ทุบหม้อข้าวตัวเอง!! แฉชาวประมงภูเก็ตไร้สำนึก ทิ้งขยะบนเรือลงทะเล

กลายเป็นเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อเพจเฟซบุ๊ก เหยี่ยวข่าว ภูเก็ต Newshawk Phuket ได้เผยแพร่ภาพเหตุการณ์ขณะลูกเรือประมงลำหนึ่งกำลังทิ้งขยะลงในทะเล ขณะที่เรือกำลังจอดเทียบท่า พลาสติกลงในแหล่งน้ำ พร้อมกับระบุข้อความว่า…ให้คลิปเล่าเรื่อง เหตุเกิดที่แพปลาแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลรัษฎา จังหวัดภูเก็ต คนเห็นเหตุการณ์สุดทน ถ่ายคลิปร้อง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยดูแลหน่อยครับ #ทะเลก็มีชีวิต #เหยี่ยวข่าวภูเก็ต #NewshawkPhuket จากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นตำหนิการกระทำดังกล่าวอย่างมาก เพราะถือเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติอย่างร้ายแรง และส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว อีกทั้งเหตุการณ์เช่นนี้ยังไม่ควรเกิดขึ้นจากกลุ่มคนที่ใช้ทะเลเป็นแหล่งทำมาหากินเลี้ยงชีพ 🔴 ให้คลิปเล่าเรื่อง… เหตุเกิดที่แพปลาแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลรัษฎา จังหวัดภูเก็ต คนเห็นเหตุการณ์สุดทน ถ่ายคลิปร้อง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยดูแลหน่อยครับ #ทะเลก็มีชีวิต #เหยี่ยวข่าวภูเก็ต #NewshawkPhuket โพสต์โดย เหยี่ยวข่าว ภูเก็ต Newshawk Phuket เมื่อ วันอังคารที่ 3 กันยายน 2019

สะดุ้งสุดตัว!! ชาวประมงกำลังนอนพักอยู่ดีๆ ก็มีลูกหมีมาเดินดุ่มๆ มาสะกิดขา

วีดีโอที่บันทึกได้ในรัสเซีย เมื่อวันศุกร์ที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเผยให้เห็นว่าชาวประมงสองคนนอนหลับอยู่ ขณะที่ลูกหมีตัวหนึ่งเดินตรงเข้าไปหาทั้งคู่ ก่อนสำรวจบริเวณเท้าของชายคนหนึ่ง จนเมื่อเขารู้สึกว่าคล้ายมีอะไรมาสะกิดที่ขา ชายชาวประมงก็ลืมตาขึ้น และตกใจสะดุ้งสุดตัว ที่เห็นเจ้าลูกหมีในระยะประชิด แม้ชายคนนี้จะดูตื่นตระหนก และพยายามปลุกเพื่อนให้ตื่นมารับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้ จนในที่สุดทั้งคู่ก็รีบลุกขึ้นยืน ก่อนก้าวถอยหลังไปตั้งหลักเพื่อดูท่าทีของสัตว์ร้ายที่ทำให้พวกเขาสะดุ้งตื่น แต่ดูเหมือนเจ้าลูกหมีตัวนั้นจะไม่มีท่าทีตกใจต่อปฏิกิริยาของชาวประมงทั้งสองเท่าไรนัก และหลังจากที่มันถอยห่างออกมาอย่างเร็วในตอนแรก เจ้าหมีก็ค่อยๆ เดินจากไปอย่างสบายอารมณ์ ปล่อยให้ชายสองคนยืนงงต่อไปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

