นักดาราศาสตร์พบกลุ่มกาแล็กซี่ใหม่ หนาแน่น-ขนาดใหญ่ที่สุด

บรรดานักดาราศาสตร์ ค้นพบกลุ่มกาแล็กซี่ที่มีความหนาแน่นและมีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ ซึ่งถือกำเนิดขึ้นขณะที่จักรวาลยังมีอายุน้อย หรือราว 2 พันล้านปีหลังเกิด บิกแบง หรือการระเบิดครั้งใหญ่ซึ่งเป็นการกำเนิดเอกภพ บรรดานักวิจัยตั้งชื่อโครงสร้างที่เพิ่งค้นพบครั้งนี้ว่า Hyperion โดยค้นพบผ่านกล้องโทรทรรศน์ระยะไกล VLT ที่หอดูดาวท้องฟ้าซีกใต้แห่งยุโรป หรือ ESO ไปติดตั้งไว้ทางตอนเหนือของทะเลทรายอาตากามาในชิลี โดยนักวิทยาศาสตร์ อธิบายว่า มีกลุ่มกาแล็กซี่อื่น ๆ ที่รู้จักกันในชื่อ กลุ่มกระจุกดาราจักร ที่อยู่ไกลออกไปหลายล้านปีแสง และอยู่ใกล้กับจุดกำเนิดของการระเบิดครั้งใหญ่หรือ บิ๊กแบง แต่ไม่มีกลุ่มใดมีขนาดใหญ่เท่ากับกลุ่ม Hyperion ESO อธิบายว่า ด้วยขนาดของกลุ่มกาแล็กซี่ที่มีขนาดใหญ่แม้จะเพิ่งถือกำเนิดได้ไม่นานในประวัติศาสตร์ของจักรวาล แต่ Hyperion อาจค่อย ๆ พัฒนาในลักษณะที่คล้ายกับกลุ่มกระจุกดาราจักรท้องถิ่น อันเป็นที่ตั้งของกาแล็กซี่ทางช้างเผือกที่ระบบสุริยะและโลกของเราตั้งอยู่นั่นเอง ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

นักโบราณคดีใต้น้ำ พบซากเรือสินค้าเกือบ 60 ลำ นอกชายฝั่งกรีซ

ทีมนักโบราณคดีใต้น้ำของกรีซเผยข่าวการค้นพบซากเรืออย่างน้อย 58 ลำ บริเวณนอกชายฝั่งของเกาะฟูร์นัว ทางตะวันออกของทะเลอีเจียน โดยที่เรือสินค้าหลายลำที่จมอยู่ใต้ทะเลในบริเวณนี้มีอายุเก่าแก่ย้อนกลับไปถึงยุคจักรวรรดิกรีก โรมันและไบแซนไทน์ ขณะที่สภาพอากาศที่เลวร้ายและคลื่นลมในทะเลแถบนี้ น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เรือสินค้าจำนวนมากต้องอับปางลง ทีมนักโบราณคดีใต้น้ำทีมนี้ได้เริ่มการดำน้ำสำรวจซากเรือโบราณที่จมอยู่ในทะเลอีเจียนมาตั้งแต่ปี ค.ศ.2015 หรือเมื่อ 3 ปีก่อน โดยที่ในปีแรกพวกเขาสามารถพบซากเรือสินค้าที่จมอยู่ก้นทะเลบริเวณนี้จำนวน 22 ลำ ก่อนที่จำนวนเรือสินค้าที่พบจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ จนถึง 58 ลำในขณะนี้ ซึ่งสมาชิกในทีมต่างมั่นใจว่า จำนวนเรือสินค้าโบราณที่พวกเขาพบ จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้ น่านน้ำแถบทะเลอีเจียน และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ถือเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการค้าระหว่างประเทศในยุคโบราณที่มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่าง 3 ทวีป คือ ยุโรป แอฟริกา และเอเชีย ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

