ษิทรา โพสต์อโหสิกรรม “พี่” เผยหลังจากนี้อยู่ที่กรรมของพี่กับคนอื่นแล้ว

สืบเนื่องจากกรณีที่ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความและเลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า เตรียมจะดำเนินคดีอาญากับ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ในข้อหาแจ้งความเท็จ ให้การเท็จ ทำพยานหลักฐานเท็จ กลั่นแกล้งให้ผู้อื่นรับโทษทางอาญา และข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จำนวน 44 กรรม ภายหลังสภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีมติเป็นเอกฉันท์ยกคำร้องไม่รับคำกล่าวหา ในเรื่องให้สินบนพนักงานอัยการ ซึ่งต่อมา ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้โพสต์ข้อความตอบโต้ว่า “สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งโม้ เล่นลิเก 44 กรรม รีบๆ ฟ้องเลยถ้าเก่งจริง ชมรมฯ ชอบความจริงและวิ่งล้มคดีไม่เป็น เอาเป็นว่าไม่พูดมาก เจ็บคอ ไว้ไปเจอกันที่ศาลเลย” ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ อีกครั้ง โดยมีเนื้อหาว่าตนได้อโหสิกรรมให้กับ “พี่” และอภัยให้กับสิ่งที่ “พี่” เคยทำกับตน แต่คนอื่นจะอภัยให้พี่ด้วยไหม ต้องแล้วแต่เวรแต่กรรมของ “พี่”

“ทนายอนันต์ชัย” ลุยช่วย “ฝน” ผู้ต้องหาเอี่ยวเด็กพม่าตายในไร่อ้อย ยื่น 2 แสน ขอประกันตัว

วันที่ 16 ม.ค. 62 นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีที่นายฝน ถูกกล่าวหาว่าพรากผู้เยาว์ น้องซูลุยผิว ชาวเมียนมา ที่เสียชีวิตในไร่อ้อย จ.สุพรรณบุรี โดยมีรูปภาพที่ระบุข้อความว่า “วันนี้ เวลา 13.30 น. ผม…จะใช้เงินสด 200,000 บาท ประกันนายฝน โดยผม…จะประกันตัวนายฝนเอง….! “ในเบื้องต้นผมจะส่งคืนนายฝนสู๋อ้อมอกพ่อแม่… เรื่องคดีผมก็จะแสวงหาความยุติธรรมมาคืนนายฝนให้จงได้” ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช” ล่าสุด นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ พร้อมครอบครัวนายฝน ชายออทิสติก ผู้ต้องหาในคดีที่เด็กชายซูลุยผิว เสียชีวิตในไร่อ้อย เดินทางมาที่ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อขอยืนประกันตัวชั่วคราวนายฝน เป็นเงินสด จำนวน 200,000 บาท ขอบคุณเฟซบุ๊ก อนันต์ชัย ไชยเดช

“ษิทรา” พาผู้เสียหาย แจ้งกองปราบฯ เอาผิด “อัจฉริยะ” ปลอมเอกสารราชการ

วันที่ 7 ม.ค. 62 ที่กองปราบปราม นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความ นำนายเศรษฐ์ เดชสุภา หรือ กบ ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความกรณีที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และนายตำรวจ สภ.บางปะอิน ในข้อหาร่วมกันทำหลักฐานเท็จ และปลอมแปลงเอกสารราชการ (อ่าน : “ษิทรา” ชน ”อัจฉริยะ” พาผู้เสียหายแจ้งจับ ลั่นไม่คิดแก้แค้น แต่ทำเพื่อความถูกต้อง) ทนายษิทรา กล่าวว่า สืบเนื่องจากคุณกบ และภรรยา ได้ไปแจ้งความที่ สภ.บางปะอิน หลังจากที่ภรรยาถูกคัดทะเบียนราษฎร์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งได้แจ้งความไว้เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 61 จากนั้นจึงเกิดขบวนการที่ทำให้การคัดทะเบียนราษฎร์ ด้วยการแจ้งความไว้ก่อน จึงมีการลงบันทึกประจำวันย้อนหลังในวันที่ 28 พ.ย. 61 ซึ่งมีหลักฐานสำคัญยืนยันว่าอีกฝ่ายไม่ได้แจ้งความในวันดังกล่าว แต่ไปแจ้งความหลังวันที่ 11 ธ.ค. 61 โดยหลักฐานเบื้องต้น คือบันทึกประจำวัน ซึ่งการที่อีกฝ่ายลงไว้เป็นบันทึกประจำวันหลักฐาน ที่ตามระเบียบของตำรวจให้ลงได้หนึ่งแผ่นต่อหนึ่งข้อเท่านั้น จะไม่มีข้อต่อเด็ดขาด […]