อดีตคนเคยเลี้ยงพะยูน ห่วง “มาเรียม” เป็นเหยื่อใบพัดเรือชาวประมง

อดีตคนเคยเลี้ยงเจ้าโทน พะยูนแสนรู้แห่งท้องทะเลตรัง เมื่อปี 2535 แต่สุดท้ายติดเครื่องมือทำประมง ฝากเจ้าหน้าที่ดูแลมาเรียมอย่าให้ออกนอกพื้นที่การดูแล หากมาเรียมออกไปนอกพื้นที่ดูแล เชื่อว่าจะต้องถูกใบพัดเรือหรือติดเครื่องมือประมงของชาวบ้านตายแน่นอน เพราะมาเรียมคุ้นคนคุ้นเรือ นายยาเหตุ หะหวา อายุ 62 ปี ชาวบ้านเจ้าไหม ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง นำกระดูกส่วนสันหลังของเจ้าโทน พะยูนน้อยแสนรู้แห่งทะเลตรัง เมื่อปี 2535-2536 ที่ยังหลงเหลืออยู่ให้ผู้สื่อข่าวดู โดยเจ้าโทนคือพะยูนน้อยอายุไม่ถึง 2 ปี ที่เกยตื้นแล้วชาวบ้านไปเจอ จึงช่วยกันดูแลเลี้ยงดูเจ้าโทน ซึ่งเจ้าโทนก็จะอาศัยอยู่บริเวณนั้น แต่ผ่านมาไม่ถึง 1 ปี เจ้าโทนก็ตายเพราะถูกเครื่องมือประมง ส่วนมาเรียมตอนที่มีคนเจอยังเด็กกว่าเจ้าโทน ต้องอาศัยคนป้อนนม และกำลังฝึกหัดกินหญ้า ดีใจมากที่เจ้าหน้าที่และชาวบ้านร่วมกันดูแลมาเรียมอย่างดี แต่ส่วนที่น่าเป็นห่วงคือ จะปล่อยให้มาเรียมออกไปหากินข้างนอกไม่ได้ เพราะเชื่อว่ามันจะคุ้นคน และจะต้องเข้าหาคน เข้าหาเรือ ถ้าปล่อยให้มาเรียมออกไปไกลในธรรมชาติมันจะต้องติดเครื่องมือประมงตายแน่นอน จึงอยากให้มีการควบคุมพื้นที่ให้มาเรียมปลอดภัย ส่วนเรื่องการเกยตื้น ถ้ามีการจัดเวรยามลาดตระเวนและตามหามาเรียมเจอทุกครั้งขณะเกยตื้นช่วงน้ำลง มาเรียมก็จะรอด    

ส่องภูมิปัญญาชาวบ้าน ส่องไฟล่อปลากลางอ่าวญาจาง ของชาวประมงเวียดนาม

แม้การใช้แสงไฟเพื่อล่อปลามาใกล้ๆ เรือ จะเป็นภาพชินตาของชาวประมงไทย จนดูเหมือนเป็นเอกลักษณ์ที่พบเห็นได้เฉพาะในดินแดนสยามประเทศเท่านั้น แต่หากพิจารณากันให้ดีๆ แล้วล่ะก็ ดูเหมือนการหลอกล่อปลาด้วยแสงไฟบนเรือประมงนี้ จะเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้กันอย่างกว้างขวางในหลายประเทศ อย่างเช่นที่เมืองญาจาง ในจังหวัดคั้ญฮหว่า ประเทศเวียดนาม ที่นอกจากจะเป็นเมืองท่องเที่ยวซึ่งมีทั้งชายหาดสวยๆ และทะเลที่เหมาะแก่การดำน้ำแล้ว เมืองแห่งนี้ยังเป็นแหล่งประมงขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งของเวียดนามอีกด้วย ไม่เพียงแค่การใช้แสงไฟเท่านั้น แต่การบวงสรวงเพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้สามารถจับปลาได้ในปริมาณมากๆ  ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ชาวประมงทุกคนไม่พลาดที่จะทำทุกครั้งเมื่อต้องออกทะเล แต่ถึงจะมีการใช้เทคนิคล่อปลาด้วยแสงไฟ และการขอพรจากสิ่งเหนือธรรมชาติ แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าการออกเรือหาปลาจะประสบความสำเร็จทุกครั้ง เนื่องจากบริเวณอ่าวญาจางนั้นมีเรือประมงรวมตัวกันออกหาปลาในเวลาเดียวกันเป็นจำนวนมาก ทำให้ฝูงปลากระจายตัวไปตามจุดต่างๆ จนหลายครั้งชาวประมงไม่สามารถหาในปริมาณมากๆ ได้ และต้องเปลี่ยนจากการลากอวน เป็นการตกปลาด้วยเบ็ดเพื่อการยังชีพแทน ติดตามรายการทึ่งทั่วโลก และสารคดีอื่นๆ ได้ทางช่องอมรินทร์ทีวี เอชดี 34

