดำเกินกว่ามาตรฐาน ถือว่าเจ้าของรถคันดังกล่าวมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษปรับ และหากมีการตรวจพบซ้ำอีกโดยไม่มีการไปแก้ไขหรือปรับปรุงเครื่องยนต์ของรถหลังถูกตรวจพบครั้งแรก อาจจะถูกสั่งพักการใช้รถจนกว่าจะมีการแก้ไขได้ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดี ๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34 ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ เคสที่ 25 ‘ลืมบัตร ATM ไว้ที่ตู้และเงินหาย’ ต้องทำอย่างไร?

กลับมาพบกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต กับเรื่องราวไขปมข้อกฎหมายที่จะช่วยให้คุณได้รู้ข้อมูลก่อนที่จะทำความผิดกันอีกครั้ง สำหรับครั้งนี้เราจะมาพูดคุยกันในเรื่องของปัญหา ‘ลืมบัตรเอทีเอ็มไว้ที่ตู้และเงินในบัญชีหาย’ ต้องดำเนินการอย่างไร ? กรณีที่ใช้บัตรเอทีเอ็มไปกดเงินสดที่ตู้ และลืมบัตรไว้ ต่อมาปรากฎว่าเงินหายไปนั้น ขั้นตอนปฏิบัติแรก เจ้าของบัตรควรติดต่อไปที่ธนาคารเจ้าของบัตรเอทีเอ็มเพื่อติดต่อขออายัดบัตร ป้องกันไม่ให้คนร้ายกดเงินได้เพิ่มอีก ขั้นตอนที่สอง ให้รีบไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีกับคนร้ายพร้อมระบุข้อความขอดูกล้องวงจรปิดจากธนาคาร ขั้นตอนที่สาม นำหลักฐานการลงบันทึกประจำวันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดของธนาคาร และขอให้ธนาคารส่งต้นฉบับภาพหรือวิดีโอไปยังเจ้าหน้าที่สืบสวน และขั้นตอนที่สี่ ขอรายการการเคลื่อนไหวทางบัญชีจากธนาคาร เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี ยืนยันว่าเงินได้หายไปจำนวนเท่าไหร่ เมื่อวันที่เท่าใด และเหตุเกิดที่ตู้เอทีเอ็มรหัสอะไร ตั้งอยู่ที่ไหน ทั้งนี้ ผู้ที่ใช้บัตรเอทีเอ็มเป็นประจำไม่ควรเขียนรหัสไว้บนบัตร และขณะที่กดรหัสบัตรเอทีเอ็มควรใช้มืออหรือร่างกายบังไม่ให้ผู้อื่นเห็นรหัส รวมถึงไม่ควรบอกรหัสเอทีเอ็มกับผู้อื่นด้วย ซึ่งหลังกดเงินสดควรตรวจความเรียบร้อยทั้งจำนวนเงินและการเก็บบัตรให้เรียบร้อยทุกครั้ง ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดี ๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34 ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ เคสที่ 23 ‘การเซ็นรับรองสำเนาบัตร ปชช.’ ที่ถูกต้อง-ปลอดภัย

กลับมาพบกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต กับเรื่องราวไขปมข้อกฎหมายที่จะช่วยให้คุณได้รู้ข้อมูลก่อนที่จะทำความผิดกันอีกครั้ง สำหรับครั้งนี้เราจะมาพูดคุยกันในเรื่องของปัญหา ‘การเซ็นรับรองสำเนาบัตรประชาชน’ ให้ถูกต้องและปลอดภัยต้องเซ็นอย่างไร ? การเซ็นรับรองสำเนาบัตรทางราชการที่สำคัญอย่างบัตรประชาชนที่ไม่ถูกต้อง อาจถูกมิจฉาชีพฉวยโอกาสนำไปใช้ จนสร้างความเดือดร้อนให้เราได้ เช่นการนำเปิดบัญชีธนาคาร เปิดเบอรโทรศัพท์มือถือ หรือนำไปทำบัตรเครดิต การเซ็นรับรองสำเนาเอกสารอย่างถูกต้องและปลอดภัยนั้น ควรทำตามขั้นตอนดังนี้ ขีดทับรูปภาพตนเอง บนสำเนาบัตรประชาชน  เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพนำไปตัดต่อนำภาพใบหน้าของผู้อื่นเข้าไปแทนที่ ระบุวัตถุประสงค์ของการนำสำเนาบัตรประชาชนไปใช้ให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้สำเนาถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ลงวันที่เซ็นรับรองสำเนาบัตรประชาชน ให้ชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกนำไปใช้ในอนาคต เขียนสำเนาถูกต้องพร้อมลายเซ็น ทับลงบนสำเนาบัตรประชาชน ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดี ๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34 ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ เคสที่ 22 ‘พกมีด-อาวุธไว้ในรถ’ ผิดกฎหมายหรือไม่?

กลับมาพบกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต กับเรื่องราวไขปมข้อกฎหมายที่จะช่วยให้คุณได้รู้ข้อมูลก่อนที่จะทำความผิดกันอีกครั้ง สำหรับครั้งนี้เราจะมาพูดคุยกันในเรื่องของปัญหา ‘การพกมีด หรืออาวุธไว้ในรถ’ ว่ามีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ อย่างไร ? หลายคนอาจพกมีด หรืออาวุธไว้ในรถไว้เพื่อป้องกันตัวในเวลาฉุกเฉิน ซึ่งการกระทำเช่นนี้มีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ แบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ การพกอาวุธโดยสภาพ เช่น ปืน มีด ดาบ มีความผิดตามกฎหมาย โดยอาวุธโดยสภาพหมายถึง อาวุธที่สร้างขึ้นมาให้การฆ่าหรือทำร้ายผู้อื่น ซึ่งหากพกพาโดยไม่มีเหตุอันควรและมีเจ้าหน้าที่ตรวจพบก็สามารถปรับ และสั่งริบได้ การพกสิ่งของ เช่น ไม้เบสบอล ไม้กอล์ฟ ถือว่าไม่มีความผิดทางกฏหมาย แต่ถ้าเมื่อพกออกมาโดยมีเจตนาเพื่อนำไปข่มขู่ ใช้เป็นอาวุธในการทำร้ายผู้อื่น ก็จะมีความผิดตามกฏหมาย เพราะถือเป็นอาวุธโดยการใช้งาน ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดี ๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34 ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ เคสที่ 21 ‘จอดรถในที่จอดรถคนพิการ’ ผิดกฎหมายหรือไม่?

กลับมาพบกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต กับเรื่องราวไขปมข้อกฎหมายที่จะช่วยให้คุณได้รู้ข้อมูลก่อนที่จะทำความผิดกันอีกครั้ง สำหรับครั้งนี้เราจะมาพูดคุยกันในเรื่องของปัญหา ‘การจอดรถในที่จอดรถคนพิการ’ ว่ามีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ อย่างไร ? ในทุกห้างสรรพสินค้า หรืออาคารต่าง ๆ จะมีการกำหนด “ที่จอดรถคนพิการ” ไว้อย่างชัดเจน โดยมีขนาดใหญ่กว่าที่จอดรถปกติและอยู่ใกล้กับทางเข้า-ออก เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการทางการเคลื่อนไหว หรือคนชราที่เคลื่อนไหวได้ลำบาก ทั้งนี้ไม่รวมถึงผู้ที่ตั้งครรภ์ หรือมีความพิการด้านอื่น ๆ เช่น พิการทางสายตา ซึ่งหลายครั้งคนทั่วไปก็นำรถไปแอบจอดในที่ดังกล่าว กรณีนี้ถือว่าไม่มีความผิดตามกฎหมายไทย แต่ก็อาจสร้างความเดือดร้อนให้ผู้ที่พิการจริง ๆ ทำให้เกิดความไม่สะดวก แต่ในกรณีที่จอดรถกีดขวางช่องจอดรถคนพิการ กรณีนี้มีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 397 เนื่องจากสร้างความเดือดร้อน รำคาญให้ผู้พิการ มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดี ๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันจันทร์และอังคาร เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34 ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง […]

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ เคสที่ 20 ‘ขายตั๋วผี-โก่งราคา’ มีความผิดหรือไม่?

กลับมาพบกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต กับเรื่องราวไขปมข้อกฎหมายที่จะช่วยให้คุณได้รู้ข้อมูลก่อนที่จะทำความผิดกันอีกครั้ง สำหรับครั้งนี้เราจะมาพูดคุยกันในเรื่องของปัญหา ‘การขายตั๋วผี’ ว่ามีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ อย่างไร ? เชื่อว่าหลาย ๆ คน คงมีนักร้อง นักแสดง นักกีฬา หรือบุคคลในดวงใจ ที่ยอมเสียเงินซื้อตั๋ว เพื่อได้ใกล้ชิดกับคนที่เราชื่นชอบ ซึ่งก็มีมิจฉาชีพจำนวนไม่น้อย ฉวยโอกาสโดยการหลอกขาย ตั๋วผี หรือขายตั๋วเกินราคา ซึ่งจะถือว่ามีความผิดหรือไม่นั้น สามารถแบ่งได้เป็น 2 กรณี คือ ขายตั๋วเกินราคา แต่เป็นตั๋วจริง กรณีนี้ถือว่าไม่มีความผิด เนื่องจากเป็นความพึงพอใจในการตกลงซื้อขายของผู้ขาย และผู้ซื้อเอง ขายตั๋วปลอม กรณีนี้มีความผิดตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท ทั้งนี้ ในการซื้อตั๋วแต่ละครั้ง เพื่อให้ปลอดภัยที่สุด ผู้ซื้อควรเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้ซื้อตั๋วได้ทันตามเวลาจำหน่าย แต่ถ้าหากมีความจำเป็นต้องซื้อตั๋วต่อจากผู้อื่นแล้วละก็ ควรมีการถ่ายภาพผู้ขายเก็บไว้ และเก็บหลักฐานการชำระเงินไว้ เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่หากถูกหลอก ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดี ๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ […]

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ เคสที่ 19 ‘ถูกแอบใช้บัตรเครดิต’ เอาผิดได้หรือไม่?

กลับมาพบกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต กับเรื่องราวไขปมข้อกฎหมายที่จะช่วยให้คุณได้รู้ข้อมูลก่อนที่จะทำความผิดกันอีกครั้ง สำหรับครั้งนี้เราจะมาพูดคุยกันในเรื่องของปัญหา การ “ถูกผู้อื่นแอบใช้ บัตรเครดิต” สามารถเอาผิดตามกฎหมายหรือไม่ อย่างไร? ในกรณีที่ถูกบุคคลอื่น แอบนำบัตรเครดิตของเราไปใช้ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กรณีด้วยกัน แอบจดเลขรหัสบัตรเครดิตของเรานำไปใช้ซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ กรณีนี้มีความผิดในข้อหา การใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ขโมยเอาบัตรเครดิตไปใช้ซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ กรณีนี้จะมีความผิดทั้งข้อหาการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีความผิดในฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นด้วย กรณีเหล่านี้มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ซึ่งถ้าหากมีการนำไปรูดซื้อสินค้าและบริการแล้ว ก็จะยิ่งมีการเพิ่มโทษมากขึ้นด้วย หากพบว่ามีบุคคลอื่นใช้บัตรเครดิตของตนโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้รีบไปแจ้งความดำเนินคดี โดยนำใบแจ้งหนี้บัตรเครดิตไปเป็นหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ และแจ้งไปยังธนาคารเจ้าของบัตรเครดิตเพื่อระงับการจ่ายเงินของบัตรดังกล่าว ทั้งนี้เจ้าของบัตรเครดิตควรปิดตัวเลขด้านหลังบัตรไว้ให้ดี เพื่อเป็นการป้องกันเบื้องต้นไม่ให้มิจฉาชีพจดรหัสบัตรเครดิตของเราไปใช้ และควรตรวจรายละเอียดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในใบแจ้งหนี้อย่างถี่ถ้วนเพื่อสังเกตความผิดปกติ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดี ๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันจันทร์และอังคาร เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34 ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี […]

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ เคสที่ 18 ‘นำสัตว์เลี้ยงไปปล่อยวัด’ มีโทษทางกฎหมายหรือไม่?

กลับมาพบกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต กับเรื่องราวไขปมข้อกฎหมายที่จะช่วยให้คุณได้รู้ข้อมูลก่อนที่จะทำความผิดกันอีกครั้ง สำหรับครั้งนี้เราจะมาพูดคุยกันในเรื่องของปัญหา การ “ นำสัตว์เลี้ยงไป ปล่อยวัด ” หรือที่สาธารณะอื่น ๆ สร้างความเดือดร้อน รำคาญ ในกรณีนี้เจ้าของสัตว์เลี้ยงจะมีความผิดตามกฎหมายหรือไม่? ในกรณีที่เจ้าของสัตว์เลี้ยง นำสัตว์เลี้ยงของตัวเองไปปล่อยไว้ที่วัด หรือที่สาธารณะต่าง ๆ จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ เนื่องจากเป็นการปล่อย ละทิ้ง หรือกระทำการใด ๆ ให้สัตว์พ้นจากการดูแลของตน มีโทษปรับ 40,000 บาท ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจเลี้ยงสัตว์สักตัวหนึ่ง ควรพิจารณาถึงศักยภาพในการดูแลสัตว์เลี้ยงของตนเองด้วย ว่าสามารถดูแลสัตว์เลี้ยงดังกล่าวได้ถึงวาระสุดท้ายของมันหรือไม่ เพื่อไม่เป็นการทรมานสัตว์ สร้างภาระและความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันจันทร์และอังคาร เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34 ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ เคสที่ 17 ให้ผู้อื่น ‘ยืมรถ-ยืมปืน’ ไปก่อเหตุ ใครรับผิดชอบ ?

กลับมาพบกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต กับเรื่องราวไขปมข้อกฎหมายที่จะช่วยให้คุณได้รู้ข้อมูลก่อนที่จะทำความผิดกันอีกครั้ง สำหรับครั้งนี้เราจะมาพูดคุยกันในเรื่องของปัญหา การให้ผู้อื่น “ยืมรถ-ยืมปืน” และต่อมาบุคคลดังกล่าว นำรถหรือปืนของเราไปก่อเหตุผิดกฎหมาย ในกรณีนี้ใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ? หากที่มีบุคคลอื่นมายืมรถ หรืออาวุธปืนของเรา และนำไปใช้ก่อเหตุที่ผิดกฎหมายนั้น ในกรณีที่เจ้าของรถหรือปืน มีความผิด สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทด้วยกัน คือ จ้าง หรือ วานให้คนอื่นไปกระทำความผิด ต้องได้รับโทษเสมือนเป็นตัวการ เป็นผู้สมรู้ร่วมคิด มีการร่วมวางแผนกับผู้ก่อเหตุ ได้รับโทษเสมือนเป็นผู้กระทำความผิด สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิด มีความผิดทางอาญา ในกรณีที่เจ้าของรถหรือปืน ถูกหลอก เจ้าหน้าที่ตำรวจจะกันตัวไว้เพื่อเป็นพยาน ฉะนั้นการให้บุคคลอื่นยืมรถไปใช้ ควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ถามให้ชัดเจนว่าจะนำไปใช้ในเหตุอันใด และควรมีพยานรู้เห็นในการยืมด้วย ในส่วนของการยืมปืน แนะนำว่าไม่ควรให้ยืมโดยเด็ดขาด เพราะอาวุธปืนไม่สามารถเปลี่ยนผู้ครอบครองได้หากไม่มีการจดทะเบียนเปลี่ยนผู้ครอบครอง ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันจันทร์และอังคาร เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34 ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง […]

keyboard_arrow_up