เปิดใจ… สาวโพสต์เฟซบุ๊กสอบถามวิธีช่วยลูกสุนัขติดยางมะตอย

กรณีที่เฟซบุ๊กส่วนตัวรายหนึ่ง มีการโพสต์ขอคำแนะนำเกี่ยวกับลูกสุนัขจรจัดวัย 4-5 เดือน เพศผู้ ที่ยางมะตอยติดตามตัวส่วนต่างๆ จนไม่สามารถขับถ่ายได้ โดยได้สอบถามถึงวิธีการช่วยเหลือ ซึ่งก็มีคนเข้ามาให้คำแนะนำมากมาย ทีมข่าวตรวจสอบพบว่า ผู้โพสต์ชื่อ นางสาวณัฐชญาภรณ์ ศรีสะเกตุ อายุ 18 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 9 ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี จึงได้ได้เดินทางไปที่บ้านของนางสาวณัฐชญาภรณ์ เพื่อดูอาการของลูกสุนัขจรจัดเพศผู้สีขาวตัวนี้ พบว่า อาการโดยทั่วไปแข็งแรงดี สามารถที่จะขับถ่ายและกินอาหารได้ตามปกติแล้ว รวมทั้งวิ่งเล่นได้ เบื้องต้นนางสาวณัฐชญาภรณ์หลังไปพบสัตวแพทย์ ก็นำลูกสุนัขตัวนี้กลับมาเลี้ยงดูแลที่บ้าน เพราะเกิดความสงสาร เพราะหากปล่อยให้ลูกสุนัขจรจัดตัวนี้ไปโดยลำพังอีกก็อาจจะทำให้ลูกสุนัขจรจัดตัวนี้ถูกยางมะตอยซ้ำอีก เพราะบริเวณถนนเข้าหมู่บ้านกำลังปรับปรุงทำถนนและลาดยางมะตอยใหม่ หรืออาจจะถูกสุนัขตัวอื่นกัดได้ และอาจจะเป็นอันตรายได้ ซึ่งตนเองได้ตั้งชื่อ “มะตอย” ส่วนสาเหตุที่นำกลับมาเลี้ยงที่บ้านเพราะเกิดความสงสารตั้งแต่วันที่เห็น ส่วนสาเหตุที่ นำลูกสุนัขตัวนี้โพสต์ลงในสื่อโซเซียล ก็เพื่อต้องการขอคำแนะนำว่าจะมีการช่วยเหลือลูกสุนัขจรจัดตัวนี้อย่างไร และหลังจากช่วยเหลือลูกสุนัขจรจัดตัวนี้ได้ก็รู้สึกดีใจ และตนเองก็จะเลี้ยงดูมันเองต่อไปอีกด้วย  

หลานสาววิ่งหนีจากบ้านทั้งน้ำตา หลังถูกลุงวัย 60 ลวนลาม ด้านลุงยืนยันไม่ได้ทำ (คลิป)

เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 7 ธ.ค. 61 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา สายตรวจ ต.บางวัว และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา เข้าตรวจสอบเหตุหญิงขอความช่วยเหลือหลังถูกลุงลวนลามโดยวิ่งหลบหนีอยู่บริเวณถนนเลียบมอเตอร์เวย์ใกล้เคียงทางเข้าโรงเรียนจันทร์เจริญ หมู่ 3 ต.ท่าสะอ้าน อ.บางปะกง ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบ น.ส.ณัทฐวิภาณ์ รอดกอง อายุ 20 ปี วิ่งร้องไห้ออกมาจากข้างทาง ขอความช่วยเหลือกับทางเจ้าหน้าที่ ก่อนจะมีนายสุพจน์ บุรีนอก อายุ 60 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีฟ้า ทะเบียนกลฉ443 ฉะเชิงเทรา ตามมา และพยายามจะนำตัวน.ส.ณัทฐวิภาณ์กลับบ้าน โดยน.ส.ณัทฐวิภาณ์ไม่ยอมกลับ พร้อมบอกว่าตนเพิ่งจะวิ่งหนีตายออกมาบ้าน หลังถูกนายสุพจน์ซึ่งเป็นลุงพยายามทำอนาจารและลวนลามขณะอยู่บ้านกันสองคน ขณะที่ตนอื่นออกไปทำงานกันหมด ทางตำรวจจึงได้ควบคุมนายสุพจน์เอาไว้ พร้อมนำตัวน.ส.ณัทฐวิภาณ์ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลจุฬารัตน์11 เบื้องต้นสอบสวนนายสุพจน์ ให้การว่า ช่วงปีใหม่ได้กลับบ้านที่จ.มหาสารคาม แล้วทางญาติได้ฝากน.ส.ณัทฐวิภาณ์มาทำงานที่บางปะกง โดยมาพักอยู่ที่บ้านเลขที่30/1 หมู่ 4 ต.ท่าสะอ้าน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้ 4 วันแล้ว […]