ชาวประมงท่าศาลาเร่งนำเรือหลบ ‘ปาบึก’ พบ ปปช.บางส่วนไม่ยอมอพยพ

ชาวประมงพื้นบ้านใน จ.นครศรีธรรมราช นำเรือขึ้นมาจอดบนถนน เพื่อป้องกันความเสียหายจากคลื่นลมแรงที่ทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่ยังมีประชาชนบางส่วนไม่ยอมอพยพ ชุมชนชาวประมงพื้นบ้าน ท่าศาลา ตำบลท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช พยายามเร่งนำเรือประมง เข้ามาหลบคลื่นลมที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับ โดยต้องนำเรือเหล่านี้ขึ้นมาจอดบนถนน เพื่อป้องกันความเสียหายจากคลื่นลมรุนแรง และต่างอยู่ในภาวะวิตกกับสถานการณ์ เนื่องจากแนวชุมชนจะเป็นแนวปะทะของพายุปาบึก ประกอบกับบ้านเรือนที่ถูกปลูกสร้างอย่างเรียบง่าย อาจไม่สามารถทนความรุนแรงของพายุได้ ซึ่งจากการสำรวจพบว่ามีประชาชนส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มชายฉกรรจ์ และหัวหน้าครอบครัว เลือกที่จะอยู่เฝ้าบ้านและทรัพย์สิน ไม่อพยพไปยังศูนย์อพยพที่ทางราชการจัดเตรียมไว้ให้ ปาบึกปาบึก ขณะที่บรรยากาศภายในศูนย์พักพิง อ.ปากพนัง มีเจ้าหน้าที่มาออกหน่วยบริการของ รพ. ปากพนัง มาคอยให้บริการด้านสุขภาพ รักษาโรค ตลอดจนทำแผลจากอาการบาดเจ็บ ส่วนคนไข้ติดเตียงและคนไข้มีครรภ์จะถูกนำตัวไปยัง รพ. ปากพนัง โดยส่วนใหญ่วันนี้ประชาชนที่ถูกอพยพหนีภัย มีอาการเวียนศีรษะ ไข้ หวัด ปวดเนื้อตัว ตลอดจนความดันสูง ซึ่งใครที่มีอาการรุนแรง จะมีการส่งแอดมิดที่ รพ.โดยด่วน ขณะเดียวกันยังบริการจ่ายยารักษาโรคพื้นฐานอีกด้วย ทั้งนี้ตั้งแต่เปิดจุดให้บริการมายังไม่พบปัญหาแต่อย่างใด ยังสามารถรับมือได้กับจำนวนประชาชนที่อพยพมา

ชาวประมงไทยขึ้นป้ายประกาศขายเรือ ประสบภาวะขาดทุน-สัตว์ทะเลเพื่อนบ้านทะลักราคาร่วงกว่าครึ่ง

เรือประมงพาณิชย์ในพื้นที่ อ.กันตัง จ.ตรัง ขึ้นป้ายประกาศขายแล้ว 4-5 ลำ และจอดนิ่งอีกจำนวนมาก หลังประสบปัญหาขาดทุนจากการออกทำประมงเที่ยวละ 100,000 – 150,000 บาท สภาพเรือประมงในพื้นที่ อ.กันตัง จ.ตรัง ที่มีการจอดและขึ้นป้ายปิดประกาศขายจำนวน 4 – 5 ลำ และเรือประมงพาณิชย์อีกจำนวนมากไม่ต่ำกว่า 20 ลำ ที่จอดสนิท ไม่ออกไปทำประมง สาเหตุหลักเกิดจากการประสบปัญหาขาดทุนจากการออกทำประมง ในแต่ละเที่ยวไม่ต่ำกว่า 100,000 – 150,000 บาทต่อลำ เนื่องจากภาวะราคาน้ำมันแพง และสัตว์น้ำทะเลจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า ทะลักเข้ามาตีตลาด ทำให้สัตว์น้ำราคาตกต่ำประมาณ 50 – 60 % จนทำให้ไม่สามารถสู้กับสถานการณ์ได้ไหว ผู้ประกอบการบางรายจึงเลือกที่จะประกาศขายเรือทิ้ง และอีกจำนวนมากเลือกที่จะจอดรอดูท่าทีการแก้ปัญหาของภาครัฐ เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนกันอย่างหนัก นายประเสริฐ แซ่ลิ้ม อายุ 54 ปี ไต๋ก๋งเรือประมง เผยว่าขณะนี้เจ้าของเรือประกาศขายแล้วหลายลำ ทั้งที่ขึ้นป้ายและไม่ขึ้นป้าย สาเหตุเพราะขาดทุนหนัก หลังจากรัฐบาลจัดระเบียบเรือแล้วมีการออกกฎหมาย-ระเบียบ […]

