
ความเชื่อเรื่องการดูดวงอาจเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่ถ้าพูดถึงวัฒนธรรมเอเชีย คงปฏิเสธไม่ได้ว่า หลายประเทศต่างก็มีความเชื่อและศาสตร์การทำนายโชคชะตาที่คล้ายคลึงกัน
ณ วันนี้ที่ AI ไม่ได้เป็นเพียงผู้ช่วยทำงาน แต่มันยังเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น ตั้งแต่ช่วยคิด ช่วยวิเคราะห์ ไปจนถึงให้คำปรึกษา คำถามที่น่าสนใจก็คือ แล้วถ้าให้ AI มาช่วยดูดวงล่ะ จะเป็นอย่างไร?
เวลานี้ คนรุ่นใหม่ในจีนและเกาหลีใต้กำลังหันมาใช้ AI ทำนายดวงชะตากันมากขึ้น เพราะทั้งสะดวก รวดเร็ว และมีค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า ขณะที่ผู้ใช้บางส่วนยังบอกด้วยว่า คำทำนายที่ได้ดูเหมือนจะแม่นยำไม่น้อยเลยทีเดียว
อะไรทำให้คนรุ่นใหม่ยอมเปิดใจให้ AI เข้ามาเป็นหมอดูส่วนตัว? พวกเขาเชื่อในคำทำนายเหล่านี้จริง ๆ หรือกำลังมองหาบางสิ่งที่มากกว่าการรู้อนาคต? Spotlight เราจะพาไปสำรวจปรากฏการณ์ AI ดูดวง และหาคำตอบว่า ทำไมเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล จึงกำลังได้รับความนิยมในโลกของความเชื่อ
เมื่อไม่นานมานี้ เว็บไซต์ดูดวงแห่งหนึ่งที่สร้างขึ้นโดย Roro อินฟลูเอนเซอร์ชาวเกาหลีใต้ชื่อดัง ได้รับความสนใจอย่างมาก หลังจากเธอใช้ Claude ซึ่งเป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ในการพัฒนาเว็บไซต์ดังกล่าว
เว็บไซต์นี้ออกแบบมาเพื่อรวบรวมข้อมูลวันเดือนปีเกิด เวลาเกิด เพศ และสถานที่เกิดของผู้ใช้ เพื่อนำมาคำนวณดวงชะตาตามหลักซาจู (Saju) หรือศาสตร์การทำนายโชคชะตาปัจจุบันเว็บไซต์ไม่สามารถเข้าใช้งานได้ชั่วคราว เนื่องจากมีผู้เข้าชมจำนวนมาก
ผู้ใช้สามารถกรอกข้อมูลการเกิดเพื่อรับคำทำนายเกี่ยวกับบุคลิกภาพ ความสามารถ จุดอ่อน ตลอดจนแนวโน้มด้านอาชีพและการเงิน นอกจากนี้ เว็บไซต์ยังเปิดให้ผู้ใช้ระบุเรื่องที่กังวลใจเป็นการเฉพาะ และรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการทำนายดวงชะตาเสมือนจริง 2 คน
ซาจูเป็นศาสตร์การทำนายดวงชะตาแบบดั้งเดิมที่ใช้ปี เดือน วัน และเวลาเกิดของบุคคลในการตีความโชคชะตาหรือเส้นทางชีวิต มีรากฐานมาจากจักรวาลวิทยาของเอเชียตะวันออก โดยอาศัยแนวคิดต่าง ๆ เช่น หยินและหยาง ธาตุทั้งห้า และดาวสิบประการ
ในอดีต ชาวเกาหลีมักปรึกษาหมอดูแบบพบหน้าหรือทางโทรศัพท์ เพื่อขอคำทำนายเกี่ยวกับอนาคต หรือทำความเข้าใจจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเอง
ปัจจุบัน ชาวเกาหลีจำนวนมากขึ้นหันมาใช้โมเดล AI อย่าง Gemini ของ Google และ ChatGPT ของ OpenAI เพื่อวิเคราะห์ดวงซาจูของตนเอง
ไม่ต่างจากที่ประเทศจีน คนหนุ่มสาวก็กำลังหันมาใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อทำนายดวงชะตากันมากขึ้น โดยมองว่า โมเดล AI มีราคาถูกกว่า ให้คำตอบได้รวดเร็วกว่า และมีประสิทธิภาพไม่ต่างจากหมอดูที่เป็นมนุษย์
บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดนิยมแห่งหนึ่งของจีน แฮชแท็ก #deepseeksuanming หรือการดูดวงด้วย DeepSeek มียอดเข้าชมมากกว่า 55 ล้านครั้ง โดย DeepSeek เป็นตระกูลโมเดล AI ของจีนที่เปิดตัวในปี 2023