เมื่อกระต่ายหายากที่โลกเคยคิดว่ามันสูญหายไปแล้ว ถูกค้นพบอีกครั้งในเนปาล

แม้การหายไปของสัตว์บางสายพันธุ์จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงกับมนุษย์สักเท่าไหร่ แต่เชื่อเถอะว่ามันเป็นเรื่องน่าใจหายทุกครั้งที่พบว่ามีข่าวคราวการหายไปของสัตว์หายากบางชนิด อย่างเช่นเรื่องราวของ Hispid Hare กระต่ายหายากที่พบอยู่ในพื้นที่แคบๆ ของเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าพวกมันได้หายไปจากธรรมชาติแล้ว แม้จะไม่มีการลงความเห็นว่าสุญพันธุ์ แต่หลังจากปี 1986 ก็ไม่เคยมีรายงานการค้นพบกระต่ายสายพันธุ์นี้อีกเลย และทำให้สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN) จัดมันอยู่ในบัญชีแดงของชนิดพันธุ์ใกล้สูญพันธุ์ จนกระทั่งเมื่อปี 2016 ได้มีนักอนุรักษ์ช่าวอินเดียชื่อ Bed Khadka ได้บันทึกภาพลูกกระต่ายตัวหนึ่งในอุทยาน Chitwan National Park ของประเทศเนปาล ซึ่งมีหูสั้น ขาหน้าและขาหลังยาวเท่านั้น ต่างจากลักษณะของกระต่ายทั่วไป และในขณะนั้นไม่มีใครทราบว่ามันเป็นกระต่ายสายพันธุ์ใด จนเมื่อไม่นานนี้ได้มีการยืนยันว่า มันคือ Hispid Hare สุดหายากที่เคยถูกคิดว่าไม่มีมันเหลือในโลกอีกแล้ว ปัจจุบัน Hispid hare ถูกจัดให้เป็นกระต่ายภูเขาที่ใกล์สูญพันธุ์และหายากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก เพราะแม้จะมีหลักฐานยืนยันการมีตัวตนของมัน แต่เพราะการอยู่อาศัยในพื้นที่แคบๆ ตามทุ่งหญ้าบนภูเขาในประเทศเนปาล และอาจมีประชากรเพียงไม่ถึง 100 ตัว ทำให้สถาการณ์ของมันก็ยังเสียต่อการสูญพันธุ์ไม่น้อย

นักประดาน้ำเม็กซิโก ค้นพบ ‘ถ้ำใต้ทะเล’ ยาวที่สุดในโลก! เชื่อช่วยการศึกษาอารยธรรมโบราณ

กลุ่มนักประดาน้ำเพื่อการสำรวจในเม็กซิโกได้ค้นพบถ้ำใต้ท้องทะเล ใกล้กับเมืองโบราณตูลุม ทางตะวันออกของเม็กซิโก ซึ่งถ้ำที่พบนั้นเป็นถ้ำ 2 แห่ง ที่เชื่อมต่อกัน และมีความยาวถึง 347 กิโลเมตร หลังทีมนักประดาน้ำลงสำรวจใต้ทะเลไปเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา โดยทีมสำรวจเชื่อว่าเป็นถ้ำใต้ทะเลที่มีความยาวมากที่สุดในโลก ด้านทีมสำรวจใต้น้ำหวังว่าการค้นพบถ้ำดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาอารยธรรม และความเจริญรุ่งเรืองของชนเผ่ามายันในอดีต ที่เคยสร้างอาณาจักรในบริเวณดังกล่าว ก่อนที่สเปนจะเข้ามาล่าอาณานิคม

พบดาวเคราะห์ดวงใหม่ ‘เคปเลอร์ ไนน์ตี้ ไอ’ มีจำนวน 9 ดวงเทียบเท่าระบบสุริยะ

นาซ่าค้นพบดาวเคราะห์ดวงใหม่ชื่อว่า “เคปเลอร์ ไนน์ตี้ ไอ” (Kepler-90i) เป็นดาวเคราะห์หินดวงเล็กๆ ที่มีความสำคัญมาก เพราะเดิมทีนาซ่าคิดว่าระบบดาวเคราะห์ที่สังกัดอยู่ มีดาวอยู่แค่ 8 ดวง พอเจอเพิ่มอีก 1 ดวงทำให้ระบบดาวเคราะห์แห่งนี้มีจำนวนดาวเทียบเท่าระบบสุริยะของโลกพอดี ย้อนถึงระบบดาวเคราะห์ เคปเลอร์ ไนน์ตี้ (Kepler-90) นักดาราศาสตร์รู้จักระบบดาวเคราะห์แห่งนี้มาสักพักแล้ว แต่รู้แค่ว่ามีดาวฤกษ์ 1 ดวง กับดาวเคราะห์ 7 ดวง รวมเป็น 8 ดวง แต่ล่าสุดค้นพบดาวเคราะห์ดวงที่ 8 ทำให้รวมทั้งหมดเป็น 9 ดวง เคปเลอร์ ไนน์ตี้จึงกลายเป็นระบบดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดที่เคยค้นพบมา และที่สำคัญมีจำนวนดาวเท่ากับระบบสุริยะของโลกด้วย (ดวงอาทิตย์ 1 + ดาวเคราะห์ 8 (ไม่รวมพลูโต) = 9 ดวง) ระบบดาวเคราะห์ เคปเลอร์ ไนน์ตี้ อยู่ห่างจากระบบสุริยะของเรา 2,545 ปีแสง หรือหมายถึงถ้าเดินทางด้วยความเร็วแสงจะใช้เวลา 2,545 ปี ถึงจะเดินทางมาถึงหมาย […]

