นักวิจัย เผย ทำงาน 8 ชม./สัปดาห์ ช่วยสุขภาพจิตได้มากที่สุด

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ! นักวิจัยจากมหาลัยดังแห่งอังกฤษ เผย ความพึงพอใจในชีวิตจากกลุ่มคนทำงาน พบว่า การทำงาน 8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ช่วยสุขภาพจิตได้มากที่สุด สื่อ วอยซ์ ออฟ อเมริกา รายงานว่า นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Cambridge และมหาวิทยาลัย Salford ของอังกฤษศึกษาสำรวจความเกี่ยวพันเรื่องชั่วโมงการทำงานต่อสัปดาห์กับสุขภาพจิตและความพึงพอใจในชีวิตจากกลุ่มคนทำงานกว่า 71,000 คนในอังกฤษเป็นเวลาเก้าปี โดยกลุ่มตัวอย่างถูกตั้งคำถามเรื่องประเด็นต่างๆ เช่น ความกระวนกระวายใจและปัญหาการนอนหลับซึ่งมีผลต่อสุขภาพจิต นักวิจัยได้คำตอบว่าชั่วโมงการทำงานที่เหมาะสมที่สุดต่อสุขภาพจิตคือ 8 ชั่วโมงหรือหนึ่งวันต่อสัปดาห์ และการทำงานเกิน 8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์จะไม่สร้างประโยชน์เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพจิตแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามขณะที่การทำงาน 8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ดูจะให้คำตอบที่ดีที่สุด สำหรับการรักษาสุขภาพจิตให้ดีสมบูรณ์ นักวิจัยพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนชั่วโมงการทำงานต่อสัปดาห์กับความพึงพอใจในชีวิตของตัวเองนั้นเปลี่ยนไป โดยนักวิจัยพบว่าผู้ชายได้รับความพึงพอใจเพิ่มขึ้นราว 30% จากการทำงานที่ได้ค่าตอบแทนสัปดาห์ละ 8 ชั่วโมง ขณะที่สำหรับผู้หญิงนั้นความพึงพอใจในชีวิตตัวเองจะขึ้นถึงจุดสูงสุดเมื่อทำงานสัปดาห์ละ 20 ชั่วโมง

เมื่ออุปกรณ์ติดตามของนักวิจัย ทำให้ชีวิต “เม่นแคระ” ต้องพบกับหายนะจนถึงตาย

เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ตัวอย่างที่สะท้อนปัญหาซึ่งเกิดจากฝีมือมนุษย์ ที่พยายามศึกษาชีวิตส่วนตัวของสัตว์มากเกินไป จนกลายเป็นความสูญเสียที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น เมื่อหน่วยงานคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ของอังกฤษได้เข้าพยายามยื้อชีวิต เม่นแคระ (Hedgehog) ตัวหนึ่ง ซึ่งมีอุปกรณ์ติดตามตัวจำนวน 26 ชิ้นและเครื่องส่งสัญญาณซึ่งถูกติดตั้งโดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย University of Nottingham ที่ต้องการศึกษาชีวิตประจำวันในธรรมชาติของสัตว์ชนิดนี้ แต่ดูเหมือนของเหล่านี้จะเป็นเหตุให้มันต้องตาย จากข้อมูลเบื้องต้น เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ ระบุว่าอุปกรณ์ดังกล่าวสร้างความรู้สึกไม่ปลอดภัยให้กับเม่นแคระตัวนี้ จนทำให้มันอยู่ในสภาพที่มีความเครียดสูง และพยายามปกป้องตัวเองตามสัญชาตญาณด้วยการพยายามขดตัวเป็นก้อนกลมตลอดเวลา แต่มันก็ไม่สามารถทำได้สะดวก เนื่องจากเครื่องส่งสัญญาณที่ติดอยู่บนตัวมันนั้นหนักและใหญ่เกินไปเมื่อเทียบกับขนาดของมัน แม้เจ้าหน้าที่ทุกคนจะพยายามยื้อชีวิตมันไว้ แต่ก็สายเกินไปแล้ว