ผู้ใช้จำนวนมากระบุว่า การดูดวงด้วย AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันไปแล้ว โดยคำถามที่มักใช้สอบถาม ได้แก่ แนวโน้มความก้าวหน้าในอาชีพการงานและความรัก ซึ่งเป็นเรื่องที่แต่เดิมผู้คนมักปรึกษาหมอดูที่เป็นมนุษย์
AI แตกต่างจากหมอดูที่เป็นมนุษย์ตรงที่สามารถสลับใช้ศาสตร์การทำนายได้หลากหลายรูปแบบอย่างง่ายดาย ตั้งแต่ระบบจื่อเวยโต่วซู่ (Purple Star System) ซึ่งเป็นศาสตร์โหราศาสตร์จีนที่ใช้เวลาเกิดในการตีความชีวิตของบุคคล ไพ่ทาโรต์แบบตะวันตก ไปจนถึงการดูลายมือและโหงวเฮ้งจากภาพถ่าย
โมเดล AI สามารถสร้างรูปแบบการวางไพ่เสมือนจริง พร้อมตีความหมายตามคำถามของผู้ใช้ได้โดยอัตโนมัติ
โดยทั่วไป ผู้ใช้ไม่ได้กังวลว่าคำทำนายเหล่านี้สร้างขึ้นด้วย AI ในทางกลับกัน หลายคนกลับชื่นชอบการดูดวงด้วย AI มากกว่า เพราะเห็นว่าคุ้มค่า รวดเร็ว และให้คำทำนายที่ดูแม่นยำกว่าการตีความของมนุษย์
ในประเทศจีน หมอดูแบบดั้งเดิมบางรายตั้งแผงตามพื้นที่สาธารณะ เพื่อเชิญชวนผู้ที่สนใจให้เข้ามารับคำทำนาย ขณะเดียวกัน ยังมีหมอดูบางกลุ่มที่เข้าถึงได้ยากและขึ้นชื่อเรื่องความแม่นยำ โดยรับลูกค้าเฉพาะจากการแนะนำต่อกัน และมักคิดค่าบริการสูงกว่าบริการดูดวงด้วย AI
นอกจากนี้ ผู้ใช้บางคนรู้สึกว่า คำตอบจาก AI ดูเหมือนจัดทำขึ้นเฉพาะบุคคล และใช้ถ้อยคำที่แสดงความเข้าอกเข้าใจมากกว่า
อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์โต้แย้งว่า คำทำนายที่สร้างโดย AI ก็อาจมีลักษณะกว้าง ๆ และคลุมเครือไม่ต่างจากเดิม โดยเปรียบเทียบว่า บริการเหล่านี้คล้ายกับการหลอกลวง เพราะนำเสนอคำตอบที่ดูเฉพาะเจาะจงและเป็นส่วนตัว แต่ท้ายที่สุดกลับขาดความลึกซึ้ง
ผู้ใช้รายหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่า “การดูดวงไม่ว่าจะโดยมนุษย์หรือ AI โดยพื้นฐานแล้วก็คือการขายความเชื่อ ยิ่งคุณอยากเชื่อมากเท่าไร คำทำนายก็ยิ่งดูน่าเชื่อถือมากขึ้นเท่านั้น”
อีกคนหนึ่งกล่าวว่า “ฉันรู้ว่าคำทำนายอาจไม่แม่นยำ แต่ก็ช่วยให้ฉันรู้สึกมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้น”
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อและสิ่งลี้ลับ เช่น การดูดวง การไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามวัด และการใช้แอปพลิเคชันมู่หยู (muyu) ในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งจำลองการเคาะปลาไม้เพื่อสะสมบุญ ล้วนได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในหมู่คนหนุ่มสาวชาวจีน
รายงานของ iiMedia Research ระบุว่า ตลาด AI เสวียนเสวีย (AI xuanxue) หรือการนำ AI มาใช้กับศาสตร์ลี้ลับและความเชื่อ มีมูลค่าสูงถึง 12,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2024 และเติบโตมากกว่า 40% ต่อปี โดยผู้ใช้มากกว่า 70% มีอายุระหว่าง 18–30 ปี
สำหรับคนจำนวนมาก การหันไปพึ่งพาศาสตร์ลี้ลับเหล่านี้เป็นเสมือนทางออกจากแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากการเรียน การทำงาน และการแต่งงานในสังคมร่วมสมัยของจีน