สงครามยังไม่จบ!! ทนายเกิดผล ชี้คดีหวย 30 ล้าน ทนายยังต้องงัดฝีมือสู้กันต่อ

สืบเนื่องจากกรณีลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 หมายเลข 533726 จำนวน 30 ล้านบาท ที่ผ่านมาศาลนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งนัดรับฟังผลการพิจารณา หลังการต่อสู้คดีกันมานานกว่า 1 ปี โดยในวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา ถือเป็นการชี้ชะตาว่าศาลจังหวัดกาญจนบุรีจะรับฟ้องคดีที่ครูปรีชา ใคร่ครวญ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องร.ต.ท.จรูญ วิมูล ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์และรับของโจรหรือไม่ หากศาลรับฟ้อง ทางร.ต.ท.จรูญ จะต้องยื่นหลักทรัพย์เพื่อประกันตัวสู้คดี แต่หากศาลไม่รับฟ้องก็ต้องดูท่าทีของทางครูปรีชา ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป (อ่านเพิ่มเติม : “ครูปรีชา” ปลื้ม ศาลรับฟ้องคดีหวย 30 ล้าน” แฟนคลับแห่ให้กำลังใจ ด้านหมวดจรูญ-ทนายตั้ม ยันไม่เครียด มีหลักฐานอุบเพียบ) ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา ทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า…สงครามยังไม่จบ อย่าพึ่งนับศพทหาร หวย 30 ล้าน ประทับฟ้องชั้นไต่สวนฯ ชั้นพิจารณา ทนายยังต้องงัดฝีมือสู้กันต่อไป

ทนาย ชี้เขียนไม่บรรจง ถูกไล่ออกห้องสอบ เป็นการละเมิดกฎหมาย มองไม่ได้ทุจริต (คลิป)

จากกรณี จากกรณีที่มีผู้สมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานของสำนักงานคณะกรรรมการแข่งขันทางการค้า(สขค.) หรือ OTCC เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่ผ่านมา และมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเซี่ยลมีเดียถึงความไม่โปร่งใส่และไม่ยุติธรรมสำหรับผู้สมัครเข้าสอบเกือบ 200 คน ที่ถูกตัดสิทธิ์ออกจากห้องสอบด้วยเหตุผลไม่เขียนชื่อด้วยตัวบรรจง ทำให้หมดสิทธิ์ในการสอบ นั้น วันที่ 22 ต.ค. 61 นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ ได้เปิดเผยถึงกรณีถูกไล่ออกจากห้องสอบ ว่า สาเหตุมาจากไม่เขียนชื่อตัวบรรจง ว่า ก่อนจะตัดสินว่าผิดหรือไม่ผิดนั้น จะต้องดูว่ากติกาก่อนสอบมีการออกคำสั่งว่าอย่างไรบ้าง แต่ถ้าไม่มียังไงก็บังคับใช้ไม่ได้ ส่วนลายเซ็นต์ แทนชื่อตัวบรรจง นั่นเป็นการทุจริตในการสอบหรือไม่ หากไม่ใช่การทุจริต คุณมีสิทธิอะไรไปไล่ออกจากห้องสอบ หรือมีระเบียบการควบคุมการสอบไล่คนที่เซ็นต์ชื่อเข้าห้องสอบ แต่ไม่มีพฤติการณ์ทุจริตออกจากห้องสอบได้อย่างไร และคำว่าทุจริต การเซนต์ชื่อมีความผิดอย่างไร หากทางผู้คุมสอบยังยืนยันว่าทุจริตในการสอบ ขอให้ผู้ที่ถูกไล่ออกจากห้องสอบ หรือผู้เสียหาย มีสิทธิ์ยื่นร้องต่อศาลปกครองได้ในการฟ้องหน่วยงานที่ทำการควบคุมการสอบไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนในกรณีดังกล่าวถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคลหรือไม่นั้น ตนมองว่าไม่ได้ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล แต่เป็นการละเมิดกฎหมายโดยตรง ในทางกลับกันถ้ายังไม่สามารจัดการได้ ทางหน่วยงานนั้นๆจะต้องจัดการสอบใหม่ ส่วนถ้าใครสุจริตอยู่แล้ว และไม่ได้โดนไล่ออก ก็ต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็นรายบุคคลไป ขณะนี้เรื่องนี้ คณะกรรรมการแข่งขันทางการค้า(สขค.) หรือ OTCC อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง […]

