มันคืออะไร!? เผยลวดลายปริศนา ที่หลายคนเชื่อว่ามันคือ ‘เส้นนัซกา’ แห่งตะวันออกกลาง

นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวปริศนาที่ได้รับความสนใจจากผู้คนชื่นชอบเรื่องราวลี้ลับจากทั่วโลก เพราะจนถึงทุกวันนี้ ก็ยังไม่มีใครที่สามารถอธิบายที่มาของ เส้นนัซกา (Nazca Lines) ลายเส้นลึกลับที่กินพื้นที่กว่า 520 ตารางกิโลเมตรบนทะเลทรายนัซกา ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมืองนัซกากับเมืองปัลปาในแคว้นอีกา ประเทศเปรู และสามารถมองเห็นเป็นรูปร่างของสัตว์ต่างๆ ได้เฉพาะจากทางอากาศเท่านั้น ก่อนจะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยคณะกรรมการสมัยที่ 18 แม้จะเป็นเรื่องราวลี้ลับแห่งเปรุ แต่ด้วยเทคโนโลยีถ่ายภาพทางอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทำให้นักวิจัยค้นพบเส้นปริศนาที่ว่านี้อีกแห่งหนึ่งในประเทศจอร์แดน ซึ่งห่างจากแหล่งค้นพบแรกกว่าพันกิโลเมตรเลยทีเดียว อีกทั้งนักวิทยาศาสตร์ยังเชื่อว่า เส้นกลมวงเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่จะเป็นลวดลายที่ถูกทำขึ้นโดยผู้คนหรือวัฒนธรรมอะไรสักอย่าง ที่อาจเชื่อมโยงกับเส้นนัซกาในเปรูหรือไม่นั้น ยังคงต้องมีการค้นหากันต่อไป ที่มา – livescience.com

หน้าที่การงานมั่นคง! อังกฤษตั้ง ‘ทูตเหมียว’ ประจำจอร์แดน หวังสร้างภาพลักษณ์เป็นมิตร

หน่วยงานรัฐบาลอังกฤษหลายแห่งมีธรรมเนียมว่าจ้างเจ้าพนักงานแมว มาทำหน้าที่คล้ายๆ ทูตสันถวไมตรี โดยที่สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจำจอร์แดน แต่งตั้งให้ “ลอว์เรนซ์” เป็นเจ้าพนักงานจับหนู ซึ่งถือเป็นครั้งที่มีตำแหน่งนี้ในต่างประเทศ ก่อนหน้านี้ตำแหน่งนี้เป็นของ “พาล์มเมอร์สตั้น” แมวเซเลปแห่งกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ ในกรุงลอนดอน สถานทูตอังกฤษรับอุปการะ “ลอว์เรนซ์” มาจากสถานสงเคราะห์สัตว์จรจัดในจอร์แดน และตั้งชื่อจากหนังสือ ลอว์เรนซ์แห่งอาราเบีย อัตชีวประวัติของนายทหารชื่อดัง “ที อี ลอว์เรนซ์” สถานทูตยังสร้างบัญชีทวิตเตอร์ไว้ให้ “ลอว์เรนซ์” ได้ติดต่อกับแฟนคลับทั่วโลกอีกด้วย ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี และช่วยประชาสัมพันธ์ให้ชาวต่างชาติมองจอร์แดนในแง่มุมที่เป็นบวกมากขึ้นและรู้สึกอยากมาท่องเที่ยว ตอนนี้มีผู้ติดตามกว่า 5,000 คนแล้ว