‘สุวิทย์’ เร่งเครื่องเดินหน้าโครงการ FAB LAB ต้นแบบวิศวกรรม พัฒนาคนขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0

ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยถึง โครงการโรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม (Fabrication Lab หรือ FAB LAB)  ว่าเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้พัฒนาทักษะความเป็นนวัตกร ด้วยการจัดกิจกรรมที่สร้างสรรค์ สามารถออกแบบและสร้างชิ้นงานเป็นรูปธรรมได้จริง โดยใช้เครื่องมือทางวิศวกรรม และเครื่องมือวัดทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งนวัตกรด้านวิศวกรรมเชิงช่างจะเป็นผู้ประกอบการสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ ที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปสู่ THAILAND 4.0 ของรัฐบาล ​กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ร่วมมือกับพันธมิตร คือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ให้เป็นมหาวิทยาลัยพี่เลี้ยงให้แก่โรงเรียนในเขตจังหวัดภาคเหนือ ซึ่งรวมถึงวิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก โดยมีเป้าหมายส่งเสริมการออกแบบและสร้างต้นแบบที่เกี่ยวข้องกับงานวิศวกรรมเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืน หุ่นยนต์และระบบควบคุมอัตโนมัติ หรือยานยนต์สมัยใหม่ เพื่อตอบสนองอุตสาหกรรมในอนาคต (New S-curve) ​ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยพี่เลี้ยงให้แก่วิทยาลัยเทคนิค 5 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก วิทยาลัยเทคนิคอุตรดิตถ์ วิทยาลัยเทคนิคสุโขทัย วิทยาลัยเทคนิคเพชรบูรณ์ วิทยาลัยเทคนิคน่าน โดยได้จัดทำแผนงานโรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม เพื่อพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นับเป็นการสร้างพื้นฐานให้เยาวชนให้มีทักษะด้านวิศวกรรม มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถนำความรู้และทักษะมาสร้างสิ่งประดิษฐ์หรือนวัตกรรมได้ อันเป็นการสร้างแรงบันดาลใยสู่อาชีพวิศวกร นักวิจัย และนวัตกร ต่อไปในอนาคต เพื่อเป็นช่องทางให้เยาวชนที่มีความสนใจด้านวิทยาศาสตร์ […]

นาทีระทึก!! นักวิจัยเจอ ‘ฉลามขาว’ โดดขึ้นมาทักทายระยะประชิด

แม้จะเป็นปลาขนาดใหญ่ แต่ฉลามขาวก็ยังนับเป็นสัตว์ที่มนุษย์เรารู้จักวงจรชีวิตของมันน้อยมาก จึงทำให้มีนักวิจัยจากทั่วโลกพยายามลงพื้นที่ไขปริศนาของมันอยู่ตลอดเวลา และแน่นอนว่าการเข้าใกล้สัตว์อันตรายชนิดนี้ย่อมเป็นงานที่เสี่ยงมาก อย่างเช่นคลิปวิดีโอจากแชนแนลยูทูบ Atlantic White Shark Conservancy ที่เผยแพร่ไปเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2561 ซึ่งเผยให้เห็นนาทีที่หนึ่งในนักวิจัยกำลังมองหาฉลามขาวที่ว่ายตามผิวน้ำเพื่อติดเครื่องติดตาม แต่ในระหว่างที่เขากำลังมองหาเป้าหมายอยู่นั้น ก็มีฉลามตัวหนึ่งพุ่งขึ้นมาจากใต้ผิวน้ำ และชนเข้ากับทางเดินบริเวณหัวเรือที่นักวิจัยยืนอยู่เข้าของอย่างจัง

พบ ‘หอยทาก’ เซลล์ประสาทคล้ายมนุษย์! นักวิจัยศึกษาหวังผลิตยารักษา ‘โรคสมองเสื่อม’