สลด! ชาวประมงพื้นบ้านถูกคลื่นซัดจมกลางทะเลสาบสงขลา ดับ 1 ราย (คลิป)

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 61 ตำรวจ สภ.สงขลา เข้าตรวจสอบ อุบัติเหตุเรือหางยาวล่มกลางทะเลสาบสงขลา และมีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำหนึ่งคนคือ นางกุหลาบ คงทอง อายุ 56 ปี ชาวตำบลบ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา นายไพศาล เจริญรุ่ง อายุ 52 ปี หนึ่งใน 4 คน ที่รอดจากเหตุการณ์เรือล่ม เล่าว่า นำเรือออกจากท่าเรือบริเวณสวนสาธารณะ 72 พรรษา โดยมีครอบครัวนายประวิทย์ คงทอง และนางกุหลาบ คงทอง 2 สามีภรรยา พร้อมลูกสาวอายุประมาณ 5 ขวบ ไปด้วย เพื่อไปวางลอบดักปูในทะเลสาบสงขลา ระหว่างอยู่กลางทะเลสาบ เห็นพายุตั้งเค้ามาก็พยายามชวนนายประวิทย์ กลับเข้าฝั่ง ขณะเดียวกันได้เกิดลมกรรโชกแรงทำให้เกิดคลื่นสูงกว่า 1 เมตร ซัดเข้าบริเวณท้ายเรือ จนเรือล่ม กระทั่งเกิดเหตุสลดขึ้น ขณะที่ ตำรวจน้ำ สงขลา นำเรือออกระดมค้นหาผู้เสียชีวิต ตั้งแต่เวลา 18.00 น.ในรัศมี […]

พบเต่าหญ้าตายปริศนากว่า 300 ตัวในเม็กซิโก จนท.เร่งหาสาเหตุ

ชาวประมงในเม็กซิโ พบฝูง เต่าหญ้า กว่า 300 ตัวลอยตายในทะเลบริเวณนอกชายฝั่งของรัฐวาฮากา ทางตอนใต้ของเม็กซิโก โดยสภาพศพของเต่าส่วนใหญ่เริ่มเน่าเปื่อย และลอยเกาะกลุ่มกันตามแนวแหจับปลา ซึ่งการพบศพฝูงเต่าเหล่านี้มีขึ้นในช่วงที่เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนสาเหตุการตายของเต่าทะเล ที่ใกล้สูญพันธุ์กว่า 100 ตัวลอยตายอย่างไม่ทราบสาเหตุกลางทะเลก่อนหน้านี้ เต่าหญ้าถือเป็นเต่าทะเลใกล้สูญพันธุ์ มีความยาวโดยเฉลี่ย 75 เซ็นติเมตร และหนักราว 45 กิโลกรัม โดยเต่าหญ้ามักเดินทางเป็นฝูงมายังชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของเม็กซิโกในทุกปีช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน ขณะที่บางฝูงก็จะเดินทางมาในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ทั้งนี้ เม็กซิโกมีมาตรการคุ้มครองเต่าทะเล ซึ่งครอบคลุมถึงการห้ามฆ่า ห้ามใช้แหหรืออุปกรณ์ในการจับปลา และมีมาตรการคุ้มครองพื้นที่วางไข่ของเต่า พร้อมกับมีมาตรการลงโทษจำคุกผู้ที่ฝ่าฝืนด้วย ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

รู้จัก ‘การขี่ม้าตกกุ้ง’ มรดกโลกทางวัฒนธรรมในเบลเยียม

พาไปชมวิถีชีวิตเก่าแก่ของชาวประมงที่เบลเยียม การขี่ม้าออกไปตกกุ้ง เป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก โดยการขี่ม้าออกไปตกกุ้งคือการออกไปทำงานของชาวประมงในแถบชายฝั่งทะเลเหนือของเบลเยียม ซึ่งชาวบ้านที่นี่ประกอบอาชีพหลัก คือประมงกุ้ง ซึ่งชาวประมงส่วนใหญ่ก็จะใช้เรือออกทะเลตามปกติ แต่ก็มีบางส่วนที่ยังคงรักษาธรรมเนียมเก่าแก่ที่สืบต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ นั่นก็คือการขี่ม้าออกไปหากุ้ง ตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ชาวประมงที่นี่จะใช้วิธีขี่ม้าออกไปตามชายฝั่ง โดยผูกอวนติดกับอานม้า ก่อนจะลากเข้าฝั่ง ม้าที่ใช้จะต้องมีความแข็งแรง ทนทานต่อการถูกคลื่นซัด ซึ่งชาวประมงที่ขี่บนหลังม้ายังมีทัศนวิสัยที่ดีในการเลือกทำเล และยังคุมทิศทางที่ต้องการได้ดีกว่าเรือประมง แม้ว่าวิธีนี้จะจับสัตว์น้ำได้น้อยกว่าการออกไปกลางทะเล แต่หลายคนก็รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้รักษาเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ซึ่งการขี่ม้าตกกุ้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก้ ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลกด้วย

