เหยียดมา…เหยียดกลับ!! โซเชียลจีนทำคลิปเย้ย Dolce & Gabbana หลังดูถูกคนใช้ตะเกียบ

กลายเป็นประเด็นดราม่าระดับโลกในชั่วข้ามคืน เมื่อแบรนด์แฟชั่นชื่อดัง Dolce & Gabbana ปล่อยคลิปในชุด “กินอาหารด้วยตะเกียบ” เพื่อหวังโปรโมตงานแฟชั่นโชว์ที่เซี่ยงไฮ้ เมื่อคืนวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่าน แต่กระแสกลับตีกลับเพราะคลิปดังกล่าวกลายเป็นกระแสการเหยียดเชื้อชาติ ที่สร้างความไม่พอใจต่อคนจีนเป็นจำนวนมาก และทำให้เกิดบอยคอตแบรนด์ดังกล่าว รวมทั้งทางการจีนยังได้มีคำสั่งยกเลิกการจัดแฟชั่นในครั้งนี้ด้วย อย่างไรตาม ต่อมาทั้งแบรนด์ดัง Dolce & Gabbana ได้โพสต์ข้อความขอโทษผ่านทางเฟซบุ๊กและไอจี พร้อมชี้แจงปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่อาจลดทอนกระแสต้านที่เกิดขึ้นในขณะนี้ได้ และล่าสุดในโลกออนไลน์ได้มีการทำคลิปโต้ตอบแบรนด์แฟชั่นดังกล่าว ที่พยายามยัดเยียดว่าคนจีนใช้ตะเกียบกินอาหารทุกอย่าง โดยการให้ชาวต่างชาติมาใช้มีดกับส้อมกินอาหารแบบในคลิปที่เป็นประเด็นเหยียดเชื้อชาติที่เกิดขึ้น

CSI LA โพสต์ฉะ ‘บิ๊กโจ๊ก’ วุฒิภาวะต่ำ ดูถูก นทท. ต่างชาติ

สืบเนื่องจากกรณี น.ส.ลูซี่ (นามสมมติ) นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ วัย 19 ปี ที่อ้างว่าถูกข่มขืนบนเกาะเต่า อ.เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่สืบหาข้อเท็จจริง แต่ยังไม่พบหลักฐานหรือพยานที่เห็นเหตุการณ์ ตามที่นำเสนอไปแล้วนั้น (อ่านเพิ่มเติม : พิสูจน์จุดแหม่มสาวร้องตะโกน ขอช่วยอ้างถูกขืนใจ คนเกาะเต่าท้ากลับมาถ้าพูดจริง (คลิป) / “บิ๊กโจ๊ก” ยัน ไม่มีข้อมูลชี้ชัด แหม่มอังกฤษถูกข่มขืน บนเกาะเต่า) อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวยังคงไม่ถึงที่สิ้นสุด และยังคงมีข้อมูลใหม่ๆ ที่อ่านเปลี่ยนแปลงรูปคดีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดเพจเฟซบุ๊กชื่อ CSI LA ซึ่งถูก พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้ส่งหมายจับในกรณีการนำข้อความอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยการโพสต์ลงในโซเชียลมีเดีย ในข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของประเทศไทย โดยครั้งนี้แอดมินเพจดังกล่าวได้โพสต์ข้อความโต้ตอบบิ๊กโจ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้… ประกาศคนหาย…อยากรู้จริงๆ The Big Joke เป็นตำรวจได้ไง เป็นตำรวจท่องเที่ยวได้ไงพูดจาดูถูกนักท่องเที่ยว พูดจากแบบสรุปง่ายๆแบบคนที่มีวุฒิภาวะต่ำ ไม่รู้จักวัฒนธรรมของชาวต่างชาติจริง เป็นเมืองนอกคนแบบนี้ โดนไล่ออกหรือต้องโดนบังคับให้ลาออกจากตำแหน่งไปนานแล้ว…ทำงานลวกๆ ก็เลย […]

เพจดังจวก ‘ติวเตอร์’ โพสต์ดูถูก ‘น้องอ้อม’ เรียนจบปริญญา แต่เลือกทำงานเป็นคนกวาดถนน

