ทนายดัง เตือนสงกรานต์เมาแล้วขับอาจนอนคุก ประมาทชนคนตายเข้าข่ายเจตนาฆ่าระวังโทษประหาร

วันที่ 10 เม.ย. 62 ใกล้ถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ไทย 2562 ประชาชนเตรียมเล่นน้ำสงกรานต์คลายร้อน และพักผ่อน เดินทางท่องเที่ยว เพจเฟซบุ๊ก ทนายคู่ใจ โพสต์ข้อกฎหมายที่ควรรู้ในช่วงสงกรานต์นี้ว่า ถ้าคุณขับขี่ในขณะเมาสุรา คุณจะต้องต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าหกเดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ ตาม พ.ร.บ.จราจร พ.ศ.2522 มาตรา 43(2),160ตรี ถ้าการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าหนึ่งปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ (ม.160 ตรี วรรคสอง) ถ้าการกระทำความนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงหกปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสองหมื่นบาท และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าสองปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ (ม.160ตรี วรรคสาม) ถ้าการกระทำความผิดนั้น เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ และบิ๊กป้อมก็ออกมาเตือนแล้วนะว่า เมาแล้วขับมีเจตนาฆ่า!!! เจตนาฆ่าโทษสูงสุดประหารชีวิตจ้าาาา ขอบคุณเพจเฟซบุ๊ก ทนายคู่ใจ  

ทนายเมา ขับรถชนวัยรุ่นเจ็บ-แนะคู่กรณีบอกไม่เมา เคลมได้ (คลิป)

เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์แล้วหลบหนี มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ถนนหลักเมือง อ.เมืองจ.ตราด ผู้บาดเจ็บ คือ นายวรโชติ บุญวาที อายุ 19 ปี เบื้องต้นอาสาสมัครกู้ภัยทำการปฐมพยาบาลก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีดำ ป้ายแดง ได้รับความเสียหายเล็กน้อย โดยยังพบชิ้นส่วนกระจกของรถยนต์คู่กรณีตกอยู่ เพื่อนของนายวรโชติเล่าให้ฟังว่า ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังนายวรโชติมา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีรถยนต์ที่แล่นสวนทางได้ขับข้ามเลนมาชนรถจักรยานยนต์อย่างจัง และได้ขับขี่หลบหนีออกไปโดยไม่จอดรถลงมาดู จึงขับมอเตอร์ไซค์ตามมาเพื่อดูป้ายทะเบียนและคนขับ หลังคนขับเลี้ยวรถเข้าบ้าน ทราบชื่อต่อ คือนายลือเกษ อาชีพทนายความ อย่างไรก็ตาม มีการถ่ายคลิประหว่างการพูดคุย  โดยนายลือเกษ บอกกับผู้เสียหายว่า อย่าแจ้งว่าตนเองเมาไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถเคลมค่าประกันภัยได้ เบื้องต้นตำรวจสภ.เมืองตราด ได้ลงบันที่ประจำวัน และจะได้คนขับรถยนต์คู่กรณีมาสอบปากคำ เพื่อดำเนินคดีต่อไป ข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  

“ทนายอนันต์ชัย” ลุยช่วย “ฝน” ผู้ต้องหาเอี่ยวเด็กพม่าตายในไร่อ้อย ยื่น 2 แสน ขอประกันตัว

วันที่ 16 ม.ค. 62 นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีที่นายฝน ถูกกล่าวหาว่าพรากผู้เยาว์ น้องซูลุยผิว ชาวเมียนมา ที่เสียชีวิตในไร่อ้อย จ.สุพรรณบุรี โดยมีรูปภาพที่ระบุข้อความว่า “วันนี้ เวลา 13.30 น. ผม…จะใช้เงินสด 200,000 บาท ประกันนายฝน โดยผม…จะประกันตัวนายฝนเอง….! “ในเบื้องต้นผมจะส่งคืนนายฝนสู๋อ้อมอกพ่อแม่… เรื่องคดีผมก็จะแสวงหาความยุติธรรมมาคืนนายฝนให้จงได้” ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช” ล่าสุด นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ พร้อมครอบครัวนายฝน ชายออทิสติก ผู้ต้องหาในคดีที่เด็กชายซูลุยผิว เสียชีวิตในไร่อ้อย เดินทางมาที่ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อขอยืนประกันตัวชั่วคราวนายฝน เป็นเงินสด จำนวน 200,000 บาท ขอบคุณเฟซบุ๊ก อนันต์ชัย ไชยเดช