โซเชียลแฉภาพชาวประมงล่า ‘ปลาโรนิน’ เผยหลักฐานขณะตัดหนามขายเป็น ‘เครื่องรางของขลัง’

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สะท้อนปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในเมืองไทย เมืองในกลุ่มเฟซบุ๊ก siamensis.org ได้มีผู้เผยแพร่ภาพของชาวประมงที่จับปลาโรนินขนาดใหญ่ได้ 2 สองตัว พร้อมกับลูกปลาอีกจำนวนหนึ่ง และกำลังทำการตัดหนามที่เรียงกันอยู่บนหลัง เพื่อนำเป็นขายเป็นเครื่องรางของขลังตามความเชื่อของคนบางกลุ่ม ซึ่งมีราคาซื้อขายที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากปลาชนิดดังกล่าวเป็นสัตว์น้ำหายากและมีสถานะถูกคุกคามจากการล่าและทำลายแหล่งที่อยู่อาศัย เนื่องจากการทำประมงผิดกฎหมาย ทั้่งนี้ จากข้อมูลในเพจเฟซบุ๊กของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พบว่าปลาชนิดดังกล่าวถูกจัดให้เป็นสัตว์คุ้มครอง ตามมติคณะกรรมการสงวนคุ้มครองสัตว์ป่าเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ร่วมกับสัตว์น้ำหลายชนิด รวมทั้งวาฬบรูด้า วาฬโอมุระ ฉลามวาฬ และเต่ามะเฟือง ที่ถูกจัดให้เป็นสัตว์หายากและสัตว์ป่าสงวนของไทย ปัจจุบัน ปลาโรนินถือว่าเป็นปลาที่ได้รับความนิยมจากพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทั่วโลกอย่างมาก เนื่องจากมีขนาดใหญ่ และเป็นปลาที่ฝึกให้เชื่องกับคนเลี้ยงได้ง่าย แต่ขณะเดียวกันก็มีราคาซื้อขายที่แพงมาก เนื่องจากเป็นปลาที่ยังไม่ประสบความสำเร็จในการเพาะขยายพันธุ์ในที่เลี้ยง จึงทำให้ปลาส่วนใหญ่มักถูกจับมาจากธรรมชาติ

ทีมงานนายกฯ โพสต์ ‘ขอโทษ’ หลังตวาดใส่ชาวประมงปัตตานี

จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เดินทางลงพื้นที่พบปะประชาชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี และได้มีคลิปขณะส่งเสียงดังตวาดใส่ นายภรัณยู เจริญ ชาวประมง จ.ปัตตานี ที่เข้ามาเรียกร้องขอให้รัฐบาลแก้กฎระเบียบการออกเรือของชาวประมงที่น้อยเกินไป และทำให้ผู้ประกอบการประสบภาวะขาดทุน ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้พบว่าในเพจเฟซบุ๊ก gen.prayut chan-o-cha ทีมงาน ซึ่งกำกับดูแลโดยทีมงานของนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาโพสต์แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และยืนยันว่ารัฐบาลได้เข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาของชาวประมงอย่างยั่งยืน เพื่อให้สมดุลกับธรรมชาติ และความเป็นอยู่ที่ดีของชาวประมงด้วย ทั้งนี้ในโพสต์ดังกล่าวได้มีผู้คนเข้ามาแสดงความชื่นชมเป็นจำนวนมาก และขอให้นายกรัฐมนตรีมีความใจเย็นในการพูดคุยมากขึ้น เพราะเชื่อว่ามีความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาจริงๆ แต่ขณะเดียวกันก็มีผู้คนในดลกออนไลน์บางส่วนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลด้วย ที่มา – Facebook.com / gen.prayut chan-o-cha ทีมงาน

