พบกับ “กุ้งไกปืน” นักล่าตาเกือบบอดที่เป็นเพื่อนกับปลาบู่ และสร้างอุณหภูมิเทียบเท่าพื้นผิวดวงอาทิตย์

แม้กุ้งและปูส่วนใหญ่จะใช้ก้ามทรงพลังของมันในการหนีบ คีบ หรือฉีกทึ้งเหยื่อ แต่ก็ยังมีสัตว์กลุ่มนี้บางชนิดที่ใช้ก้ามเพื่อวัตถุประสงค์อื่น แต่ก็สามารถเป็นอาวุธร้ายกาจที่สุดในท้องทะเลได้เช่นกัน อย่างเช่นกรณีของ กุ้งไกปืน หรือ snapping shrimp สัตว์เปลือกแข็งหน้าตาธรรดาๆ แต่ได้ฉายาว่าเป็นหนึ่งในสัตว์ที่เสียงดังที่สุดในโลก และสามารถสร้างอุณหภูมิเทียบเท่าพื้นผิวดวงอาทิตย์ได้ อาจจะฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่การหนีบก้ามของกุ้งไขปืนนั้นมีความเร็วถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งมากพอที่จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า โซโนลูมิเนสเซนส์ (sonoluminescence) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ของเหลวได้รับการกระตุ้นในลักษณะของการสั่นที่ความถี่สูง จนทำให้เกิดความร้อนสูงในชั่วพริบตา ที่ทำให้เกิดฟองอากาศขึ้น และในขณะที่ฟองอากาศนั้นกำลังแตกตัวการปลดปล่อยพลังงานออกมาจนกลายเป็นคลื่นกระแทกที่มีเสียงที่ดังถึง 218 เดซิเบล และเปลี่ยนน้ำรอบๆ การระเบิดนั้นให้มีอุณหภูมิสูงกว่า 5,000 เคลวิน (4,700 เซลเซียส) แม้ปรากฏการณ์ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นในเวลาเพียง 1 ใน 1,000 ส่วนของวินาที แต่การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว และความดังของเสียงที่เกิดขึ้นในพริบตานั้น ก็มากพอจะทำให้เหยื่อขนาดเล็กที่อยู่ในระยะโจมตีของกุ้งไกปืนเกิดอาการช็อกอย่างรุนแรง จนถึงขั้นหมดสติได้ แต่ถึงจะมีอาวุธที่อันตรายอยู่ที่ปลายก้าม กุ้งไกปืนก็เลือกจะใช้มันกับเพื่อการล่าเหยื่อซะมากกว่า ที่สำคัญคือเจ้ามือปืนจากก้นทะเลตัวนี้มีสายตาที่แย่มากจนเรียกได้ว่าเกือบบอด ทำให้การใช้ชีวิตในท้องทะเลอันกว้างใหญ่ที่มีอันตรายรอบด้านจำเป็นต้องมีพันธมิตรที่ไว้ใจได้ และบรรดากุ้งไกปืนกว่า 45 สกุลทั่วโลก ล้วนแต่พึ่งพาปลาบู่ขนาดเล็กตามพื้นทรายแทบทั้งสิ้น เพราะกุ้งชนิดนี้มีความสามารถในการขุดรูอย่างมาก และปลาบู่เองก็ต้องการบ้านสำหรับซ่อนตัวจากปลาใหญ่ ฉะนั้นมันจึงเข้ามาอยู่อาศัยร่วมกับกุ้งไกปืน และทำหน้าที่เป็นตาสำหรับเฝ้าระวังภัย และคอยพาเจ้ากุ้งคลานกลับบ้าน เมื่อมันเดินหลงออกนอกเส้นทาง

เผยภาพการระเบิดของดวงดาว ที่มีขนาดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ถึง 20 เท่า (คลิป)

แม้จะมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น แต่เชื่อหรือไม่ว่าในห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ และดูเหมือนจะเงียบสงบนั้น แท้จริงแล้วมีการทำลายล้างเกิดขึ้นตลอดเวลา และบ่อยครั้งที่มักถูกพบเห็นในรูปแบบของกลุ่มแก๊สหลากสี อย่างเช่นที่ถูกจับภาพได้ด้วยกล้องโทรทรรศน์ Hubble ของ NASA ซึ่งเป็นเศษซากพลังงานบางส่วนที่หลงเหลืออยู่ของเนบิวล่าที่มีชื่อว่า Veil ซึ่งเกิดการระเบิดไปเมื่อราวๆ 8,000 ปีที่แล้ว และอยู่ห่างจากโลกไปราวๆ 2,100 ปีแสง ทั้งยังมีขนาดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ของเราเกือบ 20 เท่าเลยทีเดียว