ในหลาย ๆ ประเทศตอนนี้ หันมาให้ความสำคัญกับการรักษาโรคสมองเสื่อม และอาการซึมเศร้าอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันความสูญเสียหรือผลกระทบที่อาจจะตามมา ล่าสุด ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยซัสเซกส์ พบว่าระบบเซลส์ประสาทในสมองของหอยทากมีส่วนคล้ายกับสมองมนุษย์ พวกเขาจึงเริ่มทำการทดลอง โดยการศึกษาพฤติกรรม จนพบว่าสมองของหอยทากมีโมเลกุลที่สามารถบันทึกความทรงจำในระยะยาวได้ จึงได้นำมาศึกษาเพื่อหาทางผลิตยา และแนวทางรักษาโรคสมองเสื่อม โมเลกุลตัวนี้จะมีความสัมพันธ์กับสารโปรตีนในสมองของหอยทาก ที่พวกเขาเรียกว่า “หยิน-หยาง” คือจะต้องอยู่ในภาวะที่สมดุลเสมอ หลังจากนั้น นักวิจัยได้ทำการทดลองปลูกถ่ายและเปลี่ยนแปลงโมเลกุล พบว่าหอยทากมีพฤติกรรมตอบสนอง ดังนั้นโมเลกุลตัวนี้จึงถือเป็นกุญแจสำคัญที่พวกเขาจะนำมาศึกษาเพื่อผลิตยารักษาโรคสมองเสื่อม นอกจากนั้น จะนำไปรักษาอาการอื่นๆ ด้วย เช่น ภาวะผิดปกติในด้านความทรงจำทางสมองหลังผ่านเหตุการณ์สะเทือนใจ ซึ่งจะพบมากในกลุ่มทหารที่เคยผ่านสมรภูมิรบ ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้จะมีอาการหวาดกลัวและหวาดวิตก เนื่องจากไม่สามารถกำจัดภาพความทรงจำที่โหดร้ายออกไปจากสมองได้

เชียงใหม่เตรียมฟื้นฟูป่า ‘หมู่บ้านป่าแหว่ง’ นักวิจัยชี้ควรรื้อถอนสิ่งก่อสร้างก่อน!

เจ้าหน้าที่สำนักงานธนารักษ์ เชียงใหม่นำเจ้าหน้าที่เข้ารังวัดพื้นที่ตามแนวเขตป่า ที่ก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 บนพื้นที่ป่าเชิงดอยสุเทพ ด้านนักวิจัยชี้ควรจัดการสิ่งปลูกสร้างให้เสร็จก่อนเริ่มกระบวนการฟื้นฟูป่า เจ้าหน้าที่สำนักงานธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ นำตัวแทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องร่วมกันเข้าดำเนินการรังวัดพื้นที่ตามแนวเขตป่า ที่ครอบคลุมบ้านพัก 45 หลังและอาคารที่พัก 9 หลังขึ้นไปทางดอยสุเทพ เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม และเตรียมส่งมอบให้อุทยานหรือป่าไม้ดำเนินการฟื้นฟูสภาพร่วมกับภาคประชาชน ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงที่เป็นผลสรุปจากการเจรจาหารือกันระหว่างเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพกับนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายจตุภูมิ มีเสนา นักวิจัยหน่วยวิจัยการฟื้นฟูป่า คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ความเห็นส่วนตัวมองว่าการฟื้นฟูสภาพป่าบริเวณดังกล่าวควรจะต้องทำหลังจากที่มีการจัดการกับสิ่งปลูกสร้างออกไปแล้วจะดีที่สุด เพราะหากมีการฟื้นฟูปลูกป่าไปก่อ นเมื่อมีการจัดการหรือย้ายสิ่งปลูกสร้างออกไปในภายหลังจะส่งผลกระทบทำให้ต้นไม้ที่ปลูกไปได้รับความเสียหายอยู่ดี สำหรับแนวทางการฟื้นฟู สิ่งแรกควรดำเนินการหากมีการจัดการกับสิ่งปลูกสร้างเรียบร้อยแล้วก็คือการปรับสภาพพื้นที่ให้มีความลาดชันน้อยลงเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดการพังทลายของหน้าดิน จากนั้นทำการสำรวจสภาพของดินในพื้นที่เพื่อทำการปรับปรุงดินให้พร้อมปลูกต้นไม้ ซึ่งต้นไม้ที่ปลูกนอกจากจะต้องเป็นพันธุ์ไม้เดิมที่เหมาะสมกับพื้นที่แล้ว ต้องเป็นต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ดด้วย ไม่ใช่การล้อมย้ายจากที่อื่นมาปลูกเพื่อให้มีระบบรากที่ช่วยยึดเกาะหน้าดิน โดยในขั้นตอนของการปรับสภาพดิน จะใช้เวลาประมาณ 2 ปี หลังจากนั้นสามารถปล่อยให้ธรรมชาติค่อยๆฟื้นฟูตัวเองได้แล้ว แต่กว่าจะเริ่มกลับไปมีสภาพเป็นป่าน่าจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 20 ปี และกว่าจะเป็นป่าที่มีความสมบูรณ์อาจจะใช้เวลามากกว่าร้อยปีก็ได้