งานเข้า “ษิทรา” สภาทนายความสั่งสอบมรรยาท ปมคลิปเสียงเงิน 5 แสน

วันที่ 28 ก.ย. 61 นายสรัลชา ศรีชลวัฒนา เลขาธิการสภาทนายความ เปิดเผยว่า ที่ประชุมสภาทนายความมีมติเป็นเอกฉันท์ 23 ต่อ 0 เสียง ให้ส่งรายชื่อ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิ ทีมงานทนายประชาชนฯ ให้คณะกรรมการมรรยาททนายตรวจสอบ กรณีที่มีผู้ร้องเรียน ว่ามีการแอบอ้างเรียกเงินช่วยคดี 5 แสน ของสามีภรรยาคู่หนึ่งใน จ.สมุทรสาคร โดยมีหลักฐานเป็นคลิปเสียง โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และเรียกผู้ถูกล่าวหาและผู้กล่าวหามาสอบสวน เพื่อดูว่าบทลงโทษจะหนักหรือเบา และทันทีที่ผลตรวจสอบออกจะต้องส่งมาให้ที่ประชุมใหญ่พิจารณามีความเห็น ภายใน 30 วัน ส่วนหลังจากนี้ ในสัปดาห์หน้าจัมีการร้องเรียนเรื่องพฤติกรรมของทนายความเพิ่มเติม นั้น ขณะนี้ของพิจารณาทนายความรายนี้ให้เสร็จสิ้นก่อน จะต้องมีการแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อนำเรื่องเข้าสุ่คณะกรรมการมรรยาทโดยเร็ว เพราะไม่ต้องการให้ประชาชนสงสัยหรือระแวงหรือขาดศรัทธาในตัวของทนายความ

แม่เด็ก 8 ขวบแฉ ทนายดัง ช่วยมือยิงลูกรอดคดี สุดแสบตีซี้อัดเสียงเก็บข้อมูล (คลิป)

จากกรณีวานนี้ (23 ก.ย. 61) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เปิดเผยเรื่องราวผ่านเพจเฟซบุ๊ก ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เกี่ยวกับทนายดัง โดยมีเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับคดีเด็กอายุ 8 ขวบ ที่ถูกยิงเสียชีวิต ที่ทนายดังเข้ามาล้วงความลับฝ่ายผู้เสียหาย แล้วนำไปต่อสู้คดีให้ผู้ก่อเหตุ รวมถึงคดีที่ทนายดังรับปากช่วยผู้เสียหาย โดยเรียกเงิน 500,000 บาท และคดีที่เกี่ยวข้องกับคนที่ชื่อเก่ง ที่ถูกพยานซัดทอดว่าเป็นผู้ค้ายารายใหญ่ จนกระทั่งต้องโทษถูกกุมขังนั้น (อ่าน : “อัจฉริยะ” ยื่นหลักฐานพิรุธคดียา “เอมี่” – เอาผิดกลุ่มวิ่งเต้นล้มคดียา) วันที่ 24 ก.ย. 61 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางมาที่สำนักงานผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้มีความเกี่ยวข้องหลายฝ่ายจึงเดินทางมาเพื่อยื่นเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับข้อบกพร่องในการดำเนินคดียาเสพติดของ น.ส. อาเมเรีย นอกจากนี้ หลักฐานระบุชัดเจนว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมีทั้งข้าราชการ พลเรือน รวมถึงอัยการอีกด้วย เบื้องต้น จะมีการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภายใน 3 วัน นอกจากนี้ นายอัจฉริยะ ระบุว่า เรื่องของกระบวนการค้ายาเสพติด ถือว่าเป็นบ่อนทำลายชาติ และเป็นวาระของรัฐบาล […]

