อินเดียผุด “จ่าเฉย” เฝ้าสี่แยก ด้านผู้ขับขี่เหน็บแสบ หุ่นดีกว่าตำรวจจริง

ที่ “บังกาลอร์” เมืองใหญ่ที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 3 ของอินเดีย ได้นำหุ่นตำรวจ แบบ “จ่าเฉย” ของไทยมาตั้งตามสี่แยก เพื่อช่วยป้องกันปัญหาคนทำผิดกฎจราจร ตำรวจเมืองบังกาลอร์ได้นำหุ่น ที่แต่งกายในเครื่องแบบตำรวจมาตั้งไว้ตามสี่แตกในจุดต่าง ๆ ของเมือง เพื่อให้บรรดาผู้ใช้รถใช้ถนนเข้าใจผิดว่าเป็นตำรวจจริง ๆ ป้องกันปัญหาการทำผิดกฎจราจร ไอเดียการนำหุ่นตำรวจไปตั้งตามถนนในเมืองบังกาลอร์ มีขึ้นหลังกล้องวงจรปิดตามสี่แยกต่าง ๆ พบสถิติการละเมิดกฎจราจร มากกว่า 20,000 ครั้งในแต่ละวัน อย่างไรก็ดี บรรดาผู้ใช้รถใช้ถนนในอินเดียต่างไม่แน่ใจว่าหุ่นตำรวจจะใช้ได้ผลจริงหรือไม่ และหุ่นตำรวจก็มีรูปร่างดีกว่าตำรวจอินเดียทั่วไป ซึ่งทำให้สังเกตได้ง่ายว่าไม่ใช่ตำรวจจริง ๆ ขณะที่บางส่วนมองว่าหุ่นตำรวจช่วยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนไม่กล้าฝ่าฝืนกฎจราจร

ผู้ต้องหาคดียา สับเท้าแตกหนีตำรวจ สุดท้ายเกมเพราะข้างหน้าเป็นโรงพัก

ผู้ต้องหาคดีอาวุธปืนและยาเสพติดหนีการจับกุมบนขบวนรถไฟ แต่ดันวิ่งมุ่งหน้าไปทางสถานีตำรวจ สุดท้ายถูกตามจับตัวไว้ได้ ตำรวจรถไฟ ได้รับรายงานว่า นายสุนทร จันทโร ผู้ต้องหาตามหมายจับของ สภ.สะเดา จ.สงขลา ข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (ใบกระท่อม) ไว้ในครอบครอง เดินทางด้วยรถไฟ ขบวนที่ 448 สุไหงโก-ลก-สุราษฎร์ธานี จึงวางแผนจับกุม โดยเมื่อรถไฟมาถึงหาดใหญ่ ตำรวจรถไฟหาดใหญ่ที่ประจำอยู่บนรถไฟ จึงเข้าขอตรวจบัตรประชาชน และแสดงตัวเข้าจับกุมตามหมายจับ แต่ขณะที่กำลังควบคุมตัวลงจากขบวนรถไฟเพื่อพาไปยังสถานีตำรวจรถไฟหาดใหญ่ นายสุนทร ฉวยโอกาสสะบัดมือเจ้าหน้าที่ และวิ่งหนีสุดชีวิต โดยที่ไม่รู้ว่าด้านหน้า คือ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ สุดท้ายถูกตำรวจรถไฟไล่ติดตามมาและด้านหน้าก็อยู่ใกล้กับ สภ.หาดใหญ่ ทำให้ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ออกมาช่วยสกัดและจับกุมไว้ได้ จากนั้นได้ควบคุมตัวไปยังสถานีตำรวจรถไฟหาดใหญ่เพื่อลงบันทึกและประสาน สภ.สะเดา ให้มารับตัวไปดำเนินคดี

สาวหอบรองเท้า ‘หมาก ปริญ’ เข้าแจ้งความ กังวลติดร่างแหคดี-ตำรวจมึนตึ๊บทั้งโรงพัก

พนักงานสอบสวนมึนตึ๊บ เมื่อมีสาวหอบรองเท้าแจ้งความว่าเป็นรองเท้าของพระเอกชื่อดัง “หมาก ปริญ” ที่ถูกขโมยมา และตนซื้อเอาไว้ในราคา 100 บาท กลัวว่าจะมีความผิดรับของโจร มีเรื่องที่ต้องทำให้พนักงานสอบสวน ถึงกับมึนตึ๊บทั้ง สภ.หาดใหญ่ เมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อ น.ส.สาธินี (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี หอบรองเท้า 2 คู่ และเสื้ออีก 1 ตัวเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน โดยทั้งนักข่าวและตำรวจนั่งฟังกันอยู่นาน จนพอจับใจความได้ว่า ก่อนหน้านี้ให้เงินชายชื่อโอไป 100 บาท เพื่อไปซื้อรองเท้ามาสองคู่ แต่เมื่อตนเห็นรองเท้าก็รู้ทันทีว่าเป็นของ หมาก ปริญ พระเอกภาพยนต์จอมขมังเวทย์ พร้อมเอาภาพพระเอกหนุ่มมาเป็นหลักฐาน ซึ่งรองเท้าถูกขโมยมา ราคาคู่ละ 5-6 พันบาท แต่มาขายต่อในราคาถูกได้อย่างไร จึงต้องมาเข้าแจ้งความไว้เพราะกลัวว่าจะผิดฐานรับของโจร ด้านพนักงานสอบสวน พอฟังคำให้การแล้วเชื่อว่าน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับสภาพจิต แต่เมื่อพยายามขอเบอร์ญาติก็ไม่สามารถติดต่อได้ ส่วน น.ส.สาธินี ก็ต้องการแจ้งความอย่างเดียว เพื่ออยากเอารองเท้าคืนดารา สุดท้ายเรื่องจึงจบลงตรงที่ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้ น.ส.สาธินี สบายใจ และเพื่อให้เห็นว่าตำรวจพร้อมรับเรื่องราวร้องทุกข์ทุกรูปแบบไม่ว่าจะคนปกติหรือไม่ปกติก็ตาม แต่เหมือนจะจบเพราะ น.ส.สาธินี […]

รวบแล้ว! หนุ่มใหญ่อ้างเป็นตำรวจลวงข่มขืนเด็ก 16

ตำรวจนำตัวชายอ้างเป็นตำรวจ ลวงวัยรุ่นสาว 16 ไปข่มขืนในโกดัง ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางชาวบ้านที่รุมสาปแช่ง จากกรณี สาววัย 16 ปี ถูกชายขับรถปาดหน้า อ้างตัวเป็นตำรวจ แล้วทำทีขอตรวจใบขับขี่ ก่อนจะบังคับให้ขึ้นรถยนต์ไปด้วย เพื่อไปสถานีตำรวจ แต่กลับลวนลามแล้วบังคับพาเข้าโกดังร้างที่บ้านตลาด ตำบลนิคม อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อข่มขืนกระทำชำเรา เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา อีกทั้งวันเดียวกัน ชายคนดังกล่าว ยังก่อเหตุลวนลามนักเรียนหญิง ม.3 พื้นที่ตำบลดงพลอง อำเภอแคนดง ล่าสุดช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา (4 พ.ย. 62) ชุดสืบสวน นำหมายศาลจังหวัดบุรีรัมย์ เข้าจับกุมตัว นายสฐาน อ่อนดีกุล ที่บ้านพัก ในตำบลสระบัว อำเภอปทุมรัตน์ จังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมแจ้งข้อหา “กระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้”

นักธุรกิจพัทลุงโวย ตรวจเจอฉี่ม่วงทั้งที่ไม่ได้เสพ เชื่อตำรวจผิดพลาด

นายสมชัย หนูนวล อายุ 38 ปี ชาว จ.พัทลุง เป็นนักธุรกิจขายส่งกล้วยหอม และเป็นอาจารย์สอนพิเศษให้กับมหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา พร้อมทนายความ นำหลักฐานผลตรวจเลือดจาก รพ.รามาธิบดีโชว์ ระบุ ถูกตำรวจตรวจปัสสาวะ ผลออกมาเป็นสีม่วง ทั้งที่ตนไม่เคยเสพยา นายสมชัย เล่าว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนเองขับรถกระบะกลับจากส่งกล้วยหอมให้กับลูกค้า ในจ.สุราษฎร์ธานี กำลังจะกลับพัทลุง เมื่อมาถึงจุดตรวจบริเวณถนนเลี่ยงเมือง ต.มะขามเตี้ย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี มีตำรวจตั้งด่านตรวจ ก็ขับเข้าด่านตามปกติ เจ้าหน้าที่ให้ตนเองลงไปตรวจปัสสาวะ ตนก็ให้ความร่วมมือ ตนไม่เห็นขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่นำปัสสาวะของตนไปตรวจ แต่มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งตะโกนบอกว่า “คืนนี้ไม่ได้กลับบ้านแน่ ต้องนอนโรงพัก” ก่อนจะเข้ามามาควบคุมตัวนไปที่ป้อมบึงขุนทะเล เพื่อไปทำบันทึกจับกุม แล้วให้ตนเองเซ็นรับสารภาพ ตนเองไม่ยอมเซ็นเพราะยืนยันว่า ไม่ได้เสพยาเสพติด แต่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม บอกว่า “ให้เซ็นไปก่อน เดี๋ยวเรื่องไม่จบ” จึงได้จำใจเซ็นเพราะความกลัวและเป็นห่วงความปลอดภัยตัวเอง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปตรวจหาสารเสพติดอย่างละเอียดที่ รพ.สุราษฎร์ธานี ผลตรวจออกมาก็พบว่า มีสารเสพติดมากกว่า 1 พันนาโนกรัม ต่อ มิลลิกรัม ตนเองจึงได้ขอตรวจใหม่อีกครั้งที่โรงพยาบาล แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยินยอม แล้วควบคุมตัวนายสมชายเข้าห้องขัง […]

เตือนภัย! สาวสติไม่ดีจิกหัวตบ ตร.ไม่ดำเนินคดี-คู่กรณีโทรรังควานไม่เลิก

สาวโพสต์ ถูกหญิงสติไม่ดีทำร้ายร่างกาย ในร้านสะดวกซื้อ เข้าแจ้งความแล้ว ตำรวจอ้างดำเนินคดีไม่ได้ เพราะผู้ก่อเหตุสติไม่ดี ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์เตือนภัย หลังถูกสาวสติไม่ดีทำร้ายร่างกาย กระชากหัว ทำให้ผมหลุดติดมือ พร้อมด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ภายในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ย่านรามคำแหง ก่อนจะเข้าแจ้งความที่ สน.หัวหมาก โดยตำรวจอ้างว่า หญิงคนดังกล่าวสติไม่ดี ดำเนินคดีไม่ได้ แถมตำรวจยังให้ข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหายรั่ว ทำให้สาวสติไม่ดีโทรศัพท์มาด่าตน-ครอบครัว ทีมข่าวได้ไปคุยกัน น.ส.จิน (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ผู้เสียหาย ซึ่งบอกว่า เมื่อค่ำวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะกลับบ้าน ได้แวะร้านสะดวกซื้อที่เกิดเหตุ เวลานั้นเห็นผู้ก่อเหตุยืนคุยกับพนักงานร้าน โดยระหว่างที่ตนยืนอยู่ที่จุดขายขนม หญิงคนดังกล่าวได้เดินเข้ามาดึงเสื้อกันหนาวที่ตนถืออยู่ พร้อมด่าตนไม่หยุด ทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน พอตนเดินหนีก็โดนกระชากหัวอย่างแรง จนผมหลุดเต็มไปหมด ก่อนจะโดนต่อยหน้าจนจมูกบวม เลือดไหล และยังเหวี่ยงตนเองลงพื้น จนเล็บมือเปิดเลือดไหล หลังเกิดเหตุ ตนได้ไปแจ้งความที่ สน.หัวหมาก และได้เจอกับหญิงคนดังกล่าว โดยผู้ก่อเหตุพยายามเข้ามาทำร้ายอีกครั้ง โชคดีแม่ตนผลักประตูไว้ทัน ทำให้ไม่สามารถเข้ามา ทั้งนี้ ตำรวจ ได้แจ้งว่า […]

สาวถูกตำรวจขับรถชน ขณะไล่จับเด็กแว้นเสียชีวิตแล้ว

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์คลิป เป็นภาพผู้หญิง 2 คน นอนอยู่กลางถนน ใกล้กันพบรถกระบะของตำรวจจอดกระพริบไฟอยู่ โดยผู้โพสต์ระบุข้อความว่า “เกินไป!! เลิกงานมา เห็นคาตา เค้ามากับแฟนทอม เล่นชนมั่วเลย ไม่เห็นไม่กล้าพูดครับ ปากซอยมีกล้องพอดี สภ.พระประแดง” (อ่านเพิ่มเติม เปิดคลิปนาทีตำรวจควบกระบะไล่แว้น แต่พุ่งชนทอมดี้สาหัส – ตร.ยันไม่ตั้งใจ พร้อมชดใช้ (คลิป)) ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุ บริเวณปากซอย สุขสวัสดิ์ 39 ต.บางพึ่ง อ.พระประเเดง ตรงนี้เป็นถนน 6 เลน (ไป 3 – กลับ 3) พบว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย คือ น.ส.สุธิตา เเพงคำ อายุ 20 ปี (สาวทอม) เเละ น.ส.วราภรณ์ สุขหอม อายุ 37 ปี […]

รองโฆษก ตร. ติงหนุ่มหัวร้อน อย่าแอบอ้างรู้จักนายตำรวจ

วันที่ 23 ตุลาคม 2562 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์มีการนำเสนอเกี่ยวหนุ่มขับรถเก๋งหัวร้อน ด่ากราด รถยนต์กระบะคู่กรณีที่เฉี่ยวชนกัน พร้อมอ้างรู้จักผู้ใหญ่ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแพร่หลาย ว่าได้รับรายงานจาก สภ.พุทธมณฑล ภ.จว.นครปฐม ว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ต.ค. 62 เวลาประมาณ 11.00 น. บริเวณจุดกลับรถ ด้านหน้าพุทธมณฑล บนถนนพุทธมณฑลสาย4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยฝ่ายรถยนต์เก๋งขับมาจากฝั่งถนนเพชรเกษม มากลับรถบริเวณดังกล่าว ต่อมาฝ่ายรถรถยนต์กระบะได้ขับขี่มาในทิศทางตรงจากศาลายา แล้วมาถึงบริเวณจุดกลับรถจึงได้เกิดการเฉี่ยวชนกัน แล้วมีการกระทบกระทั่งพร้อมและพูดจาด่าว่ากัน ตามคลิปที่สื่อสังคมออนไลน์ได้นำเสนอไปแล้วนั้น อีกทั้งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า คู่กรณีทั้งสองฝ่ายนั้นได้ใช้สิทธิกับบริษัท ประกันภัย ตกลงไกล่เกลี่ย และชดใช้ค่าเสียหายซ่อมรถที่เกิดจากการเกิดเฉี่ยวชนให้แก่กัน รองโฆษก ตร. กล่าวอีกว่า ส่วนในประเด็นที่มีการด่าว่าหรือดูหมิ่นกันนั้น คงต้องมีการตรวจสอบว่าเป็นความผิดต่อส่วนตัวหรือเป็นความผิดต่ออาญาแผ่นดิน หากเป็นความผิดต่อส่วนตัวแล้วฝ่ายที่เสียหาย จะต้องมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเสียก่อน ส่วนหากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นความผิดต่ออาญาแผ่นดิน เจ้าหน้าที่รัฐก็สามารถกล่าวโทษเองเพื่อดำเนินการตรมขั้นตอนของกฎหมายได้ “ส่วนที่ชายคนดังกล่าวได้พูดในคลิปลักษณะที่ว่า “ตนเองอายุ 24 ปี […]

ผกก. แจงตำรวจชุดจับกุมชายช็อตปลาว่ายน้ำหนี จมดับกลางบ่อ ไม่ช่วยเพราะไม่เห็น ขออย่าเข้าใจผิด

จากกรณี นายวิรัตน์ รุ่งเรือง อายุ 40 ปี กับเพื่อนอีก 1 คน ออกมาหาปลาบริเวณใกล้กับบ่อดินในท้องที่บ้านทุ่งนาจีน เขตตำบลหารโพธิ์ อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ด้วยการใช้วิธีช็อตไฟฟ้า ในขณะเดียวกันก็มีตำรวจจาก สภ.เขาชัยสน เข้ามาแสดงตัวเพื่อจับกุม ทำให้ผู้ตายกับเพื่อนตกใจ กระโดดหนีไปคนละทิศละทาง โดยผู้ตายกระโดดลงในบ่อ หวังว่ายน้ำไปขึ้นอีกฝั่ง แต่ไปพบตำรวจยืนรออยู่ก่อนหน้าแล้ว ทำให้ผู้ตายตัดสินใจว่ายกลับ จนกระทั่งถึงบริเวณกลางบ่อ ผู้ตายก็จมน้ำหายไป โดยญาติของผู้ตายเรียกร้องให้ตำรวจทบทวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เพราะตำรวจเป็นผู้รักษากฎหมาย ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นคนร้ายหรือไม่ใช่ หากตกน้ำก็ต้องเข้าช่วยก่อน ไม่ใช่ยืนดูคนจมน้ำอยู่ 30 นาที แล้วเดินจากไป ล่าสุด พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ สุวรรณนพมาศ ผกก.สภ.เขาชัยสน กล่าวถึงกรณีนี้ว่า หลังจากรับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีชาวบ้านออกหาปลาโดยใช้วิธีช็อตปลา ก็ได้ส่งชุดสายตรวจออกตรวจ แต่เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจยอมรับว่าเห็นแสงไฟฉายของชายหาปลา ประมาณ 2 คน ในระยะห่างไกล หลังจากนั้น แสงไฟฉายของชายหาปลาก็ดับไป และเจ้าหน้าที่ก็ไม่เห็นชายหาปลา เนื่องจากเป็นเวลา 04.00 น. บริเวณดังกล่าวมืดสนิท หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ […]

รองโฆษกสตช. ขอความร่วมมือ “หนิง ปณิตา” แจงข้อมูลเพิ่มเติม ปมโพสต์เกรี้ยวกราดพาดพิงตำรวจ

จากกรณีนักแสดงคุณแม่ลูกหนึ่ง “หนิง ปณิตา” โพสต์ดุดันกลางไอจีว่า “ด้วยความไม่รู้ทาง วันนี้ต้องขับรถเองเพื่อเอารถไปเข้าฉาก ขับผิดเลนแล้วหักออก ถูกตำรวจจับ ยอมรับมันคือสิ่งถูกต้องสำหรับการผิดกฎ ประโยคแรกที่พูดกับคุณตำรวจ “เขียนใบสั่งได้เลยค่ะ (อินเนอร์คือผิดยอมรับไม่ได้กวน) แต่คุณตำรวจทำเป็นถามนั่นนี่เดินวนไปวนมา ถามแม้กระทั่งชื่อยี่ห้อรถ (เออท้ายรถที่เดินวนไปมาก็มียี่ห้อติด) คือแบบรู้เลย จะเอาตังค์เพราะคนส่วนมากจะขอช่วยหน่อยน้า เลยพูดไปว่า ขอโทษนะคะที่ทำให้เสียเวลา เขียนใบสั่งมาเถอะค่ะ ทำผิดก็ต้องปฏิบัติตามกฎ ถ้าตำรวจมายกโทษให้เรารับตังค์ ก็คงมีคงผิดแบบนี้ไปเรื่อย ๆ สังคมมันถึงได้เห็นแก่ตัวขึ้นทุกวัน พูดแรงไปมั้ยอะ แต่มันคือเรื่องจริง ตำรวจดี ๆ ก็มีเยอะ แต่คนเกลียดตำรวจมันก็ไม่ต่างกับสุภาษิตไทย #ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งข้อง” ล่าสุดวันนี้ 21 ต.ค. 2562 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ต้องขอตรวจสอบก่อนว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในพื้นที่ สน.ใด ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพื่อสอบถามข้อมูลว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีข้อเท็จจริงอย่างไร ขั้นตอนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างไร รวมถึงที่มาที่ไปในการเรียกรถของดาราสาว หนิง ปณิตา ทั้งนี้ ขอความร่วมมือไปยังดาราสาวให้เข้ามาพบเพื่อให้ข้อมูลกับตำรวจ เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและเพื่อคลี่คลายข้อสงสัยของสังคม

เศร้า ผู้กำกับโรงพักพัทยาหัวใจวายเฉียบพลัน ขณะเดินทางไปประชุม แพทย์สุดยื้อ

วันที่ 18 ต.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.อตินันท์ นุชนารถ รักษาราชการแทน ผกก.สภ.เมืองพัทยา เสียชีวิตลงแล้ว ที่ รพ.เมืองชลบุรี โดยแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า อาการหัวใจวายเฉียบพลัน สืบเนื่องจากขณะที่ พ.ต.อ.อตินันท์ นุชนารถ กำลังเดินทางไปประชุมที่กรุงเทพฯ แต่มีอาการเจ็บหน้าอกและหมดสติไป คนขับรถเห็นว่าใกล้พื้นที่ รพ.เมืองชลบุรี จึงนำส่งอย่างรวดเร็ว ซึ่งทีมแพทย์ได้ทำการปั๊มหัวใจช่วยเหลือจนกลับมามีชีพจรอีกครั้ง แต่เพียงไม่นาน หัวใจหยุดเต้น ในเวลา 13.49 น. ที่ผ่านมา สำหรับ พ.ต.อ.อตินันท์ นุชนารถ ภูมิลำดับเนาเดิมอยู่ที่ จ.ลพบุรี จบโรงเรียนตำรวจในรุ่นที่ 36 ก่อนหน้านี้ ได้ตำรวจตำแหน่งผู้กำกับการ สภ.เมืองชลบุรี ก่อนย้ายมารักษาราชการแทน ผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยา ในวันที่ 2 ก.ย. 62 และเสียชีวิตลงในวัย 59 ปี ก่อนเกษียณอายุราชการ

ดราม่า! อดีตเด็กแว้นมาเป็นตำรวจ เข้าใจหัวอก…ไม่จับแว้นด้วยกัน

โลกเซียลเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ภายหลังจาก “สิบตำรวจตรี” นายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุ “จากเด็กแว้นที่มีแต่คนเคยด่า เคยว่า กลับกลายเป็นสิบตำรวจตรีที่คนนับหน้าถือตา # ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ไม่ยอมแพ้กับคำดูหมิ่นของคนอื่นนะครับ” พร้อมเผยภาพของตนเองในอดีตขณะยังวัยรุ่นสายแว้น กับภาพในปัจจุบันที่สวมเครื่องแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ทว่ากลับกลายเป็นดราม่าร้อนแรง เมื่อมีชาวเน็ตและเพื่อน ๆ ของตำรวจคนดังกล่าว เข้ามาแสดงความเห็นเกี่ยวกับเด็กแว้น ซึ่งสิบตำรวจตรีได้แสดงความเห็นไปว่า “ผมไม่เคยคิดจับเขาอยู่แล้ว ไม่จับสายแว้นด้วยกันแน่นอน เข้าใจครับ ผมผ่านมาก่อน” ทำให้ความเห็นดังกล่าวกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และปมดราม่าอย่างหนัก โดยชาวเน็ตส่วนใหญ่ต่างแสดงความเป็นห่วงในการบังคับใช้กฎหมายที่อาจจะมีการเลือกปฎิบัติ รวมไปถึงหากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคิดเห็นเหมือนกับตำรวจอดีตเด็กแว้นคนดังกล่าว การบังคับใช้กฎหมายในอนาคตก็น่าเป็นห่วงเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่จนกลายเป็นที่วิจารณ์ไปไม่นาน “สิบตำรวจตรี” คนดังกล่าว ได้ทำการลบโพสต์ออกไปเป็นที่เรียบร้อย แต่ก็มีชาวเน็ตสามารถแคปเจอร์โพสต์เอาไว้ได้ ขณะที่เจ้าตัวก็ได้สำนึกผิดโพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้ง ขอโทษสังคมและผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และสัญญาว่าจะปฏิบัติตนเป็นตำรวจที่ดี

2 ตำรวจฮีโร่! เล่านาทีชีวิต บุกล็อกชายคลั่งอาละวาด ถูกแทงเจ็บแต่ใจสู้ ห่วง ปชช. ต้องปลอดภัย

จากเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ บุกชาร์จตัว นายสมศักดิ์ ที่คุ้มคลั่ง ใช้มีดแทงหลานชายพิการจนเสียชีวิต ที่บ้าน หมู่ที่ 15 ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ โดยตำรวจใช้ความพยายามพูดจาเกลี้ยกล่อมนายสมศักดิ์ให้สงบสติอารมณ์ และให้วางอาวุธมีดลง จนเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง ตำรวจสังเกตเห็นนายสมศักดิ์เริ่มมีอาการอ่อนล้า จึงได้ตัดสินใจบุกเข้าชาร์จจากทางด้านหลัง แต่นายสมศักดิ์หันกลับมา และใช้มีดแทงสวน จนทำให้ปลายมีดแฉลบไปถูก ร.ต.อ.นราธิป น้อยฉิม และ ร.ต.อ.อิทธิพล ศิริมงคลรอง ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหล่มสัก ซึ่งขณะนี้ทั้งคู่อาการปลอดภัยแล้ว ด้านนายสมศักดิ์ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจล็อกตัวจับกุมได้ และถูกควบคุมตัวไปที่ สภ.หล่มสัก เพื่อดำเนินคดีในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา จากการตรวจสอบพบว่าผู้ก่อเหตุมีประวัติป่วยเป็นโรคประสาท ล่าสุด วันที่ 9 ต.ค. 62 ร.ต.อ.นราธิป น้อยฉิม ผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งเหตุ จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ เมื่อเข้าไปถึง ขณะนั้นเป็นช่วงเวลาเย็นแล้ว พบว่า ผู้ก่อเหตุอยู่ในอาการคุ้มคลั่ง วิ่งไปทั่ว และมีท่าทางว่าจะทำร้ายตัวเอง และจะไปทำร้ายคนอื่นอีก […]

ส.ต.ท. เครียดเรื่องงาน คว้าปืน 9 มม. ยิงหัวตัวเอง ตายคาที่บนโรงพักปัตตานี

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 ก.ย. ที่สภ.ราตาปันยัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เกิดเหตุตำรวจยิงตัวตายภายในห้องการเงิน ชั้นสองของโรงพัก  ที่เกิดเหตุพบร่างของ ส.ต.ท.ชาตรี ฮะปาน อายุ 32 ปี ผบ.หมู่ ป. เจ้าหน้าที่การเงิน นอนหมดสติอยู่ในชุดเครื่องแบบอยู่ที่พื้นห้อง มีเลือดจำนวนมากไหลออกทางศีรษะด้านขวา อาการสาหัส เจ้าหน้าที่จึงเร่งนำตัวส่ง รพ.ยะหริ่ง แต่แพทย์ยื้อชีวิตไว้ไม่ทันเสียชีวิต ที่เกิดเหตุพบอาวุธปืน ขนาด 9 มม.ของผู้ตายตกอยู่ พบปลอกกระสุน 1 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้มาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ขณะที่ผู้ตายนั่งอยู่ในห้องทำงานตามลำพัง ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด เพื่อน ๆ จึงรีบวิ่งไปดูพบว่า ผู้ตาย ใช้อาวุธปืนประจำกายยิงตัวเองเสียชีวิต ส่วนสาเหตุนั้น เชื่อว่า ผู้ตายน่าจะมีปัญหาส่วนตัวและปัญหาเรื่องงาน นอกจากนี้ยังพบว่าก่อนหน้านี้​ได้ไปพบแพทย์เพื่อรักษาโรคอาการซึมเศร้า​

สกัดจับสารวัตรสืบอุทัยธานี ลอบขนยาบ้าเกือบ 2 แสนเม็ด

เมื่อช่วงเช้ามืดวานนี้ (11 ก.ย.) ตำรวจ สภ.แม่สาย ประจำด่านตรวจถ้ำปลา ต.โป่งงาม อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้ทำการเรียกตรวจรถโดยสารประจำทางที่วิ่งระหว่าง อำเภอแม่สาย-กรุงเทพฯ  และได้เข้าตรวจค้นกระเป๋าผู้โดยสารที่นั่งหมายเลข 1A ที่เก็บไว้อยู่ในช่องเก็บสัมภาระ พบว่ากระเป๋าใบดังกล่าวเป็นของ พันตำรวจโทสุรจิต ทาวุธ สารวัตรฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองอุทัยธานี และถูกล๊อคกุญแจไว้ เจ้าหน้าที่จึงเชิญให้ พันตำรวจโทสุรจิต มาเปิดกระเป๋าเพื่อตรวจสอบ แต่ระหว่างนั้นพันตำรวจโทสุรจิต ก็ได้วิ่งหนีลงจากรถไปซ่อนตัวในพงหญ้าข้างทางบริเวณหลังด่านตรวจเจ้าหน้าที่ประจำด่านจึงกระจายกำลังกันค้นหา จนสามารถควบคุมตัวพันตำรวจโทสุรจิต เอาไว้ได้ก่อนนำตัวมาเปิดกระเป๋าใบดังกล่าว และพบ ยาบ้า ถูกซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าทั้งหมด 198,000 เม็ด พันตำรวจโทสุรจิต ยอมรับว่ายาบ้าทั้งหมดเป็นของตัวเอง และให้การเบื้องต้นว่า รับจ้างขนยาบ้าเตรียมมาส่งให้นายโอ๊ต ไม่ทราบชื่อและนามสกุล เป็นคนจังหวัดนครสวรรค์ และได้เดินทางโดยรถประจำทางเพื่อมารับยาบ้าที่ริมถนนบ้านเกาะทราย ตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ก่อนที่จะนำไปส่งให้นายโอ๊ต ที่กรุงเทพฯ เพื่อแลกกับค่าจ้าง 100,000 บาท อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบประวัติของพันตำรวจโทสุรจิต พบว่าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 60 รุ่นเดียวกับ พันตำรวจโทพิเชษฐ เสาแบน หรือ สารวัตรแย้ ตำรวจที่ก่อนหน้านี้ตกเป็นข่าวว่าเข้าไปพัวพันกับคดียาเสพติด […]

เปิดคลิปตำรวจยืนแช่ขวางถนน โซเชียลสงสัย…ใช้ยุทธวิธีแบบไหน !?!

กลายเป็นอีกหนึ่งคลิปที่ได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อเพจเฟซบุ๊กชื่อ สายลุย คุยกับด่าน ได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย กำลังยืนขวางบนทางม้าลาย โดยที่ระหว่างนั้นได้มีรถจักรยานยนต์ และรถยนต์วิ่งผ่านเข้ามาเป็นระยะ โดยทางเพจดังกล่าวยังระบุข้อความด้วยว่า…ยุทธวิธี สน.คลองตัน คือการยืนขวาง เออแปลกดีนะ!! เกิดว่าพวกขับมาแล้วไม่มอง ไม่เห็น ชนขึ้นมาก็ไปซวยเขาอีก ยืนกันเป็น Duo boyband เลยนะ สงสัยอยากได้กระเช้าเยี่ยม เพราะปฎิบัติหน้าที่ตามยุทธวิธี ทั้งนี้ ผู้ที่ได้ชมคลิปดังกล่าว ยังแสดงความกังวลต่อการลงมายืนขวางทางจราจรของตำรวจทั้งสองนาย เพราะเกรงว่าหากรถยนต์ขับมาด้วยความเร็วอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ และหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นจริง ใครจะเป็นฝ่ายผิดในกรณีเช่นนี้ ยุทธวิธี สน.คลองตัน คือการยืนขวาง เออแปลกดีนะ!! เกิดว่าพวกขับมาแล้วไม่มอง ไม่เห็น ชนขึ้นมาก็ไปซวยเขาอีกยืนกันเป็น Duo boyband เลยนะ สงสัยอยากได้กระเช้าเยี่ยม เพราะปฎิบัติหน้าที่ตามยุทธวิธี โพสต์โดย สายลุย คุยกับด่าน เมื่อ วันจันทร์ที่ 9 กันยายน 2019

ตำรวจปัดล็อกคอเด็ก ม.ปลาย บิดรถหนีตรวจ รับมีอารมณ์ พูดไม่เหมาะเพราะอยากให้กลัว (คลิป)

กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก NOISY WASA โพสต์คลิปเหตุการณ์ระหว่างตำรวจจราจรกับเด็กนักเรียนชั้นมัธยม ที่ถูกล็อกคอให้ลงจากรถแล้วตวาดเสียงดัง พร้อมระบุข้อความว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 62 ล่าสุด วันที่ 7 ก.ย. 62 ส.ต.อ.สมคิด ดวนใหญ่ ผู้บังคับหมู่งานจราจร สน.จักรวรรดิ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุ เปิดใจว่า ช่วง 12.00 น. ของวันที่เกิดเหตุ ระหว่างที่ตนกำลังตั้งจุดกวดขันวินัยจราจรอยู่หน้า สน.จักรวรรดิ โดยเน้นกวดขันผู้ที่ไม่สวมหมวกนิรภัย ระหว่างนั้นมีเด็กนักเรียนชั้นมัธยมปลายคนในคลิป ขี่รถจักรยานยนต์สวนทางย้อนขึ้นมา โดยไม่สวมหมวกนิรภัย ตนจึงส่งสัญญาณมือให้ชะลอจอด แต่รถคันดังกล่าวกลับเร่งเครื่องเบี่ยงขวาแล้วตั้งใจพุ่งเข้าใส่ แต่ตนเบี่ยงตัวหลบทัน จึงถูกชนเข้าที่ข้อมือขวาได้รับบาดเจ็บ ระหว่างนั้นมีพลเมืองดีขี่รถผ่านมา รับตนขึ้นรถแล้วขี่ตามรถคันก่อเหตุ ซึ่งขี่หลบหนีเข้าไปในซอยสะพานยาว ซึ่งเป็นซอยตัน เท่าที่เห็นตอนนั้น เด็กนักเรียนคนดังกล่าวยังไม่มีท่าทีรู้สึกผิด มือยังกำคันเร่งพร้อมจะบิดพุ่งชนสิ่งกีดขวางอีกครั้ง ก่อนจะเร่งเครื่องฝ่ากลางระหว่างรถจักรยานยนต์กับตน ที่ขวางอยู่บริเวณปากซอย หลบหนีไปทางถนนอนุวงศ์ ตนจึงขี่รถตามไปทันบริเวณปากซอยถนนทรงวาด เพราะจุดดังกล่าวการจราจรติดขัด ก่อนเกิดการโต้เถียงตามคลิปวิดีโอ และคุมตัวเด็กคนดังกล่าวกลับมาที่ สน.จักรวรรดิ ก่อนโทรเรียกผู้ปกครองของนักเรียนคนดังกล่าว เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งผู้ปกครองรับทราบและเข้าใจการทำงานของตำรวจจราจร จึงได้ทำการอบรม โดยผู้ปกครองได้ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเปรียบเทียบปรับเองด้วย […]

ไขปริศนา “น้ำสีฟ้า” ที่ตำรวจฮ่องกงฉีดใส่ฝูงชนเพื่อสลายการชุมนุม…มันคืออะไร !?!

กลายเป็นภาพที่ถูกแชร์ออกไปอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ สำหรับการสลายการชุมนุมในฮ่องกงที่กินเวลามานานหลายเดือน และยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงง่ายๆ โดยที่ตำรวจฮ่องกงได้ฉีดน้ำสีฟ้าเข้าใส่ฝุงชนเพื่อสลายม็อบ ซึ่งสร้างความสงสัยอย่างมากว่า…น้ำที่ใช้นั้นคืออะไร!? ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบนเพจเฟซบุ๊ก เคมีฟิสิกส์ของสิ่งทอ อาหาร และของรอบตัว ได้มีการโพสต์ข้อความอธิบายถึงที่มาของการใช้น้ำสีฟ้าฉีดเพื่อสลายการชุมนุม โดยระบุ เป็นการยืนยันตัวตนของผู้ชุมนุม ว่าได้มีการเข้าร่วมชุมนุมจริง และสามารถหาตัวผู้กระทำผิดได้ง่าย ทั้งนี้ ทางเพจได้อธิบายเกี่ยวกับสีที่ใช้ว่าเป็น เมธิลลีนบลู (Methylene Blue) หรือไม่ก็สีในกลุ่มของ Azure A, B, C หรืออาจจะเป็นสีของ “Thionine” (Lauth’s violet) ซึ่งเป็นสีย้อมที่มีโครงสร้างส่วนให้สี (Chromophore) เป็น “ไธอะซีน” (Thiazines) ที่มีประจุบวก (cationic dyes) ที่สามารถติดบนวัสดุโปรตีน ทั้งผิวหนังคน เชื้อแบคทีเรีย รวมไปถึงเส้นใยไหมและขนสัตว์ได้ดี และเมื่อทางการของฮ่องกงนำมาใช้ในการละลายน้ำฉีดใส่ผู้ชุมนุม สีนั้นจะสามารถติดบนผิวหนังได้ตามระยะเวลาประมาณ 3-7 วัน ตามแต่ความเข้มและความสามารถในการขัดล้างของผู้ที่โดนฉีดสีเหล่านี้ ตามอายุของขี้ไคลและหนังกำพร้าที่เกาะอยู่บนผู้เปื้อนสี และสีดังกล่าว ยังทนต่อการซักล้าง ซักฟอกทุกชนิด หรือแม้กระทั่งน้ำยาซักผ้าขาวด้วย […]

keyboard_arrow_up