“ษิทรา” แจ้งจับแอดมินเพจดัง รับจ้างคัดทะเบียนราษฎร์-ใส่ร้ายตำรวจ

วันที่ 10 ม.ค. 62 เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ – ศปอส.ตร. โพสต์รูปภาพและข้อความ ระบุว่า ทนายตั้ม หรือ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน เข้าร้องทุกข์ต่อศูนย์ ศปอส.ตร. กล่าวโทษดำเนินคดี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ กับแอดมินอื่น ของเพจชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม ที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในคดีดังต่อไปนี้ คดีแรก โพสเนื้อหามีลักษณะเป็นการ #ใส่ร้ายตำรวจ ว่าพกยาบ้าไว้ทุกโรงพัก เพื่อเรียกสินบน ซึ่งการนำความเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุก 5 ปี คดีที่สอง โพสรับจ้างคัดทะเบียนราษฎร์ ซึ่งเป็นเอกสารของทางราชการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีการเรียกเงินในการรับบริการ เข้าข่ายความผิดฐานพยายามฉ้อโกงประชาชน รับโทษ 2/3 ของ 5 ปี และยังผิดฐานนำความเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อีกหนึ่งข้อหา ## หากนายอัจฉริยะฯ กับพวก พิสูจน์ได้ว่าตำรวจทุกโรงพักมีพฤติกรรมแบบที่ว่าจริงๆ ก็ไม่ใช่ความเท็จจึงไม่มีความผิด หรือพิสูจน์ได้ว่าตน มีอำนาจคัดทะเบียนราษฎร์ได้โดยถูกต้อง ไม่ได้หลอกลวงเงินจากประชาชน ก็ไม่มีความผิดฐานพยายามฉ้อโกงประชาชน […]

“ษิทรา” ชน ”อัจฉริยะ” พาผู้เสียหายแจ้งจับ ลั่นไม่คิดแก้แค้น แต่ทำเพื่อความถูกต้อง (คลิป)

วันที่ 6 ม.ค. 62 กรณีเพจเฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพตส์ข้อความและรูปภาพ โดยมีใจความระบุว่า “พรุ่งนี้เวลา 10.00 น. น.ส.รักชนก เจริญมากสุวรรณ จะเดินทางไปร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมพวกในข้อหาร่วมกันทำพยานหลักฐานเท็จ ปลอมแปลงเอกสารราชการ” โดยสืบเนื่องจากที่ นายเศรษฐ์ เดชสุภา หรือ กบ และน.ส.รักชนก เจริญมากสุวรรณ ภรรยา เดินทางมาร้องเรียนเอาผิดกับบุคคลที่นำภาพ และข้อมูลส่วนตัวในทะเบียนราษฎร์ ออกมาเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ และอ้างว่าเป็นแอดมินเพจดัง ในข้อหาสนับสนุนให้เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่ง ยศ พ.ต.ท. ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ล่าสุด นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ กล่าวว่า กรณีผู้ที่จะนำผู้เสียหายไปร้องต่อกองบังคับการปราบปรามในวันพรุ่งนี้ เป็นเคสต่อเนื่องจากที่ สภ.บางปะอิน ที่มีผู้เสียหายรายหนึ่ง ไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานเอาไว้ ว่าถูกเปิดเผยข้อมูลทางราชการโดยไม่ชอบ โดยมีกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งเข้าไปสร้างหลักฐานเท็จ ตนเองและผู้เสียหาย คือน.ส.รักชนก จึงได้มีการเตรียมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพยานบุคคล […]

บุ๋ม ปนัดดา โพสต์เดือด หลังทนายอ้าง ‘เปรมชัย’ ไม่อยู่ในที่เกิดเหตุคดียิงเสือดำ

สืบเนื่องจากกรณีที่ทนายของนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) 1 ใน 4 ผู้ต้องหา ได้พยายามต่อสู้คดีด้วยการพยายามนำสืบว่า ขณะเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมและพบการล่าเสือดำ นายเปรมชัยไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ดาราและพิธีกรชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี โดยกล่าวว่า… ถ้าจริงก็XXXเกิ้นนนน รูปคาตาขนาดนั้น นั่งคอตกพุงกลมชัดเจน บอกไม่อยู่! เงินจ้างทนายคงแพงมาก มากเกินจนกล้านำเสนออะไรแบบนี้ได้ ขอบคุณที่ทำให้เรารู้ว่า เงินซื้อจิตวิญญาณและจิตสำนึกคนได้! แต่ถ้าไม่จริง ทนายได้โปรดออกมาแก้ข่าวด้วยนะคะ หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่และแชร์ออกไปในโลกออนไลนือย่างกว้างขวาง ได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก พร้อมรุมประณามทนายความ และนายเปรมชัยอย่างหนัก เนื่องจากส่วนใหญ่เห็นว่า หลักฐานชัดเจนว่านายเปรมชัยนั่งอยู่ในที่เกิดเหตุจริง หากจะบอกว่าไม่ได้อยู่ในวันเกิดเหตุคงเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้