ภารกิจประวัติศาสตร์!! นาซ่าเตรียมส่งยานสำรวจดวงอาทิตย์ระยะใกล้ 11 สิงหานี้

อาจที่เราๆ คงจะทราบกันดีๆ ว่าความร้อนจากดวงอาทิตย์นั้นมีอุณหภูมิสูงมากจนไม่อาจจะมีใครอยู่อาศัย หรือแม้แต่เข้าใกล้ได้ แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา (NASA) ได้เปิดเผยภารกิจครั้งประวัติศาตร์อย่างการส่งยานสำรวจชื่อ Parker Solar Probe ขึ้นไปสำรวจดวงอาทิตย์ในระยะที่ใกล้พื้นผิวมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยกำหนดการณ์ครั้งประวัติการณ์นี้จะมีขึ้นในวันที่ 11 สิงหาคม 2561 และนับเป็นปฏิบัติการครั้งสำคัญมาก ที่จะทำให้เรามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับดวงอาทิตย์มากกว่าที่เคย สำหรับยาน Parker Solar Probe นั้นเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Living with a Star Program ของทาง NASA ซึ่งดูแลจัดการโดยศูนย์การบินอวกาศก็อดเดิร์ด ในกรีนเบลต์ รัฐแมริแลนด์ ทางตะวันออกของสหรัฐฯ ถูกออกแบบให้สามารถป้องกันคลื่นความร้อนสูงเป็นพิเศษ ร่วมกับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่จะทำให้ยานไม่ถูกความร้อนจากดวงอาทิตย์ทำลายเผาไหม้ โดยตัวยานจะถูกส่งตรงเข้าไปยังชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์บริเวณที่เรียกว่า Corana ซึ่งเป็นบรรยากาศชั้นนอกสุดของดวงอาทิตย์ถัดจากชั้นโครโมสเฟียร์ อยู่ที่ระยะห่างจากพื้นผิวประมาณ 6.4 ล้านกิโลเมตร และเป็นระยะที่ใกล้ที่สุดเท่าที่เคยมีการสำรวจมา ที่มา – twitter.com/NASA/

นาซ่าเตรียมส่ง ‘ยานสำรวจ’ เข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดในประวัติศาสตร์

สำนักงานบริหารอวกาศและการบินแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ “องค์การนาซ่า” (์NASA) เตรียมส่งยานสำรวจ “พาร์คเกอร์ โซลาร์ โพร้บ” (Parker Solar Probe) เดินทางเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ที่ระยะห่าง 6.1 ล้านกิโลเมตร ซึ่งถือเป็นระยะที่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ รายงานข่าวระบุว่า การส่งยานอวกาศแบบไร้มนุษย์ที่มีชื่อว่า พาร์คเกอร์ โซลาร์ โพร้บ (Parker Solar Probe) ลำนี้ จะมีขึ้นที่แหลมคานาเวอรัล ในมลรัฐฟลอริด้าของสหรัฐฯในวันที่ 11 ส.ค. 61 นี้ โดยทีมนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรขององค์การนาซ่า ใช้เวลาเตรียมภารกิจครั้งนี้มายาวนานกว่า 7 ปี ขณะที่ตัวยานถูกออกแบบให้มีขนาดเท่ากับรถยนต์ขนาดเล็กซึ่งมีการติดตั้งกล้องและอุปกรณ์หลายอย่างสำหรับเก็บข้อมูลจากการเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ครั้งนี้ ส่งกลับมายังโลก ก่อนหน้านี้เมื่อปี ค.ศ.1976 หรือเมื่อ 42 ปีก่อน นาซ่าเคยส่งยานอวกาศ “เฮลิโอส 2” เข้าไปใกล้ดวงอาทิตย์ที่ระยะห่างราว 43 ล้านกิโลเมตร ขณะที่การส่งยานสำรวจรอบใหม่ที่กำลังจะมีขึ้น จะสามารถเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ได้มากกว่าเดิมถึงกว่า 7 เท่าตัว แม้ตัวยานจะต้องเผชิญกับความร้อนหลายพันองศาเซลเซียสจากดวงอาทิตย์ ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯได้อนุมัติงบประมาณสนับสนุนโครงการนี้ขององค์การนาซ่ามากกว่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ […]

keyboard_arrow_up