นักวิจัยไทยค้นพบ ‘เห็ดเยื่อไผ่’ เจ๋งกว่าหอยทาก อนาคตต่อยอดผลิตเครื่องสำอาง-อาหารเสริม

นักวิจัยไทยสุดยอด ใช้เทคโนโลยีแสงซินโครตรอน วิจัยพบ “เห็ดเยื่อไผ่”  พืชสุดมหัศจรรย์  อุดมไปด้วยสารมีคุณประโยชน์สูงทุกส่วนประกอบ ทั้งสารต้านอนุมูลอิสระยับยั้งมะเร็ง ป้องกันโรคสมองเสื่อม มีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบ ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ ลดริ้วรอย และเร่งผลิตเซลล์ผิวใหม่ อีกทั้งพบสารสำคัญที่สามารถนำมาผลิตยาโด๊ปขนานเอกได้ เผยเร่งต่อยอดงานวิจัยผลิตอาหารเสริมและเวชสำอาง พร้อมส่งเสริมเกษตรกรเพาะเห็ดเยื่อไผ่ คาด 1 ปี คนไทยได้ใช้แน่ วันนี้ (27 เม.ย. 61) ที่สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ดร.วรวิกัลยา  เกียรติ์พงษ์ลาภ  นักวิทยาศาสตร์ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ร่วมกับสาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตรและสิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จ.นครราชสีมา มี ผศ.ดร.นิภาพร อามัสสา หัวหน้าโครงการวิจัยต้นแบบการผลิตเห็ดเยื่อไผ่ในสวนไผ่ครบวงจร ภายใต้ทุนสนับสนุนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ได้ทำการศึกษาองค์ประกอบและสารสำคัญของเห็ดเยื่อไผ่สายพันธุ์กระโปรงยาวสีขาว  เพื่อนำความรู้จากงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ด้านต่างๆ ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เห็ดเยื่อไผ่ หรือ เห็ดร่างแห (Dictyophora indusiata) เป็นที่นิยมบริโภคในประเทศจีนมานาน เนื่องจากเชื่อว่ามีสรรพคุณทางยามากมาย […]

นักวิจัย มทร.ธัญบุรี คว้าเหรียญทองระดับโลก จากผลงาน ‘หลอดทดสอบแบคทีเรียก่อโรคในอาหาร’