การค้นพบครั้งใหม่! ‘ช่องปริศนา’ ภายในมหาพีรามิดอียิปต์ ใหญ่ชนิดที่ว่าเครื่องบินเข้าไปจอดได้ (คลิป)

ได้มีการค้นพบช่องว่างขนาดใหญ่ภายในมหาพีรามิดแห่งกีซ่าของอียิปต์ ซ่อนอยู่เหนือทางเดินหลัก ซึ่งคาดว่าช่องว่างนี้น่าจะมีส่วนสำคัญต่อโครงสร้างภายในพีรามิด ขอบคุณภาพ The CosMos News คณะนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น และฝรั่งเศสแถลงข่าวการค้นพบช่องว่างขนาดใหญ่ความยาว 30 เมตร คือใหญ่ชนิดที่ว่าเอาเครื่องบินเข้าไปจอดได้เลย ช่องนี้อยู่ด้านในพีรามิดคูฟู ที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อมหาพีรามิดแห่งกีซ่าของอียิปต์ นักวิทยาศาสตร์ค้นพบช่องว่างนี้ด้วยการตรวจความหนาแน่นของการเปลี่ยนแปลงภายในโครงสร้างชั้นหิน ช่องนี้ตั้งอยู่เหนือทางเดินหลัก แต่พอหาเส้นทางเชื่อมจากทางเดินหลักเข้าไปที่ช่องปรากฏว่าหาไม่เจอ ไม่มีทางเข้า แล้วก็ยังไม่ทราบวัตถุประสงค์ของช่องว่างดังกล่าว ก่อนหน้านี้เคยมีการค้นพบช่องในมหาพีรามิดแห่งกีซ่ามาแล้ว ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุว่าเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากโครงสร้างภายในพีรามิดมักเต็มไปด้วยโพรง และช่องว่างต่างๆ แต่ว่าช่องนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยพบว่า ก็เลยเชื่อว่าน่าจะมีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างภายในพีรามิด.

แบ็คโฮขุดพบ ‘ตะเคียนทอง’ ในคลองเก่าแก่ คาดอายุกว่า 200 ปี ชาวบ้านแห่ขูดขอเลขเด็ด (คลิป)