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Suwanan Ketiam ได้โพสต์ภาพตัวเอง ขณะใส่ชุดครุยปริญญา และภาพสวมชุดพนักงานกวาดถนนของ กทม. พร้อมข้อความบรรยายภาพว่า “โอ้โฮ้ !! จบ ป.ตรี มา แล้วมาทำงานแบบนี้อะเหรอ ? (คำที่หลายคนชอบถาม )…..การเรียนจบ “ปริญญา” ไม่ได้เเสดงว่าจะต้องทำงานอยู่ในห้องแอร์ หรือ ทำงานเงินเดือนเยอะๆ เราขอแค่จบมา มีงานทำ เงินเดือนไม่ต้องเยอะมาก แต่พอใช้ และมีเงินเก็บ แต่ขณะเดียวกันก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ตามมาอย่างมากมายในสังคมออนไลน์ (อ่านเพิ่มเติม : เปิดใจ สาวสุดกตัญญู จบ ป.ตรี ทำงานกวาดถนน หาเงินรักษาแม่ป่วย ไม่อายอาชีพสุจริต (คลิป) / อ.บิ๊ก ปัดดูถูกอาชีพกวาดถนน ชี้ห่วงคนเลือกงาน ต่ำกว่าวุฒิ ป.ตรี เสียดายเวลาเรียน (คลิป)) ล่าสุด เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง แหม่มโพธิ์ดำ ได้โพสต์กล่าวถึงกรณีดังกล่าว ซึ่งมีเนื้อหาไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของติวเตอร์คนหนึ่งที่วิจารณ์น้องอ้อมที่เรียนจบปริญญา แต่เลือกทำงานเป็นคนกวาดถนน พร้อมตั้งคถามว่า…ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่เราสามารถดูถูกอาชีพของคนอื่น ว่าถอยหลังเข้าคลอง […]

แบบนี้รับไม่ได้! รุมจวก ‘ทรัมป์’ โยนสิ่งของ-กระดาษชำระให้ผู้ประสบภัยเปอร์โตริโก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯตกเป็นประเด็นวิจารณ์อย่างหนัก หลังเดินทางไปเยี่ยมผู้ประสบภัยพายุเฮอร์ริเคนที่เกาะเปอร์โตริโก ดินแดนในปกครองของสหรัฐฯกลางทะเลแคริบเบียน และใช้วิธีโยนสิ่งของบรรเทาทุกข์ซึ่งรวมถึง “กระดาษชำระ” ให้กับเหล่าผู้ประสบภัย รวมถึงฝูงชนที่เดินทางมารอต้อนรับการมาถึงของผู้นำสหรัฐฯ การเดินทางเยือนเปอร์โตริโกของทรัมป์ เกิดขึ้นภายหลังจากที่ดินแดนแห่งนี้ถูกพัดถล่มจากพายุเฮอร์ริเคนต่อเนื่องกันถึง 3 ลูกในเดือนที่แล้ว ส่งผลให้จนถึงขณะนี้ระบบส่งจ่ายกระแสไฟฟ้า สัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และน้ำประปายังคงได้รับความเสียหายเป็นวงกว้างและไม่สามารถใช้งานได้ ท่ามกลางภาวะขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม และน้ำมันเชื้อเพลิง ที่กำลังคุกคามชาวเปอร์โตริโกจำนวนมากกว่า 3.4 ล้านคน ในตอนแรก ข่าวการมาถึงของทรัมป์และเมลาเนีย สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง สร้างความตื่นเต้นดีใจให้แก่ชาวเปอร์โตริโกจำนวนมาก แต่ไม่นานหลังจากที่ทรัมป์เดินทางมาถึงศูนย์กระจายสิ่งของบรรเทาทุกข์ที่กรุงซานฮวน เมืองหลวงของเปอร์โตริโก ผู้นำสหรัฐฯก็สร้างวีรกรรมและสร้างความผิดหวังครั้งใหญ่ ด้วยการ โยนสิ่งของช่วยเหลือ รวมถึงกระดาษชำระ ให้กับผู้ประสบภัยและชาวบ้านที่มารอต้อนรับ นางการ์เมน ยูลิน กรู๊ซ นายกเทศมนตรีหญิงของกรุงซานฮวน กล่าวโจมตีพฤติกรรมดังกล่าวของทรัมป์ว่าเป็นการ “ดูถูก” และเป็นสิ่งที่ทำร้ายความรู้สึกของชาวเปอร์โตริโกอย่างเลวร้าย ขณะที่สื่อท้องถิ่นพากันลงข่าวโจมตีพฤติกรรมของทรัมป์ในการโยนสิ่งของให้ผู้ประสบภัยในครั้งนี้ว่า ทรัมป์มองชาวเปอร์โตริโก เป็นเพียง “พลเมืองชั้นสอง” ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เองก็โดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงถึงความล่าช้าในการให้ความช่วยเหลือต่อเปอร์โตริโกที่เผชิญกับการพัดถล่มของพายุเฮอร์ริเคนที่มีรุนแรงที่สุดในรอบ 90 ปี

