ผลตรวจดีเอ็นเอไม่ชัด ไร้หลักฐานเอาผิด ม.157 ‘ชัยฤทธิ์’ พา ‘ยิ่งลักษณ์’ หลบหนี

ความคืบหน้ากรณีผลการสอบสวนผู้เกี่ยวข้องในการพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนี หลังผลการเทียบเคียงดีเอ็นเอ ออกมาแล้ว พบว่ายังไม่สามารถเทียบเคียงได้ เนื่องจากมีการปนเปื้อนจำนวนมาก ทำให้การเอาผิดตำรวจที่เกี่ยวข้อง ตาม ม.157 ยังไม่สามารถแจ้งข้อหาได้ แต่ในส่วนคดีอื่น ๆ ยังคงเดินหน้าเอาผิด เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 60 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวถึง ความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง นำพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว หลบหนี ว่า ล่าสุดได้รับรายงานอย่างไม่เป็นทางการจากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ถึงผลการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอในรถเก๋ง โตโยต้ารุ่นคัมรี่สีบรอนซ์ ทะเบียน ฌข 5323 กรุงเทพมหานคร ที่ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น. 5 ให้การว่าใช้เป็นพาหนะพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ และเลขาส่วนตัวหลบหนี จาก กทม. ไปยัง […]

‘ศรีวราห์’ ลุ้นอินเตอร์โพลออกหมายแดงตามจับตัว ‘ยิ่งลักษณ์’

เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 60 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ได้ร้องขอตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) ไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (30 ก.ย. 60) ขอให้ออกหมายแดงเพื่อให้ 192 ประเทศสมาชิกทั่วโลก จับกุม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกจากดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรต ไปอังกฤษ พร้อมกับส่งหมายแดงให้อินเตอร์โพล เนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีหมายจับแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของอินเตอร์โพล พร้อมรายงานการพิจารณาขอหมายแดงจับกุมนางสาวยิ่งลักษณ์ ต่ออัยการสูงสุด ทั้งนี้ หากอินเตอร์โพล อนุมัติหมายแดง ตำรวจในประเทศที่เป็นสมาชิกสามารถจับกุมได้ทันที โดยไม่ขอแสดงความเห็นกรณีนางสาวยิ่งลักษณ์ อยู่ในข่ายออกหมายแดงได้หรือไม่ ส่วนผลตรวจดีเอ็นเอเส้นผมและของใช้ส่วนตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่เก็บจากบ้านพักซอยโยธินพัฒนา 3 เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอผู้หญิงที่พบในรถยนต์โตโยต้า คัมรี่ ที่ตรวจยึดได้ว่าเป็นรถยนต์ที่พานางสาวยิ่งลักษณ์ ไปยัง จ.สระแก้วหรือไม่ คาดจะทราบผลดีเอ็นเอ 1-2 วันนี้ หากดีเอ็นเอเป็นของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็จะมีการดำเนินคดี […]

ยังไร้คำตอบจากอังกฤษ ‘ยิ่งลักษณ์’ อยู่ลอนดอนหรือไม่ ใกล้สรุปผลสอบ ‘พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์’ พาปูหลบหนี

ยังไม่มีคำยืนยันจากทางการอังกฤษว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยู่ในประเทศ หลังจากทางการไทย ประสานเรื่องไป ส่วนความคืบหน้า ในการตรวจสอบนายตำรวจ ที่พา น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนี ล่าสุดผลการสอบคืบหน้าไปกว่าร้อยละ 90 แล้ว โดยเมื่อวันที่ 3 ต.ค. 60 พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณี พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น.5 มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรีหลบหนีออกนอกประเทศ เปิดเผยว่าขณะนี้การสืบสวนข้อเท็จจริงมีความคืบหน้าไปมากกว่าร้อยละ 90 เหลือเพียงคำชี้แจงจาก พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ และผลการตรวจดีเอ็นเอภายในรถคัมรี่ต้องสงสัยที่ใช้ในการหลบหนี ที่คาดว่าจะรู้ผลในอีก 1-2 วันนี้ เพื่อนำมาประกอบเป็นหลักฐานพิจารณาทั้งทางวินัยและอาญาที่เกี่ยวข้อง หาก พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ เข้าชี้แจงก็สามารถสรุปความเห็นได้ทันที โดยในส่วนของคดีอาญา หากพบความผิดจะส่งความเห็นให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินคดีต่อ ขณะที่ทางวินัยซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดถึงไล่ออก ก็จะเสนอความเห็นให้รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รรท.ผบช.น.) มีคำสั่งต่อไป ส่วนการติดตามตัวอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ […]

พฐ.เร่งคัดแยกวัตถุพยานบ้าน ‘ยิ่งลักษณ์’ หาจุดเชื่อมโยงดีเอ็นเอหญิงสาวบนรถเก๋งคัมรี่

เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 60 พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง (ผบก.พฐ.) เปิดเผยว่า วัตถุพยานที่ตรวจยึดจากบ้านพัก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ซอยโยธินพัฒนา3 ทั้งหมด กว่า 17 รายการ 100 ตัวอย่าง ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ คัดแยกดีเอ็นเอ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีก 1-2 วันจะแล้วเสร็จ ซึ่งการตรวจครั้งนี้จะตรวจพิสูจน์หาดีเอ็นเอของ น.ส.ยิ่งลักษณ์เพื่อนำไปตรวจเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของหญิงสาวที่พบในรถโตโยต้าคัมรี่ เพื่อหาความเชื่อมโยง ส่วนจะมีการเชิญบุคคลใกล้ชิด หรือบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาเก็บดีเอ็นเอ เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์หรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็น จุดประสงค์การตรวจต้องการแค่หลักฐานที่มีความเชื่อมโยงกับรถโตโยต้า คัมรี่เท่านั้น ส่วนการเก็บวัตถุพยานที่คอนโดย่านวังทองหลาง ซึ่งเป็นของ น.ส.นิลุบล กลิ่นประทุม เลขา น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของหญิงสาว ที่พบในรถโตโยต้า คัมรี่ อีกทั้งจะนำไปเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอ ภายในรถฮอนด้า แอคคอร์ด ซึ่งเป็นของ น.ส.นิลุบล ซึ่งจอดอยู่ใต้คอนโดว่าตรงกันหรือไม่

ซีเอ็นเอ็นอ้างแหล่งข่าวพรรคเพื่อไทย ยัน ‘ยิ่งลักษณ์’ อยู่ลอนดอน เตรียมขอลี้ภัยอังกฤษ (คลิป)

ข้อมูลการข่าวของรัฐบาลทีระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมตรี อยู่ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ดูจะขัดกับรายงานข่าวในหน้าเว็บไซต์ของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นเช้าวันนี้ (29 ก.ย.60) ที่บอกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ที่กรุงลอนดอน และกำลังดำเนินการขอลี้ภัยทางการเมืองที่ประเทศอังกฤษ โดยยืนยันว่าเป็นข้อมูลที่ได้มาจากแหล่งข่าวภายในพรรคเพื่อไทย แหล่งข่าวยังเปิดเผยด้วยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางออกจากดูไบ ไปที่กรุงลอนดอนตั้งแต่เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งทางผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของอังกฤษเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม.

‘ศรีวราห์’ นำทีมค้นบ้าน ‘ยิ่งลักษณ์’ พร้อมตรวจกระเป๋าตำรวจโชว์! แสดงความบริสุทธิ์ใจ

วันนี้ (28 ก.ย. 60) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และกองพิสูจน์หลักฐาน กว่า 20 นาย เข้าตรวจค้นบ้านพักของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายในซอยโยธินพัฒนา 3 หลังศาลอาญาอนุมัติหมายค้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เพื่อเก็บพยานหลักฐานเพิ่ม พร้อมเก็บดีเอ็นเอไปเทียบเคียงกับดีเอ็นเอภายในรถยนต์คัมรี่ สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียน ณข 2532 กรุงเทพมหานคร ที่ต้องสงสัยว่าพาอดีตนายกฯ หลบหนี ว่าเป็นของอดีตนายกฯ หรือไม่ โดยก่อนการเข้าตรวจค้น พลตำรวจเอกศรีวราห์ ได้มีการแสดงตัวชุดตรวจค้น และตรวจสอบทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ทุกนาย เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ สำหรับการค้นในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเน้นวัตถุพยานที่เป็นของใช้ส่วนตัวของอดีตนายกรัฐมนตรี หากพบว่าหลักฐานนั้น เป็นดีเอ็นเอเดียวกันกับภายในรถคัมรี่ ก็จะสามารถดำเนินคดีกับพันตำรวจเอกชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ได้ทันที และนำไปประกอบกับคำรับสารภาพของพันตำรวจเอกชัยฤทธิ์ว่าเป็นผู้พานางสาวยิ่งลักษณ์หลบหนี ส่วนการดำเนินการทางวินัยนั้น ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการชุดตรวจสอบ    

ทนาย ‘ยิ่งลักษณ์’ ขอพิจารณาคำพิพากษาก่อนยื่นอุทธรณ์ ด้าน ตร.พร้อมประสานกำลังจับกุม

เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 60 เวลาประมาณ 15.00 น. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้อ่านคำพิพากษาความผิดของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในโครงการรับจำนำข้าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยพิพากษาเป็นเอกฉันท์ ให้จำคุก 5 ปี โดยไม่รอลงอาญา นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ฐานปล่อยปละละเลย ไม่ระงับยับยั้ง ทำให้เกิดความเสียหายในในโครงการรับจำนำข้าว โดยเริ่มอ่านคำพิพากษาตั้งแต่เวลา 11.00 น. รวมเป็นเวลากว่า 4 ชั่วโมง มีประเด็นในการพิจารณาว่ามีความผิด คือ การระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ เพราะจำเลยทราบว่าสัญญาการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมายและมีเวลาที่จะสามารถระงับยับยั้งได้ แต่ก็ปล่อยให้มีการส่งมอบข้าวตามสัญญา เป็นการเอื้อประโยชน์ให้นายบุญทรง กับพวกแสวงหาผลประโยชน์จากการระบายข้าวจึงถือเป็นการละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง พร้อมทีมทนายความนางสาวยิ่งลักษณ์เปิดเผยภายหลังศาลมีคำพิพากษาว่า จะต้องพิจารณาคำพิพากษาฉบับเต็มก่อนว่าจะมีแนวทางอย่างไรในการดำเนินการต่อไป และยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะยื่นอุธทรณ์หรือไม่ อย่างไรก็ตามส่วนตัวยังไม่รู้ว่าจะรายงานผลคำพิพากษาให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ทราบได้อย่างไร เพราะตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมาก็ยังไม่สามารถติดต่อได้ และคาดว่าภายหลังจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ทราบผลการตัดสินจากสื่อแล้วน่าจะติดต่อกลับมา ส่วนการพิจารณาคดีวันนี้มีเรื่องการระบายข้าวแบบจีทูจีเข้ามาเกี่ยวข้องซึ่งตลอดระยะเวลาการต่อสู้คดีที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช้ตัวโครงการเป็นเหตุผลในการต่อสู้นั้นจะมีผลหรือไม่นายนรวิชญ์ ระบุว่าอย่างไรก็ตามก็ต้องขอพิจารณาคำพิพากษาฉบับเต็มก่อน นอกจากนี้ยังกล่าวว่าในฐานะทนายก็ได้ทำหน้าที่ของที่ทนายอย่างเต็มที่ ศาลก็ได้ทำหน้าที่ของศาล […]

พิพากษาจำคุก 5 ปี ‘ยิ่งลักษณ์’ ไม่รอลงอาญา พร้อมออกหมายบังคับนำตัวมารับโทษ

เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 60 องค์คณะณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อ่านคำพิพากษาในคดีไม่ระงับยับยั้งความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นจำเลย ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยสรุปได้พิพากษาจำคุก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จำเลยในคดีนี้ เป็นเวลา 5 ปี ไม่รอลงอาญา และให้ออกหมายบังคับคดี นำตัวมารับโทษตามคำพิพากษา โดยมีประเด็นในการพิจารณาว่ามีความผิด คือ การระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ เพราะจำเลยทราบว่าสัญญาการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมายและมีเวลาที่จะสามารถระงับยับยั้งได้ แต่ก้ปลอยให้มีการส่งมอบข้าวตามสัญญา เป็นการเอื้อประโยชน์ให้นายบุญทรงกับพวกแสวงหาผลประโยชน์จากการระบายข้าวจึงถือเป็นการละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2560 ที่ผ่านมา ศาลได้นัดฟังคำพิพากษามาแล้วครั้งหนึ่ง ในคราวนี้จึงสามารถอ่านคำพิพากษาได้แม้จะไม่มีตัวจำเลย โดยถือว่าเป็นการดำเนินการตามกรอบของกฎหมาย และไม่ใช่การใช้ดุลยพินิจของศาล สำหรับวันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จำเลยในคดีไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา มีเพียงนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความผู้ได้รับมอบอำนาจเข้ารับฟัง ขณะที่บริเวณโดยรอบมีมวลชนและสื่อมวลชนเดินทางมายังศาลฎีกาท่ามกลางการดูแล รักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เชื่อ ‘ยิ่งลักษณ์’ ไม่มาศาล ทนายเตรียมฟังคำพิพากษาแทน ตร.เร่งแกะรอยหลบหนี (คลิป)

นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีโครงการรับจำนำข้าวให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมตัวของทีมทนายในการรับฟังคำพิพากษาดีโครงการรับจำนำข้าว ในวันที่ 27 ก.ย. 60 นี้ว่า กระบวนขั้นตอนในวันที่ 27 ก.ย. นี้ไม่มีอะไร แค่เตรียมตัวไปฟังคำพิพากษา ซึ่งทนายความก็เดินทางไปตามปกติ อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อใดๆ จาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทั้งนี้หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่เดินทางมาก็ไม่มีผลใดๆ เพราะศาลสามารถอ่านคำตัดสินลับหลังจำเลยได้ ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนทางกฎหมาย อีกทั้งศาลคงไม่ถามอะไรหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่เดินทางมา ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า สำหรับการเคลื่อนไหวของแกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีต ส.ส.ในวันที่ 27 ก.ย. ซึ่งเป็นวันพิพากษาคดีโครงการรับจำนำข้าวนั้น เบื้องต้นทราบว่าหลายคนคงจะไม่เดินทางมาที่บริเวณหน้าศาลฎีกาฯ เพราะเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะไม่เดินทางมารับฟังคำพิพากษาและขณะนี้อยู่ต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย อีกทั้ง ส.ส.บางส่วนก็ติดภารกิจงานบุญ งานบวชในพื้นที่ทำให้ไม่สะดวกในการเดินทาง อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวแจ้งว่าคงมีประชาชนบางส่วนจากต่างจังหวัด เดินทางมาลุ้นคำพิพากษาด้วยตัวเอง แม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะไม่ปรากฏตัว ด้านความคืบหน้าแกะรอยการหลบหนีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ นั้น พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรณีการควบคุมตัวนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการ พร้อมรถยนต์ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร […]

โซเชียลกระหึ่มไลค์ไวรัลใหม่ #น้ำในหูไม่เท่ากัน หลังอดีตนายก ‘ปู’ ใช้อ้างเบี้ยวศาล

ติดท๊อปเทรนด์ทวิตเตอร์กันเลยทีเดียวสำหรับแฮชแท็ก #น้ำในหูไม่เท่ากัน โรคที่อยู่ดีๆ ก็ฮิตขึ้นมา หลังจากที่ศาลได้เลื่อนอ่านคำพิพากษาของ จำเลย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยอ้างว่าป่วยด้วยโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน และมีอาการวิงเวียนศรีษะอย่างรุนแรง ไม่สามารถมาฟังคำพิพากษาได้ ซึ่งในโลกโซเชี่ยลก็ได้มีการทำไวรัลล้อเลียนประเด็นนี้และแชร์กันอย่างมากมาย โดยผู้ริเริ่มก็เป็นเพจเจ้าประจำที่ทันทุกสถานการณ์อย่างเพจ “คาราโอเกะชั้นใต้ดิน” นั่นเอง       

‘…เขาอาจป่วยจริงก็ได้’ นักวิชาการให้ความเห็นทางกฎหมายกรณี ‘ยิ่งลักษณ์’ เบี้ยวศาล ไม่ส่งผลต่อคำพิพากษา (คลิป)

กรณีทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นเรื่องต่อศาลว่า จำเลยไม่สามารถเดินทางมาที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ โดยอ้างเหตุผลว่า น้ำในหูไม่เท่ากัน แต่ศาลได้อนุมัติหมายจับจำเลยและปรับนายประกันเต็มสัญญา พร้อมกับเลื่อนฟังคำพิพากษาไปเป็นวันที่ 27 ก.ย. 2560 ในแง่ของกฎหมายมีผลกระทบต่อรูปคดีนี้อย่างไร โดย รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ และผู้ทรงคุณวุฒิ ภาควิชานิติศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การไม่มาปรากฏตัวของน.ส. ยิ่งลักษณ์ ในวันนี้ ไม่ส่งผลต่อรูปคดีในเรื่องที่ได้พิจารณากันไปแล้ว ซึ่งองค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 9 คนได้ลงความเห็นทำคำวินิจฉัยกลางเรียบร้อย รอเพียงให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์มาปรากฏตัวในการอ่านคำพิพากษาครั้งถัดไป (27 ก.ย.) หากยังไม่มาปรากฏตัว ก็ต้องพิจารณากันอีกครั้งว่า สามารถอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยได้หรือไม่ หากเป็นการพิจารณาภายใต้กฎหมายเดิมนั้น หากยังไม่พ้นสิทธิ์อุทธรณ์ก็ไม่สามารถอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยได้ แต่ถ้าหากพิจารณาภายใต้กฎหมายใหม่ ศาลสามารถอ่านคำพิพากษาได้เลย โดยคำพิพากษาที่ออกมาแล้วนั้น จะไม่มีการนำกรณีไม่มาปรากฏตัวไปตัดสินเพิ่มโทษ หรือแก้ไขคำพิพากษาแต่อย่างใด รศ.ดร.เจษฏร์ ยังให้ความเห็นกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่มาปรากฏตัวที่ศาลว่า อาจเกิดจากอาการป่วยจริงก็ได้ เพราะหากเป็นเหตุสุดวิสัยก็เป็นเรื่องที่ช่วยเหลืออะไรไม่ได้ ควรให้ความเป็นธรรมกับจำเลยด้วย แต่ถ้าหากไม่ได้ป่วยจริง หรือมีการวางแผนล่วงหน้าว่าจะไม่มาฟังคำพิพากษา ก็คงมีการพิจารณาไว้อย่างถี่ถ้วนแล้ว เพราะนับจากวันแถลงปิดคดีวันที่ 1 […]

‘ลี้ภัยต่างแดน…เป็นทางออกเลวร้ายที่สุด’ ความเห็นนักวิชาการต่างชาติ ชี้คดี ‘ยิ่งลักษณ์’ ไม่จบง่ายๆ

ตลอดทั้งวันนี้ สถานการณ์ในไทยเป็นประเด็นพาดหัวใหญ่ในสื่อต่างประเทศหลายสำนัก ไม่ว่าจะเป็น CNN, BBC, AFP ในรายงานก็พูดถึงบรรยากาศการมาให้กำลังใจของมวลชน รวมไปถึงการที่ศาลอนุมัติหมายจับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในข้อหาทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ประเด็นที่น่าสนใจคือช่อง CNBC ของสหรัฐฯ มีมุมมองจากนักวิชาการด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเป็นการสัมภาษณ์สดจากกรุงมะนิลา พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ว่า สะท้อนหลายอย่างในเชิงสัญลักษณ์ ทั้งเรื่องที่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อาจจะตั้งใจเบี้ยวนัดและให้ศาลตามจับตัวมารับโทษ ขณะเดียวกันการที่ไม่มาวันนี้ก็ทำให้เกิดความรู้สึกบางอย่างในใจของฝ่ายที่สนับสนุน และฝ่ายที่ไม่ชอบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งสิ่งนี้ก็อาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งของสังคมไทย พิธีกรบอกด้วยว่าทางออกที่ดีที่สุดของเรื่องนี้จริงๆ แล้วคือศาลตัดสินว่าเธอผิดจริงแต่ให้รอลงอาญา แต่เมื่อเธอไม่อยู่ ทางออกจะเป็นอย่างไรนั้น นักวิชาการท่านนี้ก็บอกว่าความเป็นไปได้ก็คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์อาจจะเดินตามรอยพี่ชายของเธอที่ลี้ภัยอยู่ในต่างแดน แต่นี่ก็เป็นทางออกที่เลวร้ายที่สุดและพูดตรงๆ นี่แทบเรียกว่าทางออกไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะเรื่องก็จะไม่มีวันจบ  ทางด้านสำนักข่าวต่างประเทศสำนักอื่นๆ ก็ได้มีการรายงานและวิเคราะห์สถานการณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง สำนักข่าวเอเอฟพี (AFP) รายงานบรรยากาศสดๆ หน้าศาล มีกำลังเจ้าหน้าที่คอยตรึงตลอดหน้าศาลฎีกา มีภาพเก่าของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอนที่เธอมาศาล มีมวลชนมามอบดอกไม้ให้กำลังใจ แต่เอเอฟพีทิ้งท้ายว่าสุดท้ายเธอกำลังเดินตามรอยพี่ชาย สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) พาดหัวข่าวด้วยถ้อยคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่บอกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อาจจะออกนอกประเทศไปแล้ว และมีบทวิเคราะห์ว่าคำพิพากษาคดีนี้จะทำให้ความขัดแย้งในสังคมไทยกลับมาปะทุอีกครั้ง […]

‘ประยุทธ์’ สั่งฝ่ายความมั่นคง หาตัว ‘ยิ่งลักษณ์’ ว่าป่วยอยู่ที่ใด หลังชิ่งศาลฎีกา

นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงหาตัว “ยิ่งลักษณ์” ว่าป่วยอยู่ที่ใด ยังอยู่ในประเทศหรือไม่ พร้อมเผยเกินคาด หลัง “ยิ่งลักษณ์” เบี้ยวรับฟังคำสั่งศาล เพราะที่ผ่านมาแสดงเจตนารมณ์ต่อสู้เพื่อความยุติธรรมมาโดยตลอด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยต่อสื่อมวลชนถึงกรณีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่เดินทางมารับฟังคำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในฐานความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่มีขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น.ที่ผ่านมาว่า ส่วนตัวไม่คาดคิดมาก่อนว่าอดีตนายกรัฐมนตรีจะไม่ไปรับฟังคำตัดสินของศาล เพราะพฤติกรรมที่ผ่านมาก็แสดงออกเสมอว่าจะต่อสู้ด้วยกระบวนการยุติธรรม สอดคล้องกับคำพูดของสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่แสดงจุดยืนด้านนี้มาโดยตลอด แต่การที่เช้านี้ไม่มารับฟัง ตนก็ทราบว่าป่วยเป็นน้ำในหู แต่ไม่ทราบเจตนาที่แท้จริงว่าต้องการหลบหนีหรือไม่ หากสื่อต้องการทราบให้ไปถามที่อดีตนายกไม่ใช่มาถามตน เบื้องต้นต้องให้ฝ่ายความมั่นคงตรวจสอบว่าป่วยที่ไหน ขณะนี้อยู่ที่ไหนยังอยู่ในประเทศหรือไม่ คงต้องดูทั้งเส้นทางปกติและเส้นทางธรรมชาติว่าพบการผ่านแดนไปยังจุดใดหรือปล่าว แต่เบื้องต้น ยังไม่ได้รับรายงานว่ายังอยู่ในเทศหรือออกต่างประเทศไปแล้ว แต่มองว่าถ้าต้องการยุติธรรมให้มาต่อสู้ การที่หนีไปแบบนี้จะอ้างว่าไม่ยุติธรรมได้อีกหรือไม่ เพราะตามกฎหมายต้องมารับฟังการตัดสิน ไม่มาก็เป็นเรื่องใหญ่อีก ส่วนประเด็นที่อดีตนายกไม่มารับฟังคำตัดสินจะช่วยให้เกิดการปรองดองของกลุ่มมวลชนหรือไม่นั้น พลเอกประยุทธ์ บอกว่า ก็ขึ้นอยู่กับประชาชนคือคนไทยทั้งหมด ไม่มีใครเป็นพวกใครแต่คนบางคนก็มีคนที่เขารัก แต่หากมาทำให้บ้านเมืองวุ่นวายไม่ว่าจะเป็นพวกไหน จะถือว่ามีปัญหากับกฎหมายทั้งสิ้น พร้อมยืนยันการไม่มารับฟังคำตัดสินของอดีตนายกรัฐมนตรี ตนไม่จำเป็นต้องกังวล คนที่กังวลต้องเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีเพราะเป็นคนที่โดนคดี.

keyboard_arrow_up