ปางตายไม่ใช่แค่รถชน! โจ๋รุมตีทนายกะโหลกร้าว ญาติคาใจไร้อริ เชื่อถูกจ้างมาทำร้าย (คลิป)

วันที่ 29 พ.ย. 61 จากเหตุการณ์ที่นายศักดิ์ชัย อำนวยพรไพศาล อายุ 49 ปี ทนายความ ถูกกลุ่มวัยรุ่นใช้ไม้หน้าสามตีจนได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากจักรยานยนต์ของวัยรุ่นเฉี่ยวชนกับรถกระบะของผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณทางเข้าบ้านผู้ได้รับบาดเจ็บ ภายในซอยโรงไม้ขีด หน้าวิทยาลัยเทคนิคพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดย นายหลักชัย กรวิชญ อายุ 52 ปี พี่ชายของผู้บาดเจ็บ เล่าว่า ตนเองไม่เห็นเหตุการณ์แต่เท่าที่ทราบว่าน้องชายขับรถออกจาก สภ.บางละมุง กำลังจะกลับบ้าน ซึ่งอีก 200 เมตร ก็จะถึงบ้านผู้ได้รับบาดเจ็บเกิดเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ ที่มีวัยรุ่นประมาณ 2 คน ขับขี่มา แต่วัยรุ่นไม่ได้รับบาดเจ็บ เมื่อน้องชายตนลงจากรถ กลุ่มวัยรุ่นได้ใช้ไม้ตีน้องชายตนทันที ทำให้ตนสงสัยว่าทำไมจึงไม่พูดคุยกันก่อน นายหลักชัย เปิดเผยอีกว่า นายศักดิ์ชัยเป็นคนดีไม่เคยทะเลาะกับใคร ทุกคนรู้จัก และมักจะช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก แต่ในระยะหลังทราบว่า มีคนมาเตือนให้คอยระวังตัว แต่น้องชายบอกว่าไม่เคยไปทำอะไรให้ใครเดือดร้อน แล้วจะไประวังทำไม นอกจากนั้น นายศักดิ์ชัย ผู้ได้รับบาดเจ็บ มั่นใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองไม่ได้เป็นอุบัติเหตุ ต้องมีคนจ้างวานมาทำร้ายตน ซึ่งน่าจะเกี่ยวกับอาชีพที่ทำอยู่ นอกจากนี้ นายแมน (นามสมมติ) […]

แม่เด็ก 8 ขวบแฉ ทนายดัง ช่วยมือยิงลูกรอดคดี สุดแสบตีซี้อัดเสียงเก็บข้อมูล (คลิป)

จากกรณีวานนี้ (23 ก.ย. 61) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เปิดเผยเรื่องราวผ่านเพจเฟซบุ๊ก ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เกี่ยวกับทนายดัง โดยมีเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับคดีเด็กอายุ 8 ขวบ ที่ถูกยิงเสียชีวิต ที่ทนายดังเข้ามาล้วงความลับฝ่ายผู้เสียหาย แล้วนำไปต่อสู้คดีให้ผู้ก่อเหตุ รวมถึงคดีที่ทนายดังรับปากช่วยผู้เสียหาย โดยเรียกเงิน 500,000 บาท และคดีที่เกี่ยวข้องกับคนที่ชื่อเก่ง ที่ถูกพยานซัดทอดว่าเป็นผู้ค้ายารายใหญ่ จนกระทั่งต้องโทษถูกกุมขังนั้น (อ่าน : “อัจฉริยะ” ยื่นหลักฐานพิรุธคดียา “เอมี่” – เอาผิดกลุ่มวิ่งเต้นล้มคดียา) วันที่ 24 ก.ย. 61 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางมาที่สำนักงานผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้มีความเกี่ยวข้องหลายฝ่ายจึงเดินทางมาเพื่อยื่นเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับข้อบกพร่องในการดำเนินคดียาเสพติดของ น.ส. อาเมเรีย นอกจากนี้ หลักฐานระบุชัดเจนว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมีทั้งข้าราชการ พลเรือน รวมถึงอัยการอีกด้วย เบื้องต้น จะมีการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภายใน 3 วัน นอกจากนี้ นายอัจฉริยะ ระบุว่า เรื่องของกระบวนการค้ายาเสพติด ถือว่าเป็นบ่อนทำลายชาติ และเป็นวาระของรัฐบาล […]