สุดทน!! แม่แจ้งจับลูกชายติดกัญชา เที่ยวทุกคืน-ไม่ยอมทำงาน หวังตร.พาไปบำบัด (คลิป)

เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 60 เวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองจันทบุรี ได้รับแจ้งจากนางเสาวนีย์ บัวสอน อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 10/4 หมู่ที่ 8 ต.ท่าช้าง อ.เมือง จ.จันทบุรี ให้มาจับลูกชายที่ติดกัญชางอมแงมและออกเที่ยวกลับบ้านเช้าทุกวัน เพื่อนำตัวไปบำบัดรักษาเพราะตนทนพฤติกรรมของลูกชายไม่ไหวแล้ว หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองจันทบุรี ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจำนวนหนึ่งไปที่บ้านหลังดังกล่าว พบนางเสาวนีย์เจ้าของบ้านยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ ก่อนที่จะชี้ให้จับนายคงฤทธิ์ บัวสอน อายุ 20 ปี ลูกชาย ที่มีพฤติกรรมติดกัญชางอมแงมและเที่ยวกลับบ้านเช้าทุกวัน รวมทั้งไม่ทำงานจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับไปปรับพฤติกรรมและนำตัวไปบำบัดรักษา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวนายคงฤทธิ์ไปที่สภ.เมืองจันทบุรี เพื่อทำการตรวจปัสสาวะและพบว่านายคงฤทธิ์มีปัสสาวะเป็นสีม่วง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะทำการสอบปากคำเพิ่มเติม ในเบื้องต้นนายคงฤทธิ์ให้การยอมรับสารภาพว่าเสพกัญชามาจริง โดยอ้างว่าเครียดเพราะทะเลาะกับแฟนทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะมีการส่งตัวนายคงฤทธิ์ไปเข้ารับการบำบัดรักษารวมทั้งจะขยายผลจับกุมคนขายกัญชามาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป นางเสาวนีย์ ผู้เป็นมารดากล่าวว่า ลูกชายจะนอนทั้งวันและในช่วงกลางคืนก็จะออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆ และกลับมาบ้านตอนเช้า ตนเองก็เป็นห่วง รวมทั้งงานการก็ไม่ยอมทำ ตนเองคาดว่าลูกชายน่าจะติดยาจึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ และก็พบว่าลูกชายติดกัญชางอมแงม จึงอยากให้ได้รับการบำบัดและกลับตัวเป็นคนดีต่อไป

หนุ่มเกาหลีใต้อ้างมีปากเสียง-พลั้งมือฆ่าสาวไทย พ่อเหยื่อเข้าพบทูตประสานความช่วยเหลือ

ความคืบหน้ากรณีของ “เปิ้ล” หรือ น.ส.ชุติมา อุทัยคำ สาวไทยที่ถูกฆาตกรรมในเกาหลีใต้ ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 60 พ่อของเธอเดินทางไปที่สถานทูตไทยในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้แล้ว เพื่อพูดคุยรายละเอียด แต่ยังไม่ได้เดินทางไปดูศพลูกสาว ส่วนผลชันสูตรคาดว่าจะทราบในวันที่ 13 พ.ย. ทั้งนี้ นายสัมฤทธิ์ เพลินกิจเจริญ พ่อของเปิ้ล ได้เข้าพบนายศรันย์ เจริญสุวรรณเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ซึ่งได้แสดงความเสียใจและรับปากครอบครัวว่าจะช่วยเหลือทางคดีอย่างเต็มที่ นอกจากนั้นยังได้มีการเชิญผู้สื่อข่าวทั้งหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์มาให้ข้อมูลเพื่อให้สื่อติดตามเรื่องนี้ด้วย ครอบครัวของสาวไทยได้ไปพูดคุยและรับฟังข้อแนะนำจากสถานทูต แต่ยังไม่ได้เดินทางไปดูศพลูกสาว เนื่องจากระยะทางจากสถานทูตไปโรงพยาบาลใช้เวลาเดินทางถึง 4 ชั่วโมง จึงจะไปในวันพรุ่งนี้ (10 พ.ย. 60) แทน โดยจะนิมนต์พระสงฆ์จากวัดไทยไปทำสวดทำพิธีด้วย ขณะเดียวกัน ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีตรวจสอบกับทางทนายความอาสา ก็ให้ข้อมูลว่าผลชันสูตรศพจากนิติเวชจะทราบในวันที่ 13 พ.ย. ส่วนประเด็นการสังหาร หนุ่มเกาหลีใต้ผู้ต้องหาให้การว่าขณะที่ขับรถจะไปส่งเปิ้ลที่บ้าน เกิดทะเลาะกัน จนกระทั่งมีการลงไม้ลงมือและพลั้งมือทำร้ายเธอ โดยใช้ก้อนหินทุบศีรษะ แต่ยืนยันว่าไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศ ส่วนเรื่องของเงินชดเชยเยียวยา เบื้องต้น ทางทนายความจะต้องไปศึกษาข้อกฎหมายก่อน แต่สถานทูตให้ความมั่นใจกับครอบครัวว่าจะช่วยประสานงานจัดการทรัพย์สินและเอกสารที่จำเป็นในการนำศพ น.ส.ชุติมา […]

สาวไทยในเกาหลีใต้ต้องผ่าตัดเปลี่ยนตับ แต่ไม่มีเงิน-วีซ่าใกล้หมดอายุ ครอบครัววอนขอความช่วยเหลือ

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อสาวไทยเดินทางไปเกาหลีใต้ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว แต่แอบไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย แต่ต่อมาปรากฏว่าเกิดล้มป่วย และแพทย์ลงความเห็นว่าเป็นโรคตับอักเสบ ซึ่งค่ารักษาพยาบาลแพงมาก ขณะที่วีซ่าก็กำลังจะหมดอายุ สาวไทยที่ป่วยรายนี้ชื่อว่า น.ส.มนต์นัทธ์ มาต๊ะพาน หรือจอย ตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเคียงซังแทฮักเกียว ในเขตจินจูทางภาคใต้ของเกาหลีใต้ แฟนของคุณจอยบอกว่าต้องผ่าตัดเปลี่ยนตับใหม่ ค่าผ่าตัดสูงถึง 75 ล้านวอน หรือกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งทางครอบครัวไม่มีเงินเพียงพอ ค่ารักษาตอนนี้ก็ปาไปเกือบ 90,000 บาทแล้ว อยากวอนขอผู้ใจบุญหาทางช่วยให้เธอได้กลับมารักษาที่ประเทศไทย ทั้งนี้ เธอเดินทางไปเกาหลีเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา และวีซ่ากำลังจะหมดอายุวันที่ 10 พ.ย. 60 นี้.

หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม! ญาติสาวไทยถูกฆ่าที่เกาหลี วอนสังคมช่วยเหลือ (คลิป)

กรณีหญิงสาวชาวจังหวัดนครราชสีมา อายุ 29 ปี เดินทางไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ และถูกฆาตกรรม เสียชีวิตเมื่อช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นางสาวชุติมา อุทัยคำ ชาวอำเภอบัวใหญ่ ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้เดินทางไปพบคุณพ่อ คุณแม่ และลูกสาวของคุณเปิ้ลที่บ้าน นายสัมฤทธิ์ เพลินกิจเจริญ อายุ 56 ปี ผู้เป็นบิดา บอกว่านางสาวชุติมาเดินทางไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้นานกว่า 10 ปี แล้วและก็ไม่ได้เดินทางกลับบ้านเลย ส่วนสาเหตุที่ไม่กลับมาเพราะไม่ได้ขออนุญาตเข้าทำงานถูกต้องตามกฎหมาย หากเดินทางกลับไทยแล้ว กลัวว่าจะไม่ได้กลับเข้าไปทำงานอีก จึงเลือกที่จะติดต่อกันทางโทรศัพท์ ไลน์ และวิดิโอคอล มาตลอดระยะเวลาเกือบ 11 ปี โดยจะพูดคุยกันในช่วงเย็นของทุกวัน นางสาวชุติมา เดินทางไปประเทศเกาหลีใต้ พร้อมกับอดีตสามี ซึ่งก็คือพ่อของหลาน โดยตอนแรกจะส่งเงินกลับมาให้ลูกผ่านทางคุณปู่คุณย่า กระทั่ง 3-4 ปีต่อมา อดีตสามีได้เลิกรากันไป จึงส่งเงินกลับมาให้ลูกผ่านทางคุณตาคุณยาย เดือนละประมาณ 3 หมื่นบาท ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น ได้รับการประสานจากเพื่อนของลกสาวในหมู่บ้านเดียวกันเมื่อช่วงปลายเดือนที่แล้วว่า ติดต่อนางสาวชุติมาไม่ได้ 2 วัน ก่อนจะมาพบว่าเสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 พ.ย. 60 […]

ถูกหลอกเอาชื่อไปกู้เงินยกหมู่บ้านแลกค่าตอบแทน สุดท้ายเป็นหนี้ท่วมหัวเพราะความอยาก

อุทาหรณ์จากชาวบ้านจากจ.กาฬสินธุ์ ที่ต้องเป็นหนี้เพียงเพราะความอยากได้ โดยเข้ามาร้องทุกข์ว่ากองทุนหมู่บ้านนำชื่อของพวกตนไปกู้เงินถึงคนละ 2 แสนบาท แต่ชาวบ้านไม่ได้ใช้เงินเลยแม้แต่บาทเดียว โดยก่อนจะนำชื่อไป กองทุนฯ ก็ได้ให้ค่าตอบแทนรายละ 1 หมื่นบาท ไม่ได้มีการแจ้งว่าจะนำไปกู้เงินกี่บาทแต่สัญญาว่าจะใช้หนี้ให้ แต่เมื่อถึงเวลาก็ใช้ให้แค่ช่วงเดือนแรกๆ เท่านั้น จากนั้นก็ไม่มีการใช้หนี้ให้อีก ทำให้ชาวบ้านได้จดหมายเตือนจากธนาคาร และได้หมายศาลดำเนินคดีในที่สุด ชาวบ้านที่โดนนำกองทุนฯ นำชื่อไปใช้กู้เงินมีทั้งสิ้นกว่า 80 คน บางครอบครัวก็โดนมากกว่า 1 คน บางครอบครัวซ้ำร้ายโดนไปถึง 5 คน กลายเป็นว่าครอบครัวมีหนี้หลักล้านบาท หลายคนไม่เคยมีหนี้สินก็ต้องมีหนี้ ทุกวันนี้ใช้ชีวิตลำบากมาก ต้องหวาดกลัวว่าหากศาลตัดสินว่าตนเองผิดจะหาเงินจากที่ไหนมาใช้หนี้ เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ทำงานหาเช้ากินค่ำ ไม่ได้มีทรัพย์สินมากมาย บางคนก็ไม่มีรายได้ประจำ หรือที่ดินของตนเอง ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า ก่อนอื่นชาวบ้านต้องยอมรับว่าพวกตนผิดในส่วนที่เห็นแก่เงินค่าตอบแทนเพียง 1 หมื่นบาท ยอมให้กองทุนฯ นำชื่อไปใช้กู้เงิน ซึ่งกรณีนี้ในชั้นศาลก็ให้บอกศาลไปตามตรงอย่างบริสุทธิ์ใจว่ารับค่าตอบแทนมา ให้ยอมรับความผิดในส่วนนี้ และอยากให้อัยการตรวจสอบคดีนี้ให้ถี่ถ้วนเพราะลำพังชื่อของชาวบ้านที่หาชาวกินค่ำ ไม่มีหลักค้ำประกัน น่าจะมีความเป็นไปได้ยากที่ธนาคารจะปล่อยกู้ให้ และบางครอบครัวยังมีสมาชิกถูกนำชื่อไปกู้เงินมากกว่า 1 คนซึ่งถือว่ามีความผิดปกติ อาจเป็นการเอื้อหรือการตกลงเรื่องผลประโยชน์ระหว่างกองทุนฯ […]