คุกคืนแรกหลับสบาย! ‘พีท ลวงโลก’ ไม่เครียด – ตร.เลื่อนนำตัวฝากขัง

วันที่ 11 ก.ย. 61 หลังจากที่ นายธนวรรธน์ คำแหงผล หรือ พีท พ่อค้าขายลอตเตอรี่ กุเรื่องมีลูกค้าถูกสลากรางวัลที่ 1 มูลค่า 90 ล้านบาท ได้เข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เมื่อวานนี้ ความคืบหน้าช่วงเช้าของวันที่ 11 ก.ย. ที่ สภ.โคกขาม นายพีท ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ภายในห้องควบคุมผู้ต้องหาของ สภ.โคกขาม โดย นายพีท ได้บอกกับผู้สื่อข่าวด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสว่า ตอนนี้ไม่ได้รู้สึกเครียดนัก แล้วก็รู้สึกสบายใจขึ้น เพราะได้อธิบาย และให้การกับตำรวจไปหมดแล้ว ส่วนกรณีดังกล่าวยังคงยืนยันว่าตนไม่ได้ตั้งใจ ทำขึ้นมาเล่นๆ ไม่ทราบว่าใครนำรูป และข้อความไปโพสต์ต่อ สำหรับเมื่อคืนนี้ ตนเองนอนหลับได้ปกติ แต่อากาศค่อนข้างหนาว และสภาพของห้องขังไม่ได้เหมือนกับนอนที่บ้าน วันนี้จึงตื่นมาออกกำลังกายตั้งแต่ตี 4 ซึ่งตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ไม่ได้มีใครมาเข้าเยี่ยม เนื่องจากแม่ต้องอยู่บ้านเพียงลำพัง ทำให้ไม่สามารถเดินทางมาเองได้ ส่วนแฟนสาวขณะนี้อยู่ไม่ได้อยู่ที่จังหวัดสมุทรสาครและตนก็ยังติดต่ออีกฝ่ายไม่ได้ ทั้งนี้ นายพีท ระบุว่า แม่ตนได้มอบอำนาจให้ ว่าที่เรือตรีศักดิ์ชาย มีสมบูรณ์ […]

ซึมเศร้าหนัก! “เสี่ยลภ” ไม่ค่อยตอบสนอง – รอง ผบ.ตร. เตรียมแถลงหลังจับกุม

ทีมชุดสืบสวนเตรียมนำตัว “เสี่ยลภ” ผู้ต้องหายิงน้องเนิร์สเสียชีวิตในรถเก๋ง ไปแถลงข่าว และสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองนครปฐม หลังควบคุมตัวได้ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา วันที่ 6 ก.ย. 61 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. พร้อมเจ้าหน้าที่นายตำรวจระดับสูงจะเดินทางมาแถลงข่าวการจับกุมตัวผู้ต้องหาที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม ขณะนี้จึงอยู่ในระหว่างเตรียมแถลงข่าว หลังจากเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน 1 กองบังคับการสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 7 ได้ควบคุมตัวนายวัลลภ ห้วยหงษ์ทอง หรือ “เสี่ยลภ” ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐมที่ จ 322/2561 วันที่ 4 ก.ย. 61 ข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง พาอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนเข้ามาในเมืองทางสาธารณไดยไม่มีเหตุอันควรฯ ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชน ภายหลังจากที่มีการสอบสวนเค้นความจริงอย่างหนักภายในเซฟเฮาส์แห่งหนึ่งใน ต.หัวโป่ง อ.บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นรอยต่อติดกับจังหวัดนครปฐม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในระหว่างควบคุมตัวเสี่ยลภ แต่รายละเอียดยังไม่ทราบว่า นายวัลลภให้การรับสารภาพตามหมายจับหรือไม่ อย่างไรก็ดี ทีมทนายความส่วนตัวของเสี่ยลภ เดินทางมารอตั้งแต่ช่วงเช้า ทำให้ทราบว่า “ผู้ต้องหายังคงปฏิเสธการให้ปากคำในชั้นพนักงานสอบสวน ขอให้ปากคำในชั้นศาลต่อไป หลังจากการแถลงข่าวแล้ว จะมีการนำตัวไปยังศาลจังหวัดนครปฐมต่อไป […]

‘ษิทรา’ แจงปมท้า ‘ทนายครู’ ลาออกหากแพ้คดี ถามกลับ…ใครกันแน่ผิดมรรยาททนายความ!?

สืบจากกรณีลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท ระหว่างร.ต.ท.จรูญ วิมูล และนายปรีชา ใคร่ครวญ ที่อยู่ระหว่างการสืบพยานหาข้อเท็จจริงว่าเป็นของใครนั้น โดยทางนายวรยุทธ บุญวงษ์ใส ทนายความครูปรีชา เปิดเผยว่า ตนเองเคยบอกไปแล้วว่าไม่รับคำท้าย ซึ่งเหตุผลที่ไม่รับไม่ได้เกิดความกลัวแต่อย่างใด แต่กลัวว่าสภาทนายความจะเสียหาย โดยเรื่องนี้อยากขอให้สภาฯ เข้ามาดูแลเป็นกรณีพิเศษ (อ่านเพิ่มเติม : ทนาย “ครูปรีชา” ไม่รับคำท้า “ษิทรา” เลิกเป็นทนายแพ้คดี จี้สภาฯ สอบทำผิดมรรยาท (คลิป)) ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2561 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ และเป็นทนายความของ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ในคดีดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก โดยระบุถึงการที่ทนายวรยุทธ ไม่รับคำท้าเพราะกลัวว่าสภาทนายความฯ จะเสียหาย และมองว่าเรื่องการท้าทายเช่นนี้ผิดมรรยาททนายความด้วยนั้น ตนอยากลองมาศึกษามรรยาททนายความกัน การที่ท้าทนายวรยุทธ หากฝ่ายใดแพ้คดีให้เลิกเป็นทนายไม่มีข้อกำหนดมรรยาทข้อไหนบอกว่าเป็นการผิดมรรยาท นอกจากนี้นายษิทรายังบอกอีกว่า…แต่ที่ผิดมรรยาทมีแน่นอน 4 ข้อที่ชัดๆ ในข้อบังคับสภาทนายความเลยก็คือ […]

เพจกฎหมายชี้ นายจ้างหักเงินมาสาย ผิด พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน โทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 1 แสน

เชื่อว่าหลายๆ คนที่ทำงานตามบริษัทหรือสถานที่ต่างๆ คงจะเคยมาทำงานสาย และถูกหักเงินไประเบียบบริษัทกันมาแล้ว แต่เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก สายตรงกฎหมาย ของ ทนายรัชพล ศิริสาคร ได้อธิบายเรื่องราวดังกล่าวตามกฎหมายดังนี้… เชื่อว่าในสถานประกอบกิจการต่างๆ ลูกจ้างคงจะโดนหักเงินจากนายจ้างมิใช่น้อย ซึ่งจริงๆ แล้ว ตามกฎหมายเค้าห้ามนายจ้างหักเงินมั่วๆ โดยเฉพาะเมื่อมาสาย นายจ้างจะหักเงินได้แค่ที่กฎหมายกำหนด ใน พรบ คุ้มครองแรงงาน มาตรา 76 ระบุว่า ห้ามมิให้นายจ้างหักค่าจ้าง นายจ้างจะหักค่าจ้างได้กรณีดังนี้ – หักภาษีหรือชำระเงินอื่นๆ ที่กฎหมายกำหนด – หักค่าสหภาพ – ชำระหนี้สหกรณ์ – หักเงินประกันบางประเภท หรือหักค่าเสียหายโดยลูกจ้างต้องยินยอม – หักเงินสะสม ดังนั้น มาสาย หักเงินไม่ได้ ใครโดนก็ไปร้องเรียนได้ที่ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานครับ หากฝ่าฝืนมีโทษสูงสุด คุก 6 เดือน ปรับ 1 แสน ตามมาตรา 144

ทนายเดชา แจงเหตุศาลอาญายกฟ้องคดีฆ่าคนตาย จนเกิดเหตุดิ่งตึกศาลชั้น 8 ดับ

สืบเนื่องจากกรณีที่ นายศุภชัย คัฬหสุนทร ปีนหน้าต่างกระโดดลงมาจากชั้น 8 ของศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก กระแทกกับพื้นเสียชีวิตทันที เนื่องจากนายศุภชัย ผิดหวังกับคำพิพากษาของศาล ที่ตัดสินยกฟ้องจำเลยคดีฆ่าผู้อื่น เนื่องจากเมื่อวันที่ 15 เม.ย. 59 จำเลยได้ใช้มีดปลายแหลม แทงนายธนิต คัฬหสุนทร ซึ่งเป็นลูกของนายศุภชัยจนเสียชีวิต (อ่านเพิ่มเติมที่ : พ่อผิดหวังคดี ศาลยกฟ้องจำเลยฆ่าลูก ดิ่งตึกศาลชั้น 8 ดับ) ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2561 นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความชื่อดังและเจ้าของเพจ ทนายคลายทุกข์ ได้โพสต์คลิปวิดีโออธิบายสาเหตุที่ศาลอาญายกฟ้องคดีฆ่าคนตาย จนเป็นเหตุให้พ่อคนตายเกิดความผิดหวังและกระโดดอาคารศาลตายในวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้… ก่อนอื่นผมในฐานะทนายความขอกราบเรียนต่อว่าศาลยุติธรรมของไทยนั้นมีมาตรฐานการพิจารณาคดีเทียบเท่าสากล การนำสืบพยานของฝ่ายโจทก์จะต้องนำสืบจนสิ้นความสงสัย ถ้ายังมีความสงสัยอยู่พอสมควรคดีมีโทษถึงขั้นประหารชีวิตศาลก็ต้องยกฟ้อง คดีนี้ไม่มีประจักษ์พยานและไม่มีวงจรปิดเห็นขณะจำเลยกระทำความผิด รวมทั้งพยานที่เป็นประจักษ์พยานให้การไว้ในชั้นสอบสวนเป็นเพียงพยานบอกเล่า โจทก์ไม่สามารถนำตัวมาเบิกความในชั้นศาลได้ ส่วนพยานหลักฐานอื่นนั้นยังไม่ชัดเจนศาลจึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้กับจำเลย แต่ไม่ได้หมายความว่าจำเลยไม่ใช่คนร้าย แต่พยานหลักฐานไปไม่ถึงสิทธิ์ของผู้เสียหายคืออุทธรณ์ฎีกาต่อไปครับเป็นกำลังใจให้ญาติของผู้ตายครับ