ตบหน้าไม่ใช่แค่ปรับ 500! ทนายดังชี้ กฎหมายเปลี่ยนโทษคุกจ่ายหมื่น แถมถูกเหยื่อฟ้อง (คลิป)

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Nu Kluay” เผยแพร่คลิปวิดีโอความยาวประมาณ 1.43 นาที เผยให้เห็นเหตุการณ์ขณะเจ้าตัวปะทะคารมกับสาวคู่กรณี ที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง พร้อมระบุข้อความว่า เจ้าตัวถูกตบหน้าทั้งที่ไม่รู้จักกัน ส่วนสาเหตุอ้างว่า มาจากที่สาวคู่กรณีไม่พอใจที่ตนไปมองแฟนหนุ่มอีกฝ่าย (อ่านข่าว : สุดงง! สาวยืนเฉยๆก็ถูกตบหน้า คู่กรณีหาว่ายั่วแฟน) วันที่ 5 ส.ค.61 นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ ให้ข้อมูลถึงคลิปที่มีการเผยแพร่ว่า ทุกวันนี้หลายคนกำลังเข้าใจผิดว่า ถ้ามีปากเสียงเถียงกันแล้วบันดาลโทสะตบหน้าก็เสียค่าปรับ 1,000 บาท ซึ่งความจริงได้มีการแก้กฎหมาย เมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ให้เพิ่มโทษปรับเป็น หนึ่งหมื่นบาท ซึ่งหลายคนยังเข้าใจผิดกันอยู่ว่า ตบหน้าจ่ายแค่พันเดียว ทนายรณณรงค์ ยืนยันว่า กรณีดังกล่าว หากมีการตบกันเกิดขึ้นจริงแต่ไม่ได้รุนแรงและใบหน้าผู้เสียหายไม่มีรอยฟกช้ำ และอาจแค่ผลักหัวผู้ก่อเหตุ ก็มีความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 ผู้ใดใช้กำลังทำร้ายผู้อื่น โดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนถ้าผู้เสียหาย ปากแตก ใบหน้ามีร่องรอยฟกช้ำถือว่า มีความผิด เป็นการทำร้ายร่างกาย […]

ศาลเลื่อนไต่สวนคดีหวย ยังไร้เงา “ครูปรีชา” – “ษิทรา” ร้องละเมิดอำนาจ นัดอีก 19 ก.ย.

วันที่ 29 มิ.ย.61 ช่วงเช้า ที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี มีคำสั่งเลื่อนการสืบพยานในช่วงเช้า คดีที่นายปรีชา ใคร่ครวญ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ในข้อหายักยอกทรัพย์ รับของโจร เป็นช่วงบ่ายวันนี้ เนื่องจากครูปรีชาไม่เดินทางมาที่ศาลตามนัดในช่วงเช้า นายวรยุทธ บุญวงษ์ใส ทนายความของครูปรีชา เดินทางมาที่ศาล เปิดเผยก่อนการพิจารณาคดีว่า วันนี้เป็นการไต่สวนประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์ 4 ปาก แต่ไม่สามารถบอกได้ว่า อีกสองปากที่จะมาขึ้นให้การสืบพยานในช่วงบ่ายนั้นเป็นใคร แต่เป็นประจักษ์พยานที่เป็นผู้เห็นเหตุการณ์ข้อเท็จจริง อีกทั้งไม่ทราบว่าพยานดังกล่าวอยู่ในสำนวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวนหรือไม่ เนื่องจากยังไม่เห็นสำนวน   โดยก่อนการพิจารณาคดี นางสาวรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น พร้อมนางสาวพัชริดา พรมตา หรือ เจ๊พัช พยานปากสำคัญของครูปรีชา เดินทางมาที่ศาล เจ้บ้าบิ่น เปิดเผยว่า ตนคิดว่าในส่วนของตนคงไม่มีอะไรแล้ว เพราะช่วงบ่ายศาลนัดไต่สวนครูปรีชา ซึ่งตนก็จะต้องรอเจ้าหน้าที่ติดต่อไปอีกครั้ง ว่าจะนัดมาไต่สวนอีกครั้งเมื่อไหร่ ซึ่งตนก็ยังยืนยันคำเดิมเรื่องคดี และไม่กังวลใด ๆ ทั้งสิ้น หลังจากนี้ก็จะกลับไปขายลอตเตอรี่ตามปกติ ซึ่งจะจัดรางวัลที่ 1 ให้กับบุคคลที่เหมาะสม ใครที่ทำบุญมาเยอะก็มีสิทธิเป็นเจ้าของ ส่วนชุดที่ตนสวมใส่มาในวันนี้นั้น ถือว่าเป็นการเอาฤกษ์เอาชัย เพราะสีขาวเป็นสีที่บริสุทธิ์ […]