เปิดสมดุลธรรมชาติสุดแปลก เมื่อชาวประมงแบ่ง ‘ซากปลาดุกทะเล’ กับฝูงโลมา

อีกหนึ่งเหตุการณ์แปลกๆ ที่ถูกแชร์ต่อๆ กันเป็นจำนวนมากในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช่เฟซบุ๊คชื่อ สมิง ล่านายพราน ได้โพสต์ภาพซากปลาดุกทะเลหลายสิบตัวที่ถูกกัดจนขาดครึ่ง โดยระบุว่าเป็นผลงานของเหล่าโลมาที่หากินอยู่ใกล้กับปากอ่าวบริเวณแม่น้ำบางปะกง ที่ล่าล่าดุกที่หลบซ่อนอยู่ใต้โคลน และกินเฉพาะส่วนลำตัวเพื่อหลบเงี่ยงของปลาดุก จึงทำให้ส่วนที่เหลือลอยขึ้นมาเหลือผิวน้ำ และกลายเป็นอาหารของชาวประมงได้อีกต่อ แม้จะเป็นเรื่องราวแปลกประหลาดจนไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นจริงได้ แต่จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วบ่อยครั้ง อย่างเช่นในเว็บไซต์ siamfishing.com แห่งรวมของเหล่านักตกปลา ได้มีสมาชิกที่ใช้ชื่อว่า Kaocup เคยโพสต์เรื่องราวแบบเดียวกันนี้เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 บริเวณแม่น้ำบางประกง ซึ่งเจ้าตัวได้ออกเรือไปเก็บซากส่วนหัวของปลาดุกทะเลที่โลมาเหลือไว้ เพื่อนำมาประกอบอาหาร นอกจากนี้ยังมีรายงานจากต่างประเทศเกี่ยวกับการร่วมมือกันระหว่างปลาโลมากับชาวประมงด้วย อย่างเช่นในประเทศบราซิล ที่ชาวประมงกับฝูงโลมาได้ร่วมมือกันจับปลาในเขตน้ำตื้น โดยฝูงโลมาจะไล่ต้อนปลาจากพื้นที่น้ำลึก เข้าไปหาชาวประมงที่รอเหวี่ยงแหอยู่ตามชายหาด ซึ่งความร่วมมือนี้ ทำให้นักล่าทั้งสองฝ่ายสามารถแบ่งปลากันได้โดยไม่ต้องมีเรื่องบาดหมางกัน เพราะชาวประมงก็ได้ปลาที่หลงเข้ามาในอวน ส่วนโลมาก็สามารถได้ปลาที่ว่ายหนีกลับมา หรือได้รับบาดเจ็บเป็นอาหาร ที่มา – Facebook.com : สมิง ล่านายพราน‎ / siamfishing.com คลิปวิดีโอจาก : Youtube.com / Animal Planet

ชมคลิปวินาทีชีวิต! ชาวประมงรัสเซียช่วย ‘ลูกหมี’ จากทะเลสาบก่อนจมน้ำตาย

ชมคลิปวิดีโอบันทึกภาพนาทีชีวิตที่เกิดขึ้นในรัสเซีย ขณะชาวประมงพื้นที่ให้การช่วยเหลือลูกหมี 2 ตัวที่กำลังจะจมน้ำตายในทะเลสาบวีโกเซโร ในเขตคาเรเลีย ให้รอดชีวิตมาได้ รายงานข่าวระบุว่า ลูกหมีสีน้ำตาลทั้ง 2 ตัว เกิดพลัดหลงกับแม่ของมัน ขณะพยายามว่ายน้ำข้ามทะเลสาบแห่งนี้ โดยตอนที่ชาวประมงในคลิปได้พบกับลูกหมีทั้งสองตัวนั้น พวกมันกำลังอยู่ในสภาพที่อ่อนแรง ภาพที่บันทึกได้ในคลิปวิดีโอนี้ แสดงภาพของลูกหมีพยายามใช้อุ้งเท้าของมันเกาะบริเวณกาบเรือ และพยายามปีนขึ้นเรืออย่างทุลักทุเล ก่อนที่ชาวประมงจะใช้อุปกรณ์หาปลามาช่วยช้อนตัวมันขึ้นจากทะเลสาบได้สำเร็จ ก่อนจะนำตัวลูกหมีทั้งสองกลับขึ้นฝั่งไปปล่อยไว้ในต้นไม้ต้นหนึ่ง และหวังว่าแม่ของพวกมันจะตามมาพบลูกโดยเร็ว.