ทนายเกิดผล เปิดข้อกฎหมายกรณี ‘เจ้าบ่าวชิ่งงานวิวาห์’ ชี้ผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น

สืบเนื่องจากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้เผยแพร่ภาพสดงานแต่งงานของตัวเอง โดยเจ้าสาวได้ขึ้นเวทีไปกล่าวขอบคุณแขกที่มาร่วมงานทั้งน้ำตาเพียงลำพัง เนื่องจากเจ้าบ่าวไม่มาร่วมงาน โดยภายหลังญาติเจ้าสาว ให้ข้อมูลว่า ทั้งสองฝ่ายมีการสู่ขอกันตามประเพณีปกติ ไม่ได้มีอะไรเป็นลางบอกเหตุว่าจะเบี้ยวงานแต่งงาน  (อ่านเพิ่มเติม : แฉ! เจ้าบ่าวชิ่งวิวาห์ จับได้มีกิ๊ก อ้างสินสอดไม่พอ ญาติฝ่ายชายเรียก 1ล้าน ยอมแต่งแทน (คลิป)) ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2561 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความชื่อดังได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เกิดผล แก้วเกิด เพื่ออธิบายข้อกฎหมายเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้… การที่เจ้าบ่าวทิ้งงานวิวาห์ เป็นเรื่องของการผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น การสมรส ที่กฎหมายรับรอง และคุ้มครองให้ มีได้กรณีเดียวคือ #การจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายเท่านั้น การอยู่กินกันฉันสามีภรรยา โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส แม้จะมีการจัดงานแต่งงานใหญโต เชิญแขกเหรื่อ มากมายแค่ไหน ในทางกฎหมายก็ถือว่า ไม่ใช่การสมรส แต่การสมรสตามกฎหมาย อาจมีการหมั้นหมาย ก็ได้ การหมั้น คือ การที่ฝ่ายชายส่งมอบทรัพย์ให้กับหญิงเพื่อเป็นสัญญาว่าทั้งสองฝ่ายจะสมรสกัน เมื่อหมั้นแล้ว ก็ต้องไปจดทะเบียนสมรส แต่ก่อนไปจดทะเบียนสมรสกัน อาจมีข้อตกลงกันอย่างใด ก็ได้ […]

ทนายตั้ม โพสต์เตือน ‘ผู้ค้ำประกัน’ หากแก๊งครู ‘ชักดาบหนี้’ เสี่ยงโดนฟ้อง

สืบเนื่องจากกรณีกลุ่มวิชาชีพครู รวมตัวกว่า 100 คน ประกาศปฏิญญามหาสารคาม เรียกร้องให้รัฐบาลและธนาคารออมสิน พักหนี้ โครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครู และบุคลากรทางการศึกษา หรือ ช.พ.ค. ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 61 เป็นต้นไป และได้มีการชี้แจ้งจาก นายธีร์สุริยนต์ สุวรรณวงศ์ เลขาธิการสมาคมช่วยเพื่อนครู ที่ระบุว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่ใช่การเบี้ยวหนี้ แต่ต้องการหยุดจ่าย เพื่อให้มีการเจรจาก่อน ซึ่งจะเริ่มชำระได้เมื่อใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการพักหนี้ และรัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาดังกล่าวเมื่อใด (อ่านเพิ่มเติมที่ : แก๊งครูโต้ชักดาบหนี้ ช.พ.ค. งดจ่ายไม่เรียกเบี้ยว แค่รอชำระถ้ามาเจรจา (คลิป)) อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา ทนายตั้ม – ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กโดยกล่าวถึงประเด็นการขอพักชำระหนี้ของกลุ่มวิชาชีพครูในครั้งนี้ว่า ตามกฏหมายใหม่เจ้าหนี้สามารถฟ้องผู้ค้ำประกันให้รับผิดได้ หากเจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันแล้ว แต่ทั้งนี้สัญญาค้ำประกันต้องระบุชัดเจนว่า ค้ำประกันหนี้อะไร จำนวนเท่าไร หากระบุไม่ชัดเจน ผู้ค้ำประกันอาจหลุดพ้นความรับผิด ซึ่งหากครบตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวผู้ค้ำประกันอาจถูกฟ้องและบังคับคดียึดทรัพย์ได้

ทนายเกิดผล ชี้ ‘โทษประหารชีวิต’ ไม่ลดอาชญากรรม แต่ทำให้อาชญากรลดลง

สืบเนื่องจากกรณีการเผยแพร่เอกสารประชาสัมพันธ์ฉบับหนึ่งของกรมราชทัณฑ์ โดยมีเนื้อหาระบุถึงการลงโทษ ‘ประหารชีวิต’ นักโทษในคดีฆ่าผู้อื่นอย่างทารุณโหดร้ายเพื่อชิงทรัพย์ เมื่อวันที่ 17 ก.ค.55 เหตุเกิดที่จังหวัดตรัง โดยได้มีการทำร้ายและบังคับให้เอาทรัพย์สิน รวมทั้งใช้มีดแทงผู้ตาย รวม 24 แผล เป็นเหตุให้เหยื่อถึงแก่ความตาย ซึ่งได้ดำเนินการเมื่อเวลา 15.00–18.00 น. โดยกรมราชทัณฑ์ ได้ดำเนินการบังคับโทษตามคำพิพากษาของศาล (อ่านเพิ่มเติมที่ : ราชทัณฑ์ประหารนักโทษคนแรกในรอบ 9 ปี – เกิดผลชี้ ‘ปฎิญญาสากล’ ถูกยกเลิกอัตโนมัติ!!) ล่าสุด ทนายความเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการประหารชีวิตนักโทษ โดยระบุว่า ‘การประหารชีวิต ไม่ทำให้อาชญากรรมลดได้ แต่ทำให้อาชญากรลดได้’ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้คนในโลกออนไลน์อย่างมาก อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้ออกแถลงการผ่านทางเว็บไซต์ amnesty.or.th และเพจเฟซบุ๊ก Amnesty International Thailand เพื่อขอคัดค้านโทษประหารชีวิตทุกกรณีโดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นความผิดทางอาญาประเภทใด ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะมีบุคลิกลักษณะใด หรือไม่ว่าทางการจะใช้วิธีประหารชีวิตแบบใด จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ (อ่านเพิ่มเติม : […]

ทีมชุดจับกุม ‘สุกิจ’ ยืนยันใช้ยุทธวิธีการจับกุมตามกฎหมาย ไม่ได้กระทำเกินกว่าเหตุ

ทีมชุดจับกุม นายสุกิจ พูนศรีเกษม ทนายความ ยืนยันวิธีการเข้าจับกุมตัว ที่ทางนายสุกิจมองว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุนั้น ยืนยันว่าทุกอย่างที่ทำไปเป็นไปตามยุทธวิธีถูกต้องตามขั้นตอนไม่มี การใช้อาวุธ หรือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ หลังจากที่ กลุ่มสภาทนายความ ของนายสุกิจ พูนศรเกษม ออกมาเรียกร้อง เพราะเกิดความไม่สบายใจ ที่เห็นผู้ที่เป็นทนายความ ถูกกระทำที่สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน และพร้อมออกมาเรียกร้อง ให้ตรวจสอบวิธีการบุกจับกุมนายสุกิจ ของตำรวจกองปราบว่า วิธีการจับกดลงกับพื้น ไม่เหมาะสม ทั้งที่นายสุกิจ เป็นทนายความ การจับกุมดังกล่าวย่อมกระทบ ต่อวิชาชีพ ศักดิ์ศรีของทนายความ และความเป็นมนุษย์ที่จะต้องได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ และป.วิอาญา ทัังนี้ พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บังคับการกองปราบปราม หนึ่งในเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมคดีดังกล่าว เปิดเผยถึงภารกิจการจับกุมว่า ก่อนที่จะมีการเข้าทำการจับกุมตัวนายสุกิจ  ได้มีการประชุมวางแผนเตรียมการกันมาเป็นอย่างดี เพราะทราบดีอยู่แล้วว่า ผู้ต้องหาที่จะถูกจับกุมนั้นเป็นทนายความมีความรู้ ด้านกฎหมายเป็นอย่างดี ซึ่งตอนแรกต้องการ จับกุมตัวแบบละมุนละม่อม เพราะรู้ดีว่าการจับกุมตัวทนายความรายนี้ค่อนข้างเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องกลับ ส่วนยุทธวิธีการเข้าจับกุมตัว ที่ทางนายสุกิจมองว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุนั้น ตนยืนยันว่า ทุกอย่างที่ทำไปนั้น เป็นไปตามยุทธวิธีถูกต้องตามขั้นตอนไม่มีการใช้อาวุธ หรือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ เพราะปฏิบัติตามยุทธวิธีตามกฎหมาย ป.วิอาญา ที่ว่าด้วย บุคคลใดที่ขัดขวางหรือหลบหนีผู้จับสามารถใช้ยุทธวิธีการจับกุมตามความเหมาะสมตามแต่สถานการณ์ อีกทั้งก่อนการจับกุมก็ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับให้ได้รับทราบ พร้อมทั้งเชิญตัว […]