เคลื่อนไหวแล้ว! ‘ผจก.กุ๊บกิ๊บ’ เผย ‘สาวมือหยิก’ น้องเป่าเปา ส่งทนายเจรจาบอกอยากขอโทษ

กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ จากกรณีที่หนูน้อย “เป่าเปา” ดาราเด็กขวัญใจมหาชน ลูกสาวของ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ ถูกทำร้ายร่างกายขณะออกงานอีเว้นท์แห่งหนึ่ง (อ่านเพิ่มเติม) ความคืบหน้าล่าสุด หลังจากที่แฟนคลับ และพลังโซเชียลฯ ได้ทำการสืบจนทราบตัวแล้วว่า ผู้หญิงคนในคลิปเป็นถึงแพทย์หญิง จึงเข้าไปถล่มต่อว่าที่เฟซบุ๊กส่วนตัว จนทำให้ต้องปิดเฟซบุ๊กหนีไปนั้น สื่อดังแห่งหนึ่งได้โทรศัพท์ไปสอบถามความคืบหน้าไปทางผู้จัดการส่วนตัวของกุ๊บกิ๊บ ได้ความว่า “ทางผู้หญิงในคลิปได้ให้ทนายโทรศัพท์มาตั้งแต่ช่วงเช้า เขาอยากเจอกุ๊บกิ๊บเพื่อขอโทษ ซึ่งก็ให้เบอร์ป้าเปิ้ล เพื่อให้เขานัดเจอกัน เรื่องนี้ กุ๊บกิ๊บคงชี้แจงให้ฟังอีกทีราววันที่ 23-24 พ.ค.นี้ เพราะว่าต้องไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อชี้แจงเรื่องเมจิกสกินอยู่แล้ว”.  

เปรมชัย ส่อรอด! “ชัยวัฒน์” แฉตร.เค้น จนท.หาช่องโหว่อุ้ม ยันคลิปเสียงสินบนไม่หาย (คลิป)

หลังมีกระแสข่าวว่าคลิปเสียงที่นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ต่อรองกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ หลังถูกคุมตัวพร้อมอาวุธปืน และซากเสือดำในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ได้เกิดหายไปนั้น ล่าสุด วันนี้ (24 ก.พ.) ทีมข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยกับทีมข่าวว่า คลิปเสียงไม่ได้หายไปไหน เพราะตนเองก็ยังมีคลิปดังกล่าวอยู่ แต่การที่ทางเจ้าหน้าที่จะขอคลิปเสียงนั้น แม้จะเป็นหน่วยงานราชการทั้ง 2 หน่วยคือ ป่าไม้ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ต้องทำหนังสือขออย่างเป็นทางการ แต่ที่ผ่านมาเป็นลักษณะในการโทรศัพท์พูดคุยเพื่อขอเท่านั้น ทั้งนี้ นายชัยวัฒน์ มองว่า ประเด็นคลิปเสียงหายนั้นอาจจะไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ตนว่าสิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ เหตุใดตั้งแต่วันที่มีการจับกุมขบวนการล่าสัตว์ดังกล่าว เหตุใดจึงยังไม่มีการเรียกผู้ต้องหาสอบ แต่ฝ่ายป่าไม้ซึ่งในฐานะโจทก์ กลับถูกสอบกลายเป็นจำเลยเสียเอง ซึ่งเป็นข้อพิรุธในมุมสอบสวนที่คนตั้งข้อสังเกตว่า จะเรียกสอบจนพบช่องโหว่ใช่ไหม หรือจุดบกพร่องของป่าไม้เลยหรือไม่ ขณะที่ข้อเท็จจริงแล้วควรจะสอบผู้ต้องหาก่อน จากนั้นหากพบข้อบกพร่องของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็สามารถมาสอบเพื่อเอาผิดย้อนหลังได้หากพบผิดจริง ไม่ใช่เรียกสอบจนพบช่องโหว่ใช่หรือไม่ นอกจากนี้ นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า หลังจากตนเข้าไปตรวจสอบจุดตั้งแคมป์ของนายเปรมชัย พบวิถีกระสุนปืน เจอกระดูกเพิ่มเติม และเจออุจจาระ ใกล้กับจุดชำแหละซากสัตว์ […]

“แจมมี่” ไม่เอาผิดคนโพสต์ด่าเป็น “เมียน้อย” ทนายเผย บินกลับบ้านเมืองนอกแล้ว (คลิป)