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิราภรณ์ อนันต์ชัยพัทธนา สาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คิดค้นหลอดพร้อมใช้งานสำหรับปฏิกิริยาลูกโซ่มัลติโพลิเมอเรส สำหรับตรวจสอบแบคทีเรียก่อโรคในอาหาร 3 สายพันธุ์ คือ Salmonella spp, Bacillus cereus และ Staphylococcus aureus เพื่อช่วยลดเวลาในการตรวจสอบแบคทีเรียก่อโรคในอาหาร และอำนวยความสะดวกในการขนส่งสารละลายสำหรับตรวจสอบ นอกจากนี้ ยังเป็นประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการที่ผลิตอาหารจำนวนมาก และต้องการตรวจสอบคุณภาพด้านความปลอดภัยของอาหารที่ผลิตขึ้นในจำนวนมากและให้ผลที่รวดเร็ว ซึ่งผลงานดังกล่าวได้รับรางวัลเหรียญทอง ในงาน INOVA-BUDI UZOR 2017 42nd International Invention Show ณ เมืองโอซีเยก ประเทศโครเอเชีย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิราภรณ์ อนันต์ชัยพัทธนา เปิดเผยว่า ในการตรวจสอบการปนเปื้อนของจุลินทรีย์แบบดั้งเดิมนั้นใช้เวลาในการตรวจประมาณ 5 – 7 วัน ใช้สารเคมี และแรงงานมาก ซึ่งไม่เหมาะสำหรับการตรวจตัวอย่างอาหารจำนวนมากในระดับอุตสาหกรรม ในปัจจุบันจึงมีการพัฒนาวิธีตรวจจุลินทรีย์โดยใช้ปฏิกิริยาลูกโซ่มัลติพอลิเมอเรส มาใช้ในการตรวจสอบแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในอาหาร โดยประสิทธิภาพวิธีนี้ดีกว่าวิธีดั้งเดิม คือ สามารถทราบผลการตรวจที่รวดเร็วในเวลา 1 – 2 วัน […]

จับกินซะ…จะได้ไม่เป็นภาระสังคม!! นักวิจัยแนะวิธีลดประชากร ‘จิงโจ้’ ที่กำลังล้นออสเตรเลีย

ถึงจะเป็นสัญลักษณ์ประจำประเทศออสเตรเลีย แถมยังมีกฎหมายคุ้มครองพวกมันให้สามารถอยู่บนดินแดนที่เรียกว่าเป็นต้นกำเนิดของสัตว์กระเป๋าหน้าท้องได้อย่างสุขสบาย แต่ด้วยปริมาณที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในธรรมชาติ เพราะผู้ล่าส่วนใหญ่ของมันมีไม่มากพอจะควบคุมประชากรจิงโจ้ในธรรมชาติ จึงทำให้พวกมันเป็นสัตว์ที่มีมากเกินไป และอาจมีมากกว่ามนุษย์ถึง 2 เท่า จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยอะดิเลด (University of Adelaide) พบว่าปัจจุบันในออสเตรเลียมีประชากรจิ้งโจ้มากถึง 45 ล้านตัว ในขณะที่มีประชากรมนุษย์เพียงแค่ 24 ล้านคนเท่านั้น และแม้พวกมันจะเป็นสัตว์ท้องถิ่นของประเทศนี้ และยังไม่สร้างผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศ แต่การมีพวกมันมากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อสมดุลธรรมชาติได้ และในบางพื้นที่ พวกมันเองก็จัดเป็นศัตรูพืชของเกษตรกรที่ปราบยากยิ่งกว่านก และด้วยเหตุนี้เองทำให้เกิดนโยบายสนับสนุนให้คนออสเตรเลียหันมาล่าจิงโจ้และแปรรูปเนื้อจิ้งโจ้เป็นอาหารแทน เพราะนอกจะช่วยลดจำนวนประชากรจิงโจ้ได้แล้ว ยังเป็นการปรับสมดุลให้กับระบบนิเวศของประเทศนี้ ฉะนั้นอย่าแปลกใจหากคุณเดินเข้าไปในซุปเปอร์มาเก็ตสักแห่งของออสเตรเลียแล้วจะพบเนื้อจิงโจ้วางขายกันสดๆ แบบนี้ เพราะที่นี่เขาให้ล่าสัตว์ประจำชาติเพื่อปรับสมดุลธรรมชาติได้อย่างถูกกฎหมาย ที่มา – standard.co.uk / wikipedia.org

keyboard_arrow_up