น่าชื่นชม! ชาวประมงรัสเซีย ช่วยชีวิตลูกหมีที่กำลังจะจมน้ำ หลังว่ายข้ามทะเลสาบจนหมดแรง

เหตุการณ์สุดประทับใจนี้เกิดขึ้นที่ประเทศรัสเซีย เมื่อหนุ่มชาวประมงรัสเซียรายหนึ่งได้พบลูกหมี 2 ตัว พร้อมกับแม่ของมันที่อยู่ในสภาพอ่อนแรงเนื่องจากพยายามว่ายน้ำข้ามทะเลสาบในเมืองคาราเลีย แต่เคราะห์ดีที่เรือของพวกเขาแล่นผ่านมาพอดีและเข้าให้การช่วยเหลือได้ทันเวลา ขณะที่คลิปวิดีโอความยาว 1 นาทีกว่า แสดงภาพของลูกหมีใช้อุ้งเท้าเกาะบริเวณกาบเรือและพยายามจะปีนลงเรือแต่ก็เป็นไปอย่างทุลักทุเล ก่อนที่ชาวประมงจะนำสวิงมาช่วยช้อนตัวมันขึ้นจากน้ำได้สำเร็จและนำตัวกลับขึ้นฝั่งไปปล่อยไว้ในต้นไม้ โดยได้แต่หวังว่าแม่หมีจะตามมาพบลูกๆ ของมันโดยเร็ว

โซเชียลอิเหนาจวกยับ!! ชาวเลอินโดฯ ออกเรือล่า ‘พะยูน’ แถมลงมือชำแหละแยกชิ้นส่วน

อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจทั้งในโซเชียลเมืองไทย และในโลกออนไลน์ของอินโดนีเซียอย่างมาก เมื่อได้มีการเผยแพร่ภาพของชาวประมงกลุ่มหนึ่งที่ล่าพะยูนขึ้นมาบนท่าเรือก่อนจะลงมือชำแหละแยกชิ้นส่วน โดยไม่ทราบวัตถุประสงค์ว่าเพื่อนำไปจำหน่ายหรือแจกจ่ายให้เพื่อนชาวเรือนำไปประกอบอาหาร แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มอนุรักษ์ และผู้คนในโลกออนไลน์ที่เห็นภาพดังกล่าวอย่างมาก เนื่องจากพะยูนนั้นเป็นสัตว์ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ อีกทั้งกองทุนเพื่อสัตว์ป่าโลก หรือ WWF ยังจัดให้พยูนอยู่ในกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่เกือบเข้าข่ายใกล้การสูญพันธุ์อีกด้วย อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พะยูนถูกจับเพื่อหวังนำมาใช้เพื่อหาผลประโยชน์ในอินโดนีเซีย เพราะก่อนหน้านี้ในปี 2016 ได้มีการเผยแพร่ภาพและคลิปของพะยูนจากเกาะโกโกยา (kokoya) ในประเทศอินโดนีเซีย ที่ถูกจับมาขังไว้ในคอก และผูกหางด้วยเชือกเส้นใหญ่เพื่อเก็บเงินค่าเข้าชมกับนักท่องเที่ยว จนเกิดกระแสต่อต้านอย่างหนักไปทั่วโลก จนทำให้เจ้าหน้าที่จากศูนย์อนุรักษ์สัตว์ทะเลในอินโดนีเซียต้องเข้ามาช่วยเหลือพะยูนเหล่านั้น และให้ความรู้ความเข้าใจกับชาวบ้านเกี่ยวกับการอนุรักษ์สัตว์หายากของประเทศ ปัจจุบัน พบว่าสาเหตุที่ทำให้พะยูนสูญพันธุ์นั้น นอกจากการสูญเสียแหล่งที่อยู่อาหารและแหล่งอาหารตามธรรมชาติแล้ว การล่าพะยูนเพื่อเอาเนื้อและอวัยวะต่างๆ คืออีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้ให้ประชากรพะยูนลดลงอย่างรวดเร็ว โดยในประเทศไทยพบว่าเหลือพะยูนอีกเพียงไม่กี่ร้อยเท่านั้น ทั้งยังมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องเพราะการล่าของมนุษย์และได้รับบาดเจ็บจากอุปกรณ์หาปลา ที่มา – Facebook.com : Tan Siuphing / thedodo.com