ยังทำใจไม่ได้ แม่ ‘น้องโฉ’ เหยื่อรุ่นน้องปืนโหดร้องไห้ทุกคืน วอนผบ.ตร. ช่วย หลัง 3 เดือนคดีไม่คืบ (คลิป)

จากกรณีน้องโฉ หรือ นายณัฐวุฒิ สิงห์สร อายุ 20 ปี นักศึกษาปีที่ 3 ภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ที่ถูกยิงภายในห้องน้ำที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมและเสียชีวิตหลังจากนั้น 7 วันนั้น เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 60 นางซ่อนกลิ่น ช่อฮะมงคล อายุ 59 ปี มารดาของน้องโฉได้รับเงินค่าประกันชีวิตไปแล้ว 1.2 แสนบาท ซึ่งดร.จีรวรรณ นกเอี้ยงทอง อาจารย์ประจำสาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจเป็นผู้ประสานให้ นายเกรียงศักดิ์ สิงห์สร ผู้เป็นบิดา และนางซ่อนกลิ่น ช่อฮะมงคล มารดา เข้ามาทำการรับมอบเงิน ซึ่งทั้งคู่ได้ออกมาวอนให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงมาเร่งการดำเนินคดีกับนายเทนนิส อายุ 18 ปี นักศึกษาปีที่ 1 ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นลูกของนายตำรวจหญิงยศพันตำรวจโท สังกัดตำรวจภูธรภาค 7 เพราะหวั่นเรื่องจะเงียบเนื่องจากผ่านมาแล้ว 3 เดือน นางซ่อนกลิ่น เปิดใจว่า ร้องไห้ทุกวัน ยังทำใจไม่ได้ […]

‘มีชีวิตใหม่ด้วยพระเมตตา’ เด็กสาววัย 19 ถวายฎีกาในหลวง ร.9 (คลิป)

นางสาว ขวัญชนก หญิงสาวคนหนึ่งวัย 19 ปี อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เขียนจดหมายถวายฎีกาถึงในหลวง รัชกาลที่ 9 ขอความช่วยเหลือ เนื่องจากขาดแคลนทุนทรัพย์ด้านการศึกษา และสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวค่อนข้างย่ำแย่ ซึ่งหลังจากนั้นเพียง 1 เดือน ความช่วยเหลือก็ได้เดินทางมาถึงเธอ จากพระเมตตาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขวัญชนก วัย 19 ปี อาศัยอยู่กับครอบครัวรวม 7 ชีวิต ในสภาพที่แออัด ด้วยฐานะที่ยากจน บิดาเสียชีวิตเมื่อเธออายุ 15 ปี ส่วนมารดาป่วยหนัก หลังประสบอุบัติเหตุทางน้ำ ขวัญชนกจึงต้องลาออกจากโรงเรียนตอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว ดูแลพี่ชายคนโตที่พิการตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ส่วนพี่ชายคนกลางแยกย้ายไปมีครอบครัว และส่งเงินมาให้บ้างเป็นบางครั้งคราว เธอจึงกลายเป็นเสาหลักของครอบครัว แต่ด้วยการทำงานตัวคนเดียวจึงไม่สามารถหาเงินมาจุนเจือครอบครัวได้อย่างเพียงพอ ต้องอดมื้อกินมือ จากความลำบาก เธอจึงตัดสินใจเขียนจดหมายถวายฎีกา เพื่อขอพระราชทานความช่วยเหลือจากในหลวง รัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 57 หลังจากยื่นจดหมายถวายฎีกาได้เพียง 1 เดือน […]