ถือว่าตอนนี้ในวงการบันเทิงมีประเด็นร้อนแรงให้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง แต่เรื่องที่หลายคนจับตามอง คงหนีไม่พ้นเรื่องสาว “ตั๊กแตน ชลดา” ที่ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กต่อว่า “เพชร สหรัตน์” สามี พร้อมรูปภาพแชทไลน์ที่สามีตัวเองพูดคุยกับผู้หญิงรายหนึ่งชื่อว่า “แจมมี่” เรื่องดังกล่าวแม้จะเป็นระยะเวลานานเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว ก็ยังไม่มีใครพร้อมออกมาเปิดใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ล่าสุด วันนี้ (29 ม.ค.) นายนิติธร แก้วโต หรือทนายเจมส์ ผู้ที่เข้ามาดูแลคดีความ เนื่องจาก แจมมี่ ได้ติดต่อสอบถามว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น สามารถเอาผิดข้อหาใดได้บ้างกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทนายเจมส์ ขอพูดถึงเรื่องของฝ่ายสาวแจมมี่เท่านั้น พร้อมเผยว่า ตอนนี้ฝ่ายหญิงไม่ติดใจเอาความใคร ขออยู่เงียบๆ ให้เรื่องจบไปดีกว่า และตอนนี้ก็บินไปอยู่ต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว “เบื้องต้นตอนแรกที่เขาติดต่อมา เขาไม่ได้ติดต่อมาเพื่อดำเนินคดี เขาติดต่อมาเพื่อขอความรู้ทางด้านกฎหมาย ขอให้พี่ช่วยอธิบายกรณีที่มีคนนำข้อความ สนทนาทางไลน์ของเขาไปโพสต์ แล้วมีรูปหน้าเขาด้วย แล้วมีข้อความที่ไม่เหมาะสม แบบนี้จะดำเนินคดีอะไรได้บ้าง พี่ก็อธิบายไปว่า ในกรณีแบบนี้ แม้ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือว่าเรื่องไม่จริง ถ้าไปโพสต์ข้อความในลักษณะนี้ เป็นการหมิ่นประมาทและเป็นการหมิ่นประมาทได้หลายประเภท หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยการแสดงข้อความ ด้วยการแสดงภาพก็ผิดหมด ปกติแล้วการหมิ่นประมาทเป็นบุคคลต่อบุคคลก็จะโทษน้อยหน่อย แต่ถ้าเป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาเมื่อไหร่โทษก็จะหนักขึ้น เป็นจำคุกไม่เกินสองปีปรับไม่เกิน 200,000 บาท ก็เลยอธิบายให้เขาฟัง […]

เปิดใจสาวเจอหนุ่มเต่าเหม็นชักจู๋โชว์บนรถเมล์ ลั่นทนดูหวังอัดคลิปเตือน (คลิป)

จากกรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “ข้าวมันไก่ ชลดา” โพสต์รูปภาพ และคลิปวิดีโอ พร้อมระบุข้อความว่า “เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 61 เวลาประมาณ 14.00 น. ขณะที่น้องสาวตนกำลังเดินทางกลับจากมหาวิทยาลัย ก็ได้นั่งรถประจำทางสาย ปอ.68 ระหว่างทางได้มีชายรูปร่างสูงใหญ่ขึ้นรถมานั่งติดกับน้องสาว เเล้วเหมือนพยายามเบียดเอามือมาโดนต้นขา น้องสาวก็พยายามเขยิบหนี ผ่านไปสักพักน้องสาวตนหันมาเห็นชายรายนั้นกำลังช่วยตัวเองอยู่ และใช้สายตามองมาแบบโรคจิต มองต้นขา มองตัว และก็ช่วยตัวเอง น้องสาวบอกทำไรไม่ถูกเพราะไม่เคยเจอแบบนี้ และกลัวมาก จึงถ่ายคลิปไว้ ล่าสุด น.ส.ส้มโอ (นามสมมติ) นัักศึกษาชั้นปีที่ 1 เปิดเผยว่า วันที่ 19 ม.ค.61 เวลาประมาณ 14.00 น. หลังจากที่เลิกเรียนที่มหาวิทยาลัย ตนได้ขึ้นรถประจำทางสาย ปอ.68 จากพาต้าปิ่นเกล้ากลับบ้านที่มหาชัย และเลือกนั่งที่เบาะคู่ใกล้กับประตู จนกระทั่งถึงป้ายรถประจำทางสามแยกไฟฉาย ได้มีผู้ชายคนหนึ่ง รูปร่างสูงใหญ่ ผิวคล้ำ มีกลิ่นตัวค่อนข้างแรง สวมเสื้อคอปกสีขาว ขึ้นมาแล้วได้เลือกนั่งข้างตน ขณะนั้น ชายคนดังกล่าวใช้สายตามองแบบลวนลาม ผ่านไปไม่นาน […]