มือบอน! คนไทยขีดเขียนแหล่งประวัติศาสตร์จอร์แดน จนท.ขู่ประจานคุมคุณภาพคนไม่ได้

วันที่ 22 พ.ย.60 อ.เผ่าทอง ทองเจือ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวิตศาสตร์และวัฒนธรรม โพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งปรากฏภาพแหล่งโบราณสถานถูกขีดเขียนเป็นภาษาไทย บนภาพแกะสลักหิน อายุกว่า 2000 ปี ณ แหล่งโบราณคดีประวัติศาสตร์ ประเทศจอร์แดน โดยเจ้าหน้าที่ดูแลแหล่งประวัติศาสตร์ได้สั่งให้ผู้ขีดเขียนไปดำเนินการลบ ไม่เช่นนั้นจะประจานประเทศและโรงเรียน เนื่องจากไม่ดูแลคุณภาพของคนในประเทศนั้นๆ โดยข้อความระบุว่า “ณ บริเวณแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ ที่มีภาพสลักหิน และภาพลายเส้น อายุกว่า 2000 ปี ก็มีคนชาติไหนไม่ทราบ มาเขียนข้อความดังในภาพเอาไว้สดๆร้อนๆ เพียงแค่1วันก่อนหน้าที่ผมจะมาถึงที่นี่ เจ้าหน้าที่จอร์แดนฝากบอกคนเขียนให้ไปลบออกด้วย ไม่เช่นนั้นเขาจะประจานประเทศไทยและ รร.ที่เขียนให้นักท่องเที่ยวทุกชาติทราบว่าประเทศไทยไม่ดูแลคุณภาพของคนในประเทศของตัวเอง” ล่าสุด เฟซบุ๊ก โรงเรียนซอลีฮียะห์ – Salihiyah School ได้โพสต์ข้อความว่า ได้รับรู้และทราบปัญหาเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว โดยทางโรงเรียนได้ติดต่อกับผู้เขียนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผู้เขียนได้ยอมรับและพร้อมที่จะลบข้อความดังกล่าว โดยข้อความระบุว่า ทุกคนอาจจะรู้เรื่องข่าวคราวเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้..ในฐานะในนามโรงเรียนซอลีฮียะห์ ซึ่งทางโรงเรียนรับรู้เเละรับทราบเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทางโรงเรียนเองก็ได้ติดต่อผู้เขียนไว้เรียบร้อยแล้วครับ ซึ่งผู้เขียนเองก็ยอมรับผิดเเละพร้อมที่จะลบข้อความดั่งกล่าว ผู้เขียนข้อความดั่งกล่าวท่านนี้เป็นศิษย์เก่าขอโรงเรียน ซึ่งคณะนี้เขากำลังศึกษาอยู่ที่ประเทศจอร์เเดน เเละไม่ได้เกี่ยวกับผู้บริหารใดๆทั้งสิ้น ทางผู้บริหารเองก็ได้เเนะนำเเละตักเตือนนักเรียนดั่งกล่าวเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว ขอความกรุณาจากทุกภาคส่วนให้หยุดโพสต์หยุดเเชร์ข้อความดั่งกล่าว ซึ่งทางโรงเรียนเองขออภัยทุกท่านกับสิ่งที่เกิดขึ้นดังกล่าว اللهم إنا […]

ราวกับอยู่บนดาวอังคาร! จอร์แดนเปิดบริการห้องพักสุดสบายที่ตั้งอยู่กลางทะเลทราย

หลังจากประสบปัญหาการเมืองในประเทศมานานหลายปี จนสร้างความเสียหายต่อธุรกิจการท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างมาก แต่เมื่อไม่นานมานี้ ประเทศจอร์แดนได้เปิดตัวบริการที่พักแนวใหม่ขึ้นกลางทะเลทรายวาดิรัม (Wadi Rum) ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศและได้ชื่อว่า หุบเขาแห่งพระจันทร์ (The Valley of the Moon) ซึ่งมีสภาพแวดล้อมภายเต็มไปด้วยภูเขาหิน และทรายสีแดง ที่ชวนให้รู้สึกเหมือนกับกำลังอาศัยอยู่บนดาวอังคาร แม้จะดูเป็นการกล่าวเกินจริง แต่ทะเลแห่งนี้ถูกใช้ถ่ายทำภาพยนตร์เกี่ยวกับอวกาศมาแล้วมากมายนับไม่ถ้วน เช่นเรื่องดังๆ อย่าง Red Planet, The Last Days on Mars และ The Martian ซึ่งสามารถจูงใจให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการตามรอยหนังดังเหล่านั้นยอมจ่ายเงินค่าที่พักประมาณคืนละ 3,000-15,000 บาท เพื่อให้ชาวเผาพื้นเมืองที่ชื่อว่า เบดูอิน พาขี่อูฐเพื่อชมทัศนียภาพทะเลทรายและวิวพระอาทิตย์ตกที่ได้ชื่อว่าสวยงามติดอันดับโลก   ที่มา – suncitycamp.com

keyboard_arrow_up