โซเชียลชื่นชม ‘บัณฑิตสาว’ ถ่ายรูปรับปริญญาคู่บ้านหลังโทรม หลังโดนผู้คนดูถูก…เรียนไม่จบเพราะยากจน

อีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ ในโลกออนไลน์ เมื่อชาวโซเชียลร่วมกันให้กำลังใจบัณฑิตสาว ที่ใช้ชื่อบน Facebook ว่า ภัทราวรรณ ไชยเดช ได้โพสต์ภาพตนกำลังกำลังถือใบปริญญาบัตรอยู่หน้าบ้าน พร้อมเผยเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ที่ค่อนข้างยากจน และยังโดนชาวบ้านดูถูกว่าไม่มีวันเรียนจบ เพราะฐานะทางบ้าน แต่สุดท้ายก็ทำได้สำเร็จ และสามารถลบคำสบประมาทให้ตัวเองกับครอบครัวได้ ที่มา – Facebook.com / ภัทราวรรณ ไชยเดช

กระเป๋ารถเมล์เก็บเงินล้าน เสียใจคำพูดหมอเหมือนดูถูก ทั้งที่ออกโรงปกป้องมาตลอด ยันขอขนมกินแค่มุก

จากกรณีหมอสูตินารีหอบเงินล้านขึ้นรถเมล์แล้วลืมทิ้งไว้ จน “นางสุมน มหิดุลย์” พนักงานเก็บค่าโดยสารรถประจำทาง ขสมก.สาย 511 เป็นพลเมืองดีเก็บส่งคืนเจ้าของ แล้วได้ขนม 2 ห่อ หลังทุกฝ่ายชื่นชมในการกระทำความดีของกระเป๋ารถเมล์ แต่หมอเจ้าของเงินยังคงเดินหน้าเปิดใจเล่าเหตุการณ์อีกมุม จนทำให้เรื่องราว “ปะทุ” ขึ้นอีกระลอก หลังหมอเผยว่า นางสุมน อยากได้ขนมไปให้ลูกสาวกิน เจ้าของเงินก็เลยต้องยกขนม 2 กล่องนั้นให้ ล่าสุด ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้พูดคุยกับ นางสุมน ถึงเรื่องดังกล่าว ชี้แจงว่า ในวันที่พบกระเป๋าเงิน ก็ได้นำลงมาให้กับนายท่า ตามปกติของเวลาพบเจอทรัพย์สินของผู้โดยสาร โดยยอมรับว่าได้แซวเล่นกับนายท่าว่า เจอกระเป๋าเสื้อผ้า ด้านในมีขนม 2 กล่อง ถ้าไม่มีคนมาเอาจะขอขนมไปให้ลูกกิน สาเหตุที่ตนรู้ว่าเป็นขนมก็เพราะว่าตอนก่อนที่จะนำลงมาให้นายท่า ได้ยินเสียงกรอบแกรบจากด้านใน กลัวว่าจะเป็นระเบิด ก็เลยเปิดซิบออกมาดูและพบว่าเป็นขนม 2 กล่อง จึงปิดไว้คืนและนำมาให้นายท่า นางสุมนเล่าต่อว่า นายท่าก็ทำหน้าที่ตามปกติ ก็คือ ต้องมีการตรวจสอบว่าภายในมีอะไรบ้าง และเพื่อหาเอกสารที่จะสามารถติดต่อกับเจ้าของทรัพย์สิน แต่การตรวจค้นไม่ได้ทำเพียงลำพัง มีนายท่าของรถเมล์ทั้ง 4 สาย และพนักงานอีกจำนวนหนึ่ง แต่ตอนนั้นตนต้องเดินไปส่งเงินที่ห้องการเงิน […]

keyboard_arrow_up