Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เปิด 4 แนวทางดันไทยสู่ศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลระดับภูมิภาค
โดย : นเรศ เหล่าพรรณราย

เปิด 4 แนวทางดันไทยสู่ศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลระดับภูมิภาค

19 ต.ค. 69
17:42 น.
แชร์

ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลในภูมิภาคได้จะต้องทำ 4 ข้อนี้บนความร่วมมือของทุกฝ่าย

สัปดาห์ที่ผ่านมาสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยได้จัดงาน Official Affiliated Program ภายใต้งานประชุม IMF Worldbank Group Annual Meetings 2026 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยจัดร่วมกับคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นงานที่รวบรวมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งไทยและระดับโลกมารวมตัวกันภายในงานเดียวเป็นครั้งแรก โดยเนื้อหาภายในงานและความคิดเห็นของผู้ร่วมงานต่างมีส่วนในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยทั้งสิ้น

ผมขอสรุปเนื้อหาจากผู้แทนธนาคารโลก (Worldbank) ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงาน ก.ล.ต. และคุณกรณ์ จติกวนิช อดีตรัฐมนตรีฯคลัง ความคิดเห็นของบริษัทคริปโตระดับโลกที่ร่วมงาน สถาบันการเงิน อย่าง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ ผู้ประกอบธุรกิจอย่าง Tether,DTCPay Sumsub และ Bitazza Thailand ประกอบกับนโยบายของสมาคมฯ มาเป็นแนวทางในการผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลของภูมิภาค

ดันการใช้งาน TH Baht Stablecoin ลดต้นทุนการเงิน

ธนาคารแห่งประเทศไทยมีแผนที่จะออกใบอนุญาตการออก Th Baht Stablecoin ภายในปีหน้า ซึ่งจะทำให้ไทยเป็นชาติอันดับที่ 5 ในภูมิภาคนี้ที่มีใบอนุญาต Stablecoin สกุลเงินในประเทศต่อจากสิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ โดยจุดประสงค์หลักคือการลดต้นทุนทางการเงินของประเทศลง ตลอดจนส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพิ่มนวัตรกรรมการชำระเงินด้วย Programable Money  ทั้งนี้ไทยเป็นประเทศที่ใช้การชำระเงินดิจิทัลอันดับ 3 ของโลกด้วย Promptpay และ QRPayment จึงมีโอกาสที่จะผลักดันการใช้งาน TH Baht Stablecoin ให้กว้างขวางขึ้นได้เช่นกัน

สร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงินดั้งเดิมและผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัลปรับปรุงตลาดทุนตลาดเงินด้วย Tokenize Asset

ปัจจุบัน ก.ล.ต. ได้วางนโยบายด้านตลาดทุนดิจิทัลทั้งในเรื่องของการเปิดให้ซื้อขาย Crypto ETF รวมถึงให้มีการพัฒนา Tokenzie Mutual Fund นำกองทุนรวมขึ้นมาซื้อขายบนบล็อกเชนและ Tokenzie Equity เตรียมปูทางให้สามารถซื้อขายหุ้นรายตัวบนบล็อกเชน ซึ่งนโยบายดังกล่าวนี้ประเทศไทยถือว่าเป็นลำดับต้นๆในเอเชียต่อจากสิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

ถ้าจะผลักดันให้นโยบายดังกล่าวเกิดขึ้นได้จริงและขยายตัวในวงกว้าง จะต้องเกิดความร่วมมือกันระหว่างผู้ประกอบธุรกิจการเงินดั้งเดิมอย่างบริษัทจัดการลงทุนและบริษัทหลักทรัพย์กับผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ว่าจะเป็นนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ICO Portal และคัสโตเดี้ยน ซึ่งมีความสามารถในการร่วมพัฒนาโปรดักต์ Tokenize Asset ร่วมกับสถาบันการเงินดั้งเดิมได้ รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจด้านสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ โดยถือเป็นภารกิจหลักของสมาคมฯที่จะผลักดันภายใน 1-2 ปีจากนี้

เพิ่มเนื้อหาด้านส่งเสริมนวัตรกรรมใน พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล

การพิจารณาปรับปรุงเนื้อหาในพ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล ที่เริ่มมีมาตั้งแต่ปี 2561 โดยสภาผู้แทนราษฎร ทั้งกรรมาธิการการเงินและสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเห็นตรงกันว่า พ.ร.ก. มีเนื้อหามุ่งเน้นในเชิงของการกำกับดูแลแต่ยังขาดแง่มุมในด้านของการส่งเสริมนวัตรกรรม ทั้งสองฝ่ายมองตรงกันว่าอยากจะเพิ่มเนื้อหาด้านนวัตรกรรมลงไปเพื่อสร้างแรงกระตุ้นที่จะพัฒนาอุตสหากรรมให้เติบโตซึ่งจะทำการหารือร่วมกันต่อไป

เข้มงวดกับการกำกับดูแลการฟอกเงิน เงินสีเทาและ Scammers อย่างจริงจัง

นอกเหนือจากแง่มุมด้านนวัตรกรรมและการส่งเสริม การที่ไทยจะเป็นศูนย์กลางทางการเงินได้จะต้องให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและโปร่งใสไปในเวลาเดียวกัน เพื่อป้องกันไม่ให้สินทรัพย์ดิจิทัลถูกใช้เป็นเครื่องมือในการฟอกเงินและอาชญากรรมทางการเงิน โดยการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งานตลอดจนผู้ลงทุนจะช่วยดึงเม็ดเงินจากทั่วโลกให้เข้ามาในไทยผ่านสินทรัพย์ดิจิทัลได้เช่นเดียวกับประเทศอื่นที่ขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางการเงินเพราะมีการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด

หนึ่งในกลไกที่ช่วยสร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้คือการนำกฎ Travel Rule มาบังคับใช้ภายในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ซึ่งจะช่วยให้ตรวจสอบที่มาที่ไปของธุรกรรมที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลป้องกันการนำไปใช้เพื่อการฟอกเงินได้ อย่างไรก็ตามการกำกับดูแลจะต้องคำนึงถึงความสะดวกในการใช้งานด้วยเช่นกัน

มุมมองส่วนตัวคิดว่าประเทศไทยไม่ได้อยู่กลางแถวหรือท้ายแถว แต่อยู่ในอันดับต้นๆของประเทศที่มีความก้าวหน้าในด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของภูมิภาคนี้ ซึ่งการจะไปให้ถึงเป้าหมายมันไม่ใช่แค่หน้าที่ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแต่ควรจะต้องเป็นความร่วมมือกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ไม่ว่าจะเป็นผู้กำหนดนโยบาย หน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ผู้ประกอบธุรกิจการเงินดั้งเดิม ภาคเอกชน ผู้พัฒนาเทคโนโลยีและคอมมูนิตี้จะต้องร่วมแรงร่วมใจกันผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลในภูมิภาคนี้ไปด้วยกัน

นเรศ เหล่าพรรณราย

นเรศ เหล่าพรรณราย

Founder Ricco และ นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย

แชร์
เปิด 4 แนวทางดันไทยสู่ศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลระดับภูมิภาค