เล่นแรง! กลุ่ม ISIS โพสต์ภาพตัดคอนักเตะชื่อดัง ขู่ป่วนฟุตบอลโลก 2018

กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองจากทั่วโลกอีกครั้ง เมื่อสำนักข่าวต่อประเทศได้เผยแพร่ภาพปสเตอร์ที่อ้างว่าเป็นฝีมือกลุ่มก่อการร้าย ISIS ซึ่งเผยให้เห็นชาย 2 คนกำลังถือศีรษะซึ่งเป็นภาพตัดต่อของนักฟุตบอลชื่อดังชาวอาร์เจนตินาและชาวโปรตุเกส อีกทั้งในภาพดังกล่าวยังมีโลโก้รูปถ้วยฟุตบอลโลก 2018 ที่หักอีกด้วย จึงทำให้มีการวิเคราะห์ว่า นี่อาจเป็นข้อความข่มขู่ในลักษณะของการก่อการร้ายในการแข่งขันฟุตบอลโลกในปีนี้ที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพ และจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 มิถุนายน ถึง 15 กรกฎาคมนี้ที่จะถึง อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีข้อมูลว่ากลุ่มไอซิส จะพุ่งเป้าโจมตีการแข่งขันกีฬาระดับ เพราะก่อนหน้านี้เมื่อปี ค.ศ. 2017 สื่อกระบอกเสียงของกลุ่มกลุ่มดังกล่าวได้เผยแพร่ภาพข่มขู่แฟนบอล และเหล่านักเตะที่จะไปเข้าร่วมในการแข่งขันในศึกฟุตบอลโลกปี 2018 โดยในตอนนั้นเป็นภาพตัดต่อของนักฟุตบอลชื่อก้องโลก ถูกขังกรง และหลั่งน้ำตาเป็นเลือด พร้อมกับข้อความว่า…คุณกำลังต่อสู้กับรัฐที่ไม่มีคำว่าล้มเหลวอยู่ในพจนานุกรม ทั้งนี้ รัสเซียได้ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของกลุ่มไอซิสในหลายเหตุการณ์ เนื่องจากการเข้าร่วมในสงครามกลางเมืองในประเทศซีเรีย และได้มีการออกคำสั่งให้กองทัพมีปฏิบัติการทิ้งระเบิดโจมตีนักรบกลุ่มไอซิสอย่างรุนแรง จนถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนของสถานการณ์ในซีเรีย ที่มา – express.co.uk / metro.co.uk

มือดีตัดคออนุสาวรีย์ ‘เจียงไคเช็ก’ ในไต้หวัน ประณามเป็นตัวการสั่งปราบปรามประชาชนเมื่อ 70 ปีก่อน

เจ้าหน้าที่ไต้หวันพบอนุสาวรีย์เจียงไคเช็ก ประธานาธิบดีคนแรกของไต้หวัน ในสวนสาธารณะหยางหมิงซาน แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมบริเวณชานกรุงไทเป ถูกตัดคอตั้งแต่วันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการทำลายอนุสาวรีย์ครั้งล่าสุด จากที่ก่อนหน้านี้ อนุสาวรีย์เจียงไคเช็กในอีกหลายแห่งก็ถูกตัดคอและทำลายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ นอกจากจะถูกตัดคอแล้ว อนุสาวรีย์เจียงไคเช็กที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ซึ่งมีความสูง 1.5 เมตร ยังถูกป้ายด้วยสีแดงบริเวณลำตัว และบริเวณฐานของอนุสาวรีย์ยังถูกพ่นสีเป็นเลข 228 และข้อความกล่าวหาว่า นายเจียงเป็นตัวการหลักผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์วันที่ 8 กุมภาพันธ์ปี 1947 ที่เจ้าหน้าที่พรรคก๊กมินตั๋งที่มีนายเจียงเป็นหัวหน้าพรรคในขณะนั้น ปราบปรามการลุกฮือของประชาชนในไต้หวัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันราย

keyboard_arrow_up