หนุ่มเกาหลีใต้อ้างมีปากเสียง-พลั้งมือฆ่าสาวไทย พ่อเหยื่อเข้าพบทูตประสานความช่วยเหลือ

ความคืบหน้ากรณีของ “เปิ้ล” หรือ น.ส.ชุติมา อุทัยคำ สาวไทยที่ถูกฆาตกรรมในเกาหลีใต้ ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 60 พ่อของเธอเดินทางไปที่สถานทูตไทยในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้แล้ว เพื่อพูดคุยรายละเอียด แต่ยังไม่ได้เดินทางไปดูศพลูกสาว ส่วนผลชันสูตรคาดว่าจะทราบในวันที่ 13 พ.ย. ทั้งนี้ นายสัมฤทธิ์ เพลินกิจเจริญ พ่อของเปิ้ล ได้เข้าพบนายศรันย์ เจริญสุวรรณเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ซึ่งได้แสดงความเสียใจและรับปากครอบครัวว่าจะช่วยเหลือทางคดีอย่างเต็มที่ นอกจากนั้นยังได้มีการเชิญผู้สื่อข่าวทั้งหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์มาให้ข้อมูลเพื่อให้สื่อติดตามเรื่องนี้ด้วย ครอบครัวของสาวไทยได้ไปพูดคุยและรับฟังข้อแนะนำจากสถานทูต แต่ยังไม่ได้เดินทางไปดูศพลูกสาว เนื่องจากระยะทางจากสถานทูตไปโรงพยาบาลใช้เวลาเดินทางถึง 4 ชั่วโมง จึงจะไปในวันพรุ่งนี้ (10 พ.ย. 60) แทน โดยจะนิมนต์พระสงฆ์จากวัดไทยไปทำสวดทำพิธีด้วย ขณะเดียวกัน ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีตรวจสอบกับทางทนายความอาสา ก็ให้ข้อมูลว่าผลชันสูตรศพจากนิติเวชจะทราบในวันที่ 13 พ.ย. ส่วนประเด็นการสังหาร หนุ่มเกาหลีใต้ผู้ต้องหาให้การว่าขณะที่ขับรถจะไปส่งเปิ้ลที่บ้าน เกิดทะเลาะกัน จนกระทั่งมีการลงไม้ลงมือและพลั้งมือทำร้ายเธอ โดยใช้ก้อนหินทุบศีรษะ แต่ยืนยันว่าไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศ ส่วนเรื่องของเงินชดเชยเยียวยา เบื้องต้น ทางทนายความจะต้องไปศึกษาข้อกฎหมายก่อน แต่สถานทูตให้ความมั่นใจกับครอบครัวว่าจะช่วยประสานงานจัดการทรัพย์สินและเอกสารที่จำเป็นในการนำศพ น.ส.ชุติมา […]

หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม! ญาติสาวไทยถูกฆ่าที่เกาหลี วอนสังคมช่วยเหลือ (คลิป)

กรณีหญิงสาวชาวจังหวัดนครราชสีมา อายุ 29 ปี เดินทางไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ และถูกฆาตกรรม เสียชีวิตเมื่อช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นางสาวชุติมา อุทัยคำ ชาวอำเภอบัวใหญ่ ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้เดินทางไปพบคุณพ่อ คุณแม่ และลูกสาวของคุณเปิ้ลที่บ้าน นายสัมฤทธิ์ เพลินกิจเจริญ อายุ 56 ปี ผู้เป็นบิดา บอกว่านางสาวชุติมาเดินทางไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้นานกว่า 10 ปี แล้วและก็ไม่ได้เดินทางกลับบ้านเลย ส่วนสาเหตุที่ไม่กลับมาเพราะไม่ได้ขออนุญาตเข้าทำงานถูกต้องตามกฎหมาย หากเดินทางกลับไทยแล้ว กลัวว่าจะไม่ได้กลับเข้าไปทำงานอีก จึงเลือกที่จะติดต่อกันทางโทรศัพท์ ไลน์ และวิดิโอคอล มาตลอดระยะเวลาเกือบ 11 ปี โดยจะพูดคุยกันในช่วงเย็นของทุกวัน นางสาวชุติมา เดินทางไปประเทศเกาหลีใต้ พร้อมกับอดีตสามี ซึ่งก็คือพ่อของหลาน โดยตอนแรกจะส่งเงินกลับมาให้ลูกผ่านทางคุณปู่คุณย่า กระทั่ง 3-4 ปีต่อมา อดีตสามีได้เลิกรากันไป จึงส่งเงินกลับมาให้ลูกผ่านทางคุณตาคุณยาย เดือนละประมาณ 3 หมื่นบาท ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น ได้รับการประสานจากเพื่อนของลกสาวในหมู่บ้านเดียวกันเมื่อช่วงปลายเดือนที่แล้วว่า ติดต่อนางสาวชุติมาไม่ได้ 2 วัน ก่อนจะมาพบว่าเสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 พ.ย. 60 […]

‘ทนายสงกานต์’ เข้าร้องขอความช่วยเหลือ ‘แรงงานไทย’ กว่า 130 คน ถูกลอยแพที่ดูไบ

ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เดินทางเข้าพบพลตำรวจโทสุทธิพงษ์ วงปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เพื่อขอให้ดำเนินการช่วยเหลือแรงงานชาวไทยกว่า 130 คน ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังถูกลอยแพจากบริษัทจัดหางานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นานกว่า 2 เดือน โดยตอนนี้กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก และทำงานโดยไม่ได้รับเงินค่าจ้าง อีกทั้งยังถูกบังคับให้ลงลายมือชื่อในเอกสาร โดยมีสาระสำคัญคือ ไม่ติดใจเอาความใดๆ ทั้งสิ้น แลกกับหนังสือเดินทางที่ทางบริษัทจัดหางานได้ทำการยึดไว้ก่อนหน้านี้ ทนายสงกานต์ บอกว่า ได้รับแจ้งจากภรรยาของหนึ่งในแรงงานกลุ่มนี้ ให้เข้าช่วยเหลือและตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะก่อนหน้านี้เคยมีหน่วยงานของรัฐในสถานฑูตไทยเข้าไปดูแลแล้วหนึ่งครั้ง และยืนยันจะเร่งเข้ามาให้การช่วยเหลือ แต่เรื่องก็เงียบหายไป โดยหลังจากนี้ก็จะเดินหน้าประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ให้เร่งเข้ามาช่วยเหลือให้ได้เดินทางกลับประเทศอย่างเร่งด่วน พลตำรวจโทสุทธิพงษ์ วงปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง บอกว่า สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างละเอียด ว่าเข้าข่ายหลอกลวงหรือค้ามนุษย์หรือไม่ หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเข้าให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนต่อไป สำหรับรายละเอียดเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ สามารถติดตามรับชมได้ในรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ทางอมรินทร์ทีวี ช่อง 34 เวลา 14.15 น. ซึ่งทนายสงกานต์ และตัวแทนผู้เสียหายจะมาชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง

เตือนภัย! มิจฉาชีพออนไลน์ หลอกจะพาไปทำงานต่างประเทศ สุดท้ายเชิดเงินหนี

การเดินทางไปทำงานต่างประเทศก็เป็นช่องทางหาเงินของใครหลายคน เนื่องจากได้ค่าจ้างที่สูงกว่า ในขณะเดียวกันก็มีมิจฉาชีพอาศัยโอกาสนี้ในการหลอกหาเงินจากผู้ที่หวังจะไปทำงานต่างชาติเหล่านี้ กรณีเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ผ่านทางเฟซบุ๊ค ดึงดูดให้คนเข้าไปสมัครด้วยค่านายหน้าราคาถูก โดยอ้างว่าตนมีญาติอาศัยอยู่ที่ประเทศนั้นๆ และมีการแสดงหลักฐานบัตรประชาชน มีเบอร์โทรติดต่อ เทคนิคการพูดที่น่าเชื่อถือ ทำให้เกิดความเชื่อใจ จนมีผู้ถูกหลอกมากกว่า 30 คน วิธีที่มิจฉาชีพคนนี้ใช้หลอกผู้เสียหาย คือเสนอค่าดำเนินการราคาถูกเมื่อเหยื่อตกลงปลงใจ ก็ให้โอนเงินมาให้อย่างเร็วที่สุด ถ้าไม่ได้ก็ขู่ว่าจะตัดสิน จากนั้นจะมีการนัดพบกันเพื่อมาเทรนงาน แต่สุดท้ายก็ไม่มาปรากฏตัวและทยอยบลอคช่องทางการติดต่อ มิจฉาชีพรายนี้มีข้อเสนองานที่หลากหลาย เช่น งานสปาที่ประเทศญี่ปุ่น เวลา 15 วัน ได้ค่าจ้าง 5 หมื่นบาท ต้องโอนค่าดำเนินการ 1.5 หมื่นบาท งานที่ประเทศฟินแลนด์เงินเดือน 6 หมื่น หักค่าใช้จ่ายเดือนละ 2 หมื่น เป็นเวลา 3 เดือน โดยให้จ่ายค่าดำเนินการครั้งแรก 2 หมื่นบาท อ้างว่าใช้เป็นหลักฐานให้สถานทูตออกวีซ่าให้ นอกจากเรื่องการทำงานมิจฉาชีพรายนี้ ก็ยังหลอกขายทัวร์ท่องเที่ยวต่างประเทศด้วย ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า ก่อนอื่นต้องตรวจสอบดูก่อนว่า บัตรประชาชนหรือหลักฐานยืนยันตัวตนที่มิจฉาชีพใช้มาหลอกนั้น เป็นของเจ้าตัวจริงๆ หรือไม่ หรือนำของคนอื่นมาสวมรอย […]

keyboard_arrow_up