ที่จ.สุราษฎร์ธานี คนขับรถแบ็คโฮฝันเห็นผู้หญิงนั่งทับอก 2 คืนซ้อน บอกว่าถูกเหยียบมาหลายครั้งแล้ว จึงขุดทางเดินในคลองพบไม้ตะเคียนทองขนาดใหญ่ ซึ่งคาดว่าถูกตัดเมื่อ 200 ปีก่อน เพราะยังใช้ขวานตัด นอกจากนั้นยังพบเรือขุดที่ทำจากไม้ตะเคียนทองฝังอยู่ใต้น้ำอีก 1 ลำ น่าจะถูกตัดและทำเรือในระยะเวลาใกล้เคียงกัน ขณะที่ชุมชนเตรียมเชิญผู้เชี่ยวชาญคำนวณอายุต้นไม้ พร้อมสร้างศาลาอนุรักษ์เป็นสมบัติและสิ่งศักดิ์ของชุมชน โดยชาวบ้านในพื้นที่ ม.6 ต.ควนศรี อ.บ้านนาสาร และใกล้เคียงต่างแห่เข้าดูและกราบไหว้ไม้ตะเคียงทองขนาดใหญ่ โดยหลังจากที่ผู้รับเหมาก่อสร้างสะพานข้ามคลองพรงขุดพบขึ้นมาได้นำมาวางไว้ริมถนน ไม้ตะเคียนทองที่พบมีขนาดรอบวง 1.5 เมตร ยาว 6 เมตร นอกจากนั้นยังมีเรือไม้ขุดที่ยังจมอยู่ในดินและลำคลองอีก 1 ลำ ซึ่งคาดว่าเป็นไม้ชนิดเดียวกันและขนาดรอบวงใกล้เคียงกัน ซึ่งเตรียมปรึกษาเจ้าของที่ดินริมคลองเพื่อขอขุดขึ้นมาจากลำน้ำ ทางด้านนายบำเรอ เชื้อพุทธ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 เล่าว่าคลองพรงแห่งนี้เป็นคลองเก่าแก่คู่ชุมชน แต่ก่อนเป็นคลองใหญ่ เคยใช้เป็นเส้นทางสัญจรและขนอุปกรณ์มาสร้างวัดควนศรี แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไม่มีการสัญจรทางน้ำคลองจึงตื้นเขินไปเรื่อยๆ การขุดพบไม้ตะเคียนครั้งนี้ก็ถือเป็นสมบัติของชุมชน หลังจากนี้เตรียมเชิญเจ้าหน้าที่จากธนาคารต้นไม้มาวัดขนาดและคำนวณจำนวนปีของไม้ตะเคียนที่พบ และปรึกษาเจ้าของที่ดินเพื่อนำเรืออีกลำที่ยังจมอยู่ในน้ำและดินติดริมคลองขึ้นมาด้วย และสร้างเป็นศาลาเก็บรักษาเป็นสมบัติของชุมชนและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่ชุมชน ซึ่งหลังจากที่ขุดพบและนำขึ้นมาวางไว้ริมคลองก็มีชาวบ้านเข้ามากราบไหว้และขอเลขกับเจ้าแม่ตะเคียนทอง อย่างต่อเนื่องตามความเชื่อของชาวบ้าน

นักวิทย์พบ ‘คลื่นความโน้มถ่วง’ การจากชนกันของดาวสองดวง เมื่อ 130 ล้านปีก่อน

ทีมนักวิทยาศาสตร์สามารถตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วง และแสงจากการชนกันของดาวสองดวง เมื่อ 130 ล้านปีก่อน กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จากหอสังเกตการณ์คลื่นความโน้มถ่วงโดยใช้อินเตอร์เฟอโรมิเตอร์ชนิดเลเซอร์ หรือไลโก้เปิดเผยว่าสามารถตรวจจับแสง และคลื่นความโน้มถ่วง หรือที่เรียกกันว่าคลื่นไอน์สไตน์จากการชนกันของดาวที่ตายไปแล้วสองดวง หรือดาวนิวตรอน โดยดาวทั้งสองมีขนาดมวลใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ 10 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการพุ่งชนกันของดาวดังกล่าวเกิดขึ้นในกาแลคซี่ ที่มีชื่อว่า เอ็นจีซี 4993 ห่างจากกลุ่มดาวงูไฮดราเป็นระยะทางหลายพันล้านกิโลเมตรเมื่อ 130 ล้านปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่ไดโนเสาร์ยังคงมีชีวิตอยู่บนโลก การชนกันของดาว และคลื่นความโน้มถ่วงดังกล่าวก็ทำให้เกิดแร่ธาตุสำคัญในจักรวาลอย่างทองคำ และทองคำขาว ทั้งนี้ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ยอดนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกเคยทำนายการเกิดคลื่นความโน้มถ่วงไว้เมื่อปี 1916 ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของเขา อย่างไรก็ดี แนวคิดเรื่องคลื่นความโน้มถ่วงของไอน์สไตน์ไม่เคยได้รับการพิสูจน์ จนกระทั่งเมื่อปีที่ผ่านมา เมื่อทีมนักวิทยาศาสตร์จากหอสังเกตการณ์ไลโก้ตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วงจากหลุมดำสองหลุมที่ชนกันเมื่อ 1,300 ปีก่อน ซึ่งทีมนักวิทยาศาสตร์ 3 คน ผู้ค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงในครั้งนั้นก็ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปีนี้ไปครองด้วย โดยเหล่านักวิทยาศาสตร์หวังว่าการค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงจะช่วยทำให้เข้าใจ และศึกษาการเคลื่อนตัวของมวลในอวกาศ อย่างไรก็ดี การตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วงยังคงป็นสิ่งทำได้ยากในปัจจุบัน.

keyboard_arrow_up