ไฟแนนซ์ปิดปากแจงเหตุ ยึดรถถูกขับทับ – สาวโต้ ตกใจไร้เจตนาชน (คลิป)

จากกรณีกลุ่มชายสวมสูทสีดำ ล้อมเจ้าของรถยนต์เก๋ง ที่มีหญิงวัย 41 ปี พร้อมลูกชายวัย 5 ขวบ ที่กำลังอยู่ในอาการตกใจ บริเวณใกล้ปั้มน้ำมัน ในซอยวัดศรีวารีน้อย ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ที่เกิดเหตุมีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อคือ นายวาริน เดชชัย ถูกรถเก๋งคันดังกล่าว ทับร่างได้รับบาดเจ็บ (ชมคลิป) เบื้องต้น รถคันดังกล่าวเป็นรถคันที่ถูกบริษัทไฟแนนซ์เรียกคืน เนื่องจากค้างชำระค่างวด 7 งวด ขณะที่ หญิงคนขับรถ อายุ 41 ปี เล่าว่า ไม่ได้ตั้งใจจะชนหรือเหยียบซ้ำ แต่ขณะเกิดเหตุ กลุ่มพนักงานของบริษัทไฟแนนซ์ 4 คน พยายามเข้ามายึดรถ ตนเองก็แจ้งว่าขอใช้ไปรับลูกชายที่โรงเรียนก่อน และจะกลับมาเจรจา ยินยอมให้พนักงานติดรถไปรับลูกชายด้วย แต่พนักงานไม่ยอม ระหว่างนั้นรถเฉี่ยวชนพนักงานจนล้ม และทับร่าง โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ นอกจากนี้ คดีเรื่องรถอยู่ในชั้นศาลแล้ว วันนี้ (16 มิ.ย. 61) ทีมข่าวเดินทางมาที่โรงพยาบาลย่านสุขสวัสดิ์ เพื่อสอบถามอาการบาดเจ็บที่ห้องพักผู้ป่วยของ นายวาริน […]

อดีตทหารอากาศโพสต์ภาพก้มกราบ ‘ทนายตั้ม’ เผยทำให้ด้วยใจ ไม่ใช่การแสดง

จากกรณีที่ดลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพของชายคนหนึ่งที่กำลังก้มกราบ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความชื่อดังที่กำลังตกเป็นประเด็นในเรื่องของเครื่องแบบ ที่บางฝ่ายมองว่าเป็นการสร้างภาพลักษณ์ไม่ดีให้กับวิชาชีพทนายความ แต่ล่าสุดได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ R-Lek Khamsri ได้อ้างตนว่าเป็นบุคคลในภาพ และยังระบุว่าตนเป็นอดีตทหารอากาศที่ถูกจับในคดียาเสพติด แต่สุดท้ายศาลตัดสินให้เป็นผู้บริสุทธิ์ ซึ่งเป็นความช่วยเหลือจากทนายคนดังรายนี้ พร้อมทั้งชี้แจงกรณีที่ก้มกราบทนายความว่…ผมได้รับความช่วยเหลือจากพี่ทนายตั้มที่ช่วยทำให้ผมได้มีโอกาสออกมาตอบแทนพระคุณของพ่อกับแม่ และได้กลับมาดูแลท่านทั้งสองอีกครั้ง …” ถ้าหากเป็นคุณบ้างคุณจะทำอย่างที่ตัวผมทำหรือไม่…? “

keyboard_arrow_up