นทท. ผวา! ไม่กล้าเล่นน้ำ เจ้าท่ากระบี่เตือนเรือทุกประเภทเฝ้าระวังคลื่นลมแรงในระยะนี้

ที่บริเวณหน้าชายหาดคลองม่วง ตำบลหนองทะเล อำเภอเมืองกระบี่ ทะเลมีคลื่นลมแรงพัดเอาขยะกิ่งไม้เครื่องมือทำประมงเป็นจำนวนมาก ขึ้นมาบนฝั่งตลอดแนวชายหาดระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าลงเล่นน้ำทะเล ขณะที่เรือหางยาวโดยสารนำเที่ยวกว่า 100 ลำ ที่ให้บริการนักท่องเที่ยวบริเวณดังกล่าว ต้องนำเรือไปจอดหลบคลื่นลมแรงในบริเวณคลองยิงเสือ และในอ่าวหลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา หมู่เกาะพีพี เพื่อความปลอดภัย ป้องกันเรือเสียหายจากคลื่นพัดเรือกระแทกกัน นายบุญเชาว์ ตั้งสิริไพศาล ผู้อำนวยการเจ้าท่าภูมิภาคสาขากระบี่ ออกประกาศแจ้งเตือนเรือทุกประเภท ให้ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรง โดยเฉพาะเรือขนาดเล็กงดออกจากฝั่งอย่างเด็ดขาด ให้เตรียมพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิต เสื้อชูชีพประจำเรือให้พร้อมใช้งาน และให้ผู้โดยสารสวมใส่เสื้อชูชีพทุกครั้งขณะโดยสารอยู่บนเรือ พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

มหึมา! ประมงรัสเซียตกได้ ‘ปลาแสงอาทิตย์’ น้ำหนัก 1.1 ตัน ใหญ่เกินจนไม่รู้จะทำยังไง?

ชาวประมงรัสเซียที่ออกเรือไปตกปลาได้ “ปลาแสงอาทิตย์” ตัวมหึมา ใหญ่เกินจนไม่รู้จะทำยังไง สุดท้ายนำไปให้เป็นอาหารสัตว์ป่าแทน ปลาแสงอาทิตย์ หรือปลาโมลา โมลา ตัวนี้มีน้ำหนักกว่า 1.1 ตัน ชาวประมงคนหนึ่งในกลุ่มบอกว่า ไม่เคยเห็นปลาแสงอาทิตย์ตัวใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต ไปตกได้มาจากหมู่เกาะคูริล แต่กว่าจะกลับมาถึงฝั่งก็ผ่านไปแล้ว 3 วันปลาก็เริ่มจะเน่า พวกเขาไม่รู้จะทำอย่างไรกับซากปลาตัวนี้ดี เลยเอาไปทิ้งไว้ให้เป็นอาหารสัตว์ป่า หมีตัวไหนโชคดีผ่านมาคงอิ่มไปทั้งอาทิตย์.

สุดสะเทือนใจ ชาวประมงจีนแล่เนื้อฉลามวาฬใกล้สูญพันธุ์ขายกลางถนน!

รายงานข่าวระบุว่า เนื้อฉลามวาฬที่ถูกแล่อยู่บนถนนนี้ เดิมทีจะถูกส่งไปขายให้กับโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ แต่ต่อมาทางโรงแรมปฏิเสธที่จะรับเนื้อไป เนื่องจากเกรงว่า “กลิ่นที่รุนแรง” ของมันจะสร้างความระคายเคืองแก่ทางเดินหายใจของแขกที่พักในโรงแรม หลังจากเหตุการณ์นี้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกโซเชี่ยล ได้สร้างกระแสความไม่พอใจอย่างกว้างขวางในหมู่พลเมืองเน็ตแดนมังกร ที่เรียกร้องให้มีการจับกุมชายในคลิปมาดำเนินคดี ล่าสุดมีรายงานว่า ทางการท้องถิ่นได้จับกุมชายที่แล่เนื้อฉลามวาฬในคลิปไปสอบสวน และเตรียมดำเนินคดีกับเขาในข้อหากระทำผิดกฏหมายการค้าสัตว์ เนื่องจากฉลามวาฬถือเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์และต้องได้รับการคุ้มครองตามกฏหมายจีน ภาพจาก: v.qq.com

keyboard_arrow_up