
เกิดเหตุภัยพิบัติครั้งใหญ่ทางตอนใต้ของประเทศปานามา แผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.7 แมกนิจูด เขย่าลึกจากชายฝั่งแปซิฟิก ส่งแรงสั่นสะเทือนมหาศาลไปทั่วอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ประชาชนนับหมื่นชีวิตต้องหนีตายอลหม่าน ท่ามกลางภาพนาทีชีวิตของสิ่งปลูกสร้างที่พังทลายลงต่อหน้าต่อตา
แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ไกลถึงนครปานามาซิตี้ เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยตึกสูง อาคารบ้านเรือนโยกไหว ข้าวของในครัวเรือนและร้านค้าตกแตกเกลื่อนกลาด ส่งผลให้ผู้คนในอาการตื่นตระหนกสุดขีดต่างพากันวิ่งพรั่งพรูออกจากอาคารสูงลงมาแออัดอยู่ตามท้องถนนและพื้นที่โล่งแจ้งเพื่อเอาชีวิตรอด
เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความหวาดกลัวอย่างรุนแรง แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานทันที สายการบินนานาชาติถูกสั่งระงับเป็นการด่วน ท่าอากาศยานหลักต้องปิดทำการชั่วคราวและเปลี่ยนเส้นทางบิน ขณะที่ระบบรถไฟฟ้าใต้ดินต้องสั่งอพยพผู้โดยสารออกจากสถานีอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งประกาศเตือนภัยสึนามิครอบคลุมชายฝั่งหลายประเทศเพื่อนบ้าน
ภัยพิบัติในครั้งนี้ซ้ำเติมบาดแผลของภูมิภาคละตินอเมริกาอย่างหนักหน่วง ซึ่งในปีนี้ต้องเผชิญกับเหตุแผ่นดินไหวคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วหลายพันราย สร้างความสะเทือนใจและวิกฤตความสูญเสียทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน และจิตใจของประชาชนในพื้นที่อย่างมหาศาล
ความสูญเสียและผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนทวีความรุนแรงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่เมืองเปโนโนเม (Penonomé) และเมืองท่องเที่ยวชายทะเลชื่อดังอย่าง ปลาญา เวนาโอ (Playa Venao) ซึ่งกลายเป็นพื้นที่รับเคราะห์หนักที่สุด
อาคารที่พักอาศัยสูงหลายชั้นได้ถล่มลงมาทับรถยนต์ที่จอดอยู่ด้านล่างจนแหลกละเอียด โบสถ์โบราณและอาคารประวัติศาสตร์มียอดหอคอยและระเบียงพังครืนลงมาเป็นเศษซาก อิฐและปูนตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน
แม้รายงานเบื้องต้นระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยหลายราย และยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือสูญหายอย่างเป็นทางการ แต่ความเสียหายทางโครงสร้างของบ้านเรือน โรงแรม สถานประกอบการ และอาคารรัฐบาล ได้ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องกลายเป็นผู้ไร้ที่อยู่อาศัยในชั่วข้ามคืน
วิกฤตการณ์ยังลามไปถึงระบบการรักษาพยาบาลและสาธารณูปโภคอย่างหนัก ที่โรงพยาบาลในเมืองเปโนโนเม เจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ต้องเร่งอพยพผู้ป่วยออกจากตัวอาคารอย่างเร่งด่วนออกมาตั้งเตียงรักษาและปฐมพยาบาลกันกลางแจ้ง ท่ามกลางความตื่นตระหนกและอากาศที่ร้อนอบอ้าว
ขณะเดียวกัน โรงกรองน้ำหลายแห่งต้องหยุดชะงักเนื่องจากกระแสไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลให้ประชาชนหลายพื้นที่ต้องเผชิญกับการขาดแคลนน้ำสะอาดและไฟฟ้าใช้ นอกจากนี้ ทางการยังพบคลื่นแผ่นดินไหวตาม (Aftershocks) ตามมาอีกมากกว่า 40 ครั้ง โดยมีครั้งที่รุนแรงสูงสุดถึงขนาด 6.6 ซ้ำเติมความหวาดผวาให้กับชาวบ้านที่ยังคงฝังใจและไม่กล้ากลับเข้าไปภายในตัวอาคาร ขณะที่ความช่วยเหลือจากผู้นำประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวเนซุเอลาและโคลอมเบีย กำลังเร่งยื่นมือเข้าช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในครั้งนี้