ทนายดังฉะ! สาวไลฟ์สดโชว์รีวิวครีมก้นขาว จ่อผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งเป็นแม่ค้าขายของออนไลน์ ได้มีการไลฟ์สดเชิญชวนให้ซื้อผลิตภัณฑ์ พร้อมกับแสดงรีวิวโชว์ทาครีมที่ก้น จนกลายมาเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากมายถึงความไม่เหมาะสม ล่าสุดวันนี้ (11 ม.ค. 2561) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้ออกมาพูดถึงกรณีดังกล่าว ผ่านเฟซบุ๊ก “ทนายคู่ใจ” ว่า การกระทำดังกล่าว เป็นการตลาดที่ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะว่าในสื่อโซเชียลมีเดีย มีทั้งเด็กและเยาวชน ที่สามารถเข้าถึงสื่อนั้นๆ ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว จนอาจเป็นพฤติกรรมเลียนแบบได้ ส่วนถ้าถามว่าการกระทำดังกล่าว มีความผิดทางกฎหมายหรือไม่ ก็ต้องไปดูว่าเนื้อหาที่มีการเผยแพร่ เป็นไปตามนิยามของคำว่า “ลามก” ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(4) “นำข้อมูลที่มีลักษณะลามกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลในคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้” ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้หากมีการตรวจสอบแล้ว ไม่พบว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่าย “ลามก” ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (4) ก็ยังมีในส่วนของมาตรา 20 (3) “ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน” ซึ่งสามารถยื่นเรื่องเอาผิดให้มีการระงับการเผยแพร่ได้ที่คณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลคอมพิวเตอร์ได้ ส่วนเรื่องโฆษณาเกินจริงหรือไม่ […]

ทนายตั้มลุยเอง! สาวร้องถูก ‘ประธานแมลงสาบ’ เชิดเงิน 1.5 แสน ขู่ไม่มีใครทำอะไรได้

ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด นำผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร หลังถูกผู้มีชื่อเสียงรายหนึ่งหลอกเอาเงินไปกว่า 1 แสนบาท โดยสัญญาว่าจะหาทนายความมาสู้คดีในชั้นศาลให้ แต่พอถึงวันนัดกลับไม่มีทนายมาช่วยเรื่องคดี วันที่ 8 ม.ค.61 คุณอนุสรา วงศ์สนิท พร้อมด้วย ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้มีชื่อเสียงรายหนึ่ง ที่หลอกให้คุณอนุสรา โอนเงินจำนวน 150,000 บาทไป โดยอ้างว่าจะนำไปหาทนายเพื่อมาต่อสู้คดีในชั้นศาลให้ หลังจากนั้นก็ไม่เคยพบหน้าทนายที่คู่กรณีอ้างถึงเลยสักครั้ง จนถึงวันนี้ก็ต้องขึ้นศาลก็ไม่พบกับทนายคนดังกล่าว จึงมั่นใจว่าถูกหลอกอย่างแน่นอน ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา คุณอนุสรา มีคดีความอยู่ในชั้นศาล และต้องการที่จะว่าจ้างทนายที่มีฝีมือมาว่าความให้ และมีคนแนะนำให้ติดต่อมาที่ผู้มีชื่อเสียงรายหนึ่ง โดยบอกว่าจะสามารถช่วยเหลือเธอได้ เธอจึงตัดสินใจติดต่อไปยังผู้มีชื่อเสียงรายนี้ และได้พูดคุยปรึกษากันเรื่องคดีความอยู่หลายครั้ง ต่อมาคู่กรณีได้บอกกับเธอว่า มีทนายความอยู่และพร้อมจัดหาทนายความให้ โดยตกลงให้ดำเนินคดีแพ่งและอาญา โดยคิดค่าทนายความเป็นเงิน 150,000 บาท ด้วยความเชื่อใจ จึงหยิบยืมเงินจากคนรู้จักโอนไปให้กับคู่กรณี ซึ่งหลังจากได้รับเงินไปแล้ว ได้มีการตกลงว่าจะพาทนายไปพบก่อนขึ้นศาล แต่เมื่อยิ่งใกล้วันขึ้นศาลคู่กรณีก็ไม่พาทนายมาพบ และบอกว่าวันที่ต้องไปขึ้นศาลทนายจะไปเพียงคนเดียว โดยเธอไม่ต้องไป เธอจึงรู้สึกสงสัยและมั่นใจว่าในวันที่ต้องขึ้นศาล เธอจะไม่มีทนายแน่ๆ จึงตัดสินใจจ้างทนายความใหม่ เพื่อสู้คดีในศาล จากนั้นเธอได้ติดต่อไปที่คู่กรณีเพื่อขอเงินที่เสียไปจำนวน […]