เขียนจดหมายถึงพระราชาตอนอายุ 7 ขวบ หวังเพียงช่วยพ่อจากอาการป่วยไร้บ้านอาศัย (คลิป)

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงทอดพระเนตรเห็นความเดือดร้อนของพสกนิกรอย่างไม่เคยละเลยในทุกกรณี แม้แต่เด็กนักเรียนชั้น ป. 2 คนหนึ่ง ได้เขียนจดหมายถึงพระองค์ท่าน ส่งเข้าสำนักพระราชวัง ขอความช่วยเหลือเรื่องครอบครัวของตัวเอง และได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จนถึงวันนี้ เด็กชายในวันนั้น ยังคงซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ติดตามได้จากรายงานพิเศษ…

อยุธยา อ่วม! น้ำท่วมถึงชั้น 2 ชาวบ้านร้อง ท่วมตั้งแต่ ส.ค. ภาครัฐไม่เหลียวแล (คลิป)

วันนี้ (15 ต.ค. 60) สถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอบางบาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยายังคงอยู่ในขั้นวิกฤต ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงต้องอาศัยอยู่กับระดับน้ำที่สูงกว่า 2 เมตร มวลน้ำไหลเข้าท่วมหมู่บ้านในตำบล สะพานไทย หมู่ 1 อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และลำคลองสายหลักของจังหวัด มวลน้ำได้มีการไหลเข้าท่วมพื้นที่ดังกล่าวมาตั้งแต่เดือน ส.ค. 60 โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ทันทีที่เห็นน้ำเข้าท่วมตัวบ้าน ก็รู้สึกท้อ อยากจะร้องไห้พืชผลทางการเกษตร ทั้ง กล้วย อ้อย เสียหายทั้งหมด หากในอนาคตระดับน้ำได้ลดระดับลงเข้าสู่สภาวะปกติแล้วคงจำเป็นต้อง กู้หนี้ยืมสินมาลงทุนใหม่อีก ทั้งที่หนี้สินเก่าที่กู้มาเพื่อลงทุนยังใช้หนี้ไม่หมด ซึ่งทางชาวบ้าน อยากจะให้หน่วยงานเอกชนต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือ นำสิ่งของอุปโภค บริโภค เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง รวมไปถึงน้ำดื่ม มาให้ เพพราะหน่วยงานภาครัฐไม่เคยที่จะเหลียวแล และเข้ามาช่วยเหลือเลย นอกจากอำเภอบางบาล แล้ว มวลน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้ไหลเข้าท่วม ในพื้นที่อื่นๆอีกหลายพื้นที่ ซึ่งทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ประกาศให้ อ.ผักไห่ อ.เสนา อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน อ.บางไทร เป็นเขตภัยพิบัติน้ำท่วม รวมไปถึงเขตชุมชนฝั่งตรงข้ามเกาะเมือง และชุมชนริมแม่น้ำบนเกาะเมือง นอกเขตคันกั้นน้ำ เป็นพื้นที่ภัยพิบัติน้ำท่วมแล้วเช่นกัน

จำคุก 10 ปี ‘สาวสปา’ มอมยารูดทรัพย์ กระทรวงยุติธรรมยัน! บริสุทธิ์ พร้อมสู้ต่อ

จากกรณีที่ น.ส.ปวิตรา กองกำพล หรือพลอย อายุ 32 ปี พนักงานนวดสปาแห่งหนึ่ง ใน จ.ภูเก็ตได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับกระทรวงยุติธรรมให้ช่วยเหลือด้านคดี หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หาดสำราญ จ.ตรัง แจ้งข้อกล่าวหามอมยาชิงทรัพย์ผู้เสียหายเมื่อปี 2554 โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจำคุก 10 ปี โดย น.ส.ปวิตรา ยืนยันว่า ไม่เคยเดินทางไป จ.ตรัง และในเวลาเกิดเหตุตนทำงานอยู่ที่ร้านสปาที่ จ.ภูเก็ต โดยเมื่อช่วงเช้า (5 ต.ค. 60) ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ดุษฏี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้พานางสาวปวิตรา กองกำพล ผู้ต้องหา และครอบครัวเดินทางมาฟังคำพิจารณาตัดสินคดีชิงทรัพย์ในชั้นศาลอุทธรณ์ จ.ตรัง ซึ่งสุดท้ายศาลได้อ่านคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น สั่งจำคุกจำเลย เป็นเวลา 10 ปี และปรับเป็นเงิน 289,000 บาท โดยให้เหตุผลว่าพยานหลักฐานต่างๆที่ฝ่ายจำเลยได้ยื่นมา ไม่สามารถนำมาหักล้างข้อกล่าวหาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการของกระทรวงยุติธรรม ดำเนินการเพียงลำพังร่วมกับจำเลย โดยไม่มีการตั้งคณะทำงานหรือหน่วยงานอื่นร่วมทำงานด้วย จึงฟังไม่ขึ้น […]

วอนสังคมเข้าใจ! หลังถูกกล่าวหาเป็น ‘ปอบ’ ทั้งบ้าน จนแทบใช้ชีวิตไม่ได้

เป็นอีกกรณีที่ได้เป็นข่าวกันไป เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งใน จ.มหาสารคาม พร้อมญาติพี่น้องรวม 9 คนถูกกล่าวหาว่าเป็น ผีปอบ ต้องใช้ชีวิตอย่างลำบากมาจนถึงทุกวันนี้ จึงต้องออกมาวอนขอความเห็นใจและให้หน่วยงานเข้าช่วยเหลือ เรื่องราวเริ่มจากชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้ ในจ.มหาสารคาม ได้ลงขันคนละ 100 บาท เชิญฤาษีตนหนึ่ง มาขับไล่ปอบในหมู่บ้าน ที่คาดว่ามีมากกว่า 1,000 ตัว เนื่องจากก่อนหน้านี้มีคนในหมู่บ้าน และสัตว์เลี้ยงล้มตายโดยไม่ทราบสาเหตุเป็นจำนวนมาก บางคนมีอาการคล้ายถูกผีเข้า และเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นมากว่า 2 ปีแล้ว มีชาวบ้านหลายคนบอกว่าตัวเองถูกผีปอบเข้าสิง ทำให้ทั้งหมู่บ้านตกอยู่ในความหวาดกลัวจึงเป็นที่มาของการลงขันจ้างฤาษีมาทำการไล่ปอบครั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวและครอบครัวก็ได้ลงขันทำพิธีไล่ปอบเช่นกัน แต่ไม่ได้ไปเข้าร่วมในพิธี ทำให้ชาวบ้านเกิดความสงสัยและนำไปสู่ถูกกล่าวหาว่าครอบครัวนี้เป็นปอบ ทั้งนี้ผู้ถูกกล่าวหาเล่าด้วยว่า ครอบครัวของตนเคยมีปัญหากับคนในหมู่บ้านมาก่อนแล้ว คือโดนกล่าวหาว่าขโมยของ ไม่แน่ใจว่านี่เป็นหนึ่งในสาเหตุให้ตนถูกใส่ร้ายหรือไม่ ตอนนี้จะหากินอะไรก็ลำบาก จากเดิมทำอาชีพค้าขาย เมื่อถูกกล่าวหาว่าเป็นปอบก็ไม่สามารถขายของได้ ต้องขังตัวเองอยู่แต่ภายในบ้านเพราะรอบๆ บ้านจะมีชาวบ้านมาทำพิธีขับไล่ปอบอยู่เสมอ บ้างใช้สิ่งของสกปรกยัดเข้ามาในบ้าน รู้สึกกดดันจนทำให้มีอาการเครียด อยากวอนขอให้สังคมเข้าใจความลำบากนี้และเข้าช่วยเหลือด้วย ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

เดือดร้อนหนัก! เหยื่อ ‘น้องพร’ วอนผู้มีอำนาจช่วยเหลือตามเงินคืน (คลิป)

จากกรณีน้องพร, น้ำมนต์ หรือ น.ส.จริยาภรณ์ บัวใหญ่ สาวหลอกแต่งงานกับชายหนุ่ม มีผู้เสียหาย 13 คน แต่น้องพรยืนยันว่าแต่งงานด้วยเพียง 7 คน ที่เหลือเป็นเพียงการฉ้อโกงทางธุรกิจนั้น ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของเหยื่อ คือนายไพรัช พึ่งสุข ที่จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งทางครอบครัวนายไพรัชเองก็ได้รับความลำบาก เนื่องจากค่าสินสอดจำนวน 1.8 แสนบาท พร้อมทองคำหนัก 4 บาท ทางพ่อและแม่ของนายไพรัชได้ไปกู้มาและต้องเป็นหนี้ นายบุญเลิศ พึ่งสุข ผู้เป็นพ่อ กล่าวว่า น้องพรหลอกว่าเงินสินสอดดังกล่าว จะนำไปลงทุนทำธุรกิจเกี่ยวกับผลไม้ แต่หลังจากแต่งงานได้เพียง 1 วันก็บอกให้เจ้าบ่าว คือนายไพรัช กลับมาอยู่กับพ่อแม่ที่เพชรบูรณ์ ก่อนที่น้องพรจะตามมาที่บ้านและเอาเงินสินสอดและรถยนต์ ไฮลักซ์ วีโก้ ของตนไป บอกจะเอาไปรับผลไม้ที่สวน โดยมีนายไพรัชโดยสารไปด้วย แต่เมื่อถึงสวนผลไม้ น้องพรกลับบอกให้นายไพรัชนั่งรถโดยสารกลับมาก่อน และขับรถยนต์หลบหนีไป ไม่สามารถติดต่อได้ จึงได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ มารู้ตัวอีกทีเมื่อมีข่าวเรื่องฉ้อโกงออกมาแล้ว อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งติดตามเงินมาคืนให้ทางครอบครัว เนื่องจากตอนนี้เดือดร้อนและเครียดมาก นอกจากทางพ่อแม่ของนายไพรัชแล้ว […]

วอนโซเชียลช่วยเหลือ…สาวโพสต์เฟซบุ๊ค ตามหาเก๋ง ‘ยาริส’ ชนพ่อแม่แล้วหนี (คลิป)

จากกรณีเมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2560 เวลา 18.00 น. ผู้สื่อข่าวได้เข้าพบผู้ใช้เฟซบุ๊ค ชื่อ Woonsen Naja หรือ น.ส.ทิวาพร ตรงดี อายุ 27 ปี ที่บ้านเลขที่ 36/5 หมู่ 5 ต.บางตะไนย์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลังโพสต์ให้ช่วยแชร์หารถยนต์คันหนึ่งว่า “ช่วยแชร์กันหน่อยคะ พวกไร้จิตสำนึก ชนแล้วหนี บริเวณทางลงสะพานพระรามสี่ ปากเกร็ด รถโตโยต้า ยาริส สีฟ้า แม็กสีดำตัวแรก เลวจิตสำนึกไม่มี ชนพ่อกับแม่เราเอง ดูจากกล้องตั้งใจชนมาก คนเลวแบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ ทะเบียนไม่ชัดใครช่วยดูหน่อยว่าทะเบียนอะไร” นั้น ผู้โพสต์เป็นลูกสาวของ นางอุ่นเรือน ตรงดี อายุ 44 ปี และนายโอภาส ตรงดี อายุ 55 ปี ซึ่งบุคคลทั้ง 2 เป็นผู้ขับขี่และซ้อนรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน กจร133 นนทบุรี […]

keyboard_arrow_up