สั่งจำคุกโจ๋ 7 ราย รุมทำร้ายชายพิการขายขนมปัง ทนายจ่อยื่นอุทธรณ์เพิ่มโทษ (คลิป)

ศาลอาญาสั่งจำคุกโจ๋ 7 ราย รุมทำร้ายชายพิการขายขนมปัง คนละ 12-19 ปี ไม่รอลงอาญา ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น พร้อมสั่งชดเชยค่าทำศพ 2 แสน 5 หมื่นบาท และเยียวยาครอบครัว 5 แสนบาท จากกรณี มีแก๊งวัยรุ่น 7 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นมีลูกของนายตำรวจอยู่รวมอยู่ด้วย พากันบุกเข้าไปภายในบ้านพักของนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ อายุ 35 ปี ชายพิการ ที่มีอาชีพส่งขนมปังร้านปังหอม ในซอยโชคชัย 4 เขตลาดพร้าว กทม. แล้วใช้อาวุธมีดรุมแทง นายสมเกียรติจนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2559 ล่าสุดในช่วงเช้าวันนี้ ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษา ในเวลา 10.00 น. โดยนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ พร้อมด้วยนางทองคำ ศรีจันทร์ มารดาของนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ได้เดินทางมายังศาลอาญา เพื่อรับฟังคำพิพากษา โดยผู้ต้องหาทั้ง 7 […]

ทนายแนะครอบครัวลูกถูกรถชนพิการ ขอเปลี่ยนชุดทำงานหากคดีไม่คืบ (คลิป)

บริษัทประกันนัดเจรจา ไกล่เกลี่ยเรียกค่าสินไหมทดแทน กรณีแม่หนุ่มพิการร้องสื่อ ลูกถูกรถเก๋งชนท้ายสัปดาห์หน้า ด้านทนายความแนะนำว่า ถ้าแม่ผู้เสียหายเห็นว่า ตำรวจล่าช้า ทำคดีไม่คืบ สามารถร้องเรียนต้นสังกัด หรือขอเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนได้ จากกรณีนางธีรนันท์ ชื่นหัดไทย แม่ชาว จ.อ่างทอง ร้องสื่อหลังลูกชายผู้เป็นเสาหลักของบ้านถูกรถเก๋งชนจนพิการ จ่ายค่ารักษาแค่ 3 หมื่นบาท แล้วคดีเงียบหาย โดยอ้างเหตุผลว่าบริษัทประกันล่าช้านั้น ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี พูดคุยกับ นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ ให้ความรู้เชิงกฎหมายว่า เป็นปกติของบริษัทประกันภัยที่จะประวิงเวลา เพื่อรักษาผลประโยชน์ของบริษัท ตราบใดที่พนักงานสอบสวนยังไม่ชี้ว่าฝ่ายใดผิด บริษัทประกันภัยก็จะไม่ดำเนินการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เว้นแต่กรณีพิเศษที่บริษัทฯ เห็นว่าผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิดโดยชัดแจ้ง แต่กรณีนี้ส่วนตัวมองว่า ระยะเวลา 3 เดือน พนักงานสอบสวนยังไม่ชี้ว่าฝ่ายใดผิด ถือว่าล่าช้า ซึ่งตนไม่ทราบว่าเพราะสาเหตุใด เนื่องจากคดีอุบัติเหตุไม่ได้มีความสลับซับซ้อน การรวบรวมพยานหลักฐานแม้ผู้บาดเจ็บจะยังไม่สามารถให้ปากคำได้ แต่ก็สามารถสอบสวนสืบสวนจากพยานหลักฐานอื่นได้ เช่น พยานบุคลล พยานแวดล้อม หรือทางนิติวิทยาศาสตร์เช่น กล้อง หรือความเห็นทางผู้เชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาข้อมูลจากข่าวที่นำเสนอ ซึ่งระบุว่ามีผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า รถเก๋งและรถมอเตอร์ไซค์ขับขนาบข้างกันมาด้วยความเร็ว โดยมอเตอร์ไซค์ขับมาเลนซ้ายสุด ก่อนที่จะพยายามบิดแซงเเละเข้าขวา เพื่อกลับรถ […]

keyboard_arrow_up